เขื่อนชัยนาทเร่งระบาย 11จังหวัดรับมือน้ำท่วม บ้านริมฝั่งยกของขึ้นที่สูง

11 จังหวัดใต้เขื่อนชัยนาท เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง ตั้งแต่ 27 ก.ค. กรมชลประทานเตือนน้ำเหนือบ่าเพิ่มขึ้นจากพายุฝนซัดต่อเนื่อง ทั้งอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ กำชับให้ขนของขึ้นที่สูง คุมปริมาณน้ำไม่ให้ล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจ กทม.-ทัพภาคที่ 1 ถกรับมือท่วมกรุง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่งเร่งเสริมกระสอบทรายตามแนวคันฟันหลอริมฝั่ง มั่นใจรับมือน้ำเหนือบ่าได้ เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยมา 1,000 ลบ.ม./วินาที อยู่ในวิสัยคุมได้ ถ้าเกินระดับต้อง 2,500 ลบ.ม./วินาทีขึ้นไป แต่ต้องเสริมจุดคันกั้นน้ำที่เป็นฟันหลอ ซุ้มประตูวัดมอญเก่าแก่ 200 ปี บางบ่อ ปากน้ำ พังครืนถูกพายุฝนซัด ที่ไชโย อ่างทอง อัดคันถนนพนังกั้นน้ำที่ถูกน้ำมุดจากใต้ดินพังทลายเมื่อปี 64 เสร็จแล้ว ห่วงทานกระแสน้ำบ่าไม่ไหวพังซ้ำอีก

‘บิ๊กป้อม’เร่งแก้น้ำท่วมบางปู
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ได้พูดคุยกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และตัวแทนจากกองทัพ ประมาณ 5 นาที คาดว่าเป็นการสั่งการถึงมาตรการการช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีฝนตกลงมาและเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจเกิดซ้ำขึ้นมาอีก โดยก่อนหน้านี้ทางกองทัพ และกทม.ได้ประสานความร่วมมือในการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ที่จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าแผนงานและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายกอบจ.สมุทรปราการ และการนำเสนอแผนงานด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมถึงแผนการระบายน้ำตามนโยบาย 13 มาตรการ รองรับสถานการณ์น้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยาและบางปะกง ปี 2565 และรับทราบรายงานการแก้ปัญหาน้ำท่วม นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึ่งสาเหตุหลักของปัญหาอุทกภัยเกิดจากปริมาณน้ำฝนมาก ในช่วงน้ำทะเลหนุน แต่การระบายน้ำมีข้อจำกัด มีสิ่งกีดขวางและรุกพื้นที่ลำน้ำสายหลัก จึงต้องมีแผนงานป้องกันและโครงการระยะสั้น กลาง และระยะยาว แก้ปัญหาครอบคลุมทุกมิติ

จากนั้น พล.อ.ประวิตรตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกคลอง คลิงมหาวงษ์ ตามโครงการ “รักษ์ คูคลอง เฉลิมพระเกียรติ” และพบประชาชนที่มาต้อนรับ เป็นจำนวนมาก แล้วเดินทางไปนิคมอุตสาหกรรมบางปู เยี่ยมชมอาคารสถานีสูบน้ำภายในนิคม และแผนงานการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยและให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางปู และพร้อมสนับสนุนการดำเนินการแก้ปัญหามาต่อเนื่อง และกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนแผนงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่อยู่อย่างมีความสุข

ตั้งแต่ 27 ก.ค.น้ำเหนือบ่าเพิ่ม
ด้านกรมชลประทานออกหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 24 ก.ค.2565 โดยดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณลุ่มน้ำน่านและลำน้ำสาขา รวมถึงแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำป่าสัก

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวแถลงถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันเดียวกันว่า แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 996 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.07 เมตร ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 747 ลบ.ม./วินาที ยังไม่กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในวันที่ 27 ก.ค. หรือ 1-3 วัน จะมีปริมาณน้ำเเม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะเเกกรังที่ไหลผ่านสถานี Ct.19 ซึ่งไหลมารวมกันลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในเกณฑ์ประมาณ 1,050-1,150 ลบ.ม./วินาที จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 850-1,000 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60-0.80 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ และหากมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำเหนือจะเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป

สั่ง 11 จว.เกาะติดสถานการณ์
กรมชลประทาน จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์อย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้แจ้งเตือนไปยัง 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

บ้านริมฝั่งขนของขึ้นที่สูง
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) แถลงว่า หลังจากได้รับแจ้งจากกรมชลประทานถึงสถานการณ์น้ำเหนือไหลบ่าและการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเข้าพระยา กอปภ.ก.จึงได้ประสานไปยัง จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพฯ ตลอดจนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม ตลอดจนประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

แก้ท่วมกรุง – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พูดคุยกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.และตัวแทนจากกองทัพบก ประมาณ 5 นาที สั่งการถึงมาตรการการช่วยเหลือประชาชนช่วงที่มีฝนตกลงมาและเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในกทม. เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ทำเนียบ

เร่งเสริมคันฟันหลอเจ้าพระยา
ที่บึงพระราม9 บริเวณใต้ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตห้วยขวาง นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.กันตพจน์ เศรษฐารัศมี รองแม่ทัพภาคที่ 1 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ

นางวาสนา ศิลป์เบ็ญจพร รองผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. รายงานว่า กทม.ได้ตกลงกับทหาร 4 ภารกิจ หลัก ได้แก่ 1.การเก็บขยะ ณ สถานีสูบน้ำ ที่อยู่นอกกำแพง 2.เก็บขยะริมถนนโดยเฉพาะจุดที่มีขยะจำนวนมาก ซึ่งจะมีการประสานงานกันในพื้นที่ 3.จุดที่น้ำท่วมมากทำให้ประชาชนเข้าออกไม่ได้ จะมีรถทหารไปรับ-ส่ง และ4.เรื่องการขุดลอกคลองที่เมื่อเช้าไปสำรวจมาแล้ว

นายชัชชาติกล่าวว่า คลองลาดพร้าวถือเป็นจุดสำคัญ เพราะรับน้ำเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยน้ำจากคลองลาดพร้าวจะรวมเข้ากับคลองแสนแสบและไหลออกสู่เจ้าพระยาทางคลองพระโขนง ทั้งนี้ปัญหาน้ำท่วม พบว่า ขยะมีส่วนที่ทำให้การระบายน้ำมีปัญหา เครื่องดูดน้ำ ดูดขยะเข้าไปเครื่องก็พัง หรือการใช้วิธีกรองขยะแบบปัจจุบัน ต้องรอถึงเวลา 22.00 น. รถขยะจึงมาเก็บ เมื่อน้ำท่วม ขยะอาจจะมาอุดท่อระบายน้ำขนาดเล็ก แม้จะเป็นถุงแค่ใบเดียวสามารถทำน้ำท่วมได้เพราะไปอุดฝาท่อจึงเป็นปัญหาทั้งเส้นเลือดฝอยกับเส้นเลือดใหญ่คู่กัน ซึ่งทหารจะมาช่วยดูแลในจุดนี้ โดยโซนเหนือฝั่งพหลโยธิน ทหารจะช่วยดูแลคูคลองจุดนั้น ขณะที่ฝั่งใต้ กทม.จะขุดลอก ส่วนกรณีเหตุสุดวิสัยทหาร พร้อมนำรถมาช่วยสนับสนุนพาประชาชนกลับบ้าน ซึ่งแม่ทัพได้ส่งเจ้าหน้าที่มาประจำที่ศูนย์บัญชาการน้ำท่วมแล้ว เพื่อให้การประสานงานสะดวกมากขึ้น

ส่วนเรื่องน้ำเหนือขณะนี้ยังไม่น่ากังวล เพราะปล่อยมาประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนชัยนาท ส่วนของ กทม.ถ้าจะเกินระดับต้อง 2,500 ลบ.ม./วินาที แต่ต้องเสริมจุดคันกั้นน้ำที่เป็นฟันหลอ ต้องไปเสริมกระสอบทรายตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยน้ำท่วมกรุงเทพฯ มี 4 เรื่อง คือน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน น้ำท่า และน้ำฝนในพื้นที่

แจงลาดพร้าว64ท่วมหนัก
นายชัชชาติกล่าวขอบคุณทุกความคิดเห็นที่แนะนำมาพร้อมกับน้อมรับ โดยระบุว่านี่คือสไตล์การทำงานส่วนตัว บางครั้งต้องนั่งรถจักรยานยนต์ เพราะรถยนต์เข้าไม่ถึงพื้นที่ ยืนยันจะนำความเห็นของทุกคนมาปรับให้ดีขึ้น

ส่วนการตั้งวอร์รูมต้องบอกว่ามีประจำอยู่แล้ว แต่จะเห็นในภาพรวม จะเห็นว่าจุดใหญ่ส่วนไหนน้ำท่วม แต่ลาดพร้าว 64 ที่น้ำท่วมนั้น เป็นจุดเส้นเลือดฝอย ซึ่งวอร์รูมจะเห็นถนนหลัก แต่ส่วนย่อยจะต้องอาศัยข้อมูลในพื้นที่ ต้องลงไปดูพื้นที่ อย่างเช่นการขนส่งคน หากอยู่วอร์รูมจะไม่ทราบเรื่องนี้เลยว่าคนกลับบ้านไม่ได้ การขนส่งคนจะไม่เกิดขึ้น จึงต้องนำหลายอย่างมาประกอบกัน แค่วอร์รูมนั้นไม่เพียงพอ จะต้องลงไปในพื้นที่ เห็นหน้างาน ให้กำลังใจคนปฏิบัติหน้าที่ ไปดูปัญหาประชาชน สุดท้ายจึงจะพัฒนาแผนให้ละเอียดขึ้น

แก้ท่วมกรุง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. และพล.ต.ฐกัด หลอดศิริ รองแม่ทัพภาค 1 เตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่คลองลาดพร้าว เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 25 ก.ค.

กทม.-ทหารถก4เรื่องรับท่วม
ต่อมา นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พล.ต.ฐกัด รองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ใต้ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (บึงพระราม 9) เขตห้วยขวาง ว่า กทม.ได้รับความกรุณาจากกองทัพบกและท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นำทหารมาช่วยดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งวันนี้ทางรองแม่ทัพภาคที่ 1 ได้กรุณามาประสานงานในรายละเอียดในเรื่องที่นำทหารมาช่วยดูแล ซึ่งมี 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.การดูแลขยะ ตามสถานีสูบน้ำหลัก เช่น อุโมงค์พระราม 9 ที่เชื่อมระหว่างคลองแสนแสบกับคลองลาดพร้าว อุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง ซึ่งมีขยะชิ้นใหญ่มาติดทำให้การระบายน้ำได้ช้าลง 2.ขยะที่วางอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เมื่อฝนตกหนักขยะก็กระจายออกมาอุดตามเส้นเลือดฝอยต่างๆ ซึ่งได้ประสานส่งกำลังพลเข้ามาช่วยดูแลขยะในพื้นที่ เพื่อให้น้ำได้ไหลลงได้เร็วขึ้น

3.การขุดลอกคลอง ซึ่งได้ดำเนินการมา 1 เดือนแล้ว แต่มีทรัพยากรจำกัด ปัญหาหลักๆ คือคลองลาดพร้าว ที่ต้องรับน้ำจากด้านเหนือลงมาที่อุโมงค์คลองแสนแสบ ปัจจุบันตื้นเขินอยู่ ต้องขุดให้มีความลึกมากกว่านี้ เพื่อให้น้ำสามารถไหลได้เร็วขึ้น ทางทหารได้ส่งเรือมาช่วย โดยมีการกำหนดจุดแล้วว่าด้านเหนือตั้งแต่วัดบางบัวทหารรับผิดชอบไป ส่วนด้านใต้กทม.จะดำเนินการขุดลอก และ4.กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ อย่างเช่น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเกิดน้ำท่วมขัง ประชาชนเดินทางลำบาก ทหารก็ให้การสนับสนุนเรื่องรถที่ช่วยขนคน

ด้านพล.ต.ฐกัดกล่าวว่า กองทัพบก โดยแม่ทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้หน่วยทหารที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ให้การสนับสนุนกทม. เพราะเรามีกำลังทหารในพื้นที่ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ยินดีและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกทม. ทั้งเรื่องของน้ำท่วม อำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร ช่วยเหลือประชาชนด้านอุทกภัยต่างๆ

ระดมช่วยพื้นที่ประสบภัย
พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ในฐานะ หัวหน้าศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย (หน.ศบท.) ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรง บก.กองทัพไทย และหน่วยขึ้นตรงศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย (นขต.บก.ทท./นขต.ศบท.) เตรียมพร้อมรับสถานการณ์และจัดกำลังสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมอบหมายให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นทพ./ศปก.นทพ.ศบท. ขอให้ สนภ.1-5 นทพ./ศปก.สนภ.1-5 นทพ.ศบท. และ นพศ.นทพ./ศปก.นพศ.นทพ.ศบท. ดำเนินการ ดังนี้

1.รายงานสถานการณ์น้ำ และมรสุมในพื้นที่ พร้อมการปฏิบัติในการช่วยเหลือ ให้ ผบ.นทพ./หน.ศปก.นทพ.ศบท. และ นทพ./ศปก.นทพ.ศบท. ทราบ ทุกวันก่อนเวลา 16.30 น. 2.จัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และตรวจความพร้อมในการปฏิบัติของหน่วยและหน่วยขึ้นตรง รายงานให้ นทพ./ศปก.นทพ.ศบท. ทราบ ภายในวันที่ 26 ก.ค. โดยพร้อมให้การสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่เมื่อได้รับการประสานร้องขอ พร้อมทั้งจัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จาก สนภ.1 นทพ./ศปก.สนภ.1 นทพ.ศบท. จำนวน 2 ชุด และ นพศ.นทพ./ศปก.นพศ.นทพ.ศบท. จำนวน 1 ชุด เตรียมพร้อมปฏิบัติ ให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. เมื่อสั่งและสนับสนุนส่วนราชการ และจัดชุดสำรวจสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.เมื่อได้รับการประสานร้องขอ

ซุ้มวัดถล่ม – ซุ้มประตูวัดสร่างโศกหรือวัดมอญ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ขนาดกว้าง 10 เมตร สูง 15 เมตร หนักประมาณ 5 ตัน พังโค่นถล่มลงมาได้รับความเสียหาย หลังมีฝนตกหนักลมกระโชกแรง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ค.

พายุฝนซัดซุ้มประตูวัด 200 ปีพัง
ที่หมู่ 3 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง นายโสภณ งามรุ่งโรจน์ หรือกำนันตำบลจระเข้ร้อง เปิดเผยถึงการดำเนินการแก้ไขป้องกันพนังกั้นน้ำที่ได้พังเสียหายจากน้ำท่วมและมุดจากใต้ดินในปีที่ผ่านมาว่า ทางเทศบาลไชโยได้บดอัดถนนซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ ไม่รู้ว่าปีนี้น้ำจะมามากน้อยแค่ไหน และคันถนนที่แก้ไขแล้วจะทนทานกับปริมาณน้ำหลากได้แค่ไหน ส่วนการสร้างเขื่อนใหม่เป็นพนังกั้นน้ำที่ถาวรนั้น ต้องรองบประมาณของทางสำนักงานโยธาก่อน

ที่วัดสร่างโศกหรือวัดมอญ ตั้งอยู่หมู่ 8 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากฝนที่ตกและมีลมกระโชกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ซุ้มประตูวัดที่อยู่ติดถนนทางเข้าวัดพังโค่นลงมา โดยเป็นซุ้มไม้ผสมกับเหล็ก มีขนาดสูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร หนักราว 5 ตัน ส่วนเสาทำจากไม้ขนาด 1 คนโอบจำนวน 4 ต้น ฐานรองเป็นปูนซีเมนต์ ด้านบนเป็นโครงสร้างเหล็กผสมกับไม้ ได้หักโค่นลงมาช่วงรอยต่อระหว่างเสากับฐาน ทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ด้านในวัดไม่สามารถเข้าออกได้ ทางเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลคลองด่าน พร้อมด้วยชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ช่วยกันรื้อถอน

พระครูปลัดพรชัย จันทสโร เจ้าอาวาสวัดสร่างโศก กล่าวว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกอย่างหนักและลมพัดแรงมาก อาตมานั่งอยู่ในกุฏิก็ได้ยินเสียงโครม จากนั้นมีคนมาบอกว่าซุ้มประตูวัดล้มพังเสียหาย จึงได้วิ่งออกไปดู เนื่องจากเกรงว่า หากมีรถหรือคนเดินผ่านมาพอดี ก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อออกไปสำรวจดูก็พบว่า เสียหายแค่ซุ้มประตูไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สำหรับ วัดสร่างโศก หรือวัดมอญ เป็นวัดมอญโบราณเก่าแก่กว่า 200 ปี แต่เดิมในอดีตชื่อ วัดมอญ ซึ่งวัดนี้เป็นที่ตั้งกองทัพม้าของพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ติดริมน้ำ ใกล้ปากคลองที่จะลงสู่ทะเล ไปทางอ่าวไทย โดยมีโบสถ์แกะสลักลวดลายศิลปะสวยงาม

อุดพนัง – เจ้าหน้าที่ซ่อมคันคลองกั้นน้ำคลองขุดใต้ หมู่ที่ 9 ต.วังหลุม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ที่ถูกน้ำกัดเซาะแตกพัง โดยแบ๊กโฮยกถุงบิ๊กแบ๊กบรรจุดินอุดช่องทางน้ำ ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยวต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 25 ก.ค.

ระดมอุดคันคลองรั่ว
ส่วนที่คันคลองกั้นน้ำคลองขุดใต้ ในพื้นที่หมู่ 9 ต.วังหลุม ที่ถูกน้ำกัดเซาะพังลง เป็นช่องขนาดความยาว 15 เมตร ทำให้ปริมาณน้ำในคลอง ที่รับน้ำมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่ไหลผ่านมา ไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรนาข้าว ที่เริ่มเพาะปลูก และบางส่วนกำลังออกรวง ในต.วังหลุม และพื้นที่ตำบลใกล้เคียงหลายพันไร่ เจ้าหน้าที่อำเภอตะพานหิน เจ้าหน้าที่ทหาร องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน และเกษตรกรได้ช่วยกันปิดกั้นอุดรอยแตกของคันคลอง ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง

สำหรับพื้นที่การเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าว ถูกมวลน้ำ ที่ไหลผ่านคันคลองที่พังลง ท่วมขังต้นข้าว ทั้งเริ่มเพาะปลูก รวมถึงที่กำลังออกรวง ถูกน้ำท่วมขัง เป็นบริเวณกว้าง ประมาณ 2,500 ไร่ และขยายไปยัง ต.หนองพยอม

ขณะที่ปภ.พิจิตร ได้สำรวจความเสียหายในเบื้องต้นอ.ทับคล้อ ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก จำนวน 2 ตำบล ตือต.ทับคล้อ และต.เขาทราย โดยต.ทับคล้อ มีบ้านเรือนประชาชนและร้านค้า รวมทั้งพื้นที่การเกษตรเสียหายรวม 5 ชุมชน ประกอบไปด้วยหมู่ที่ 1,2,8,9 และหมู่ 10 และต.เขาทราย มีพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมกว่า 1 พันไร่รวม 5 หมู่บ้าน ประกอบไปกด้วยหมู่ที่ 3, 5, 6 ,12 และหมู่ที่ 13

5 อ่างเก็บน้ำโคราชล้น
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ของพื้นที่จังหวัดว่า ปัจจุบันมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเกินความจุ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยยางพะไล อ.แก้งสนามนาง, อ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง, อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด, อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม อ.บัวใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด อ.พิมาย มีการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลงสู่คลองธรรมชาติ โดยพยายามควบคุมไม่ให้น้ำที่ระบายออกไหลออกนอกลำน้ำแล้วเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนในพื้นที่ติดลำน้ำ

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งของจังหวัด ยังคงมีปริมาณในอ่างเก็บน้ำ เฉลี่ยร้อยละ 60 ของความจุ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ความจุ 314 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 167 ล้านลบ.ม. หรือ 53%, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ความจุ 155 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 98 ล้านลบ.ม. หรือ 63%, อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ความจุ 141 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำ 88 ล้านลบ.ม. หรือ 62% และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ความจุ 275 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำ 176 ล้านลบ.ม. หรือ 64%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน