วันฝนถล่มกรุง หาฝรั่งจมหายตกเรือล่องแก่ง
กรมชลประทานโต้ข่าวไม่ร่วมมือระบายน้ำทำกรุงท่วมหนัก ยันให้ความร่วมมือตลอด ขณะกรมอุตุฯประกาศเตือนเฝ้าระวังที่โคราชวุ่น น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร และอ่างเก็บน้ำลำฉมวกล้นแล้ว เตือนชาวบ้าน ท้ายอ่างขนของได้ ที่พิจิตรก็วุ่นน้ำจากเนินมะปรางท่วมชุมชน ทะลักจมนาข้าวหอมมะลิกว่า 300 ไร่ หวั่นยืนต้นตาย ส่วนที่เชียงใหม่ฝนหนักน้ำป่าถล่ม หนุ่มเบลเยียมล่องแก่ง พลัดตกเรือ เจ้าหน้าที่เร่งตามหา
วันที่ 23 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 ระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
โดยจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 23 ก.ค.
ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
วันที่ 24 ก.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
ภาคกลาง : จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก : จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ที่จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทร โณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา สั่งทุกพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำ ให้ตรวจสอบปริมาณน้ำเก็บกักและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เนื่องจากได้รับอิทธิพลของร่องมรสุม ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และมวลน้ำที่สะสมจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลากท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งมีการรายงานความเสียหายเข้ามาแล้วในหลายพื้นที่
โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา โครงการชลประทานนครราชสีมา ทำหนังสือด่วนที่สุด ระบุว่า พื้นที่อำเภอด่านขุนทด บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำฝน มีฝนตกที่สถานีหัวงานอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน วัดได้ 32 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์น้ำปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเกินความจุเก็บกัก อยู่ที่ 8.6 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 102.86% จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท่อระบาย ลงลำน้ำเดิมในอัตรา 0.090 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายผ่านทางอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน Emergency Spillway ลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ ลำเชียงไกรในอัตรา 2.488 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาเสถียรภาพของอ่างเก็บน้ำ ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด จะไหลผ่านพื้นที่ ต.บ้านเก่า ต.ตะเคียน ต.หนองบัวตะเกียด ต.หนองบัวละคร และ ต.ด่านขุนทด ลงลำน้ำลำเชียงไกร อ.ด่านขุนทด
ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายอ่าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่สองฟากฝั่งลำน้ำ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างฯ และเตรียมเก็บทรัพย์สินของมีค่าไว้ที่สูง รวมทั้งติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ส่วนท้องถิ่นให้ตรวจสอบความมั่นคงของอาคารบังคับน้ำ และเสริมคันดันกั้นน้ำทั้งสองฝั่งลำน้ำ และให้จัดหาสนับสนุนกระสอบทรายแก่ประชาชน เพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่สำคัญ
ขณะที่อ่างเก็บน้ำลำฉมวก ต.นิคม อ.พิมาย ปกติจุน้ำได้ 23.45 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำอยู่ที่ 25.72 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 110.25% ซึ่งเกินความจุเก็บกัก มวลน้ำจึงล้นสปิลเวย์ออกมา จึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.พิมาย โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ริมคลองธรรมชาติ บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำลำฉมวกอำเภอพิมาย และพื้นที่การเกษตรกว่า 5 พันไร่ท้ายอ่างเก็บน้ำ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน
ส่วนสถานการณ์น้ำในเขต อำเภอพิมาย ลำน้ำธรรมชาติ เช่น ลำน้ำมูน และลำสะแทด ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้น หลังมีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน ซึ่งช่วงเย็นวานนี้มีฝนตกหนักลงมาซ้ำ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนสายพิมาย-หินดาด ตำบลนิคม อำเภอพิมาย ระยะทางยาว 500 เมตร รถเล็กผ่านไปมาลำบาก ปริมาณน้ำยังไหลหลากเข้าท่วมสนามกีฬาภายในโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม ตำบลนิคม ทำให้เด็กนักเรียนต้องเดินลุยน้ำออกจากโรงเรียน และจากภาพมุมสูง จะเห็นว่า ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำฉมวก ที่เกินความจุจนล้นสปิลเวย์ ได้ไหลลงมาตามคลองท้ายอ่างเก็บน้ำ ส่งผลทำให้ระดับน้ำไหลหลากต่อเนื่อง และอาจเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรท้ายอ่างเก็บน้ำ ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ส่วนที่ อ.ชุมพวงและอ.พิมาย ไร่แตงโมและไร่มันสำปะหลังของเกษตรกรถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย กว่า 100 ไร่ โดยระดับน้ำที่หลากท่วม เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีมวลน้ำที่ไหลมาตามลำน้ำมาศจากจังหวัดบุรีรัมย์ เข้ามาสมทบในลำน้ำ ทำให้เกษตรกรปลูกแตงโมหลายรายที่มีกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงนี้ ไม่สามารถเข้าไปเก็บผลผลิตได้ ต้องว่าจ้างรถไถขับฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เข้าไปเก็บผลผลิตที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อที่พอจะนำผลผลิตออกมาขายได้บ้างเป็นบางส่วน เลี่ยงการขาดทุนให้น้อยที่สุด
ที่อ.หนองบุญมาก บางพื้นที่ที่น้ำยังเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 7 บ้านปางประเสริฐ ต.บ้านใหม่ แม้ว่าวันนี้น้ำจะลดระดับลงแล้ว แต่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณทางน้ำ หรือขอบตลิ่งคลองเมือง ยังมีน้ำเอ่อล้นอยู่ เพราะไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ทำให้มีมวลน้ำยังไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง
โดยนายจิรวัฒน์ ดวงกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน บ้านปางประเสริฐ หมู่ 7 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า บริเวณคลองลำเมือง น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนโดยรอบ ซึ่งตั้งแต่อยู่ที่นี่มา 40 กว่าปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมา ก็จะเป็นแค่น้ำท่วมขังเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่หลังจากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้มวลน้ำแดงขุ่นในพื้นที่ต่างๆ ของตำบลใกล้เคียง ไหลหลากลงมารวมกันที่ลำคลองเมือง และบริเวณท่อระบายน้ำออกด้วย ซึ่งบริเวณน้ำเอ่อล้นจะมีลักษณะเป็นช่วงสะพาน มีท่อขนาดเล็กลอดผ่านไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณรอบข้างลำคลองเมืองแห่งนี้

พนังแตก – น้ำป่าจากเทือกเขาเนินมะปราง ไหลหลากเข้าพื้นที่ 3 ตำบล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร กัดเซาะพนังกั้นน้ำแตก ทะลักท่วมบ้านเรือนจำนวนมาก นาข้าว และพื้นที่ทางการเกษตรอีกหลายร้อยไร่ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
ที่จ.พิจิตร ปริมาณน้ำฝนสะสมจากเทือกเขาเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ที่มีปริมาณมาก ไหลลงมาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 9 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน ระดับน้ำไหลเข้าท่วมบ้านชั้นล่างของประชาชน ระดับน้ำท่วม 60-70 เซนติเมตร และบางจุดท่วมขังสูง 1 เมตร ประชาชนเร่งเก็บของ และขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูง เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ยังคงตกสะสมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมวลน้ำจาก อ.เนินมะปราง ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้พนังกั้นน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำหมู่ที่ 3 บ้านบุ่งมะกรูด ต.วังทรายพูน ที่กำลังก่อสร้าง ถูกกระแสน้ำจากเทือกเขาเนินมะปรางกัดเซาะพังเป็นแนวยาวกว่า 5 เมตร น้ำทะลักท่วมนาข้าวหอมมะลิกว่า 300 ไร่
ขณะที่นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าฯ พิจิตร สั่งการให้เปิดประตูระบายน้ำที่ ต.หัวดง ประตูระบายน้ำที่ ต.ท่าหลวง ซึ่งมีคลองสำคัญสายใหญ่เชื่อมติดกับแม่น้ำน่านให้เร่งยกประตูระบายน้ำขึ้น เพื่อระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำน่าน ซึ่งคาดการณ์ว่าหากฝนหยุดตก 1-2 วัน สถานการณ์ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้นช่วงนี้ขอให้ราษฎรติดตามข่าวการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องรวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำที่เคยประสบเหตุน้ำท่วมควรยกขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัยและไม่ประมาทกับสถานการณ์ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในช่วงนี้ด้วย
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร รายงานว่า จากเหตุฝนตกหนักในช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมส่งผลกระทบพื้นที่ อ.วังทรายพูน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 43 หลังคาเรือน สวนไม้ผลมะม่วง มะยงชิด นาข้าวได้รับผลกระทบเบื้องต้นเกือบ 1 พันไร่ ใน 3 ตำบล คือ ต.หนองปลาไหล หมู่ 4,9,11,14 , ต.หนองพระ หมู่ 3,4,16 , ต.วังทรายพูน หมู่ 3,6,7,7,12
ที่อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เกิดเหตุนายนิโคลัส ฮินซ์ อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวชาวเบลเยียม ตกน้ำสูญหายระหว่างล่องแก่งเรือยางที่ลำน้ำแม่แตง ที่บ้านเมืองกื้ด หมู่ที่ 1 ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง โดยนายปัญญา น้อยบุตร ระบุว่าเรือชนโขดหิน ทำให้นักท่องเที่ยวตกเรือ แต่ก็ยังสวมเสื้อชูชีพ ลอยตัวได้ปกติ ห่างจากเรือประมาณ 2 เมตร แต่ไม่กลับขึ้นเรือยาง จนกระทั่งเรือลอยผ่านไปกว่า 30 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยโยนเชือกให้ แต่นักท่องเที่ยว ไม่ดึงเชือก ต่อมาก็ไม่พบนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดมหาทั้งคืน แต่ก็ยังไม่พบตัว ขณะที่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกหนักและกระแสน้ำเชี่ยวกราก
ขณะที่เพื่อนของผู้ตกน้ำ นำภาพขณะที่เพื่อนตนที่ลงเรือยางแล่นผ่านโขดหินที่มีน้ำเชี่ยวเรือเกิดชนกับโขดหินทำให้เรือพลิกก่อนที่นายนิโคลัส จะพลัดตกน้ำไป โดยจากภาพจะเห็นนายนิโคลลัสสวมเสื้อชูชีพสีเเดง หมวกเซฟตี้สีเหลือง ลอยคอท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว ก่อนจะถูกกระแสน้ำพัดไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำล้งค้นหาเกือบ 24 ชั่วโมงแล้วยังไม่พบตัว เนื่องจากพบอุปสรรคกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลแรงและน้ำมีสีขุ่นมาก จึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการค้นหาอีกรอบโดยการใช้เชือกตรึงไว้ทั้งสองฝั่งก่อนจะโรยตัวงมหาใต้น้ำจุดที่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุเพราะเกรงว่าผู้สูญหายจะติดในโขดหิน

จมแก่ง – ภาพนาทีนักท่องเที่ยวชาวเบลเยียม อายุ 30 ปี ประสบอุบัติเหตุเรือยางชนโขดหิน และพลัดตกจมหายขณะล่องแก่งลำน้ำแตง ต.กื๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ทีมกู้ภัยระดมกำลังค้นหาข้ามคืน ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากรุนแรง
นายอำนวย ปินตา อายุ 66 ปี ลุงของนายนิโคลัส ซึ่งพาแฟนสาวของผู้สูญหายมาติดตามการค้นหา เล่าว่า นิโคลัสนั้นเป็นหลานชาย เป็นลูกของน้องสาวของตัวเองเกิดที่ประเทศเบลเยียม ซึ่งนิโคลัสทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์และได้พาเพื่อนชาวเบลเยียม 3 คนเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. และพักที่โรงแรมย่านนิมมานฯ
ซึ่งก็ไม่ทราบว่าหลานชายไปเที่ยวที่ไหนบ้างมาทราบข่าวช่วงบ่ายวานนี้เพราะน้องสาวของตนโทร.มาบอกขอให้มาช่วยดูหลานชายหน่อยประสบอุบัติเหตุพลัดตกเรือยาง จึงเดินทางมาดู ตอนนี้ตนก็ขอภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ขอให้พบตัวหลานชายและขอพรพระเจ้าทันใจให้ดลบันดาลให้เจอหลานชายด้วยเถอะ
ขณะนี้นางมลศิริ ปินตา อายุ 64 ปี แม่ของนายนิโคลาส ผู้สูญหายกำลังบินมาจากประเทศเบลเยียมเพื่อมาติดตามการค้นหาด้วยคาดว่าจะถึงจังหวัดเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้
นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชล ประทาน ชี้แจงกรณีกระแสข่าวน้ำท่วมกทม.คืนวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา เพราะกรมชลประทานไม่ยอม เปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ว่า กรมชลประทานได้ประสานไปยังสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับการยืนยันจากผอ.สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังที่กล่าวอ้างถึงเกิดขึ้นจริง พร้อมประสานไปยังผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา รังสิตใต้ ที่มีประตูระบายน้ำเชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ตามที่มีการแชร์กันเกิดขึ้นแต่อย่างใดเช่นกันที่สำคัญประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ที่มีการกล่าวอ้างถึง อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร
ในส่วนของกรมชลประทาน ช่วงที่เกิด ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกครั้ง จะเตรียมความพร้อมของประตูระบายน้ำและ ระบบชลประทานที่มีจุดเชื่อมต่อกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแนวตั้งต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับคลองชายทะเล ก่อนใช้สถานีสูบน้ำที่ประจำอยู่ตามคลองชายทะเล สูบน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยตามลำดับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้กรณีที่เกิดน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร กรมชลประทานและสำนักการระบายน้ำได้ประสานงานและทำงานร่วมกันตลอดเวลา เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด