เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวัน ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเป็น 2,391 ราย สะสม 4,550,924 ราย หายป่วย 1,901 ราย สะสม 4,495,935 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 25 ราย สะสม 30,907 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 24,082 ราย อยู่ ร.พ.สนาม และอื่นๆ 13,928 ราย และอยู่ใน ร.พ. 10,154 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 776 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 333 ราย ลดลงเล็กน้อย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 12.1% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 3 ราย แต่ไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ สำหรับการฉีดวัคซีน โควิด-19 วันที่ 12 ก.ค. 2565 ฉีดได้ 65,083 โดส สะสม 140,544,783 โดส

ขณะที่กรมควบคุมโรค (คร.) รายงานว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,490 ราย 2.สมุทรปราการ 178 ราย 3.ชลบุรี 172 ราย 4.ขอนแก่น 58 ราย 5.ราชบุรี 44 ราย 6.นครศรีธรรมราช 37 ราย 7.เชียงใหม่ 28 ราย 8.พิษณุโลก 26 ราย 9.นครสวรรค์ 20 ราย และ 10.นครปฐม 18 ราย โดยภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 65 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดมี 12 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นราธิวาส บึงกาฬ พังงา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน สกลนคร สตูล สุพรรณบุรี และหนองบัวลำภู

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบการป่วยของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีอาการอ่อนเพลียจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยและขอให้นายชวนหายป่วย สุขภาพกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

ส่วนช่วงหยุดยาวระหว่าง 13-17 ก.ค. นายกฯ ห่วงใยประชาชน ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มของผู้คน ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ ภายหลังการเดินทางหรือร่วมกิจกรรมขอให้สังเกตอาการตรวจเอง และตรวจ ATK เพื่อความมั่นใจ

นายธนกรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจำหน่ายแพ็กเกจรักษาโรคโควิด-19 ด้วยยาโมลนูพิราเวียร์ ทั้งในส่วนของมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ และที่มาของยารักษาโควิดที่นำมาจำหน่าย โดยห้ามนำยาภาครัฐมาจำหน่ายโดยเด็ดขาด มีความผิดตามกฎหมายด้วย

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา การไปร่วมกิจกรรมทำบุญทางศาสนาซึ่งอาจมีการรวมคนจำนวนมาก ขอให้ใช้มาตรการ 2U คือ Universal Prevention มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และ Universal Vaccination ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบ 3 เข็ม และฉีดเข็มกระตุ้นทุก 4 เดือน เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้

วันเดียวกัน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส.ร่วมกับ อย.ลงพื้นที่ตรวจ ร.พ.เอกชนแห่งหนึ่งย่านคลองหลวง กรณีการโฆษณาแพ็กเกจยารักษาโควิด พบว่า มีการโฆษณาแพ็กเกจรักษาโควิด แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หลายรูปแบบให้ผู้ป่วยเลือกรับบริการ โดยบางแพ็กเกจโฆษณาด้วยข้อความว่า จะจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาโมลนูพิราเวียร์ให้ผู้ป่วยนำไปรับประทานระหว่างกักตัวตามอาการ แต่ยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาโมลนูพิราเวียร์เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจากสบส. ทั้งนี้ ร.พ.เอกชนดังกล่าวไม่ได้ยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน