กลุ่ม16ขู่ลั่นผนึกพรรคธรรมนัส ล้มป๊อก-สันติ-ชัยวุฒิ-จุติ-นิพนธ์ พท.โชว์26ขุนพล-กก.ลุยคว่ำ‘3ป.’

‘สุชาติ’ ชี้ ‘ธรรมนัส’ ประกาศชัดย้ายขั้วร่วมฝ่ายค้าน ถือเป็นเรื่องดี จะได้ไม่ต้องห่วงเกมล้มบิ๊กตู่ ในสภา มั่นใจ 11 รัฐมนตรีผ่านฉลุยศึกซักฟอก ‘นิพนธ์’ ปชป. เผย‘บิ๊กป้อม’ ซุ่มเคลียร์เสียงส.ส.ซีกรัฐบาล เพื่อไทยเปิดทีม 26 ขุนพลเด็ดหัว สอยนั่งร้าน สุทินยอมรับล้มรัฐบาลกลางสภายาก เพราะเสียงไม่พอ แต่หวังส่งแรงสะเทือนถึงเลือกตั้งครั้งหน้า กลุ่ม 16 ฮึ่มผนึกพรรคธรรมนัส สร้างประวัติศาสตร์ล้ม 5 รมต. ‘อนุพงษ์-สันติ-ชัยวุฒิ-จุติ-นิพนธ์’ ‘โรม’ ลั่น เด็ดหัว ‘3 ป.’ ให้หมด

‘ชวน’เข้าสภาคุมซักฟอก 22 ก.ค.
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความคืบหน้าอาการป่วยโควิด-19 ของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล และกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว หลังจากเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. โดยตลอดเวลาที่พักรักษาตัว นายชวนมีอาการค่อนข้างน้อย สัญญาณชีพทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติ ไม่มีอาการรุนแรง กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.ค. แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ โดยนายชวนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และทุกๆ ท่านที่ให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยตลอดมา

ส่วนนายชวนจะกลับมาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทันในวันที่ 19 ก.ค. ที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้หรือไม่นั้น นพ.สุกิจกล่าวว่า ถ้าดูตามหลักเกณฑ์ใหม่เรื่องการกักตัว จะต้องกักตัว 10 วัน หลังจากวันที่พบเชื้อ ซึ่งนายชวนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลวันแรกคือ 12 ก.ค. จะครบกำหนด 10 วัน ในวันที่ 21 ก.ค. จึงคาดว่านายชวนน่าจะกลับมาทำหน้าที่ประธานสภาได้ในวันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป คาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะรองประธานสภา อีก 2 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้

ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 11 คน มีขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค. และลงมติวันที่ 23 ก.ค.

เบิร์ธเดย์ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รับมอบแจกันดอกไม้อวยพรวันเกิด 48 ปี จากนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ท่ามกลางนักการเมือง ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นจำนวนมาก ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.

‘รมต.เฮ้ง’จัดเบิร์ธเดย์คึกคัก
ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ จัดงานวันเกิดครบรอบ 48 ปี “พวกกันสำคัญเสมอ” คอนเซ็ปต์เสือ 4 รอบ ครบ 48 ปี โดยมีพิธีสงฆ์ และมอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่นักเรียน 500 คน พร้อมแจกข้าวสารอาหารแห้งให้ผู้ยากไร้

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักการเมือง ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่(พธม.) นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม(ท.ธ.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์(ทศล.) นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16

นายอรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. นายกำพล วงศ์ทรายทอง หรือกำนันบั๊ก บิดานายจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี เป็นต้น

ชี้เรื่องดี‘ธรรมนัส’ฝ่ายค้านชัดเจน
นายสุชาติให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบของขวัญและอวยพรวันเกิดให้มีกำลังกายกำลังใจ ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองและเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อสู้กับสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง ทำเพื่อประโยชน์ประชาชน ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าตนเกิดปีขาลเป็นดวงสมพงศ์กับนายกฯ ที่เป็นทหารเสือราชินีนั้นเป็นมุมมองของบุคคลอื่น ที่เห็นว่าตนอาจมีโชคหรือมีราศีเสริมบารมีให้นายกฯ และพร้อมทำงานให้นายกฯ กับรัฐบาล เพื่อประเทศชาติอย่างสุดความสามารถ

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล นายสุชาติกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านหลังใหม่ และประเมินจากการให้สัมภาษณ์ของพรรคเศรษฐกิจไทยก่อนการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 คาดการณ์ได้ เป็นเอกสิทธิ์ของเขา

ต่อข้อถามว่าแกนนำพรรคเศรษฐกิจไทยระบุสาเหตุที่แพ้การเลือกตั้งซ่อมที่จ.ลำปาง เป็นเพราะกระแสนิยมของรัฐบาลลดลง นายสุชาติกล่าวว่า มองได้ 2 มุม มุมหนึ่งอ้างเหตุผลสถานะไม่ชัดเจน อีกมุมหนึ่งหากชนะเพราะการประกาศไม่เอานายกฯ แต่สนับสนุนเพียงพล.อ.ประวิตร ก็แล้วแต่คนจะมองมุมไหน ขอย้ำว่าให้พิจารณาเป็นพื้นที่ ที่จ.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ชนะเลือกตั้ง การที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประกาศร่วมงานฝ่ายค้านชัดเจน เป็นเรื่องดี ดีกว่าอยู่แล้ว ไม่แน่นอน ประเมินอะไรไม่ได้ จึงไม่ห่วงเกมล้มนายกฯ ในสภา

มั่นใจ 11 รมต.สอบผ่านหมด
นายสุชาติกล่าวว่า สำหรับการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าเสียงสนับสนุนของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเล็ก และกลุ่ม 16 ที่มาแสดงความยินดีวันคล้ายวันเกิดตน เช่น นายพิเชษฐ นายพีระวิทย์ นพ.ระวี นายมงคลกิตติ์ ยืนยันได้ถึงความสัมพันธ์ และย้ำว่าเป็นเพื่อนกัน ทั้งนั้น ทุกคนเป็นผู้แทนราษฎร หากทำเพื่อชาติบ้านเมืองเชื่อว่าเดินหน้าไปด้วยกันได้ และพร้อมรับฟังการอภิปรายหากมีข้อมูลหลักฐานที่ชี้ว่ารัฐบาลดำเนินการหรือบริหารไม่ถูกต้อง แต่หากรัฐบาลดำเนินการถูกแต่มาอภิปรายโกหกประชาชน หวังทำลายดิสเครดิตกัน ไม่ถูกต้องและประชาชนมองออก

“ผมเชื่อมั่นในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่มือสะอาด ขณะที่พล.อ.ประวิตร ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงใด ส่วนผมได้รับให้เป็นรัฐมนตรีดีเด่นประจำปีของสื่อมวลชนสำนักหนึ่ง หากรัฐมนตรีชี้แจงข้อกล่าวหาได้ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเล็กก็พร้อมโหวตไว้วางใจ และเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนจะได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจผ่านทั้ง 11 คน โดยนายกฯ กำชับให้รัฐมนตรีทุกคน ชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหาในสภา เพราะประชาชนติดตามการอภิปรายครั้งนี้” นายสุชาติกล่าว

‘นิพนธ์’เผย‘บิ๊กป้อม’ซุ่มเคลียร์เสียง
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 1 ใน 11 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องเสียงสนับสนุนเป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องหารือกัน เพราะรัฐบาลผสมต้องขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนในสภา ดังนั้น การหาเสียงสนับสนุนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคแกนนำหลัก รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องช่วยกันดูแลเสียงสนับสนุนของแต่ละพรรคด้วย ส่วนการถอนตัวจากรัฐบาลของพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าผู้ใหญ่ของแต่ละพรรคกำลังหาทางพูดคุยกันอยู่ เท่าที่ทราบพล.อ.ประวิตรกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์เรื่องเสียงสนับสนุน นายนิพนธ์กล่าวว่า เมื่อเข้ามาร่วมรัฐบาลต้องร่วมกันสนับสนุนรัฐบาล ส่วนการลงมติต้องฟังการชี้แจงหรือพยานหลักฐานทั้งหมด และจากการทำงานด้วยกันมา 4 ปี เชื่อว่ารัฐบาลสามารถอธิบายทำความเข้าใจทุกประเด็นได้แน่นอน หากไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินเชื่อว่าแต่ละพรรคจะดูแลคะแนนไว้วางใจกันได้ ส่วนตนมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากการลงมติ แต่ต้องรอฟังอีกครั้ง จะไปบอกว่าส.ส.จะลงมติให้โดยที่ยังไม่อภิปรายคงไม่ใช่

‘จ้อน’เตือนรัฐบาลอย่าประมาท
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้รัฐบาลจะประมาทไม่ได้ เนื่องจากปัญหาเสียงสนับสนุนรัฐบาลลดลงจากกรณีพรรคเศรษฐกิจไทย และเสียงสนับสนุนจากกลุ่มพรรคเล็กที่เป็นตัวแปรสำคัญยังไม่นิ่ง เป็นสถานการณ์ที่เปราะบางมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่กระแสทางการเมืองในปัจจุบัน เอื้อต่อฝ่ายค้าน 2 เรื่อง คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่และสงครามรัสเซีย-ยูเครน และ 2.กระแสพรรคฝ่ายค้านดีขึ้นจากชัยชนะต่อเนื่องในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 4 ลำปาง ดังนั้น รัฐบาลต้องผนึกเสียง 6 พรรคร่วมรัฐบาลให้เป็นเอกภาพมากที่สุดและแสวงหาเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มพรรคเล็กและส.ส.พรรคอื่นที่ต้องการสนับสนุนรัฐบาลหรือมีเจตนาจะย้ายสังกัดมาอยู่พรรคร่วมรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะสามารถฝ่าด่านการอภิปรายครั้งนี้ไปได้

แนะ‘บิ๊กตู่-10 รมต.’สวมบทผีดิบ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นโอกาสการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงจะทุ่มเททุกสรรพ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสร้างบาดแผลให้กับผู้นำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลให้มากที่สุดและลึกที่สุด โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจปากท้องและปมทุจริต เพื่อให้มีผลไปถึงการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า เมื่อสิ้นวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ หรือการเลือกตั้งในปีนี้หากมีการยุบสภาภายหลังการประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.

“ด้วยเหตุนี้นายกฯ และ 10 รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกพึงใช้วิกฤตเป็นโอกาสโดยชี้แจงข้อกล่าวหาให้ชัดเจนกระชับตรงประเด็น พร้อมนำเสนอผลงานของรัฐบาลและรัฐมนตรีแต่ละคนประกอบการชี้แจง ประการสำคัญต้องทำตัวเหมือนผีดิบคือต้องไร้ความรู้สึก ไร้อารมณ์ และหลีกเลี่ยงการตอบโต้เพราะจะทำให้ เสียสมาธิและสูญเสียเวลาโดยไม่จำเป็นในการชี้แจงทำความเข้าใจต่อสภาผู้แทนราษฎร” นายอลงกรณ์ระบุ

เชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอม
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายทั้ง 11 คน โดยเฉพาะรัฐมนตรี 3 คนจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมและข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อตอบข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านได้เขียนเอาไว้ในญัตติ มากพอสมควรแล้ว จากเท่าที่ตนอ่านญัตติแล้ว เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบคำถามได้

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถึงแม้จะมีความเคลื่อนไหวของบรรดาส.ส.พรรคเล็กๆ ที่มีการเจรจาต่อรองกัน รวมทั้งการที่พรรคเศรษฐกิจไทยมีท่าทีไม่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ซึ่งอาจจะสร้างความกังวลใจบ้าง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ เพราะการทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาลเป็นคำตอบให้ส.ส. และประชาชนเห็นแล้วว่า สมควรที่จะให้บริหารประเทศต่อไปจนครบวาระของสภาในช่วงเดือนมี.ค.2566” นายชัยชนะกล่าว

โฆษกปชป.ซัดกลับ‘สุทิน’
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พยายามบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดให้ดี อย่าไปแบกหามนายกฯ ว่า ต้องย้ำว่าพรรคไม่มีแนวคิดที่จะแทงข้างหลังหรือหักหลังใคร หน้าที่ที่ได้รับรัฐมนตรีทุกคนพร้อมทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล การร่วมกันทำงานตามภาระหน้าที่คงไม่ใช่การไปแบกไปหามใคร ส่วนที่นายสุทินเปรียบเทียบว่า เปรียบทองคำอยู่ใกล้ตะกั่วจะหมอง ก็อย่าได้กังวลแทนพรรค ทองก็คือทอง และคงไม่ไปมองใครว่าเป็นตะกั่ว พรรคการเมืองบางพรรคที่โกงบ้านโกงเมือง เผาบ้านเผาเมือง ยังไม่มีใครไปเทียบกับสิ่งไหนเลย แต่ประชาชนรู้สึกได้ว่าพรรคดังกล่าวเป็นเช่นไร

ส่วนที่นายสุทินเปรียบเทียบว่าใกล้เลือกตั้งหมาป่วยเห็บเหาโดดหนี ก็ไม่มีพรรคไหนหรือใครเป็นเห็บเหา และไม่มีใครเป็นหมาที่ป่วยดังคำเปรียบเปรย แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในสังคมการเมืองเห็บหรือเหาที่พยายามสูบเลือดประเทศพอกินอิ่มแล้วกระโดดหนีก็มีให้เห็นมากมาย ดังนั้น เปรียบเทียบอย่างไรก็ได้แต่อย่าให้เข้าตัวเลย ทุกฝ่ายควรตระหนักในการทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์จะดีที่สุด

พท.เปิดตัว 26 ขุนพลสอยนั่งร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย ได้วาง 26 ขุนพลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ และรัฐมนตรีรวม 11 คน ภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” นำโดย 1.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค 2.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราช สีมา เลขาธิการพรรค 3.นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค 4.นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี 5.นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ 6.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการพรรค 7.นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น 8.น.ส. จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กรรมการบริหารพรรค 9.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. 10.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรค

11.นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู 12.น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค 13.นายพัฒนา สัพโส ส.ส. สกลนคร 14.นางมนพร เจริญศรี ส.ส. นครพนม รองเลขาธิการพรรค 15.นาย ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค 16.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย 17.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. พะเยา 18.นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. 19.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย

20.นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี 21.นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ 22.นางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร 23.น.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร 24.น.ส.สรัสนันท์ อรรนพพร ส.ส.ขอนแก่น 25.นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม และ 26.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย กรรมการบริหารพรรค

ปล่อยโปสเตอร์โหมโรง
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกรณีพรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความและโปสเตอร์ภาพเพื่อเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า โปสเตอร์เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อยากให้ทุกคนสนใจ และติดตามชมเนื้อหาการอภิปราย เราตั้งใจในการอภิปรายครั้งสุดท้ายและคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ขณะนี้เหมือนประชาชนถูกปิดปากเอาไว้ ดังนั้นเป็นพวกเราที่เขาฝากความหวังไว้ว่าจะเป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงที่จะทำให้รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวอย่างไรบ้าง และอยากให้รัฐบาลรับรู้ถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนด้วย ขณะนี้ประเทศถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด การพนัน และการที่ใครเป็นพวกใคร คนนั้นก็ได้รับการดูแล ซึ่งไม่ถูกต้อง

“ธีมของโปสเตอร์ที่เห็นคือความตั้งใจ จริงจัง ภาพที่ออกมาจึงได้เห็นถึงการที่เราทำงานร่วมกัน สืบแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อมาทำงานต่อในสภาได้ อยากให้ทุกคนติดตามชมการอภิปรายครั้งนี้ จะได้เห็นถึงความตั้งใจของพวกเรา แม้จะมีงูเห่าหรือมีการต่อรองเรื่องของการยกมือโหวต แต่เรายังมุ่งมั่นทำต่อ ไม่อยากให้สูญเปล่า” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

รับล้มรัฐบาลกลางสภายาก
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงทีเด็ดการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เนื้อหาการอภิปรายรอบนี้จะมีทั้งเนื้อหาที่เป็นการต่อยอดจากการอภิปรายครั้งก่อนๆ รวมถึงเรื่องใหม่ที่จะอภิปรายครั้งแรก ส่วนกรณีพรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เราคงคาดหมายเสียงของเขาได้ เขาคงไม่ยกมือให้ฝ่ายรัฐบาล แต่พรรคเล็กอื่นๆ เราไม่คาดหวัง ที่สุดแล้วฝ่ายค้านคงได้มือเยอะขึ้น แต่คงไม่เพียงพอจะคว่ำรัฐบาลหากไม่ได้เสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม

สิ่งที่หวังคือเนื้อหาในการอภิปรายจะทำให้ประชาชนรับไม่ได้ และเกิด 3 อาการคือ 1.ตายคาที่ล้มในสภา เพราะตอนนี้ใกล้เลือกตั้งอาจมีพรรคอื่นยกมือล้มรัฐบาล 2.ตายที่โรงพยาบาล คือหลังการอภิปรายแม้ยกมือผ่านแต่ความเสื่อมจะตามมา อาจทำให้พรรคอื่นถอนตัวได้ เพราะใกล้การเลือกตั้งใหญ่คงไม่มีใครอยากร่วมตายด้วย และ 3.ตายที่บ้าน คือไม่ตายจากสองอาการแรก แต่ถึงเวลาเลือกตั้งเขาคงตายเพราะประชาชนไม่เลือกกลับเข้าสภา

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสประสานเข้ามาเพื่อร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือยัง นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ประสานเข้ามา ถ้าประสานมาเราพร้อม แต่ต้องประชุมร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง เพราะแต่ละพรรคเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว การขยับเวลาคงพอเป็นไปได้ แต่ต้องรีบประสานเข้ามาก่อนถึงวันอภิปราย

ก.ก.กังวลสัมพันธ์‘ธรรมนัส-ป้อม’
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ.ธรรมนัสขอแบ่งเวลาในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการหารือกันเมื่อไร แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องคุยกันว่า ร.อ.ธรรมนัสต้องการเวลาอภิปรายเท่าไร เพราะก่อนหน้านี้วิปฝ่ายค้านแบ่งเวลาเรียบร้อยแล้ว จึงต้องกลับมาคุยกันใหม่ว่าใครจะโดนเฉือนเวลาไป ซึ่งจะกระทบต่อ ส.ส.บางคนในแต่ละพรรคที่อาจไม่ได้อภิปราย และต้องคุยกันว่า ร.อ.ธรรมนัสเข้ามาเป็นฝ่ายค้านนั้นจริงจังและมีความจริงใจต่อการทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ ตนกังวลใจ เนื่องจาก 1 ในผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีความสนิทสนมจนต้องไปบอกลากันนั้น จึงรู้สึกไม่สบายใจในความสัมพันธ์ตรงนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรค นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีดเราคมมาก วันหยุดช่วงนี้หากสัมภาษณ์ แล้วได้ยินเสียงคีย์บอร์ดคือเรากำลังลับมีดอยู่ ทางพรรคก้าวไกลใช้เวลาช่วงนี้ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อะไรขอให้เตรียมตัวให้ดี

ลั่นต้องจัดการ‘3 ป.’-เว้นไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่กลุ่ม 16 จะโหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตน ไม่สามารถเลือกได้เลยว่าระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ใครดีกว่ากัน หากเปรียบเทียบแล้วทั้ง 3 คนนี้คือโจรปล้นประเทศ เมื่อก่อน 3 คนนี้ก็ร่วมหัวจมท้ายกัน วันนี้อาจมีความขัดแย้งและมีความสัมพันธ์ที่แตกร้าว หากเรามีความจริงใจต่อประชาชนและเป็นผู้แทนที่กำลังจะปกป้อง ไม่ให้ประเทศนี้ถูกปล้น สิ่งที่ควรทำคือจับโจรทั้งหมดแล้วขึ้นศาลเพื่อให้ประชาชนพิพากษา ไม่ใช่พูดว่าจะไว้ชีวิตโจรคนหนึ่ง เพื่อไปจับโจรอีกคน สุดท้ายก็คือการไว้ชีวิตโจร

ในสายตาของตน ทั้ง 3 ป. มีความเลวร้ายเหมือนกันทั้งหมด แต่แน่นอน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า ต้องรับโทษทัณฑ์ที่หนักกว่าคนอื่น และ พล.อ.ประวิตร ในฐานะเป็นกำลังหลักสำคัญสนับสนุนให้เกิดระบอบนี้จำเป็นต้องเช็กบิลเหมือนกัน เช่นเดียวกับ พล.อ. อนุพงษ์ที่เป็นคีย์ที่สำคัญ ที่จะไว้ชีวิตไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดการทั้งหมด

“แน่นอนเราไม่สามารถบังคับกลุ่ม 16 ได้ แต่สิ่งที่กลุ่ม 16 หรือใครที่พูดว่าจะไว้ชีวิตคนนั้นคนนี้ ตอนนี้อาจทำได้ แต่เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งประชาชนจะเป็นคนพิพากษาพวกคุณเอง ดังนั้นขอให้คิดเรื่องนี้ให้ดีเพราะเป็น ปีสุดท้ายที่พวกคุณจะได้อยู่สภาแล้ว” นาย รังสิมันต์กล่าว

ศท.รอขั้นตอนร่วมงานทางการ
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงจากนี้ไปหลังถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคจะทบทวนบทบาทว่ามีความผิดพลาดอะไร และแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าว่าจะไปในทิศทางใด แต่ขั้นตอนที่พรรคจะเข้าไปเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน 100 เปอร์เซ็นต์ คงต้องมีกระบวนการอยู่ ที่เห็นจากข่าวแกนนำของพรรคร่วมฝ่ายค้านเริ่มเปิดออกมาว่า จะเชิญพรรคเศรษฐกิจไทยเข้าร่วม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องเป็นทางการ แต่ มีการส่งสัญญาณหากันอยู่ ต้องรอดูว่าทางพรรคฝ่ายค้านจะมีการเชิญเป็นทางการอย่างไร

“สถานะของพรรคเศรษฐกิจไทยคือ อยู่ฝ่ายประชาชน แต่คำว่าฝ่ายประชาชนค่อนข้างที่จะไม่มีความชัดเจนในบทบาทสภา แต่วันนี้ที่ถอนตัวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาล เรามีอิสระ เมื่อเราไม่มีความผูกพันไม่มีหน้าที่ที่จะต้องไปอุ้ม แปลว่าการตรวจสอบอะไรต่างๆ ของรัฐบาลสามารถตรวจสอบได้เต็มที่” นายบุญสิงห์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเศรษฐกิจไทยจะเข้าอยู่ฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการหรือยัง และยังติดอยู่ที่เราไม่ได้ร่วมยื่นญัตติอภิปราย หากผู้ที่ยื่นญัตติ ให้สิทธิ์ คิดว่าทำได้

ต่อข้อถามว่า หากมีโอกาสได้ร่วม จะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด ในประเด็นใด นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยังไม่ได้เล็ง เพราะก่อนหน้านี้เราไม่ได้ร่วมยื่นญัตติ และไม่ได้เป็น พรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส จะกราบลา พล.อ.ประวิตร ในวันที่ 17 ก.ค. สมาชิกทั้งหมดจะไปด้วยหรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสส่งสัญญาณมาว่าเราควรจะไปทั้งหมด ก็พร้อมที่จะไปอำลา พล.อ.ประวิตร

‘พีระวิทย์’โวล้มรมต.ได้แน่นอน
ด้านนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า กลุ่ม 16 ยังยึดมติเดิมของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและยังไม่มีแตกแถว แต่จะให้การสนับสนุนพล.อ. ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส่วนรัฐมนตรีอีก 5 คนได้ข้อมูลมา พอสมควร โดยจะดูการชี้แจงและการซักฟอก ของฝ่ายค้านก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ระบุว่าพล.อ.อนุพงษ์อาจถูกคว่ำเกิดจากสาเหตุอะไร นายพีระวิทย์กล่าวว่า ส่วนตัวมีความสนิทสนมกับฝ่ายค้าน มีโจทย์และหัวข้อมา ตนพร้อมศึกษาข้อมูล อีกทั้งข้อมูลจากร.อ.ธรรมนัสมีค่อนข้างเยอะและชัดเจน ยืนยันว่าไม่ใช่เกมต่อรอง เพราะหากต่อรองทำไปนานแล้ว

ส่วนการพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัสที่ระบุจะโหวตสวนทุกรัฐมนตรี ยกเว้นพล.อ.ประวิตรคนเดียวนั้น นายพีระวิทย์กล่าวว่า กลุ่ม 16 และส.ส.พรรคเล็กไม่ได้ตามร.อ.ธรรมนัสทุกเรื่อง ในกลุ่ม 16 ยังมีพรรคอื่นๆ อีก 10 พรรค จะบังคับคนอื่นไม่ได้ แต่การถอนตัวของพรรคเศรษฐกิจไทยส่งผลสะเทือนต่อเสียงของรัฐบาล เพราะพรรคฝ่ายค้านได้เสียงไม่ไว้วางใจไปอีก 16 เสียง จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะประสานกับนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้ากลุ่ม 16 ที่จะให้กลุ่ม 16 และส.ส.ที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลช่วยสนับสนุนเสียงไม่ไว้วางใจ

เป้า‘ป๊อก-สันติ-ชัยวุฒิ-จุติ-นิพนธ์’
“ขอให้ความมั่นใจว่าจะล้มพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ แต่ล้มรัฐมนตรีรายบุคคลจะเกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แน่นอนเพราะมีเสียงจากฝ่ายร.อ.ธรรมนัส และจากกลุ่ม 16 หากรัฐมนตรีไม่สามารถตอบคำถามได้ หากรวมคะแนนเสียงพรรคเศรษฐกิจไทยและกลุ่ม 16 ผลคะแนนก็ร่อแร่ ทิศทางของกลุ่ม 16 ต้องรอดูในวันที่ 17 ก.ค. หลังการหารือร่วมกับพล.อ.ประวิตร จะมีการหารือทิศทางที่แน่ชัดของกลุ่ม 16 โดยเตรียมสถานที่ไว้ที่ร้านเพลิน ถ.วิภาวดีรังสิต” นายพีระวิทย์กล่าว

รายงานข่าวจากกลุ่ม 16 เผยถึงทิศทางการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลังกลุ่มมีทิศทางโหวตไว้วางใจเบื้องต้น 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และนายสุชาติ ส่วนพล.อ.อนุพงษ์อาจจะโหวตคว่ำนั้น ล่าสุดมีข่าวว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ซึ่งอาจมีคะแนนเสียงโหวตไม่ไว้วางใจปริ่มน้ำ หรือมีแนวโน้มที่จะถูกโหวตคว่ำ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และซึ่งต้องรอลุ้นเสียงของงูเห่า ที่มีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงยังต้องรอท่าทีของพล.อ.ประวิตร ที่ทางกลุ่ม 16 จะเข้าพบในวันที่ 17 ก.ค.นี้ด้วย

‘หมอระวี’ยันไม่ใช่ร่างทรงนายกฯ
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า การที่พรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเชื่อว่ามีผลต่อเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีเสียงหายไป 16 เสียง แต่กรณีดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาหรือ ผลกระทบต่อการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

เสียงของกลุ่มพรรคเล็ก กลุ่ม 16 คาดว่ามีแนวโน้มจะโหวตผ่านให้ แต่สถานการณ์การเมืองในสภาตอนนี้ต้องรอดูผลหลังวันที่ 17 ก.ค. ที่กลุ่มพรรคเล็กจะเข้าพบพล.อ. ประวิตรก่อน แต่จะแจ้งกับพล.อ.ประวิตร ว่า พรรคเล็กขอฟังการอภิปรายและชี้แจงก่อนพิจารณาโหวตตามธรรมเนียมและหลักปฏิบัติของส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าจะมีพรรคเล็กถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น เท่าที่ประเมินอาจมี 1-2 พรรคเท่านั้น เพราะที่เหลือยังไม่เห็นเหตุผลที่จะถอนตัว

“ผมไม่ได้เป็นร่างทรงนายกฯ และไม่ใช่คนของนายกฯ ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต แต่จะขอฟังการชี้แจงก่อนพิจารณาโหวต หากจะประกาศไปว่าจะโหวตไว้วางใจจะถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน ถ้าเป็น ส.ส.ของประชาชนจริงต้องฟังก่อนว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลไหม แต่เชื่อว่าเป็นไปได้ที่กลุ่มพรรคเล็กจะไม่โหวตให้รัฐมนตรีบางคน” นพ.ระวีกล่าว

‘สุวัจน์’นำชพน.โคราชกราบย่าโม
ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราช สีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นำทีมว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา ไปกราบสักการะขอพรย่าโม ประกอบด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค ว่าที่ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส. นครราชสีมา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นาย ไกรฤกษ์ เสียนขุนทด อดีตสมาชิกอบจ.นครราชสีมา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต อ.ด่านขุนทด และนายสมบัติ กาญจนวัฒนา อดีตประธานสภาอบจ.นครราชสีมา ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต อ.สูงเนิน

นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหลังร.อ.ธรรมนัส ถอนตัวจากรัฐบาลว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงในสภา ประกอบกับข้อเท็จจริงที่มีการอภิปรายเนื้อหาสาระหรือว่าประเด็นต่างๆ ชี้แจงได้ดีหรือไม่ ถ้าการชี้แจงยังคลุมเครือหรือไม่ชัดเจน หรือมีข้อมูลอะไรต่างๆ ที่ยังเป็นที่กังวลใจ วันนี้คงยังตอบ ไม่ได้ คงต้องดูการอภิปราย แต่ถ้ารัฐบาล ยังควบคุมเสียงส่วนใหญ่ไว้ได้ก็ทำให้เกิดเสถียรภาพได้พอสมควรในขณะนี้

ส่วนที่พรรคของร.อ.ธรรมนัส ถอนตัว รัฐบาลก็ต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะทำความเข้าใจกับทุกพรรครัฐบาลจะดูแลเสียงต่างๆ ให้เรียบร้อย ส่วนจุดยืนขอพรรคชาติพัฒนา ต้องฟังการอภิปรายก่อน มีอะไรที่เสียหายมากน้อยเพียงใด ดูกระแสสังคม และพรรครัฐบาลจะพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้พรรคชาติพัฒนายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ไม่หวั่นภท.ประกาศกวาดยกจว.
เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ประกาศกวาดที่นั่ง ส.ส. นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต นายสุวัจน์ ยิ้ม และหัวเราะส่ายหน้าโบกมือก่อนตอบว่า “โนคอมเมนต์ เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ส่วนพรรคชาติพัฒนาคิดว่าเที่ยวนี้เราเอาจริงๆ เพราะวันนี้บ้านเมืองมีปัญหามากๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ กับวิกฤตเศรษฐกิจที่มากับ เรื่องโควิด-19 และสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน

“ในฐานะที่เป็นพรรคเก่าแก่ 30 ปีแล้ว ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ การเลือกตั้งครั้งใหญ่อยากเข้ามามีส่วนแก้ไขปัญหา ฉะนั้นเลือกตั้งครั้งนี้จะทำงานเต็มที่ และทำสุดความสามารถ ยุคที่เคยรุ่งเรืองสุดขีด พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ 16 เสียง พรรคชาติพัฒนาเคยได้ถึง 15 เสียง เที่ยวนี้ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่จะทำเต็มที่ ทำสุดหัวใจ ทำให้ดีที่สุด” นายสุวัจน์กล่าว

สอท.วางตัวผู้ประสานงานกทม.
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเตรียมพร้อมเลือกตั้งว่า ล่าสุดได้วางตัวบุคคลผู้ประสานงานในพื้นที่กรุงเทพฯแล้ว โดยเมื่อวันที่ 13-14 ก.ค.ได้จัดสัมมนา ผู้ประสานงานพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ที่แสดงเจตจำนงลงสมัครส.ส.เป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งได้คัดเลือกบุคลากรเพื่อดูแลพื้นที่ 26 คน ทุกคนจะลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็น และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง คุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ และความไม่ยุติธรรมในสังคมเพื่อผลักดันเป็นนโยบายพรรค

“พรรคพร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ในการออกแบบกฎหมาย ยกร่างพ.ร.บ.เพื่อสนับสนุนงานของท้องถิ่น รวมถึงการประสานงานหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่างๆ ระดับชาติ มีเป้าหมายเพื่อร่วมสร้างอนาคตให้คนกรุงเทพฯ พร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากหลากหลายมิติ” นายสุรนันทน์กล่าว

พรรคอยากเห็นกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล จนถึงจังหวัดภาคตะวันออกภายใต้โครงการอีอีซีเติบโตเป็นมหานครของโลก ซึ่งจะเป็นหัวรถจักรทางเศรษฐกิจที่มีความสมดุลทั้งพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย และการรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ จะเป็นกลไกอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเจริญเติบโตของจังหวัดอื่นๆ ทุกจังหวัด ตามนโยบายพรรคที่จะทำให้ทุกจังหวัดมีโอกาสสร้างความเจริญเติบโตภายใต้เงื่อนของแต่ละจังหวัด (77 Growth Engine)

สำหรับรายชื่อผู้ประสานงานพื้นที่ 26 คนนั้น มีอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย 2 คน คือ นางลลิตา ฤกษ์สำราญ ผู้ประสานงานเขตบางซื่อ ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร เขตพญาไท และนายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัครส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ ผู้ประสานงานเขตบางรัก

ชำแหละค่าไฟ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวเลขกำไร 3 การไฟฟ้า (กฟผ.-กฟน.-กฟภ.) กำไรสะสมรวมกันกว่า 6.6 แสนล้านบาท เรียกร้องรัฐบาลลดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน ที่พรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 15 ก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน