หลังฮูประกาศฉุกเฉิน ภูเก็ตลุ้นผลอีก17ราย สัมผัสใกล้หนุ่มไนจีเรีย สธ.ใช้1330ช่วยดูแล เพิ่มส่ง‘ฟาวิฯ’ทางปณ.
ถกด่วน! ‘อนุทิน’ สั่งยกระดับเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร หลังองค์การอนามัยโลก ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินเชื่อมาตรการโควิดรับมือได้ สธ.ประสานเขมร ขอข้อมูลหนุ่มไนจีเรีย ‘สสจ.ภูเก็ต’ เผย 6 แห่งสัมผัสเสี่ยงสูง ‘ฝีดาษลิง’ ส่งตรวจ 19 ราย เป็นลบ 2 ยังรอผลอีก 17 ‘หมอธีระ’ เผยผลวิจัยกลุ่มรักร่วมเพศเสี่ยงติดฝีดาษลิงสูง แนะระวังสัมผัสใกล้ชิดคนแปลกหน้า โควิดไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ป่วยใหม่วันนี้พบ 2,390 ราย ดับ 30 สปสช.ปรับสายด่วน 1330 ช่วยดูแลผู้ป่วยโควิด ทั้งกลุ่ม 608 และทั่วไป
‘อนุทิน’ถกด่วนยกระดับ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานประชุมคณะ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมแนวทางรองรับโรคฝีดาษวานร หลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการประชุมดำเนินการแบบคู่ขนาน แบบออนไซต์และออนไลน์
นายอนุทินกล่าวว่า การเรียกประชุมด่วน เนื่องมาจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคฝีดาษวานรเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา และก่อนหน้าที่องค์การอนามัยโลกจะประกาศประเทศ ไทยก็พบผู้ป่วยยืนยันรายแรกเป็นชาวไนจีเรียที่เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนต.ค. 2564 และอยู่ในประเทศไทยแบบผิดกฎหมาย และได้ติดตามผู้สัมผัส ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในระยะ 1 เดือน ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม สถานการณ์ยังปลอดภัย จึงมอบหมายให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทั่วประเทศ ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ระมัด ระวังผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ แต่ยังไม่จำเป็นต้องประกาศห้ามผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงแต่อย่างใด โดยวันที่ 25 ก.ค.นี้ กรมควบคุมโรคจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ และจะประกาศระดับการเฝ้าระวังต่อไป
ใช้มาตรการเดียวกับโควิด
นายอนุทินกล่าวต่อว่า จากการที่ประเทศ ไทยดำเนินการดูและป้องกันโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะดูแล ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรได้ ซึ่งมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลที่ประชาชนปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจะสามารถป้องกันทั้งโควิด-19 และฝีดาษวานรได้ ทั้งนี้ในทางการแพทย์ ลักษณะของโรคไม่มีความรุนแรง แต่สภาพที่ปรากฏต่อคนทั่วไป ทั้งตุ่มน้ำ หนอง ผื่นตามลำตัว ดูแล้วไม่ใช่โรคผิวหนังธรรมดาและหากมีการสัมผัสก็แพร่เชื้อได้ดูแล้วน่าตระหนก โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ จึงควรจะต้องยกระดับการเฝ้าระวัง มีระบบในการดูแลกรณีที่ผู้ป่วยเข้ามาในโรงพยาบาล ให้พิจารณาว่ากรณีมีผู้ป่วยเข้าข่ายจะต้องขอควบคุมรักษาก่อนหรือไม่ รวมถึงดูแลเรื่องความพร้อมของเวชภัณฑ์ วัคซีน มีมาตรการในสาธารณสุขในการป้องกันแพร่เชื้อ คัดกรองให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขให้ได้ต่อเนื่อง
“ขณะนี้เรากำลังจะไปได้ดีการฟื้นตัวจากโควิด-19 หากไปตามสถานที่ท่องเที่ยวจะเห็นว่าความคึกคักเริ่มกลับมานักท่องเที่ยวมากขึ้นทั้งไทยและต่างชาติ เป็นนิมิตหมายอันดี เป็นความสำเร็จที่ทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นเราได้” นายอนุทินกล่าว
ประสานข้อมูลกัมพูชา
ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส. ได้ประสาน ร.พ.เอกชนเฝ้าระวัง ผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยเป็นโรคฝีดาษลิง เพราะที่ผ่านมาพบผู้เข้าข่ายสงสัยเป็นกลุ่มที่ เดินทางจากต่างประเทศโดยที่ผ่านมา คัดกรองมาแล้ว 18 รายและเพิ่งเจอชายชาวไนจีเรียรายแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้กรมควบคุมโรคจะประสานข้อมูลร่วมกับสาธารณสุขกัมพูชา ประชุมหารือสอบสวนโรคผู้ป่วยชายชาวไนจีเรีย ที่หลบหนีจากประเทศไทยไปประเทศกัมพูชาด้วย
ภูเก็ตยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม
นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกรณีพบ ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรรายแรกของไทย ที่จังหวัดภูเก็ตว่าจากการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดเพิ่มเติมจำนวน 6 แห่ง พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 19 ราย เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลเป็นลบจำนวน 2 ราย อีก 17 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ โดยติดตามอาการอย่างใกล้ชิดโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะโทรศัพท์สอบถามอาการทุก 7 วัน 14 วันและ 21 วัน และในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเมื่อครบการกักตัว 21 วันแล้วจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนของข้อมูลกลุ่มคนในสถานบันเทิง 142 ราย ผลจากการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active case finding) จากการสังเกตอาการพบ 5 ราย มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ แต่ไม่มีผื่น จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และผลตรวจออกมาเป็นลบ ทั้ง 5 ราย เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ทุกคนสังเกตอาการของตนเองหากมีไข้ก็ให้ไปพบแพทย์
สำหรับโรคฝีดาษวานร เป็นโรคที่ติดต่อกันไม่ง่าย การติดต่อต้องเกิดจากการสัมผัส ใกล้ชิด โดยผ่านการสัมผัสทางผิวหนังกับ ผู้ติดเชื้อโดยตรง จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง น้ำหนอง ตุ่มหนอง ส่วนการป้องกันฝีดาษวานร ทำได้โดยสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อย เลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และปาก ระวังสัตว์กัดหรือข่วน ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น ไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยฝีดาษลิง ฝากถึงนัก ท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ยังคงสามารถเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตได้ตามปกติ
หมอชี้กลุ่มรักร่วมเพศเสี่ยงสูง
นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์เวชศาสตร์ป้องกันและสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ ฝีดาษลิงว่า สรุปอาการของฝีดาษลิงจาก 16 ประเทศทั่วโลก Thornhill JP และคณะได้เผยแพร่ผลการศึกษาอาการฝีดาษลิง ใน ผู้ป่วย 528 คนจาก 16 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เมษายนถึงมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลก New England Journal of Medicine เมื่อ 21 กรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา
สาระสำคัญคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกย์ และไบเซ็กชวล มีเพศสัมพันธ์กับทั้ง เพศชายและเพศหญิง มีถึง 41% ที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่ด้วย อายุเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน 38 ปี วัยทำงาน 95% มีประวัติที่คาดว่าติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ 95% จะเกิดผื่นตามผิวหนังหลังจากติดเชื้อฝีดาษลิง โดยผื่นจะพบบริเวณทวารหนักหรืออวัยวะเพศราวสามในสี่ 73%
อาการผิดปกติอื่นๆ ที่พบบ่อยก่อนเกิดผื่นคือ ไข้ 62% ต่อมน้ำเหลืองโต 56% อ่อนเพลีย 41% ปวดกล้ามเนื้อ 31% และปวดหัว 27%
มีราวหนึ่งในสาม ที่พบว่าติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย เช่น หนองใน ซิฟิลิส เริม ระยะเวลาฟักตัว ตั้งแต่เริ่มติดเชื้อจนถึงเริ่มเกิดอาการป่วย เฉลี่ย 7 วัน โดยเป็นได้ตั้งแต่ 3-20 วัน ที่สำคัญคือ จากการตรวจน้ำอสุจิ 32 คน สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสฝีดาษลิงได้ถึง 29 คน สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในลำคอ และจมูก ได้ถึงหนึ่งในสี่ และยังตรวจพบในเลือดและปัสสาวะได้ในบางคน
ฝีดาษลิงได้รับการประกาศเป็นภาวะ ฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกประชาชนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ติดตามสถานการณ์ เพื่อให้รู้เท่าทัน และป้องกันตัวให้ห่างไกลจากฝีดาษลิง ระมัดระวังการสัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับคนแปลกหน้า หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานด้านบริการ ดูแลรักษา รวมถึงแหล่งบันเทิงท่องเที่ยวที่เกี่ยว ข้องกับอุตสาหกรรมทางเพศ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเดินทางระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวเสรี โอกาสมีการติดเชื้อแฝงในชุมชน และแพร่ระบาดย่อมมีสูง
กราฟโควิดยังขาขึ้น
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 2,390 ราย สะสม 4,575,853 ราย หายป่วย 2,358 ราย สะสม 4,519,994 ราย เสียชีวิต 30 ราย สะสม 31,157 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 24,702 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 12,412 ราย และอยู่ในร.พ. 12,290 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 874 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 409 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงเพิ่มเป็น 16.3% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 3 ราย แต่ไม่มี ผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ภาพรวมกราฟผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตยังเป็นขาขึ้น
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 21 ก.ค. 2565 ฉีดได้ 146,050 โดส อัตราการฉีดวัคซีนรายวันเพิ่มขึ้น สะสม 141,182,721 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 13,297 โดส รวม 57,101,910 โดส คิดเป็น 82.1% เข็มสอง 35,975 โดส รวม 53,433,998 โดส คิดเป็น 76.8% และเข็มสามขึ้นไป 96,778 โดส สะสม 30,646,813 โดส คิดเป็น 44.1% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 6,147,037 โดส คิดเป็น 48.4% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ขวบ เข็มแรกฉีดได้ 3,230,193 โดส คิดเป็น 62.7% และเข็มสอง 2,236,026 โดส คิดเป็น 43.4%
15 จว.ไร้คนป่วย
ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวน ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,492 ราย 2.สมุทรปราการ 226 ราย 3.ชลบุรี 73 ราย 4.นครราชสีมา 71 ราย 5.ขอนแก่น 54 ราย 6.นครศรีธรรมราช 33 ราย 7.สกลนคร 25 ราย 8.หนองคาย 24 ราย 9.ชุมพร 22 ราย และ 10.สมุทรสาคร 21 ราย ภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 62 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วย 15 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ชัยนาท นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พังงา พัทลุง พิจิตร ยะลา ระนอง ลำพูน สมุทรสงคราม สุโขทัย และสุรินทร์
นายกยันฉีด 3 เข็มช่วยได้
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้กำลังใจหมอ พยาบาลบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ที่ทำงานอย่างตลอดช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ปัจจุบันมีการระบาดสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.5 ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นกว่าการแพร่ระบาดในระลอกก่อน เพียงแต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย ในปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงแต่ดูแลผู้ป่วยโควิด แต่รวมถึงผู้ป่วยประเภทอื่นๆ ดังนั้นเพื่อลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ จึงขอให้ประชาชนใช้ชีวิตด้วยความระมัด ระวัง ป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าการฉีดวัคซีนโควิด อย่างน้อย 3 เข็ม จะช่วยป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สปสช.ส่งฟาวิฯ ทางปณ.
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ผู้ติด โควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น สปสช.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ป่วยในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สนับสนุนงบประมาณจัดส่ง และมีบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จัดส่งภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ปรับระบบสายด่วน 1330 เป็นระบบเสริมกับหน่วยบริการเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิดด้วย ประชาชนที่มีผลตรวจ ATK 2 ขีด และยังไม่ได้รับบริการ สามารถติดต่อประสานขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1330 ได้ โทร.ได้ทั้งกลุ่ม 608 และไม่ใช่ 608 เจ้าหน้าที่จะให้ คำแนะนำในการปฏิบัติ ช่องทางการรับบริการ หรือประสานหน่วยบริการให้
“กลุ่มที่ไม่ใช่ 608 กรณีไม่มีอาการ จะแนะนำให้กักตัวเองที่บ้าน 7 วัน ออกจากบ้านสังเกตอาการป้องกันตัวเองเข้มงวดอีก 3 วัน กรณีมีอาการไปรับยาแบบ “เจอ แจก จบ” ได้ที่คลินิก ร.พ.ตามสิทธิสุขภาพ หรือร้านยาที่เข้าร่วมโครงการเจอ แจก จบ” นพ.จเด็จกล่าว
แจงขั้นตอนรับการรักษา
นพ.จเด็จกล่าวว่า กรณีไม่สามารถเข้ารับบริการได้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะแนะนำ ขั้นตอนการใช้บริการตามสิทธิการรักษาให้กรณีไม่สะดวกเดินทางไปเจอ แจก จบ ที่สถานพยาบาลตามสิทธิ ก็มีทางเลือก เช่น ลงทะเบียนออนไลน์ของหน่วยบริการที่ จัดระบบนี้ หรือร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ รอรับยาที่บ้าน หรือรับการดูแลแบบ Telemedicine ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งมีความร่วมมือ 2 แห่งคือ Good Doctor และหมอดี พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน ขณะนี้กำลังมีความร่วมมือกับอีกแห่ง ส่วนรายที่เจ้าหน้าที่ประเมินอาการพบว่าเข้าเกณฑ์ต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์จะจัดส่งยาไปให้ที่บ้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนยาจาก สธ.แต่ครอบคลุมเฉพาะ กทม.และปริมณฑล
นพ.จเด็จกล่าวว่า ส่วนกลุ่ม 608 จะมีรูปแบบการรับบริการ 3 แบบ คือ 1.เข้ารับบริการที่คลินิก ร.พ.ตามสิทธิสุขภาพของตัวเอง 2.รับบริการแบบ Telemedicine ซึ่งทีมผู้ให้บริการจะคัดกรองเบื้องต้น หากไม่มีอาการ จะจ่ายยาแล้วติดตามอาการภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการ ผู้ให้บริการ Telehealth จะประสานส่งต่อคลินิก ร.พ. เพื่อดูแลตามแต่ละการจัดการของโรงพยา บาล และ 3.กรณีที่ไม่สามารถรับบริการตาม 2 รูปแบบข้างต้น ประสานสายด่วน 1330 เจ้าหน้าที่จะคัดกรองเบื้องต้น หากไม่มีอาการ จะส่งยาให้ทางไปรษณีย์หรือ สปสช. จัดรถไปส่งให้ พร้อมติดตามอาการภายใน 24 ชั่วโมง แต่หากมีอาการ เจ้าหน้าที่จะประสานหาเตียงในร.พ. หรือจัดหาหน่วยบริการเพื่อดูแลแบบ Home Isolation ถ้ามีอาการรุนแรงจะประสานสายด่วน 1669 ส่งรถฉุกเฉินมารับตัวไปยัง ร.พ.ต่อไป

น้อยใจลูก – จนท.ลำเลียงศพสาววัย 41 ปี ส่งชันสูตร หลังก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตคาบ้านพักใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพราะน้อยใจลูกชายวัย 10 ขวบ ที่ไม่ให้เข้าใกล้ เนื่องจากผู้ตายฉีดวัคซีนโควิดแค่ 2 เข็ม เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
แม่ซึมเศร้าเผาตัวดับสลด
พ.ต.ท.เฉลียว พยัคฆ์กุล สว.(สอบสวน) สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีผู้เผาตัวเองเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติบุรีรัมย์ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณชั้นล่างพบกลุ่มควันจำนวนมาก หน่วยกู้ภัยจึงเข้าดับไฟก่อนพบศพหญิง อายุ 41 ปี สภาพถูกไฟไหม้ท่อนบนดำเป็นตอตะโกอยู่บนที่นอน พบแกลลอนน้ำมันเบนซินตกอยู่ข้างที่นอน
สอบถามพ่อผู้ตาย ให้การว่า ตนอยู่กับลูกสาวด้วยกัน 2 คน ลูกสาวมีลูกชายอายุ 10 ขวบ แต่ไปอยู่บ้านปู่ ส่วนสามีไปทำงานต่างประเทศ เมื่อวานนี้ลูกสาวได้ไปหาลูกชายซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่ลูกชายไม่ให้เข้าใกล้โดยบอกว่า “แม่ฉีดวัคซีนแค่ 2 เข็ม” กลัวจะติดโควิด-19
พอลูกสาวกลับมาบ้านก็บ่นว่าอยากตาย ตนก็พยายามปลอบใจ เพราะเกรงว่าลูกจะคิดสั้น เนื่องจากลูกสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 1 ปี ต้องกินยารักษามาโดยตลอดก่อนหน้าก็เคยบ่นอยากตายมาแล้วด้วย
ช่วงค่ำเห็นลูกสาวมีอาการผิดปกติ เดินเข้าบ้านคล้ายกับแอบซ่อนของบางอย่างติดตัวมาด้วย แล้วก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ตนพยายามไปตรวจสอบแล้วแต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร จึงเข้านอน พอตกดึกตนเห็นกลุ่มควันไฟทั่วบ้านจึงรีบลงมาดู แล้วงัดห้องลูกสาวเข้าไป พบว่าถูกไฟคลอกเสียชีวิตแล้ว