หลวงพ่อติ้ว นันทสาโร วัดคูหาสวรรค์ จ.ราชบุรี
อริยะโลกที่ 6
“พระครูธรรมสุนทร” หรือ “หลวง พ่อติ้ว นันทสาโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ต.สี่หมื่น อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นพระเกจิยุคเก่าอีกรูป
พื้นเพเดิมเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว มีชื่อว่า ติ้ว ไม่ปรากฏนามสกุล เกิดเมื่อปี พ.ศ.2419 แต่ไม่มีประวัติบันทึกถึงครอบครัว
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.2443 ขณะอายุได้ 24 ปี ที่พัทธสีมาวัดสวนพริก (ชื่อเดิมของวัดคูหาสวรรค์) ต.สี่หมื่น อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีหลวงพ่อดำ วัดตาลบำรุงกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการสุทธิ วัดใหม่สี่หมื่น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการไซวัดคูหาสวรรค์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า นันทสาโร
อยู่จำพรรษาเรื่อยมา และเดินทาง ไปเรียนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐาน และวิทยาคมจากหลวงพ่อดำ วัดตาลบำรุงกิจ ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังในสมัยนั้น
วัดคูหาสวรรค์ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2427

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.สี่หมื่น อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2445 เดิมมีชื่อว่า วัดสวนพริก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สวนเตียนชาวบ้านในพื้นที่ประกอบอาชีพ ทำสวน ปลูกผักต่างๆ และนิยมปลูกพริกบางช้าง จนมีชื่อเสียง
มีลำดับเจ้าอาวาสปกครอง ดังนี้ 1.พระอธิการไซ พ.ศ.2428-2448 2.พระครูธรรมสุนทร (หลวงพ่อติ้ว) พ.ศ.2449-2474 3.พระปลัดเปลี่ยว พ.ศ.2474 (ครองวัด 5 เดือน มรณภาพ) 4.พระอธิการทองสุข พ.ศ.2474-2480 (ลาสิกขา)
5.พระอธิการกึน พ.ศ.2480-2486 (ลาสิกขา) 6.พระครูธรรมวรทัศ (หลวงพ่อทองดี) พ.ศ.2486-2529 7.พระปลัดทิม ปัญญภาโส พ.ศ.2529-2537 8.พระมหามงคล (สะอิ้ง) ปัญญาวโร พ.ศ.2538-ปัจจุบัน
ในการสร้างวัดคูหาสวรรค์ระยะแรกนั้น เกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของนายจีนเต็งและนางมรรค แซ่ตั้น ซึ่งได้ถวายที่ดินจำนวน 5 ไร่ เพื่อสร้างเป็นวัด ต่อมา นางจีนเฮียะและนางทิม ถวายเพิ่มอีก 4 ไร่ หลังจากถวายที่ดินในปี พ.ศ.2427
ช่วงแรกนั้น ได้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์ จนแล้วเสร็จเป็นวัดในปี พ.ศ.2428 จึงนิมนต์หลวงพ่อไซ จากวัดบางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
หลวงพ่อไซเป็นพระที่ตาบอด แต่หูดีมากและเก่งเรื่องงานก่อสร้าง จึงบริหารจัดการงานของวัดไปได้อย่างราบรื่น
พ.ศ.2448 หลวงพ่อไซ เจ้าอาวาสวัดสวนพริก มรณภาพด้วยโรคชรา หลังจากท่านได้ปกครองวัดถึง 20 ปี พระและชาวบ้านวัดสวนพริกได้ร่วมกันจัดงานศพของท่านจนแล้วเสร็จ ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง
พ.ศ.2449 ชาวบ้านและคณะกรรมการวัดจึงพร้อมใจกันนิมนต์หลวงพ่อติ้ว ซึ่งบวชเรียนได้ 7 พรรษา ขึ้นเป็น เจ้าอาวาสสืบแทน
หลังจากขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ปี พ.ศ. 2450 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม วชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจมณฑลราชบุรี ผ่านมาถึงดำเนินสะดวกเพื่อตรวจเยี่ยมวัดสวนพริก หลวงพ่อติ้วและชาวบ้านได้เตรียมการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ทั้งการจัดซุ้มในพื้นที่ตลอดแนวคลองที่จะเสด็จมายังวัด ตามริมคลองยังได้จัดแนวปลูกต้นไม้ดอกไม้อย่างสวยงาม
ในระหว่างเสด็จผ่านนั้น ได้ตรัสถึงความสวยงามของซุ้มต่างๆ ว่า ขบวน เรือเสด็จนั้นว่าเหมือนได้แล่นผ่านคูหาสวรรค์ หลังพิธีรับเสด็จ หลวงพ่อติ้ว จึงนำคำชื่นชมนั้นมาตั้งชื่อวัดใหม่ว่า “วัดคูหาสวรรค์” และใช้ชื่อวัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสจึงนำความรู้ในการก่อสร้างที่ท่านถนัดมาพัฒนาวัดเป็นการใหญ่ สร้างกุฏิสองแถวโดยมี หอฉันและหอสวดมนต์อยู่ตรงกลาง สร้างศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันรื้อไปแล้ว) สร้างโบสถ์ และสร้างสุสานเก็บศพ (สมัยนั้นเรียกกันว่าโรงทึม)
พ.ศ.2467 เป็นพระฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณพระเทพกวี วัดบวรนิเวศ ตำแหน่งพระครูวินัยธร
พ.ศ.2469 ท่านได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูธรรมสุนทร ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก และเป็นพระอุปัชฌาย์ ในปีเดียวกัน
พ.ศ.2473 สร้างโรงเรียนขึ้นเป็นแห่งแรกของอำเภอดำเนินสะดวก ชื่อว่าโรงเรียนธรรมสุนทร ปัจจุบันคือโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ เพื่อให้บุตรธิดาของชาวบ้านในพื้นที่ได้ศึกษาเล่าเรียน และยังสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้ศึกษา
มรณภาพเมื่อวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 23 ม.ค.2474 สิริอายุ 55 ปี พรรษา 31