สยองคาบ้านพระสมุทรเจดีย์ สปสช.จับมือ2แอพฯเอกชน ‘บัตรทอง’หาหมอออนไลน์ นำร่อง6จว.-กทม.-ปริมณฑล

สลดตรวจเจอขึ้น 2 ขีด ถึงฆ่าตัว หนุ่มช่างแอร์พระสมุทรเจดีย์เครียดติดเชื้อโควิดซดเบียร์ย้อมใจก่อนระเบิดขมับฆ่าตัวตายคาบ้าน เผยลูกเมียก็ติดด้วย ศูนย์ข้อมูลโควิดรายงานยอดผู้ป่วยใหม่ 2,025 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 20 ศพ ‘บิ๊กตู่’ แนะ สธ. ปรับรูปแบบการรักษาให้เร็วขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยหนัก เร่งฉีดวัคซีนให้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่ม 608 สปสช.เปิดช่องทางให้ ผู้ถือบัตรทองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลงทะเบียนผ่าน 2 แอพฯ ให้ปรึกษาอาการกับแพทย์ผ่านออนไลน์และจัดส่งยาถึงบ้านตามความจำเป็นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน ว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK อยู่ที่ 2,025 ราย สะสม 4,557,001 ราย หายป่วย 2,181 ราย สะสม 4,502,156 ราย เสียชีวิต 20 ราย สะสม 30,978 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 23,867 ราย อยู่ ร.พ.สนาม และอื่นๆ 13,356 ราย และอยู่ใน ร.พ. 10,511 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 785 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 352 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงเพิ่มเป็น 13.2% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 10 ราย และติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 2 ราย

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 15 ก.ค. 23,699 โดส สะสม 140,674,938 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,057,622 โดส คิดเป็น 82% เข็มสอง 53,329,863 โดส คิดเป็น 76.7% และเข็มสามขึ้นไป 30,287,453 โดส คิดเป็น 43.5% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 6,073,790 โดส คิดเป็น 47.8% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ขวบ เข็มแรกฉีดได้ 3,204,915 โดส คิดเป็น 62.2% และเข็มสอง 2,158,957 โดส คิดเป็น 41.9%

ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวน ผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,507 ราย 2.สมุทรปราการ 124 ราย 3.ชลบุรี 95 ราย 4.ขอนแก่น 38 ราย 5.ภูเก็ต 27 ราย 6.สงขลา 21 ราย 7.เชียงใหม่ 19 ราย 8.นครราชสีมา 19 ราย 9.นนทบุรี 16 ราย และ 10.ปทุมธานี 13 ราย ภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 42 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดเพิ่มเป็น 35 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ นครนายก นครพนม นครศรีธรรมราช นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา พัทลุง เพชรบูรณ์ แพร่ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยะลา ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สิงห์บุรี สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี

วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แนะให้กระทรวงสาธารณสุข ปรับรูปแบบการรักษาให้เร็วขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยหนักให้น้อยลง รวมถึงเร่งฉีดวัคซีนให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 608 หากถึงกำหนดฉีดเข็มกระตุ้นต้องไปฉีด เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นและป้องกันเชื้อได้

นายธนกรกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่าสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศ รอบนี้ อาจจะขึ้นสูงสุดช่วงหลังวันที่ 12 สิงหาคมนี้ แต่เชื่อว่าระดับความรุนแรงยังอยู่ที่ระดับ 2 เป็นสีเขียว เนื่องจากคนไทยมีความคุ้นเคยเข้าใจวิธีการป้องกัน ดูแลตนเองหลังจากมีประสบการณ์เผชิญกับโควิด-19 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยให้ปิดจมูกและคลุมใต้คาง แนบกระชับกับใบหน้า เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ รวมทั้งการเดินทาง ในรอบหยุดยาวนี้ ประชาชนยังคงมาตรการป้องกันส่วนบุคคลค่อนข้างดี และมาตรการต่างๆ ของการคมนาคมขนส่งสาธารณะยังคงความเข้มข้น

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 วันที่ 16 ก.ค. ผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน ร.พ.) จำนวน 2,025 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 2,023 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 2 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,333,566 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565) หายป่วยกลับบ้าน 2,181 ราย หายป่วยสะสม 2,333,662 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 23,867 ราย เสียชีวิต 20 ราย จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 785 ราย

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ในขณะนี้ พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียว คือมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ อุณหภูมิ 37.5 องศาขึ้นไป จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูกมีเสมหะ ซึ่งอาการเหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขออกแนวทางปฏิบัติให้รับการรักษาแบบ ผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้าน โดยผู้ที่ตรวจ ATK แล้วขึ้น 2 ขีด ไปรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกที่หน่วยบริการตามสิทธิรักษาของตน รับยาแล้วกลับมากักตัวที่บ้าน 7+3 วันต่อ กรณีเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่ม 608 การรักษาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 สิทธิบัตรทอง (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ที่อยู่ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 5 จังหวัด นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร นอกจากการรักษาตามแนวทางดังกล่าวแล้ว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มการให้บริการการรักษาด้วยระบบการแพทย์ทางไกล เป็นความร่วมมือกับ 2 บริษัท ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพดิจิทัล ผ่านแอพฯ “Good Doctor Technology” และแอพฯ “MorDee (หมอดี)”

เมื่อผู้ป่วยโควิด-19 (เฉพาะสิทธิบัตรทอง) ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเพียงอันใด อันหนึ่ง จะได้พบแพทย์ออนไลน์ประเมินอาการ และจัดส่งยาถึงบ้านตามความจำเป็น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย บางรายอาจได้รับยาฟาวิ พิราเวียร์ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso

น.ส.รัชดากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้โรคโควิด-19 จะถูกปรับเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว แต่การดูแลผู้ป่วยยังคงเป็นไปตามสิทธิการรักษาเหมือนเดิม และภายใต้สถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้วางระบบการให้บริการสาธารณสุขเพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที ป้องกันอาการที่อาจรุนแรงขึ้น การเพิ่มระบบการให้บริการแพทย์ทางไกลนี้ เป็นอีกช่องทางที่มีประสิทธิภาพ ลดการแพร่ระบาดของโรค ทั้งยังเป็นการช่วย แบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 01.30 น. พ.ต.ท. วิชาญ บุญลือ สว.สอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ รับแจ้งเกิดเหตุผู้ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก บริเวณหมู่บ้านทรัพย์เจริญ ภายในซอยประชาสามัคคี (ซอยกระทิงแดง) หมู่ที่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

เครียดโควิด – เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายอดิศร สายดี อายุ 21 ปี ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตคาบ้านพัก ในซอยประชาสามัคคี (ซอยกระทิงแดง) หมู่ที่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังตรวจเอทีเคพบติดโควิด เมื่อวันที่ 16 ก.ค.

ที่เกิดเป็นทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านบนโต๊ะหินอ่อนพบขวดเบียร์และจานอาหารวางเรียงรายอยู่ ภายในบ้านใกล้ประตูทางออกพบศพนายอดิศร สายดี อายุ 21 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 62 หมู่ที่ 1 ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี นอนหงายจมกองเลือดในลักษณะนุ่งผ้าขนหนู สีน้ำตาลเพียงผืนเดียวห่างกันเล็กน้อยพบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 1 กระบอก ใกล้กันพบกล่องพลาสติกสีดำที่ไว้สำหรับใส่อาวุธปืนวางอยู่ในลักษณะเปิดอ้างออก มีกระสุนปืน วางอยู่จำนวน 4 นัด ตรวจสอบสภาพศพ พบบาดแผลบริเวณศีรษะถูกยิงเข้าขมับขวาทะลุขมับซ้ายเจ้าหน้าที่จึงกั้นบริเวณพร้อมไม่อนุญาตให้เข้าไปในที่เกิดเหตุและประสานทาง เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันเชื้อ เนื่องจากทราบว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด-19

น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวตนพร้อมด้วยลูกชายวัยขวบเศษและผู้เสียชีวิตอยู่ด้วยกัน 3 คน ผู้เสียชีวิตมีอาชีพเป็นช่างแอร์รับเหมาทั่วไป โดยก่อนเหตุวันนี้ผู้เสียชีวิตไม่มีงานจึงพักผ่อนอยู่กับบ้าน ส่วนตนและลูกน้อยต้องกักตัวอยู่ในห้องนอนเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 มาแล้ว 3 วัน กระทั่งเมื่อช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว จึงได้ออกไปซื้อชุดตรวจเอทีเคมาตรวจและพบว่าติดเชื้อ โควิด-19 ตนได้ปลอบใจและนัดกันไว้ว่างพรุ่งนี้จะเดินทางไปรับยาที่โรงพยาบาลมารับประทานและกักตัวอยู่ในบ้านด้วยกัน

กระทั่งช่วงค่ำผู้เสียชีวิตนำเบียร์มานั่งดื่มอยู่หน้าบ้านและเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเพื่อเตรียมอาบน้ำ ส่วนตนพักผ่อนอยู่ในห้องหลังเห็นว่าดึกมากแล้วจึงเดินออกไปเรียกให้ผู้เสียชีวิตเข้ามาอาบน้ำนอนพักผ่อน ในระหว่างที่ตนเดินไปปิดประตูหน้าบ้านและเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปในบ้านแล้วได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด จึงรีบวิ่งเข้าไปดูในบ้านด้วยความตกใจ พบว่าผู้เสียชีวิตกำลังหงายท้องนอนจมกองเลือดแล้ว โดยข้างตัวมีปืนตกอยู่ด้วย หลังที่ตั้งสติได้จึงรีบวิ่งไปหน้าบ้านตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้รีบโทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพให้รีบมาช่วยเหลือแต่ไม่ทันการณ์ ในส่วนปัญหาอื่นๆ ผู้เสียชีวิตไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลยทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน ปกติทางครอบครัวไม่มีหนี้อะไรและไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือเถ้าแก่เลย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิชุดเก็บกู้ผู้ติดเชื้อมาดำเนินการเก็บร่าง ผู้เสียชีวิตนำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์อีกครั้ง ก่อนประสานญาติให้ไปติดต่อขอรับศพเพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน