โยงศาสนา-เหตุแม่ล้มละลาย ตร.ค้นบ้านเจอปืนทำเองอื้อ นำศพอดีตผู้นำกลับโตเกียว แห่วางดอกไม้อาลัยที่จุดยิง

ทั่วโลกร่วมอาลัยอดีตนายกฯญี่ปุ่น เคลื่อนศพ ‘ชินโซ อาเบะ’ จากเมืองนารากลับบ้านกรุงโตเกียว ชาวญี่ปุ่นเศร้าร่วมวางดอกไม้จุดเกิดเหตุ เผยมือยิงวัย 41 ปีให้การ ‘ฉันอยากฆ่าเขา’ จากเดิมวางแผนทำร้ายผู้นำกลุ่มศาสนาที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุทำให้แม่บริจาคเงินจนล้มละลาย ก่อนเปลี่ยน เป้าหมายมาสังหารอาเบะเพราะเชื่อว่ามีส่วนทำให้กลุ่มศาสนาดังกล่าวได้รับการส่งเสริมในญี่ปุ่น ตำรวจบุกค้นห้องพักมือสังหาร ยึดของกลางอาวุธปืนประดิษฐ์หลายกระบอกรวมทั้งวัตถุระเบิด ผู้นำโลกช็อก! ร่วมประณามโศกนาฏกรรม ประธานาธิบดีสหรัฐ ‘โจ ไบเดน’ ลดธงครึ่งเสา นายกฯ ‘สีจิ้นผิง’ เศร้า โสมขาวลั่นอภัยไม่ได้ สถานทูตญี่ปุ่นในไทยเปิดลงนามร่วมอาลัย

ญี่ปุ่นเศร้า-ศพอาเบะสู่โตเกียว
วันที่ 9 ก.ค. เอเอฟพี บีบีซี และเอ็นเอชเครายงานความคืบหน้าหลังเหตุการณ์ช็อกโลกกรณีคนร้ายลอบสังหารนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ขณะกล่าวสุนทรพจน์ใกล้สถานีรถไฟยามาโตะ-ไซไดจิ ในเมืองนารา ช่วยสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) พรรครัฐบาล รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งวุฒิสภาก่อนถึงแก่อสัญกรรมในเวลาต่อมาว่า บรรยากาศทั่ว ทั้งประเทศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สื่อมวลชนและผู้คนจำนวนมากยืนรอรับรถยนต์เคลื่อนย้ายศพนายอาเบะออกจาก โรงพยาบาลในเมืองนาราก่อนเวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไปยังบ้านพักของ นายอาเบะกรุงโตเกียว ขณะที่บริเวณสถานีรถไฟยามาโตะ-ไซไดจิมีผู้คนเดินทางมาวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยการจากไปของนาย อาเบะไม่ขาดสาย

สำหรับการสอบสวนดำเนินคดีนาย เท็ตสึยะ ยามากามิ อายุ 41 ปี อดีตกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล คนร้ายที่ลอบสังหารนายอาเบะ มีการเปิดเผยคำให้การเพิ่มเติมว่านายยามากามิพุ่งเป้าก่อเหตุโจมตีนายอาเบะจริงเพราะโกรธแค้นองค์กรหนึ่งซึ่งนาย ยามากามิเชื่อว่านายอาเบะมีความเชื่อมโยงกับองค์กรนั้นๆ ทั้งนี้ ฝ่ายสอบสวนปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรที่นายยามากามิอ้างถึง ขณะที่สื่อหลายแห่งรายงานว่าเป็นองค์กรทางศาสนา

อาลัย – ชาวญี่ปุ่นเข้าแถววางดอกไม้ไว้อาลัยนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรี บริเวณใกล้สถานีรถไฟยามาโตะ-ไซไดจิ จุดที่ถูกลอบสังหารในเมืองนารา ขณะที่ศพของอดีตนายกฯ ถูกส่งกลับกรุงโตเกียวเพื่อให้ครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนา

มือยิงให้การ‘ฉันอยากฆ่าเขา’
ด้านเว็บไซต์ข่าวอาซาฮีระบุจากแหล่งข่าวว่า นายยามากามิและครอบครัวเข้าร่วมองค์กรทางศาสนาองค์กรหนึ่งและไม่นานก็เริ่มมีปัญหาชีวิตที่ลำบากมากขึ้นหลังบริจาคเงินให้องค์กรนั้น “ฉันต้องการพุ่งเป้าโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กร แต่ยากเหลือเกิน ดังนั้นฉันจึงหันไปโจมตีอาเบะซึ่งฉันเชื่อว่าเขาเกี่ยวข้อง (กับองค์กร) ฉันอยากฆ่าเขา” แหล่งข่าวระบุคำพูดของนายยามากามิที่ให้การกับตำรวจ ด้านชายอีกคนที่ระบุว่าเป็นญาติของนายยามากามิเปิดเผยว่าครอบครัวของนายยามากามิมีปัญหากับองค์กรทางศาสนาจนเกิดความแตกร้าวระหว่างสมาชิกครอบครัว ตนคิดว่ายามากามิได้รับผลกระทบอย่างหนักจากองค์กรนี้

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองนารานำกำลังบุกค้นห้องพักของนายยามากามิที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟยามาโตะ-ไซไดจิเพียง 3 กิโลเมตร และยึดของกลางเป็นอาวุธปืนที่มีลักษณะคล้ายปืนประดิษฐ์ที่ใช้สังหารนายอาเบะจำนวนหลายกระบอก รวมทั้งวัตถุระเบิด อุปกรณ์ทรงกระบอกที่อาจดัดแปลงเป็นอาวุธ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังยึดหนังสือและสมุดบันทึกของนายยามากามิจากบ้านพ่อแม่ที่อยู่ในเมืองนาราด้วย

แค้นแม่บริจาคเงินจนล้มละลาย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ มือปืนวัย 41 ปี บอกกับตำรวจว่าตอนแรกเขาวางแผนจะทำร้ายผู้นำกลุ่มศาสนาแห่งหนึ่งที่เขาเชื่อว่าทำให้แม่ของเขาบริจาคเงินจนล้มละลาย ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายมาสังหารนายอาเบะเพราะเขาเชื่อว่าอาเบะมีส่วนทำให้กลุ่มศาสนาดังกล่าวได้รับการส่งเสริมมากขึ้นในญี่ปุ่น

แหล่งข่าวของเกียวโดระบุด้วยว่า นาย ยามากามิเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หลายครั้งตามที่นายอาเบะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 ก.ค. ตำรวจบอกด้วยว่านายยามากามิปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ก่ออาชญากรรม เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับความเชื่อทางการเมืองของนายอาเบะ

ข้อมูลของบริษัทจัดหางานชี้ว่านายยามากามิซึ่งปัจจุบันเป็นคนว่างงาน เคยทำงานให้โรงงานแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2563 ก่อนจะลาออกในเดือนพ.ค. ปีนี้ ก่อนหน้านี้เขาทำงานในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลเป็นเวลา 3 ปี จนถึงเดือนส.ค. 2548

ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมว่านายยามากามิทำงานอยู่ในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ซึ่งเทียบเท่ากองทัพเรือของญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 ปี จนถึงปี 2548 ขณะที่อาซาฮีชิมบุนรายงานว่าระหว่างทำงานในกองกำลังป้องกันตนเองเขาเข้ารับการอบรมการใช้อาวุธปืนจริง

ผู้นำโลกเสียใจร่วมประณาม
ขณะเดียวกันผู้นำโลกร่วมส่งสาส์นแสดงความเสียใจ รวมทั้งประณามการลอบสังหารนายอาเบะว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ระบุในแถลงการณ์ว่าตนรู้สึกตกใจ โกรธเคือง และเสียใจอย่างมากหลังทราบข่าวว่านายชินโซ อาเบะ มิตรที่รักถูกยิงเสียชีวิตขณะช่วยสมาชิกพรรคหาเสียง

“ผมได้รับเกียรติให้ทำงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีอาเบะ เขาสนับสนุนพันธมิตรระหว่างประเทศของเราและมิตรภาพระหว่างประชาชนของเรา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดผู้นี้มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง แนวคิดนี้ของเขาจะยังคงอยู่ต่อไป เหนือสิ่งอื่นใดเขาห่วงใยชาวญี่ปุ่นอย่างสุดซึ้งและอุทิศชีวิตตัวเองเพื่อรับใช้ แม้ในยามที่ถูกโจมตีเขายังมีส่วนร่วมในหน้าที่ต่อประชาธิปไตย” นายไบเดนกล่าวและว่า แม้รายละเอียดของคดียังไม่เปิดเผยมากนัก แต่การใช้ความรุนแรงนั้นไม่อาจยอมรับได้ และความรุนแรงของปืนมักทิ้งรอยแผลเป็นที่กรีดลึกให้ผู้คนในชุมชนที่ได้รับผล กระทบ นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐมีคำสั่งให้ลดธงชาติครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยและให้เกียรตินายอาเบะอย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศจนถึงวันที่ 10 ก.ค. และเดินทางไปร่วมพิธีไว้อาลัยนายอาเบะที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงวอชิงตัน จากนั้นลงนามในสมุดไว้อาลัยและกล่าวแสดงความเสียใจกับนายโทมิตะ โคขิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหรัฐ

สีจิ้นผิงเศร้า-โสมขาวลั่นอภัยไม่ได้
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ส่งข้อความแสดงความเสียใจไปยังนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ใจความว่า “ในนามรัฐบาลจีน ประชาชนชาวจีน และในนามข้าพเจ้า สี จิ้นผิงขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเขา” ขณะที่สถานีโทรทัศน์รัฐบาลกลางซีซีทีวีรายงานว่านายสี เศร้าใจมากกับการจากไปอย่างกะทันหันของอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงว่า ประธานาธิบดียุน ซ็อกยอล กล่าวประณามว่าการลอบสังหารนายอาเบะเป็นอาชญากรรมที่ให้อภัยไม่ได้ และเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการอสัญกรรมของนายอาเบะ พร้อมย้ำว่าการก่อการร้ายระหว่างการเลือกตั้งเป็นการโจมตีที่เลวร้ายต่อรากฐานประชาธิปไตย ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง และขอประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างยิ่งยวด ส่วนนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมที ผู้นำอินเดีย ประกาศให้วันที่ 9 ก.ค. เป็นวันไว้อาลัยแห่งชาติในอินเดียต่อการจากไปของนายอาเบะ “คุณอาเบะมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนการยกระดับความสัมพันธ์อินเดีย-ญี่ปุ่นเข้าสู่ระดับยุทธศาสตร์พิเศษและความร่วมมือระดับโลก” นายกฯ โมทีระบุข้อความที่โพสต์บนทวิตเตอร์ พร้อมยกย่องบทบาทนายอาเบะในจตุรภาคีว่าด้วยความมั่นคงหรือ ควอด กลุ่มภาคี 4 ชาติระหว่างออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐ และญี่ปุ่น

นายกฯออสซี่ช็อก!โศกนาฏกรรม
นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวว่ารู้สึกช็อกและเศร้าใจกับโศกนาฏกรรมการสูญเสียอดีตผู้นำญี่ปุ่น และยกย่องนายอาเบะว่าเป็นเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ รวมทั้งเป็นมิตรที่ดีของออสเตรเลีย ขณะที่ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำหญิงแห่งไต้หวัน กล่าวว่าไต้หวันและญี่ปุ่นผ่านอุปสรรคมากมายมาด้วยกันและสร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้งด้วยการสนับสนุนจากอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและชาวญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เราจะระลึกถึงความทุ่มเทของเขาในการสร้างความร่วมมืออินโดนีเซีย-ญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง” และว่าการสูญเสียนายอาเบะเป็นโศกนาฏกรรม ขอให้ครอบครัวอดีตผู้นำญี่ปุ่นและประชาชนชาวญี่ปุ่นเข้มแข็งในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ด้านนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ผู้นำสิงคโปร์ ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า “ได้รับข่าวด้วยจิตใจที่บอบช้ำว่าคุณอาเบะทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจและน่าวิตกยิ่ง ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อคุณอาเบะ อากิเอะ ผู้เป็นที่รักของคุณอาเบะ และประชาชนชาวญี่ปุ่น”

สถานทูตญี่ปุ่นเปิดลงนามร่วมอาลัย
วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จัดเตรียมสมุดลงนามแสดงความอาลัยใน วันอังคารที่ 12 ก.ค. และวันพฤหัสบดีที่ 14 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 -12.00 น. และ เวลา 14.00-16.00 น. (ปิดทำการเวลา 12.00-14.00 น.) สถานที่ ชั้น 2 อาคารแผนก กงสุลและสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยต้องแสดงบัตรประชาชน หรือเอกสารยืนยันตัวตน (ตัวจริง) ให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ประตูทางเข้าอาคารแผนกกงสุล และสำนักข่าวสารญี่ปุ่น เพื่อลงบันทึกการเข้าออกสถานเอกอัครราชทูต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน