หนุ่มเร่ร่อนก่อเหตุขอนแก่นระทึก3ชม.

ระทึกเมืองขอนแก่น คนเก็บของเก่าคลั่งโดนตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบเพราะได้รับแจ้งว่าลักทรัพย์ ถูกค้นตัวเจอปืนเลยควักระเบิดลูกเกลี้ยงออกมาขู่ ก่อนเผ่นไปจับตัวชาวบ้านเป็นประกัน จนท.ระดมกำลังล้อมเจรจานานกว่า 3 ชั่วโมงยังไม่ยอมสยบ กระทั่งเผลอตัวประกันหนีออกมาได้ เลยถูกหน่วยสวาทที่รออยู่ยิงเข้าไหล่จนร่วงสิ้นฤทธิ์ โดยไร้เหตุสูญเสีย รอให้รักษาตัวและหมดฤทธิ์คลั่งค่อยสอบปากคำอีกครั้ง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ก.ค. สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ให้ตรวจสอบเหตุลักทรัพย์บริเวณหน้าชุมชนเทพารักษ์ หลัง ตชด.ภาค 2 เขตเทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงรุดไปยังจุดเกิดเหตุ พบชายต้องสงสัยเป็นชายเก็บของเก่ามากับ รถเข็นที่มีของเก่าอยู่จำนวนมากจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่ชายดังกล่าวพูดจาวกวนจึงตรวจค้นตามร่างกาย พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ขนาด 11 ม.ม. พร้อมลูกกระสุนประมาณ 10 นัด

ขณะกำลังตรวจยึดอาวุธปืน ชายคนดังกล่าวกลับชูระเบิดสังหารลูกเกลี้ยง เอ็น 61 ข่มขู่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังออกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นคนร้ายฉวยจังหวะวิ่งหลบหนีเข้าบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียง ก่อนเข้าไปจับตัวนางสุวรรณ ตาแสง อายุ 54 ปี เป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่รีบกระจายกำลังปิดล้อม พร้อมแจ้งขอกำลังเสริมและกัน ชาวบ้านรายอื่นออกนอกบริเวณเพื่อความปลอดภัย

นายประสบ ตาแสงสา อายุ 54 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ชายการช่าง สามีตัวประกัน กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่สายตรวจมาพบชายดังกล่าวขอตรวจค้น ชายดังกล่าวบอกมีลูกระเบิดอยู่ในมือ ตำรวจจึงพากันแตกกระเจิงออกมา ก่อนวิ่งไล่ตามจับตัวแต่ไม่สำเร็จ ชายดังกล่าวหนีเข้าบ้านชาวบ้านหลายหลังแล้วมาจับเอาภรรยาและหลานอีกสองคนเป็นตัวประกัน แต่โชคดีที่หลานสะบัดหลุดหนีออกมาได้ แต่ภรรยาถูกชายเร่ร่อนจับตัวไป

ต่อมา พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.ภ.จว.ขอนแก่น, ตำรวจฝ่ายสืบสวนบก.ภ.จว.ขอนแก่น, ฝ่ายสืบสวนบก.สส.บช.ภาค 4 และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าเสริมกำลัง พร้อมเจรจา เกลี้ยกล่อมให้คนร้ายปลอยตัวประกันและยอมมอบตัว แต่ไม่เป็นผล และชายดังกล่าวยังพูดจาวกวนจับใจความไม่ได้ ทราบเพียงต้องการพบภรรยา เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดต่อไป แต่พบว่าชายดังกล่าวไม่มีภรรยาตามที่กล่าวอ้าง

นาทีชีวิต – ภาพนาทีนางสุวรรณ ตาแสง ตัวประกันสะบัดหนีนายสุนทร สานนท์ ชายเก็บของเก่าคลุ้มคลั่งกำระเบิดจับเป็นตัวประกัน ก่อนถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษยิงหัวไหล่ล้มคว่ำบาดเจ็บ คลี่คลายเหตุระทึกกว่า 3 ช.ม. กลางเมืองขอนแก่น เมื่อ วันที่ 14 ก.ค.

เวลา 12.30 น. หลังเจรจาอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง ชายดังกล่าวยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยตัวประกัน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนยกระดับปฏิบัติการเพื่อชิงตัวประกันไว้พร้อมสรรพ และส่งสัญญาณไปยังตัวประกันให้เตรียมพร้อม กระทั่งคนร้ายเผลอเจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ตัวประกันวิ่งหนีออกมา หลังตัวประกันหลุดออกไปแล้วคนร้ายพยายามวิ่งตามไปจับตัว แต่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ลั่นไกยิงเข้าหัวไหล่ซ้ายคนร้ายจนล้มคว่ำแน่นิ่งกับพื้น หลังจากที่แน่ใจว่าคนร้ายไม่โต้ตอบแล้วจึงเข้าควบคุมตัว พบว่าคนร้ายเพียงหมดสติไปโดยในมือยังกำระเบิดไว้แน่น เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดรีบกู้ระเบิดไว้ได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวคนร้ายส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์

พล.ต.ต.นพเก้า เผยว่า หลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีชายคล้ายคนวิกลจริตได้เข้าไปลักทรัพย์ภายในพิพิธภัณฑ์ขอนแก่น จากนั้นสายตรวจได้เดินทางมาตรวจสอบ โดยขับรถตามบริเวณถนนหลังศูนย์ราชการ จนกระทั่งมาพบชายใกล้เคียงที่ได้รับแจ้ง ตำรวจขอตรวจค้นเมื่อตรวจค้นกระเป๋าสะพายข้างพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ชายคนดังกล่าวได้ขยับตัวถอยออกมาพร้อมกับนำระเบิดออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่จะวิ่งออกมา แล้วไปจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน

จากการสืบสวนทราบว่าคนก่อเหตุเป็นคนที่อยู่บริเวณชุมชนเทพารักษ์ มีอาชีพเก็บของเก่าขาย หลังจากที่ได้จับตัวประกัน ตำรวจปิดการจราจรโดยรอบ พร้อมกับประสานตำรวจร่วมปฏิบัติการ จากนั้นเริ่มการเจรจา พร้อมกับใช้กล้องส่องไปที่บริเวณมือขวาพบว่า นิ้วของคนร้ายสอดในสลักระเบิดตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้การเจรจาถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้ตัวประกันเกิดอันตราย หลังจากผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุพยายามที่จะขอพบภรรยา แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ก่อเหตุไม่มีภรรยา และยังพูดจาวกวนไปมาเหมือนคนวิกลจริต

ขณะที่คนร้ายเริ่มอ่อนแรงลงตัวประกันใช้โอกาสวิ่งหนีออกมา จากนั้นผู้ก่อเหตุพยายามวิ่งตามพร้อมกับจะขว้างระเบิดใส่ทำให้หน่วยสวาทใช้อาวุธปืนยิงสกัด โดยกระสุนเข้าที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายทะลุด้านหลังลำคอร่างร่วงไปกองกับพื้น ก่อนจะให้หน่วยกู้ภัยรับตัวส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พร้อมจัดตำรวจเฝ้าดูผู้ก่อเหตุ

“เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาด 11 ม.ม. จำนวน 13 นัด ระบิด เอ็ม 61 สภาพพร้อมใช้งาน 1 ลูก ส่วนการตรวจสอบรายชื่ออยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนจังหวัดสกลนคร อายุประมาณ 50 ปี แต่ยังไม่สามารถระบุว่าเคยเป็นอดีตทหารมาก่อนหรือไม่ พร้อมกับรอผลตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุชาวบ้านต่างเคยเห็นหน้าและรู้จักกันดี แต่ก็ประหลาดใจที่มาก่อเหตุระทุกขวัญในวันนี้ ส่วนรายละเอียดขอเวลาให้ตำรวจได้ตรวจสอบเสียก่อน” ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภาค 4 ในฐานะโฆษก บช.ภาค 4 เผยลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุเกิดที่บริเวณปากซอยหน้าชุมชนเทพารักษ์ 4 ถนนหลังศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ผู้ก่อเหตุชื่อนายสุนทร สานนท์ อายุ 50 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 9 ม.8 ต.ขัวก่าย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ใช้ระเบิดลูกเกลี้ยง ชนิดเอ็ม 61 เป็นอาวุธจับตัวนางสุวรรณ ตาแสงสา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 500/1-2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นตัวประกัน

โดย พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และสภ.เมืองขอนแก่น เข้าร่วมระงับเหตุ เกลี้ยกล่อมให้นายสุนทรปล่อยตัวและวางระเบิด จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. ขณะที่นายสุนทรเผลอ นางสุวรรณวิ่งหลบหนีห่างจากนายสุนทรไปได้ประมาณ 30 เมตร เกิดสะดุดล้มลง นายสุนทรวิ่งตามไปและจะขว้างระเบิดที่ถืออยู่นั้นใส่นางสุวรรณ เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันชีวิตของนางสุวรรณไปจำนวน 1 นัด ทำให้นายสุนทรล้มลง ตำรวจนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ด้าน นางสุวรรณ์ ตาแสงสา อายุ 52 ปี ตัวประกันได้เผยว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งกลับมาร้านเห็นตำรวจอยู่เต็มถนนฝั่งตรงข้าม จากนั้นไม่นานคนร้ายวิ่งเข้ามาที่ร้านพร้อมกับชูระเบิดแล้วบอกว่าอย่าหนี ขณะนั้นคนที่อยู่ภายในร้านคนอื่นพยายามวิ่งหนีออกไปหมดเหลือแค่ตนเองคนเดียวที่หนีไม่ทัน คนร้ายเข้ามาดึงเสื้อแล้วบอกว่าให้ไปนั่งที่ด้านข้างพร้อมกับบอกว่าห้ามหนีไปไหน ไม่ได้มีการทำร้ายหรือล็อกคอ ขณะที่คนร้ายเข้ามานั้นคิดว่าในมือของคนร้ายนั้นเป็นระเบิดจริงเลยทำอะไรไม่ถูก

หลังจากที่ถูกจับตัวไว้ ตำรวจโทร.เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของตนเอง เพื่อที่จะคุยต่อรองเจรจากับคนร้าย ตำรวจบอกให้ปิดเสียงลำโพงแล้วแอบคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะหลบหนีโดยวิธีไหน และสอบถามว่าวิ่งไหวมั้ยตำรวจจะส่งรถบังคับเข้าไปแล้วให้ใช้จังหวะทีเผลอวิ่งหนี ขณะที่กำลังถูกจับตัวอยู่นั้นได้อธิษฐานกับหลวงพ่อคูณที่ห้อยไว้ตลอด และไม่โชว์ให้คนร้ายเห็นพอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งรถหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดขอนแก่น เอาของเข้ามาให้พร้อมกับบอกว่าให้ผู้ก่อเหตุขยับรถให้เพราะว่ารถติดบังคับออกมาไม่ได้

“ตอนแรกฉันไม่กล้าวิ่งเลยอยู่เฉยๆ ไปก่อน จนถึงรอบสองก็รวบรวมความกล้า และวิ่งหนีออกมาก่อนจะล้มอยู่กลางถนน เพราะตอนนั้นขาไม่มีแรงแล้วไป หลังจากที่ล้มไปแล้วนั้นไม่รู้ตัวว่าคนร้ายได้วิ่งตามมา รวมถึงเสียงปืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงใส่ผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ยินเหมือนกัน แต่ที่รอดมาได้นั้นเพราะได้ห้อยวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเหรียญครบรอบ 100 วัน ที่หลวงพ่อคูณได้มรณภาพ ขณะที่ถูกจับเป็นตัวประกันนำวัตถุมงคลใส่ไว้ในเสื้อโดยไม่ห้อยออกนอกเสื้อ เพราะกลัวคนร้ายจะเห็น” นางสุวรรณ์เล่าด้วยความระทึก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน