ศธ.-ตร.ลำปางถก ปมนร.ขายในรร.

รองผอ.สพม.ลำปาง-ลำพูน พร้อมผกก.สภ.ห้างฉัตร เข้าพบผอ.ตรวจสอบโรงเรียนที่นักเรียนหญิงนำเอากัญชามาขายให้เพื่อนในโรงเรียน เตรียมประชุมขันนอตสถานศึกษาในสังกัดให้เข้มงวดตามนโยบายโรงเรียนปลอดกัญชาอย่างแท้จริง ด้านผอ.ยันไม่ได้เพิกเฉยย้ำครูที่ปรึกษาร่วมกับนักจิตวิทยาให้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดแล้ว พร้อมแจกเอกสารชี้แจง ขณะที่สสจ.ชัยภูมิ เผยตั้งแต่ปลดล็อกมีผู้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ นำมาสูบจนมีอาการเกร็ง ชัก ตาขวาง และโรคจิตเวชกำเริบ ถูกนำตัวหามส่งโรงพยาบาลเข้าการรักษาแล้ว 3 ราย

จากกรณีนักเรียนสาวชั้น ม.6 แอบขายกัญชาภายในโรงเรียนดังในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยมีผู้ปกครองของนักเรียนร้องสื่อมวลชนว่ามีนักเรียนหญิงชั้น ม.6 คนหนึ่งได้แอบนำกัญชามาขายให้กับนักเรียนกลุ่มหนึ่งประมาณ 4-5 คน ซึ่งครูได้แจ้งไปยังสภ.ห้างฉัตร และได้เรียกผู้ปกครองของนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ที่แอบขายกัญชามารับทราบพร้อมบันทึกภาพของกลางที่เป็นอุปกรณ์ในการเสพไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาโรงเรียนจึงมีมาตรการเข้มงวดมีการตรวจค้นนักเรียนทั้งหมดจํานวน 500 กว่าคน โดยให้ครูเวรครูประจําชั้นตรวจกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าหนังสือของนักเรียนทุกคนที่มาเข้าแถวเคารพธงชาติ ส่วนรถรับส่งนักเรียนให้จอดรับ-ส่งที่ด้านนอกทุกคัน จนมีข่าวแพร่สะพัดออกไปทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงนักเรียนแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนผู้ปกครองของเด็กหญิงชั้น ม.6 คนดังกล่าว ได้ให้ลูกสาวย้ายไปเรียนที่ใหม่ ซึ่งโรงเรียนไม่ได้ไล่ออก เพราะโรงเรียนยังให้โอกาสเด็กกลับใจ แต่ผู้ปกครองก็ยืนยันจะย้ายเด็กออกเพื่อจะรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. น.ส.นภาพร แสงนิล รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลําปาง-ลําพูน พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลิศชัย แสงสว่าง ผกก.สภ.ห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เข้าตรวจสอบที่โรงเรียนจากกรณีมีนักเรียนแอบขายกัญชาในโรงเรียน ซึ่งบรรยากาศภายในเรียนค่อนข้างเงียบเหงา ต่างเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพักรอการสอนเท่านั้น ส่วนประตูทางเข้ามี รปภ.ปฏิบัติหนัาที่ตรวจสอบ คนเข้าออกอย่างเคร่งครัด โดยน.ส.นภาพร และพ.ต.อ.เลิศชัย ได้เข้าพบกับผอ.โรงเรียนเป็นการส่วนตัว ต่อมาผอ.โรงเรียนได้แจกเอกสารชี้แจงและไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

น.ส.นภาพรเปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายประสิทธิ์ อินวันณา ผอ.สพม.ลำปาง-ลำพูน ให้เข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งพบว่านักเรียนหญิง ชั้น ม.6 คนต้นเรื่องได้ย้ายโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนเก่าได้มีหนังสือส่งตัวไป พร้อมกับแจ้งปัญหาให้ทางโรงเรียนแห่งใหม่ได้รับทราบ เพื่อจะเข้มงวดกวดขันไม่ให้เรื่องเกิดขึ้นอีก และทางผู้ปกครองรับปากว่าจะควบคุมดูแลลูกให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเด็กนักเรียนคนดังกล่าวอยู่กับยาย เพราะพ่อต้องทำงานต่างอำเภอ ซึ่งตอนนี้ได้รับตัวไปอยู่ด้วยแล้ว ในส่วนของทางโรงเรียนเองก็ได้มีการเข้มงวดกวดขันมาโดยตลอด แต่ด้วยความที่เด็กวัยรุ่นอยากรู้อยากลอง จึงรวมกลุ่มกันในโรงเรียน แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างมาก จึงเน้นย้ำให้ทางโรงเรียนสร้างความเข้าใจกับเด็กและผู้ปกครองให้ชัดเจน

น.ส.นภาพรกล่าวต่อว่าในขั้นตอนต่อไปจะได้ประชุม ผอ.โรงเรียนทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาอย่างกรณีนี้ไม่ใหัเกิดขึ้นอีกต่อไป ตามนโยบายสถานศึกษาปลอดกัญชงกัญชา ของกระทรวงศึกษาธิการ

ต่อมาเวลา 11.40 น. นายใจชาย ปัณนะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในกรณีดังกล่าวว่าตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนอข่าว ว่ามีผู้ปกครองได้ร้องเรียนกับสื่อว่ามีนักเรียนสูบกัญชาในโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา จังหวัดลำปาง และนักเรียนมีอาการง่วงนอน สะลึมสะลือในเวลาเรียนซึ่งมีลักษณะเหมือนการเสพกัญชา จากการนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นการนำเสนอที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ทำให้นักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องและโรงเรียนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทางโรงเรียนจึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.โรงเรียนได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัด และในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ

2.โรงเรียนดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ.2548 และให้ครูที่ปรึกษาดูแลพฤติกรรมนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยร่วมกับนักจิตวิทยา เพื่อติดตามและดูแลช่วยเหลือนักเรียน

3.การดูแลนักเรียนในโรงเรียน ได้ชี้แจง สร้างความเข้าใจกับนักเรียนทั้งหมด พร้อมทั้งให้ครูที่ปรึกษาสื่อสารกับผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์ของห้อง ให้เข้าใจในทิศทางเดียวกัน

4.โรงเรียนจะเชิญคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายผู้ปกครอง พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับชุมชน และให้ผู้ปกครองรับรู้และสร้างความเข้าใจต่อไปทางโรงเรียนขอชี้แจงว่า ข่าวที่ออกมาดังกล่าวมีคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โรงเรียนได้มีมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันกัญชาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด ครูประจำชั้นทุกคนได้เฝ้าดูแลและไม่ได้เพิกเฉย ตามที่สื่อได้นำเสนอ

ด้านนางนภาพร เปิดเผยหลังจากที่เข้าร่วมหารือกับทางโรงเรียนดังกล่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ได้มอบหมายให้ตนเองลงพื้นที่ตรวจสอบหลังที่ตกเป็นข่าว ซึ่งแนวทางหรือข้อปฏิบัติทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้พื้นที่ของโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดกัญชา หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและเข้าไปดูแลในส่วนของเด็กและ ผู้ปกครองทั้งส่วนที่มีปัญหา และที่ร้องเรียนเข้ามา และเรื่องแบบนี้เองไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นในสถานศึกษา ตลอดจนจะมีมาตรการและสั่งการไปยังโรงเรียนในพื้นที่ทั้งลำปางและลำพูน ตามพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบด้วย

นายธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่กำกับดูแลลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือว่าผิดระเบียบอย่างชัดเจน เพราะศธ.ได้มีการออกประกาศแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชา ในสถานศึกษา ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของศธ. โดย ห้ามเสพและห้ามนำกัญชาเข้ามาภายในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด กรณีที่เล็ดลอดเข้ามาก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนจะมีโทษ ฐานปล่อยปละละเลยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ รอผลการตรวจสอบจากเขตพื้นที่ก่อน

“ที่ผ่านมาสพฐ. กำชับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั่วประเทศมาตลอด ให้สอดส่องดูแล ไม่ให้นำกัญชาเข้ามาในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่า กรณีที่เกิดขึ้นก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเล็ดลอดเข้ามาได้อย่างไร ผู้บริหารโรงเรียนและครูได้สอดส่องดูแลและวางมาตรการป้องกันตามที่สพฐ.กำหนดไว้หรือไม่ หากดำเนินการตามขั้นตอนแล้วยังมีเล็ดลอดเข้ามา ก็ต้องหาแนวทางป้องกันต่อไป” นายธนุกล่าว

วันเดียวกัน นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงการใช้กัญชาในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ปลดล็อกกัญชามา ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ มีการใช้กัญชาที่ไม่ถูกต้อง หรือเรียกว่าการใช้กัญชาเพื่อความเพลิดเพลิน มีรายงานมีผู้ใช้กัญชาที่ไม่ถูกต้องคือนำมาเสพ ถูกหามเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว 3 ราย โดย 2 รายแรกอยู่ในพื้นที่อ.ภูเขียว นำกัญชามาสูบรายแรกเกิดอาการชัก รายที่ 2 มีอาการตัวเกร็ง ตัวชา ตาค้าง และเกิดอาการชักกระตุกตามมา เข้ารักษาตัวในร.พ.ภูเขียว อีกรายเป็นรายที่ 3 อยู่ในพื้นที่ อ.จัตุรัส มีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตประสาทอยู่แล้ว ไปรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของใบกัญชาเข้าไปทำให้หูแว่ว ประสาทหลอนกำเริบขึ้นมา ถูกนำตัวเข้ารักษาตัวในร.พ.จัตุรัสแล้ว ซึ่งทั้ง 3 ราย ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

นายแพทย์วชิระกล่าวว่า ขณะนี้มีการส่งเสริมการใช้กัญชาเพียงใช้เพื่อการรักษาโรคเท่านั้น ซึ่งต้องผ่านการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันที่ผ่านการอบรม และแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมแล้วเท่านั้น ติดต่อได้ที่ โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือ รพ.สต.ทุกแห่ง ซึ่งข้อห้ามการใช้กัญชารักษา ห้ามใช้กับหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ซึ่งกัญชาจะมีผลต่อการพัฒนาการของทารกในครรภ์ อาจทำให้คลอดก่อนกำหนด หรือทารกตายในครรภ์ หรือว่ามีผลต่อสมองของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ควรนำกัญชามาเพื่อเป็นส่วนผสมในอาหาร หรือใช้เพื่อนันทนาการหรือเสพโดยเด็ดขาด ส่วนท่านที่ขับรถ ใช้ยานพาหนะ จะทำให้เกิดอาการง่วงซึมแล้วเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางได้ รวมถึงผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศยิ่งต้องระวัง หลายๆ ประเทศมีโทษค่อนข้างหนัก ขอเตือนอย่าพกพาไป รวมถึงเสพก่อนเดินทาง จะเป็นผลร้ายกับตัวท่านเอง ซึ่งขณะนี้พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 ถ้าไปสูบปล่อยควันล่องลอยไปบ้านข้างเคียงจะถือว่าเป็นเหตุรำคาญ จะมีโทษได้

นายแพทย์วชิระยังกล่าวต่ออีกว่า ส่วนการใช้กัญชาประกอบอาหาร ขอย้ำผู้ประกอบการต้องมีประกาศในร้าน หรือที่สถานที่จำหน่ายอาหาร ในแผงลอย หรือชั้นขาย ต้องแขวนป้ายแจ้งเตือนให้เห็นอย่างชัดเจนมีการใช้กัญชา ส่วนข้อห้ามคือใช้กับหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ฝากเตือนผู้ที่ครอบครองสารสกัดสารเมา หรือสาร THC จากกัญชาเกิน 0.2% โดยน้ำหนัก ถือว่าเป็นสารเสพติด ยังไม่ได้เรียกว่าเปิดเสรีอย่างที่หลายคนเข้าใจกันนะครับ ฝากเตือนด้วยความห่วงใยอีกด้วย

ด้านร้านอาหารเเห่งหนึ่งที่มีการใช้กัญชาประกอบอาหารในเมืองชัยภูมิ โดยได้พบกับนางวรรณ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านบอกว่าร้านตนเองได้เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง และเครื่องดื่มประเภทกาแฟ ชาเขียว และอื่นๆ เผยว่า หลังจากที่ได้ยื่นเรื่องขอเปิดเป็นร้านอาหารที่ใช้ส่วนผสมของใบกัญชาได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ชัยภูมิ ออกมาตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งที่ร้านจะเขียนข้อความประกาศร้านทุกเมนูมีส่วนผสมของใบกัญชา เด็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตต่ำไม่ควรรับประทานให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงสาธารณสุข และรับผิดชอบต่อสังคม ส่วนลูกค้าที่มาซื้อต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งที่ร้านลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือวัยกลางคน อีกด้วย

สำหรับกรณีนายธนพร ศรียากูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เรียกร้องให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตรวจสอบข้าราชการประจำกระทรวงสาธารณสุข เช่น นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัด นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นต้น ที่ออกมาแถลงชี้แจงประเด็นกัญชาทางการแพทย์ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ชี้แจงตอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเป็นการทำลายระบบข้าราชการ ผิดหลักจริยธรรมนั้น

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัด สธ. ให้สัมภาษณ์ว่า เราชี้แจงข้อเท็จจริงจากการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชน อธิบดีกรมต่างๆ ก็มาชี้แจงในมาตรการของตนเอง รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกัญชาตามเจตนารมณ์ของการใช้กัญชาทางการแพทย์ ทั้งนี้ ตนยังไม่ทราบว่ามีผู้ตั้งข้อร้องเรียนดังกล่าวว่าผิดกฎหมายอย่างไรหรือไม่ แต่โดยปกติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ละครั้ง ถ้ามีส่วนที่ผู้อภิปรายกล่าวถึงงานของข้าราชการประจำ ทางข้าราชการประจำก็จำเป็นต้องออกมาชี้แจงในลักษณะนี้เพื่อความเข้าใจ

“เรามาชี้แจงข้อเท็จของกัญชา หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบในส่วนของท่าน เราก็ชี้แจงในส่วนของเรา ซึ่งมี ส.ส. พาไปชี้แจง เพราะจริงๆ เราชี้แจงเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของสภา แต่ก็เป็นชี้แจงเพื่อความเข้าใจกับผู้ที่ร่วมฟังการอภิปรายดังกล่าว” นพ.สุระกล่าว

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สังคมไทยมีความเห็นแตกต่างกันได้ ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลังการอภิปรายก็จะมีการชี้แจงจากข้าราชการเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ก็ได้ชี้แจงเรื่องกัญชาทางการแพทย์ว่าสามารถใช้ได้ใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ น่าจะได้ประโยชน์ และอาจจะได้ประโยชน์ ส่วนตัวรู้ว่าข้าราชการประจำควรทำหน้าที่ประมาณไหนที่ไม่ข้ามเส้นทางการเมืองและยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ กรมการแพทย์ยึดหลัก 3 ข้อคือ ความปลอดภัย ผลประโยชน์ของคนไข้และไม่มีประโยชน์แอบแฝง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน