สส.ฝ่ายรัฐบาลรุมต้าน‘ป้อม’ยั้งมือชงแก้รธน.‘ระวี’ชี้ผสมสูตรหาร500สกัดเพื่อไทยได้50คนบิ๊กน้อยตีปี๊บแตกแบงก์

สะพัด ‘บิ๊กป้อม’ ยั้งมือ ส่งสัญญาณยื่นแก้รธน. ฟื้นเลือกตั้งบัตรใบเดียว เหตุส.ส.พลังประชารัฐภาคเหนือ-อีสานฮือต้าน หวั่นสู้กระแสเพื่อไทยไม่ไหว ‘สาธิต’ ประธานกมธ.ลั่นถ้าเสนอแก้รธน. จะขอค้านเป็นคนแรก ‘นิกร’ ยัน ชทพ.หนุนบัตรสองใบ ‘หมอระวี’ โหมอีก ถ้าใช้บัตรใบเดียวพ่วงสูตรหาร 500 จะสกัดเพื่อไทยเข้าสภาได้ถึง 50 คน เพื่อไทยประณามคิดแก้สูตรส.ส. กลับไปใช้บัตร ใบเดียว เพื่อชนะเลือกตั้ง น่าอับอาย ปชป.คึกขยับจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ‘อนุทิน-เนวิน-ประดิษฐ์’ ดีเดย์ 30 ก.ค. เปิดตัว 3 ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ‘บิ๊กน้อย’ ตีปี๊บ 1 ส.ค. ประชุมพรรครวมแผ่นดิน ‘บิ๊กตู่’ รูดซิปปรับครม.-โผทหาร

‘บิ๊กตู่’รูดซิปโผทหาร-ปรับครม.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยที่ประชุมไม่มีการหารือนอกรอบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อให้แนวทางการจัดทำบัญชี แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ก่อนที่จะนัดหารือคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้ง นายทหารชั้นนายพล หรือ บอร์ด 7 เสือ กลาโหม ช่วงกลางเดือนส.ค.นี้

หลังการประชุมเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวกับการให้แนวทางการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบ เมื่อถามว่าระหว่างการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และโผทหารสิ่งไหนจะเกิดขึ้นก่อน พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณมือให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบปิดประตูรถทันที ก่อนจะเดินทางออกไปจากกระทรวงกลาโหม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่โจมตีการใช้งบในการจัดหาอาวุธของกองทัพ และกรณีที่คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ และ ICT ใน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 มีมติตัดงบการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ซึ่งเป็นเป็นขั้นตอนทางการเมืองที่ทำให้เห็นว่าเขาได้ทำหน้าที่ แต่ความจริงเขาก็เข้าใจ จึงขอให้เหล่าทัพชี้แจงความจำเป็นในการจัดหายุทโธปกรณ์ต่อไป โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ที่มีขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการในการจัดซื้อ กว่าจะนำเข้ามาประจำการ

กมธ.โหวตแก้กม.ลูก2มาตรา
ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เลขานุการ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกมธ. ที่พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมมาตราในร่างพ.ร.ป.ให้สอดคล้องกับสูตร คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หลัง มติรัฐสภาเห็นชอบให้ใช้จำนวน 500 คนหาค่าเฉลี่ยแทนจำนวน 100 คน ว่า ที่ประชุมได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเสร็จแล้ว โดยแก้ไขเพิ่มเติม 2 มาตรา

แบ่งเป็นการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ 1 มาตรา คือ มาตรา 24/1 ว่าด้วยรายละเอียดการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งที่ประชุมลงมติชี้ขาด โดยองค์ประชุม 25 คน ลงมติเห็นด้วย 15 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 คน มีกมธ.เสียงข้างน้อย ที่สงวนความเห็น ประกอบด้วย ตน, นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.), นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบล ราชธานี พรรคเพื่อไทย, นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กมธ.จากพรรคเพื่อไทย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล กมธ.จากพรรคเพื่อไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กมธ.จากพรรคเพื่อไทย, นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) และนายกฤช แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

แก้ไขมาตรา 26 ซึ่งเดิมเป็นบทยกเลิกมาตรา 131 ว่าด้วยการคำนวณส.ส.กรณีที่มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยคงเนื้อหาให้ 1 ปีนับจากวันเลือกตั้งทั่วไป หากพบว่าเขตใดต้องเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุการทุจริต เมื่อประกาศผลเลือกตั้งแล้ว ให้นำไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับใหม่ โดยให้จำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ได้รับไปแล้วมารวมคำนวณด้วย และได้ยกเว้นการไม่นำคะแนนมาคำนวณใหม่ ในกรณีอื่นที่ไม่ใช่การเลือกตั้ง ที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม และกำหนดไม่ให้มีผล กระทบต่อการคำนวณส.ส.ที่พรรคพึงมี ซึ่งมาตราดังกล่าวมีกมธ.ลงมติชี้ขาด โดยมีผู้เห็นด้วย 17 เสียง ไม่เห็นด้วย 6 คน งดออกเสียง 5 เสียง มีกมธ.สงวนความเห็นได้แก่ ตน, นายวันมูหะมัดนอร์, นายชูศักดิ์, นายประยุทธ์, นายกฤช นพ.ชลน่าน นายสมคิด และนายพงศ์เทพ

ส่งถึงมือ‘ชวน’แล้ว-ลบครหายื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่) พ.ศ. … (ส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม) ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา โดยแนบร่างฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาด้วย

ในเอกสารระบุชัดเจนว่า กมธ.ได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างบทบัญญัติมาตราต่างๆ ให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง มาตรา 23 (แก้ไขมาตรา 128) ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมร่วมรัฐสภาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ ประธานรัฐสภา ได้เซ็นรับหนังสือลงเวลา 15.53 น. ของวันที่ 27 ก.ค.

นายนิกรกล่าวว่า กมธ.ได้ส่งหนังสือถึงนายชวนเรียบร้อยแล้ว เพื่อลบเสียงวิจารณ์ คำครหาว่าพยายามจะดึงเวลาให้เลยวันที่ 15 ส.ค. เพื่อให้ตกไปแล้วกลับไปใช้หาร 100 เหมือนเดิม ยืนยันว่ากมธ.เร่งสุดความสามารถ ขณะนี้ยื่นไปแล้วเพื่อให้บรรจุระเบียบวาระพิจารณาการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 2 ส.ค.นี้ แต่มีปัญหาว่ากฎหมายที่พิจารณาอยู่ในวันที่ 27 ก.ค. รัฐสภาล่มไป และพิจารณาได้เพียงมาตราเดียว ทั้งที่ต้องพิจารณาให้จบหยุดกลางคันไม่ได้ กฎหมายจะตกไป ฉะนั้น ต้องรอให้จบก่อน จึงไม่รู้ว่าจะพิจารณาเร่งรัดกันได้อย่างไร ตนเป็นห่วงอย่างมากเพราะต้องการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

‘นิกร’ยันชทพ.หนุนบัตร 2 ใบ
นายนิกรกล่าวถึงกระแสข่าวที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลจะกลับไปใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 และใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า เรื่องหาร 100 และบัตร 2 ใบ เป็นเรื่องที่แก้กันมา โดย 3 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา แต่พรรคอื่นๆ ยังไม่ทราบ โดยพรรคชาติไทยพัฒนาคุยกันแล้วว่าไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว เพราะเราเสนอแก้เป็นบัตร 2 ใบ ซึ่งการแก้เป็นใช้บัตรใบเดียว พรรคเราก็ไม่ได้เปรียบ แต่เสียเปรียบด้วยซ้ำ เราจึงยืนยันตามเดิม และไม่เห็นด้วยกับการกลับไปแก้

ต่อข้อถามว่ามีแนวทางไหนที่จะกลับไปหาร 100 ได้บ้าง นายนิกรกล่าวว่า ต้องพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ในที่ประชุมให้จบและส่งไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทางกกต.จะให้คำตอบกลับมา 2 มิติ คือขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ประเด็นการปฏิบัติได้หรือไม่นั้น หากไม่สามารถปฏิบัติได้ กกต.จะแย้งกลับไปหาร 100 ตามร่างรัฐธรรมนูญที่ กกต.เสนอมาตลอด เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะกลับไปแก้รัฐธรรมนูญหรือออกเป็นพระราชกำหนดหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ต้องทำเรื่องให้จบก่อน ใครที่คิดจะไปแก้รัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป

‘สาธิต’ค้านแก้รธน.-ฟื้นบัตรใบเดียว
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมเพื่อหาทางออกการแก้ประเด็นที่สอดคล้องกับมติของรัฐสภาจากสูตรหาร 100 เป็นหาร 500 ยากพอสมควร จากเดิมที่คิดคำนวณตรงไปตรงมา แต่การหาร 500 จะมีการผสมทั้งบัญชีรายชื่อและแบบ แบ่งเขต ซึ่งเป็นความยากที่จะต้องแก้ไขตาม

อีกทั้งถ้ามีการเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้ง จะต้องมีการคำนวณใหม่ทุกครั้ง ขณะที่คำว่า พึงมี ก็กลับมาแล้วในการหาร 500 นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกลับมติเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่ต้องเคารพมติ ก็ต้องแก้ตามเพื่อ ไม่เกิดปัญหา แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ถูกไปใช้จริง ก็ต้องกลับมาแก้ใหม่ หากกกต.ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ต้องกลับมาที่สภาแล้ว แก้มาตรา 23-25 ซึ่งขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสจะกลับไปใช้สูตรหาร 100 หรือไม่ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายสาธิตกล่าวว่า ตนอยู่นอกความถี่นั้น แต่ตนเห็นด้วยกับสูตรหาร 100 ตามความเห็น กมธ.เสียงข้างมากเดิม เพราะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขมาแล้ว

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะถึงขั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นายสาธิต กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้น ตนรับไม่ได้ ตนจะคัดค้านคนแรก เพราะ แก้รัฐธรรมนูญมาใช้บัตร 2 ใบแล้ว วันนี้ควรตัดสินว่า จะใช้สูตรหาร 500 หรือ 100 แต่หากแก้แล้วกลับไปที่เดิม ตนคิดว่า เสียเวลาประเทศ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

พปชร.เหนือ-อีสานก็ไม่เอา
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่า หลังมีกระแสข่าวแกนนำรัฐบาลส่งสัญญาณต้องการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ปรากฏว่า ส.ส.บางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานบางส่วน ไม่เห็นด้วย เพราะไม่ได้ทำให้ได้เปรียบ โดยส.ส.บางคนแสดงความเห็นในไลน์กลุ่มพรรคแล้วว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากกระแสในพื้นที่สู้พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ได้ และเสี่ยงจะสอบตก เพราะประชาชนจะมีแค่ตัวเลือกเดียว

ขณะที่การใช้บัตร 2 ใบ อย่างน้อยจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่ไม่ชอบพรรคที่สังกัด สามารถเลือกตัวผู้สมัครส.ส.ได้ แต่บางพื้นที่ผู้สมัครส.ส. ที่มีฐานเสียงแข็งแรงพอจะขอร้องกับประชาชนได้ ยังไปกาพรรคที่ชื่นชอบได้อีกใบหนึ่ง การใช้บัตรใบเดียว เอื้อ แค่เพียงพื้นที่ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐและกระแสของพล.อ.ประยุทธ์ ยังมีอยู่ ทำให้ส.ส.ภาคเหนือบางส่วน ถึงกับระบุว่าหากที่สุดผู้ใหญ่ตัดสินใจใช้บัตรใบเดียว อาจต้องย้ายพรรคเพื่อเพิ่มโอกาสชนะ

‘ป้อม’ส่งสัญญาณแก้รธน.-ก่อนยั้งไว้
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้ง ส.ส.ของพรรคเรื่องบัตรใบเดียว ตั้งแต่การประชุม ส.ส.เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค. นอกจากกำชับให้ ส.ส.ลงมติรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด 11 คนในทิศทางเดียวกัน ยังแจ้งว่าจะมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์นี้ แต่สุดท้ายต้องชะลอออกไปก่อน

มีรายงานด้วยว่า สาเหตุที่ต้องการกลับไปใช้บัตรใบเดียว เนื่องจากแกนนำพรรคได้คำนวณสูตรต่างๆ ทั้งบัตร 2 ใบ สูตรหาร 500 หรือหาร 100 ซึ่งประเมินแล้วว่า บัตรใบเดียวเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด และยังยืนยันด้วยว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรใบเดียว สามารถทำทันก่อนครบอายุรัฐบาล

‘สุริยะ’ระบุถอยกลับยาก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะกลับไปใช้หารด้วย 100 ว่า ขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นอย่างไร ส่วนที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้กลับมาใช้หาร 100 เพราะหาร 500 จะมีปัญหามากนั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามถึงความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคพลังประชารัฐในการใช้สูตรหาร 100 กับสูตรหาร 500 นายสุริยะกล่าวว่า พรรคไม่ได้อยากได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ขอให้เป็นธรรมต่อทุกพรรค และมีกติกาเป็นสากล ส่วนที่มีกระแสข่าวจะกลับไปแก้รัฐธรรมนูญเพื่อใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแทนสองใบนั้น นายสุริยะกล่าวว่า ครั้งแรกตนได้ยินทำนองนี้ แต่เท่าที่ฟังล่าสุดคงไม่สามารถกลับไปใช้บัตรใบเดียวได้ เพราะทราบว่าส.ส.ของหลายพรรค ไม่ต้องการกลับไปใช้บัตรใบเดียว ส่วนจะเป็นด้วยเหตุผลใดนั้น ตนไม่มั่นใจ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติให้กมธ.ถอนร่างพ.ร.ป. เลือกตั้งส.ส.ไปพิจารณาแก้ไขมาตราให้สอดคล้องกับสูตรหาร 500 ว่า ไม่รู้เลย ส่วนความคืบหน้าการจัดโรดโชว์เวทีที่ 2 ของพรรคพลังประชารัฐเพื่อพบปะกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ นั้น ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย

‘ระวี’มั่นใจไม่พลิกใช้สูตร100
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กล่าวว่า กระแสข่าวการกลับไปใช้หาร 100 คนที่พูดก็เพิ่งทราบข้อมูล โดยอ้างอิงว่าพรรคภูมิใจไทย เอาหาร 100 แต่เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ชัดเจนแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยเอาหาร 500 อีกทั้งตัวแทนของพรรคที่เป็นกมธ.ก็ยืนยันหาร 500 เช่นกัน แต่ถามว่าหาร 100 มีโอกาสกลับมาได้หรือไม่ ยอมรับว่ามีโอกาส เพราะถ้าร่างกฎหมายผ่านวาระ 2 น่าจะเป็น กรอบหาร 500 โดยสภาจะต้องยื่นให้ กกต. หรือศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ โดยทุกอย่างอยู่ที่นายชวน ว่าจะยื่น กกต.หรือหน่วยงานอื่นด้วย ก็เป็นไปได้ที่จะตีกลับให้มาใช้หาร 100

ถ้าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ผ่านวาระ 3 แล้วนายชวนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งผลการวินิจฉัย เราคาดไว้หลายรูปแบบ หากวินิจฉัยว่าหาร 500 ขัดรัฐธรรมนูญ ใช้ได้แต่หาร 100 ก็ถูกตีกลับมาที่สภา เพื่อคิดในกรอบหาร 100 แต่ถ้าศาลตีกลับมาว่าหาร 100 ก็ผิด สภาต้องกลับมาแก้ไข แต่จะแก้อย่างไร ถือเป็นโอกาสที่หาร 100 จะกลับมา แต่เชื่อว่ามีเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาหาร 100

ชี้บัตรใบเดียว-หาร500สกัดพท.อื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการส่งสัญญาณอะไรมาจากฝั่งรัฐบาลหรือไม่ ทั้งสูตรหาร 100 และบัตรใบเดียว นพ.ระวีกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ คิดว่าทิศทางของรัฐบาลยังยืนยันในแนวทางนี้อยู่ แต่ยอมรับว่ามีโอกาสพลิกกลับไปใช้การหาร 100 และบัตรเลือกตั้งใบเดียว เมื่อถึงขั้นตอนที่รอนายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ฝ่ายที่เอาหาร 100 ก็ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลวินิจฉัยว่า หาร 100 หรือ 500 ก็ผิด รัฐสภาต้องกลับมาแก้ไข ฉะนั้นอาจถึงขั้นกลับไปแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะแก้มาตรา 93 เพียงมาตราเดียว เพื่อให้หาร 500 ถูกกฎหมาย หรืออาจแก้โดยการตัดมาตรา 93, 94 ออก เพื่อให้หาร 100 ถูก หรือแก้ให้กลับเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด

“ผมวิเคราะห์ว่า เป้าหมายที่กลุ่มพรรคเล็กสนับสนุนให้หาร 500 เพื่อสกัดเผด็จการรัฐสภา แต่ยอมรับว่าพรรคเล็กมีผลพลอยได้ คือไม่สูญพันธุ์ แต่การจะไปสกัดเผด็จการรัฐสภา มันจะสกัดได้อย่างไร ถ้าบัตร 2 ใบ หาร 500 จะสกัด ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 25-30 คน แต่ถ้ากลายเป็นใช้บัตรใบเดียว นอกจากจะสกัด ส.ส. บัญชีรายชื่อได้เพิ่มขึ้น ก็จะสกัดส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทย ได้อีกประมาณ 15 คน เท่ากับรัฐธรรมนูญบัตร เลือกตั้งใบเดียว พรรคเพื่อไทยจะถูกสกัด 40-50 ส.ส. ส่วนตัวยังยืนยันสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบและหาร 500” นพ.ระวีกล่าว

เพื่อไทยประณามแก้สูตร-น่าอับอาย
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า กระแสข่าวที่รัฐบาลพยายามจะกลับไปใช้สูตรคำนวณส.ส.หาร 100 และการจะแก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ตนได้ยินเรื่องนี้มาหนาหูเมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา การคิดเช่นนี้เป็นเรื่องที่เขาคิดการเมือง เพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า คิดเพื่อเอาเปรียบคู่ต่อสู้ และคิดเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะทำระบบที่ดีไว้ให้กับประเทศ และไม่ได้คิดการเมืองเพื่ออนาคตของลูกหลานและประเทศชาติ

วิธีคิดและพฤติกรรมแบบนี้อันตรายและน่าประณามอย่างยิ่ง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลักของประเทศที่วางระบบให้คนในประเทศได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเฉพาะบทที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง คือระบบที่ จะวางไว้เพื่อให้คนได้เข้าสู่อำนาจ ที่ต้อง เท่าเทียมเป็นธรรมเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนี้แล้ว กฎกติกาที่ว่าไปเอื้อให้ฝ่ายใดคนหนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบ การยอมรับจะไม่เกิดขึ้น จะนำไปสู่ปัญหาความแตกแยกจะเกิดไม่สิ้นสุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าแนวคิดกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จะเป็นจริงได้หรือไม่ นาย สุทินกล่าวว่า ถ้าเสียงข้างมากวางแผนและ ใช้ความพยายาม คิดว่าเป็นไปได้ ซึ่งการแก้กฎหมายไปสู่แบบเดิมในระยะเวลาไม่ถึงปี เป็นเรื่องน่าอับอายและอธิบายให้ชาวโลกฟังไม่ได้

จ่อยื่นฟันรมต.-ยื่นยุบพรรค
ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าการฟ้องรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อองค์กรอิสระ นายสุทินกล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างวางประเด็น หาข้อมูลประกอบเพื่อยื่นฟ้องต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง คาดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์จะยื่นได้ ส่วนจะยื่น กี่คนนั้นยังไม่สรุป น่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 คน โดยจะยื่นในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพียงแต่จะให้พรรคที่เป็นเจ้าภาพอภิปรายเป็น ผู้ดำเนินการตามประเด็นไป

มื่อถามถึงกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าการยื่นครั้งนี้ อาจถึงขั้นอาจมีการยื่นยุบพรรคนั้น จะยื่นยุบพรรคในประเด็นใด นายสุทินกล่าวว่า มีหลายประเด็น เช่น ไม่ดำเนินนโยบายให้เป็นจริงตามที่ได้หาเสียงไว้ รวมถึงการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารพรรคการเมืองนั้น ส่วนเป็นพรรคไหนนั้นวันยื่นจะรู้เอง

‘จุรินทร์’นำปชป.เบิร์ธเดย์‘ชวน’
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะส.ส. พรรคเข้าอวยพร พร้อมมอบแจกันดอกไม้ให้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 84 ปี ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

นายชวนกล่าวว่า “ขอขอบคุณท่านหัวหน้าจุรินทร์ และพวกเราทุกคน ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพอนามัย โอกาสที่จะเป็นนักการเมืองและการที่จะได้เป็นผู้แทนประชาชนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่แน่ใจว่าทุกท่านที่มาวันนี้จะกลับมาได้อีกกี่คน แต่ขออวยพรให้ได้กลับมาทุกคน และขอให้ประสบความสำเร็จในภารกิจทั้งปวง มีเวลาอยู่จำกัดไม่ถึงปี ฉะนั้นใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ ทำงานในสภาให้เต็มที่และทำหน้าที่ผู้แทนประชาชน งานในสภาสมัยก่อนพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นหลัก ขอให้พวกเราเรียนรู้ศึกษาและทำหน้าที่ตัวเองให้ดี

“ขอให้กำลังใจทุกคนและท่านหัวหน้าพรรค ผมก็พูดให้ตรงๆ ว่า คะแนนเสียงไม่ได้มีผลกระทบอะไร ผมคิดว่าไม่มีผล ชาวบ้านเชื่อพวกเราไม่ทำหรอก ตลอดชีวิตการเมืองพวกเราไม่มีหรอก คะแนนเราได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่ใช่ตัววัดทั้งหมด ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าคะแนนน้อยแล้วมีผลกับเรา ขอให้กำลังใจทุกๆ คน ซึ่งทุกคนมีความหมาย ทุกคนมีค่า คนเป็นผู้แทนฯ ได้ไม่ธรรมดาทั้งนั้น ไม่ว่าเราหรือพรรคไหนก็ตาม รัฐบาลเหลือเวลาอยู่ประมาณ 8-9 เดือน อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองทำได้ให้รีบทำ” นายชวนกล่าว

ปชป.คึกคักเตรียมศึกเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคภาคกลาง นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคเหนือ นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น ได้รับประทานอาหารเพื่อพูดคุยหารือกันถึงทิศทางทางการเมือง

นายนิพนธ์เปิดเผยว่า เป็นการพูดคุย เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยนาย จุรินทร์ได้มอบการบ้านให้รองหัวหน้าพรรคแต่ละภาค ใครดูแลภาคไหนให้วางแผนวางตัวผู้สมัครส.ส.ในแต่ละพื้นที่ โดยอีก 2 สัปดาห์ให้หัวหน้าภาคแต่ละภาคมารายงานให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรครับทราบ

นายจุติกล่าวว่า เป็นการพูดคุยหารือเพื่อเตรียมความพร้อมปรับเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเพื่อให้รองหัวหน้าภาคแต่ละภาคได้เตรียมความพร้อม โดยนายจุรินทร์ได้กล่าวว่าให้ช่วยกันดูแลในแต่ละพื้นที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพื้นที่ของใคร หรือภาคไหนทุกคนสามารถช่วยกันดูได้ พร้อมย้ำว่าพรรคส่งผู้สมัครส.ส. ครบทุกเขต ขอให้ไปคัดผู้สมัครส.ส.ในแต่พื้นที่มา

‘เนวิน-ประดิษฐ์’โหมโรงพิจิตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 10.00-12.00 น. ที่ สนามกีฬากลางจ.พิจิตร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย จะร่วมเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 3

โดยช่วงแรก นายอนุทินจะปราศรัยแสดงนโยบาย และผลงานที่โดดเด่นของพรรคตามสโลแกน “พูด แล้ว ทำ” ตามสัญญาประชาคม ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ต้องจับตาคือเวลา 10.45 น. จะเป็นช่วงปราศรัย และพบปะประชาชน ของบุคคลสำคัญทางการเมือง 2 คน คือ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่จะปรากฏตัวอย่างเป็นทางการ ในมิติทางการเมือง นอกจากเรื่องกีฬา และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรมช.คลัง และอดีตส.ส.พิจิตร 4 สมัย

‘บิ๊กน้อย’ตีปี๊บเปิดตัวพรรคใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 08.00-13.00 น. พรรคพลังชาติไทยจัดประชุมใหญ่ มีพล.ต.พิชิต บุตรวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม และถือฤกษ์มงคลเปลี่ยนชื่อพรรค เป็น “พรรครวมแผ่นดิน” และมีเวทีเสวนา ‘พรรคการเมืองยุคใหม่ & เศรษฐกิจยุคใหม่ 2023’ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยพล.อ.วิชญ์ และผู้มีบทบาททางการเมืองไทย หลายคน จะมาร่วมงานด้วย จึงขอเรียนเชิญเยาวชน คนรุ่นใหม่ ทุกเพศ วัย ร่วมออกความคิดเห็น เชิงสร้างสรรค์ เสนอแนะด้านต่างๆ เพื่อประเทศไทยของเรา

พล.อ.วิชญ์ ระบุว่า พรรคการเมืองยุคใหม่ ที่รวบรวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มากไปด้วยประสบการณ์ทั่วแผ่นดินไทย ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายช่วงอายุ อาชีพ ทุกเพศทุกวัย แม้ที่มาจะแตกต่างกัน แต่พวกมีอุดมการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ มุ่ง ลดความขัดแย้งทางการเมือง ปรองดอง ประสานงานกับทุกฝ่าย เพื่อรวบรวมสรรพกำลังความรู้ ความสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน หารายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนการส่งออก เศรษฐกิจขนาดเล็ก เป็นต้น

ทั้งนี้พล.อ.วิชญ์ถือเป็นคนสนิทของพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

สอท.รุกสนามเลือกตั้งกทม.
วันเดียวกัน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) นำทีม อดีตส.ส.กทม. อาทิ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ร.อ. รชฏ พิสิษฐบรรณกร น.ท.รวยลาภ เอี่ยมทอง เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตดินแดง มี นายวรวุธ ลีลานภาศักดิ์ และนายกชพล จิตต์มั่นการ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

จากนั้นรับฟังข้อเรียกร้อง และปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสังคม และปัญหายาเสพติด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนั้นได้สะท้อนถึงปัญหาการขึ้นค่าเช่าและค่าส่วนกลางที่จัดเก็บโดยการเคหะแห่งชาติ และเสนอให้สนับสนุนกิจกรรมกีฬา โดยเฉพาะฟุตซอล และให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย รวมถึงสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุให้มีรายได้

นายสุรนันทน์กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทย รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมจะช่วยหาแนวทางแก้ไข และร่วมสนับสนุนทุกด้านเท่าที่จะทำได้ โดยบางเรื่องเป็นปัญหาเชิงนโยบาย ที่พรรคจะพิจารณาแนวทางแก้ไข และบรรจุเป็นนโยบายของพรรคต่อไป

กก.บห.เพื่อชาติไขก๊อกบีบหน.
ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กทม. พรรคเพื่อชาติ (พช.) นำโดย น.ส. เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรค พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ โฆษกพรรค และส.ส.พรรค ร่วมแถลงข่าวกรณีการลาออก ของคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)

พล.ต.ต.ชยุตกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรค เพื่อชาติเป็นพรรคที่มีบทบาทค่อนข้างน้อย ในสภา เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองใหม่ มีประสบการณ์น้อย เมื่อนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ถูกขับไล่ออกจากพรรคเพื่อไทย กก.บห.มองว่าการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นหนึ่งในอุดมการณ์ของเรา ประกอบกับเคยได้ฟังบทบาทของนายศรัณย์วุฒิที่บอกเสมอว่า กล้าหาญ ไม่กลัวใคร เป็นนักสู้ สมาชิกและกก.บห.จึงได้ให้โอกาสและทาบทามให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชั่วคราว จนกว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่

ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง นายศรัณย์วุฒิกลับมีพฤติกรรมอันเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรค และยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นผู้นำ ขาดภาวะผู้นำในการบริหารจัดการองค์กร มีแนวทางในการทำงานที่ตอบสนองความต้องการของหัวหน้าพรรคเพียงผู้เดียว และไม่นานมานี้ยังให้สัมภาษณ์พาดพิงพรรคในทางเสียหาย อาทิ การกล่าวหาว่ามีผู้ครอบงำพรรค กล่าวหาว่าพรรคเป็นวัดร้างที่เต็มไปด้วยสัมภเวสี

กก.บห.บางส่วน มิอาจรับได้กับพฤติกรรมที่ผิดปกติ ขาดความรับผิดชอบ ตลอดจนขาดความเป็นประชาธิปไตยของนายศรัณย์วุฒิ จึงได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักการประชาธิปไตยสากล หลังกก.บห.ลาออก 9 คน จากเดิมที่มีทั้งหมด 16 คน ทำให้พ้นสภาพทั้งคณะ โดยจะมีการประชุมภายใน 45 วัน คือต้นเดือนก.ย. และการลาออกของกก.บห.ต้องแจ้งให้กกต.ทราบภายใน 15 วัน

ก.ก.แฉอีกตร.ทุ่มซื้อสปายแวร์
ที่รัฐสภา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงกรณีที่เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ. ประยุทธ์ ที่รัฐบาลใช้อาวุธทางไซเบอร์หรือสปายแวร์ที่ชื่อว่า เพกาซัส โจมตีประชาชน ว่า ตนขอเปิดหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจัดหาสปายแวร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปีงบประมาณ 2566 มีการจัดหาเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะในคำขอประกอบงบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในโครงการจัดหาระบบรวบรวมและประมวลผลข่าวกรองชั้นสูง วงเงิน 350 ล้านบาท มีบริษัทเสนอราคา 3 ราย ซึ่งยี่ห้อ Q CYBER เป็นของบริษัทในเครือเพกาซัส มีการเสนอราคามาต่ำที่สุด งบดังกล่าวเป็นแบบงบต่อเนื่อง 5 ปี ดังนั้นจะใช้เงินเกือบ 1,500 ล้านบาท

ยืนยันว่าสิ่งที่พูดในสภาคือเรื่องจริง รัฐบาลได้จัดหาและครอบครองสปายแวร์มาตลอด แต่พล.อ.ประยุทธ์ พยายามบิดเบือน ถ้ารัฐบาลพยายามจัดหาเพื่อใช้ในความมั่นคงของรัฐ เรื่องยาเสพติด ไม่ใช่สอดแนมประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จะอธิบายได้ง่ายมาก แต่นี้คือพฤติกรรมของคนที่มีพิรุธ นำสปายแวร์มาใช้ผิดประเภท

“บริษัทที่ขายสปายแวร์ เพกาซัส จะขายให้รัฐเท่านั้น ไม่มีขายให้เอกชน ดังนั้น 35 คนไทยแบ่งเป็น นักกิจกรรม 24 คน นักวิชาการ 3 คน เอ็นจีโอ 3 คน นักการเมือง 5 คน ถูกสอดแนมโดยรัฐแน่นอน ฉะนั้นเป็นการใช้สปายแวร์นี้ผิดวัตถุประสงค์ อีกทั้งไม่ใช่มีแค่กองปราบปรามยาเสพติดของตร. แต่ยังมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยข่าวกรองของกองทัพบกที่ใช้สปายแวร์อีกด้วย ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยจะใช้กลไกของสภากดดันด้วย สำหรับผู้ได้รับความเสียหายทั้ง 35 คนนั้น พรรคก้าวไกลจะร่วมกันฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อรัฐ” นายพิจารณ์กล่าว

ประชุมร่วมรัฐสภาล่มหน 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ซึ่งกมธ. วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยการพิจารณาวาระ 2 เป็นรายมาตรานั้น การโหวตแต่ละครั้งผ่านเกินครึ่ง หรือ 364 เสียง มาไม่ถึง 10 เสียง และในการลงมติวาระ 3 มีผู้เห็นด้วย 385 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกคะแนนเสียง 1 และไม่ลงคะแนน 2 เสียง

กระทั่งเวลา 14.00 น. ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ….ซึ่งกมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พยายามขอยุติการประชุม แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นว่า ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ซึ่งฝ่ายค้านพร้อมร่วมประชุม และดูแล้วในห้องประชุมมีองค์ประชุมครบ ขอให้เดินหน้าประชุมต่อ

จากนั้นที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวต่อ แต่เมื่อถึงช่วงลงมติ นายชวน กดออดเรียกสมาชิกแสดงตน เกือบ 20 นาที ระหว่างรอสมาชิกขานชื่อเพื่อให้ครบองค์ประชุม นายชวนถึงขั้นเอ่ยปากว่า “เก็บหอมรอมริบครับ” พร้อมยิ้มและหัวเราะ จนนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ขอให้ประธานนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ เพราะส.ว.มีความพร้อมเช่นเดียวกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน แต่นายชวนกล่าวว่า องค์ประชุมครบพอดี จึงลงมติชื่อ ร่าง พ.ร.บ.

เมื่อพิจารณาต่อและลงมติในมาตรา 2 ที่สมาชิกจะขอแก้ระยะเวลาในการใช้บังคับกฎหมายจาก 240 วัน เป็น 180 วัน นาย พรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกให้ลงมติ พร้อมกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ยาวมาก และมีคนแปรญัตติจำนวนมาก แต่ตนพร้อมสู้ แล้วรอสมาชิกเป็นองค์ประชุมประมาณ 5 นาที แต่ดูเหมือนจะไม่ครบ ในที่สุดนาย พรเพชร ได้ขอปิดประชุมเวลา 15.45 น.

สำหรับการประชุมรัฐสภาล่ม เพราะมีปัญหาองค์ประชุมนั้น ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระ 2 เนื่องจากส.ส.ทยอยกลับบ้าน เพราะที่ประชุมได้ใช้เวลาพักการประชุมไปเป็นเวลานาน จนสมาชิกเข้าใจผิดว่าปิดการประชุมไปแล้ว

‘สิระ’หมิ่น‘เสรีพิศุทธ์’-คุกรออาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นฟ้องนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

กรณีวันที่ 14 พ.ย.2562 นายสิระ ออกรายการทีวีช่องหนึ่ง โดยให้สัมภาษณ์มีประเด็นหนึ่งว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. เพราะเข้าร่วมปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549

โดยศาลพิจารณาเเล้ว เห็นว่า ไม่เป็นความจริง จึงมีคำพิพากษาว่า นายสิระ มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พิพากษาให้จำคุก 8 เดือนและปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

เบิร์ธเดย์73ปี – นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลี้ยงฉลองวันเกิดปีที่ 73 ที่ดูไบ โดยมีอดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และบรรดาลูกหลานญาติสนิทมาร่วมอวยพรอย่างอบอุ่นพร้อมหน้า เมื่อวันที่ 27 ก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน