เจรจาผู้เลี้ยงแก้ต้นทุน สั่งเบรก‘มาม่า’ขอขึ้น

‘ค้าภายใน’ เบรกลั่น ห้ามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นราคา ยัน ‘มาม่า’ยังไม่ได้ยื่นขอมา หลังสมาคมค้าส่งเผยรับแจ้ง 1 ส.ค.จะขึ้นเป็นซองละ 7 บาท นายกสมาคมยังชี้น้ำมันปาล์มน่าจะลดลงไปเหลือขวดละไม่ถึง 40 บาท ด้านโฆษกรัฐบาลยัน พาณิชย์เจรจาผู้ผลิตแล้ว สัปดาห์นี้ ไก่-หมู ราคาจะลดลง

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานเร่งรัดการลดราคาน้ำมันปาล์มขวดเพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนผลิต ซึ่งในสัปดาห์ที่แล้วราคาขายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ได้ปรับลดลงมา 5-6 บาท และในภายในสัปดาห์นี้ ทางกรมการค้าภายในได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการว่า ราคาจะลดลงอีก 3-4 บาท อย่างแน่นอน ทั้งนี้ภายใต้มาตรการเข้าดูแลค่าครองชีพประชาชน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ภายใต้สถานการณ์เงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ต้นทุน ปรับสูงขึ้น แต่สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันยังสามารถตรึงราคาไว้ได้ หรือแม้มีการปรับขึ้นก็อยู่ในวงจำกัด

น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า สำหรับไก่สด คาดว่าเร็วๆ นี้ราคาจะปรับลดลง หลังจากที่ได้ หารือกับโรงชำแหละรายใหญ่ ซึ่งพร้อมให้ความ ร่วมมือ ขณะที่ราคาเนื้อหมูก็จะปรับลดลง เช่นเดียวกัน โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ยืนยันให้ความร่วมมือกับกระทรวงที่จะรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม แม้ต้นทุนการเลี้ยงยังคงสูง โดยกระทรวงพาณิชย์มีการใช้นโยบายวิน-วินโมเดล คือต้องดูปริมาณสินค้าให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนอาจเป็นปัญหาต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าต่อไปได้ และผู้บริโภค จะไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป

วันเดียวกัน นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ จากตัวแทนส่งสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรามาม่า ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ บริษัทจะปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีก มาม่าซองละ 1 บาท คือ ปรับจาก 6 บาท/ซอง เป็น 7 บาท/ซอง แต่ยังไม่ได้รับหนังสือ ขอแจ้งปรับราคาอย่างเป็นทางการจากบริษัท การปรับราคานี้เป็นคนละส่วนกับช่วงก่อนหน้านี้ที่ทางบริษัทมีปรับสูตร เพื่อตั้งราคาจำหน่ายปลีกใหม่ที่ 8 บาท/ซอง ถือเป็นทางออกของผู้ผลิตที่ถูกบีบจากกระทรวงพาณิชย์ ไม่ให้ปรับขึ้นราคา

นายสมชายกล่าวด้วยว่า สำหรับน้ำมันปาล์มขวดนั้นขณะนี้มีการปรับลดราคาลง ต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ขวดละ 60 บาท ปลายๆ ตามราคาผลปาล์มสดที่ลดลง หากมองถึง แนวโน้มราคาผลปาล์มสดและกลไกลตลาดในขณะนี้ ราคาควรจะต้องปรับลดลงมาอีก มาอยู่ที่ไม่เกิน 40 บาท/ขวด เนื่องจากประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตปาล์มได้เอง เมื่อราคาผลปาล์มลดลงน้ำมันปาล์มต้องลดลงตามด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาเคยอยู่ที่ขวดละไม่ถึง 40 บาท ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองนั้น คาดว่าราคาจะปรับลดลงตามน้ำมันปาล์ม

กรณีรายงานข่าวโดยอ้างข้อมูลที่ระบุว่า ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทยว่าจะขี้นราคาบะหมี่ซองมาม่านั้น นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผย ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า ที่ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกซองละ 1 บาท จากราคาซองละ 6 บาท เป็น 7 บาท โดยอ้างมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2565 เพราะต้นทุนการผลิตและต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้น เช่น ราคาแป้งสาลี ราคาน้ำมันปาล์ม และราคา น้ำมันดีเซล เป็นต้นนั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งการปรับราคาอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายด้วย และกรมการค้าภายใน ยังคงเข้มงวดต่อมาตรการเชิงนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้ดูแลผู้บริโภคและประชาชนอย่างถึงที่สุด

ที่ผ่านมามีบริษัทผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายได้มีการยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกบะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาราคา โดยการคำนวณต้นทุนอย่างเป็นธรรมต่อทั้ง ผู้ผลิตและผู้บริโภคให้เกิดความสมดุลและ ยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ผลิตรายใดปรับขึ้นราคา

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าควบคุม ที่ต้องขออนุญาตปรับราคาจำหน่ายปลีก หากมีการปรับราคาจำหน่ายปลีกโดยพลการถือเป็นการกระทำความผิดกฎหมายและ มีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กรมรับทราบและเข้าใจถึงสถานการณ์ต้นทุนสินค้าที่มีการปรับสูงขึ้นจริง ทั้งในส่วนของราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งโดยตรง การพิจารณาอนุญาตให้ปรับราคาสินค้าจะต้องพิจารณาถึงต้นทุนเป็นรายกรณีไป และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และไม่ให้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคมากนัก โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายก็ต้องสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ สินค้าต้องไม่ขาดแคลน ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะใช้ทั้งมาตรการทางกฎหมาย และมาตรการทางบริหารเพื่อดูแลให้ความเป็นธรรมและสมดุลสำหรับทุกฝ่ายต่อไป

ด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่าเป็นการปรับขึ้น/ลงรวดเร็ว ผันผวนมาก ไม่สามารถประเมินแนวโน้มในระยะข้างหน้าได้ ซึ่งถ้าไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบ ก็คาดว่าราคาน้ำมันตลาดโลกน่าจะทรงๆ อยู่ในระดับนี้ ต่อไป

ทั้งนี้ ต้องติดตามปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคาน้ำมัน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 1.5-1.75% การกลับมาระบาดของโควิดอีกครั้งในเมืองเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีน ผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงผลการเดินทางของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ในการเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียเพื่อฟื้นความสัมพันธ์กับเจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร มีผลต่อตลาดหรือไม่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“ผลจากการที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง ทำให้กองทุนมีภาระการอุดหนุนราคาดีเซลลดลงไปเกือบ 10 บาท/ลิตร จากที่เคยอุดหนุนสูงสุดเกือบ 12 บาท/ลิตร เหลือ 3.82 บาท/ลิตร คิดเป็นเงินที่กองทุนใช้อุดหนุนราคาน้ำมันลดลงเหลือ 236.63 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 7,336 ล้านบาท/เดือน และอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ลดลงเหลือ 44.71 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 1,386 ล้านบาท/เดือน รวมเป็นการแบ่งเบาภาระการอุดหนุนของกองทุนลดลงไปเป็นหมื่นๆ ล้านบาท ต่อเดือน”

นอกจากนี้กองทุนยังมีเงินฝากในธนาคารและที่กระทรวงการคลังรวมประมาณ 4,244 ล้านบาท ทำให้มั่นใจได้ว่ากองทุนยังมีสภาพคล่องสามารถดูแลเสถียรภาพราคาดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ไม่เกินลิตรละ 35 บาทต่อไปได้ตลอดเดือนก.ค.นี้ ประกอบกับเมื่อเงินสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานวงเงิน 3,000 ล้านบาท ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาในระบบจะช่วยแบ่งเบาภาระการอุดหนุนของกองทุนลงได้อีกเดือนละ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน

ปัจจุบันประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 17 ก.ค. 2565 ติดลบ 112,935 ล้านบาท ซึ่งเป็นการติดลบในอัตราที่น้อยลงจากก่อนหน้านี้ แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 74,162 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจี ติดลบ 38,773 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าการกู้เงินจากสถาบันการเงิน การนำส่งเงินจากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น และงบประมาณ สนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อมาเสริมสภาพคล่องของกองทุนนั้น ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ในขั้นตอนต่างๆ ให้ได้ข้อสรุป ซึ่งต้องติดตามความชัดเจนกับทางปลัดกระทรวงพลังงาน ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาเบนซินอยู่ที่ 45.66 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.25 บาท/ลิตร E20 อยู่ที่ 37.14 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.98 บาท/ลิตร พรีเมียม แก๊ส โซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.74 บาท/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับลง 30 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 33.34 บาท/ลิตร มีผล 19 ก.ค.2565 เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป

ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับลดลงต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 19 ก.ค. นับเป็นการลดลงต่อเนื่อง 5 ครั้ง รวมอัตราที่ลดลง 6.10 บาท/ลิตร ตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก

ขณะที่กลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม โดยดีเซล B7 อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร ดีเซล B10 อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร ดีเซลพรีเมียม B7 อยู่ที่ 46.36 บาท/ลิตร โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร

วันเดียวกัน นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา กฟผ.รับภาระค่าไฟฟ้ากับประชาชนตามแนวทางบริหารค่าไฟฟ้าตั้งแต่งวดเดือนก.ย. 2564 จนถึงปัจจุบันรวมแล้วเกือบ 1 แสนล้านบาท แม้จะกู้เงินเสริมสภาพคล่องแล้ว 25,000 ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฟผ.จำเป็นต้องแจ้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ถึงต้นทุนเชื้อเพลิง ที่เกิดขึ้นจริง วอนรัฐช่วยดูแลไม่ให้กระทบ ต่อความความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว ส่วนกำไรสะสมของ กฟผ. 3.29 แสนล้านบาท ในงบแสดงฐานะทางการเงินนั้นไม่ใช่เงินสด แต่เป็นตัวเลขสะสมของมูลค่าสินทรัพย์ที่ กฟผ. นำกำไรส่วนที่เหลือจาก นำส่งกระทรวงการคลัง ไปลงทุนในรูปของสินทรัพย์ที่ใช้ผลิตและส่งไฟฟ้าให้แก่ประชาชน เช่น โรงไฟฟ้า สถานีส่งไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า จึงไม่สามารถนำกำไรสะสมดังกล่าวมาจ่ายชดเชยค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน