แต่ไม่เอาบัตรใบเดียวนายกฯปลื้ม-ชาวบ้านเชียร์‘ลุงตู่อยู่แล้วรวย’
‘บิ๊กตู่’ปลื้ม ชาวบ้านตะโกนให้กำลังใจ ‘ลุงตู่ อยู่แล้วรวย’ ‘นิกร’เผย‘ชวน’บรรจุกฎหมายลูก เลือกตั้งเข้าวาระประชุมรัฐสภาแล้ว มั่นใจจบ 3 ส.ค. ทันกรอบ 180 วันแน่นอน ‘นิโรธ’ฟุ้งพปชร.ฐานเสียงปึ้ก ไม่หวั่นใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบ ปชป.ชูจุดยืนบัตรสองใบ ซัดกลับไปกลับมา ทำประชาธิปไตยถูกด้อยค่า เพื่อไทย-ก้าวไกล ลั่นกล้าสู้ทุกสูตร แนะประชาชนจับตาตอนจบกฎหมายลูก ‘นิพิฏฐ์’ เย้ยหาร 100 หรือ 500 รอให้สมาชิกรัฐสภา สร่างเมากัญชาก่อน
แฟนคลับเชียร์‘ลุงตู่อยู่แล้วรวย’
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตักบาตรพระสงฆ์ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ที่บริเวณท้องสนามหลวง เวลา 07.00 น. เมื่อเสร็จแล้วได้เดินเข้าไปทักทายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่มาร่วมงานดังกล่าว
เวลา 07.45 น. ระหว่างนั่งรถรางเพื่อไปเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ที่เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ที่นั่งในรถรางคันเดียวกันถึงภาพรวมการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และราคาพลังงานที่สูงในปัจจุบัน
จากนั้นเดินทางเพื่อไปลงนามถวายพระพร มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนรอพบได้พูด ให้กำลังใจว่า “ลุงตู่ อยู่แล้วรวยค่ะ” ขณะที่ชายคนหนึ่งกล่าวทักทายนายกฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์ พูดขึ้นว่า “ขอให้มีความสุขนะจ๊ะ เดี๋ยวจะไปงานต่อ”
‘นิกร’เผย‘ชวน’บรรจุกม.ลูกแล้ว
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่) พ.ศ. …รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกมธ.ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมมาตราในร่างพ.ร.ป. ให้สอดคล้องกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่มติรัฐสภาเห็นชอบให้ใช้จำนวน 500 คนหาค่าเฉลี่ยแทนจำนวน 100 คนเสร็จแล้วว่า กมธ.ได้ เสนอร่างพ.ร.ป. ฉบับแก้ไขให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาแล้ว และได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาแล้วอยู่ในวาระที่ 3
เนื่องจากมีร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. …. ค้างการพิจารณาอยู่หลายมาตรา ซึ่งอาจต้องปรับให้อภิปรายกันให้น้อย เพื่อพิจารณาให้เสร็จในวันที่ 2 ส.ค. และจะขอเสียงข้างมากของรัฐสภาขอเลื่อนวาระร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาพิจารณาต่อ และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะเหลือเพียง 9 มาตรา และมีปัญหาไม่กี่มาตรา คาดว่าจะเสร็จทันในวันที่ 3 ส.ค.นี้
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในช่วงเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร ที่ท้องสนามหลวงได้มีโอกาสพูดคุยกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เพื่อขอเลื่อนวาระร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้ ขึ้นมาพิจารณาแล้ว จากนั้นจึงได้เรียนผลการหารือร่วมกันกับนายชวนต่อ เพื่อให้พิจารณาร่างพ.ร.ป. เสร็จทันสัปดาห์นี้
มั่นใจปิดจ๊อบ 3 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณาทันกรอบเวลา 180 วัน ที่จะครบในวันที่ 15 ส.ค.นี้หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า “ทันแน่นอน ถ้าเสร็จวันนั้น วาระ 3 ก็ตามนั้นเลย เพราะเหลือการพิจารณาเพียง 9 มาตรา เชื่อว่าวันเดียวเสร็จ คือวันที่ 3 ส.ค. จึงไม่ติดกรอบ 180 วันอีกแล้ว จากนั้นประธานรัฐสภา จะส่งไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหน่วยไหนก็แล้วแต่”
เมื่อถามว่า กังวลว่าจะมีเกมสกัดยื้อเวลาทำให้พิจารณาไม่ทันกรอบหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ไม่มี เพราะผู้ที่สกัดได้มีเพียง นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และตน ที่เป็นเลขานุการ กมธ. ซึ่งเป็นผู้ตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะต้องทำงานให้เสร็จ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับหาร 500 คือเราต้องส่งให้ขึ้นฝั่งให้ได้ และต้องไปข้างหน้า ส่วนจะข้ามฝั่งไปอีกฝั่งได้หรือไม่ เราไม่รู้ และเชื่อว่าจะไม่ต้องไปยึดร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอมาเป็นสูตรหาร 100
‘สมชัย’ห่วงมีเกมยื้อในสภา
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 ส.ค.นี้ จะครบ 180 วัน ที่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากพ้นกำหนด ไม่สามารถผ่านวาระ 3 ได้ในวันดังกล่าว การคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อต้องกลับไปใช้ หาร 100 ฉบับครม.
รัฐสภามีวันประชุมร่วมเหลือ 4 วัน คือ วันที่ 2 ส.ค. วันที่ 3 ก.ค. วันที่ 9 ส.ค.และวันที่ 10 ส.ค. เพื่อพิจารณาวาระ 2 รายมาตราต่อ ตั้งแต่ มาตรา 24/1 ถึง มาตรา 32 รวม 9 มาตรา โดยมีมาตราสำคัญ คือ 24/1 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 500 กรณีเลือกตั้งไม่เสร็จ และมาตรา 26 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตใหม่ด้วยเหตุทุจริตเลือกตั้งภายใน 1 ปี
วาระการประชุม วันที่ 2-3 ส.ค. วาระกฎหมายลูกเป็นวาระที่ 3 โดยมี 2 วาระก่อนหน้า คือ ร่างพ.ร.บ.ปรับเป็นพินัย (ยังพิจารณาค้าง) และร่างพ.ร.บ.กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม และตามด้วยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าไม่เลื่อนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาแทนร่างพ.ร.บ.กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่รู้จะเลื่อนได้หรือไม่ แล้วอภิปรายร่าง พ.ร.บ.ปรับเป็นพินัย และร่างพ.ร.บ.กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรมลากยาวกัน 4 วันแล้ว ไม่จบ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็จบแบบเรียบร้อยโรงเรียนประยุทธ์ กลับไปหาร 100 โดยไม่เหนื่อย แต่สภาจะเสียศักดิ์ศรีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด คือไม่สามารถพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จภายใน 180 วันตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ดูหน้าว่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง
พปชร.ไม่หวั่นปมบัตรเลือกตั้ง
ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวส.ส.ซีกรัฐบาล ไม่เห็นด้วยที่จะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า เป็นการวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ยังไม่มีใครหยิบเรื่องนี้มาพูดอย่างเป็นทางการ เพราะฝ่ายนิติบัญญัติกำลังพิจารณาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องเดินไปตามนั้น หากจะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ จึงมองว่าไกลเกินกว่าจะพูดกัน มองว่าพรรค พลังประชารัฐมั่นใจในฐานเสียงของพรรค จะใช้บัตรเลือกตั้งแบบไหนก็ได้
นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นด้วยกับการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะจะเป็นประโยชน์เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ว่า คำว่าพรรคพลังประชารัฐ จะนาย ก. นาย ข. คนที่อยู่ภาคไหนก็เป็นพรรคพลังประชารัฐ ทุกคนต่างมีมุมมองว่า การเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียวหรือ 2 ใบ จะได้ประโยชน์หรือไม่ได้ประโยชน์บนพื้นฐานความได้เปรียบเสียเปรียบในการ เลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนความคิดเห็นที่ออกมา เป็นทัศนคติส่วนบุคคล ไม่ใช่ความเห็นทางการของพรรค แต่ต้องเคารพความคิดเห็นที่หลากหลายของแต่ละคนที่สะท้อนออกมา ความคิดเห็นที่เป็นทางการของพรรคต้องมีกลไกที่จะพิจารณาเรื่องต่างๆ แล้วค่อยออกมาเปิดเผย การจะสนับสนุนบัตรหนึ่งใบหรือ 1 ใบ พรรคพลังประชารัฐต้องพิจารณาบนหลักการที่เป็นไปตามระบบประชาธิปไตยอันปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ
ปชป.ชูจุดยืนบัตรสองใบ
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะเราเป็นเจ้าของร่างในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่จำกัดสิทธิ์ของประชาชนในการที่จะมีสิทธิ์เลือกพรรคและตัวบุคคล ในการเลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ และวันนี้เดินมาไกลกว่าที่จะกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว รัฐธรรมนูญที่แก้มาก็ยังไม่ได้ใช้เลย แล้วจะเอาเหตุผลอะไรมาเปลี่ยนเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว
ที่สำคัญกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ได้แก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 เสร็จแล้ว และส่งให้กับประธานรัฐสภาแล้ว ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 3 ส.ค. จึงคิดว่าประเด็นการหาร 100 หรือ 500 ก็จบ ถ้าผ่านวาระ 3 ประธานรัฐสภาก็ส่งให้กกต.พิจารณา หากไม่ผ่านถือว่าตกไป แต่เชื่อว่าผ่านวาระ 3 แน่นอน เพราะทุกคนก็ผ่านวาระ 2 มาแล้ว ดังนั้นการจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวเป็นไปได้ยาก ไม่ต้องมาพูดกันแล้ว แต่หากมีความพยายามที่จะหยิบยกขึ้นมา เราคัดค้านอยู่แล้ว และจะบอกกับคนที่พยายามด้วยว่าเอาเวลาไปทำงานดีกว่า อย่ามาทำอย่างนี้เลย เพราะการแก้รัฐธรรมนูญกลับไปกลับมาประชาชนรับไม่ได้
“ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ พรรคไม่ได้คิดเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ แต่คิดถึงการส่งเสริมประชาธิปไตย ในการให้สิทธิ์ประชาชนเลือกผู้แทนราษฎร และการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือ 2 ใบใครจะได้เปรียบเสียเปรียบก็ไม่มีใครรู้ เพราะอยู่ที่การกระทำมากกว่า” นายอัครเดชกล่าว
ถ้าถอยหลัง-ฉุดเชื่อมั่นปชต.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเดินมาไกลแล้ว เราแก้รัฐธรรมนูญกันมาเสียเวลาไปเป็นปีๆ การจะวกกลับไปแก้เป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ควรอย่างยิ่ง จะทำให้เห็นว่าสภาไม่มีหลัก วันหนึ่งเอาอย่างหนึ่ง อีกวันเอาอีกอย่างหนึ่ง ทำให้ความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมืองลดลง
“วันนี้เดินมาถึงจุดนี้แล้ว คือจะเอาสูตร คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 หรือ 500 ก็ว่ากันมา ตรงไหนเป็นปัญหาน้อยที่สุด ก็เอาอันนั้นแล้วเดินหน้า ที่สำคัญรัฐธรรรมนูญฉบับที่แก้มายังไม่ทันใช้เลย ยังไม่ผ่านการเลือกตั้งสักครั้ง กลับเสนอให้แก้โดยไม่มีเหตุผล” นายนิพนธ์กล่าว
สถานการณ์ในขณะนี้สิ่งสำคัญที่ควรทำ คือทำอย่างไรจึงจะช่วยแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ รวมถึงเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่มีปัญหามาก จึงอยากเห็นเราทุ่มเทช่วยกันในเรื่องเหล่านี้มากกว่าไปพูดเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือบัตร 2 ใบ เพราะจะทำให้ประชาชน เห็นว่าสภาหรือกลไกประชาธิปไตยในประเทศถูกด้อยค่าทุกวัน
เมื่อถามว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพราะต้องการสกัดพรรคการเมือบางพรรคหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าเป็นข่าวจริงหรือแค่โยนหินถามทางบางอย่าง แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรย้อนกลับไปแล้ว เพราะจะทำให้ความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยจะลดหายไปทันที ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นมากขึ้น
พท.ลั่นพร้อมสู้-ฉะคนทำตามใบสั่ง
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อาจพลิกกลับไปหาร 100 ว่า จะหาร 100 หรือ 500 ก็ไม่เสียเปรียบและได้เปรียบเท่าไหร่ แต่หลักการคือกฎหมายเสียหาย และแน่นอนว่าเป็นเกมสกัดพรรคเพื่อไทย คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องการจะเอาเปรียบ
“ไม่ว่าจะหารอะไรพรรคเพื่อไทยไม่ได้ซีเรียส หารอะไรเราพร้อมสู้ ไม่ว่าจะหาร 100 หาร 500 หรือหาร 1,000 คุณออกกฎหมายมาถ้าประชาชนไม่เลือกก็ไม่มีประโยชน์ พวกเราจึงไม่ได้ใส่ใจว่าจะหารเท่าไหร่ เราก็เฉยๆ เพียงแต่เราอายที่หลักการกฎหมายหรือหลักการแก้ไขกฎหมายในสภาถูกย่ำยีจนไม่มีประโยชน์ ฉะนั้น คนที่คิดทำเรื่องเช่นนี้หากไม่คิดละอายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นส.ว.และนักการเมืองบางคนเจ้าหลักการ แต่ทุกคนกลืนน้ำลายแล้วทำในสิ่งที่ถูกสั่งการมา” นายสมคิดกล่าว
ส่วนกระแสข่าวที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว มองว่าเป็นเรื่องที่คิดง่ายแต่ทำไม่ง่าย เนื่องจากระยะเวลาเหลือน้อย และเพิ่งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบไป แล้วอยู่ดีๆ วันดีคืนดียังไม่ได้ใช้อะไรเลย จะย้อนกลับไปจุดเดิม ถามว่าจะตอบคำถามสังคมอย่างไร ในเมื่อตอนแก้เป็นระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบก็มีบทเรียนมาจากบัตรใบเดียวที่มีปัญหา จึงมีการแก้ไขให้ประชาชนมีทางเลือก เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ซึ่งพูดกันเช่นนี้ทุกพรรค แล้วจะกลับลำใหม่หรือ อันนี้ยิ่งกว่าครอบงำ
ซัดคิดกลับลำแก้รัฐธรรมนูญ
ทั้งรัฐบาลและส.ว.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บัตรใบเดียวมีปัญหา มันเขย่ง ถ้าจะย้อนกลับไปอีก ใครที่คิดเรื่องนี้ย้อนกลับไปคิดเรื่องที่ตัวเองทำเก่าๆ ไว้ ส่วนเขาจะทำได้ ไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ตน อยากทำอะไรก็ทำ เพียงแต่ว่าถ้าคิดและทำเช่นนี้แสดงว่ามีรัฐสภาไว้แค่ที่รองรับและสนองความต้องการของตนเองใช่หรือไม่ ไม่ใช่รัฐสภาของประชาชน คนที่คิดเรื่องนี้ก็ต้องกลับไปนอนคิดใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ให้กลับไปเป็นระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว มีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า อยู่ที่คนมีอำนาจ บ้านเมืองนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่เรายืนอยู่ในหลักการว่า ไม่เห็นด้วย พรรคเพื่อไทย ไม่ได้สนใจว่าจะบัตรกี่ใบ แต่อะไรที่ถูกต้องและเสียงส่วนมากว่าอย่างไรเราก็ไปตามนั้น ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งฝ่ายคุมอำนาจบอกว่าตัวเองจะเสียเปรียบ ให้คิดใหม่ พรุ่งนี้คิดออกมาแล้วบอกมันไม่ดี เอาใหม่ อยากฝากบอกผู้มีอำนาจไปคิดให้ละเอียด จะกีดกัน จะขัดขวางอย่างไร ไปคิดให้ละเอียดแล้วทำทีเดียว อย่าทำหลายครั้ง สงสารพี่น้องประชาชนที่เขาติดตาม
ต่อข้อถามว่า บัตรเลือกตั้งใบเดียวสำหรับพรรคเพื่อไทยมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร นายสมคิดกล่าวว่า ข้อดีคือ นับคะแนนโดยตรงได้ แต่ข้อเสียคือพี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือก หากกลับไปเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวเท่ากับว่าท่านปิดโอกาสประชาชนอีกครั้ง ตนไม่เห็นด้วย แต่ใครอยากทำเราก็ห้ามไม่ได้ เพราะเขามีอำนาจ มีเสียงข้างมาก ทำอะไรก็ได้ บ้านเมืองเราไร้กติกา สร้างความเสื่อมเสียให้รัฐสภาเปล่าๆ
ก.ก.ยันกล้าสู้-ชี้ไม่ง่ายสั่งซ้ายขวา
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) รองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า กระแสข่าวการเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง ใบเดียว เป็นเรื่องที่อยากจะเอาเปรียบในการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้คิดที่จะทำกติกาเลือกตั้งให้เป็นธรรม การมีความคิดแบบนี้ แม้ว่าตัวเองจะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่เชื่อว่าอาจจะมีหลายท่าน ทั้งส.ว. หรือแม้แต่ ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล อาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ เพราะไม่ง่ายถึงขนาดสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ในส่วนของพรรคก้าวไกลตั้งเป้าเพื่อเอาชนะทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราจึงไม่ได้กังวลใจอะไร และเราปรับองคาพยพในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งแบบกล้าสู้ ทุกกติกาอยู่แล้ว
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้ไม่สามารถเดินหน้าไปสู่การใช้บัตรใบเดียวได้ ไม่ว่าจะเป็นโดยกรอบเวลาของสภาชุดนี้ที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ทางฝ่ายค้านเองก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าเคารพเจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขมาแล้ว และเสียงเรียกร้องของประชาชนที่รู้สึกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง ไม่ได้แก้ปัญหาตรงผลกระทบของประชาชน แต่เป็นเรื่องของการเมือง โอกาสที่จะย้อนกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เฉพาะประเด็นนี้ จึงคิดว่าแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก
‘นิพิฏฐ์’เย้ยรอรัฐสภาสร่างเมากัญชา
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีกระแสความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า มีความเห็นเยอะว่า รัฐสภาจะกลับไปใช้การเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัตรใบเดียวอีกหรือ? ถ้าจะอธิบายก็ต้องเขียนเยอะ และเข้าใจยาก เอาง่ายๆ สั้นๆ ถ้ารัฐสภาจะกลับไป-กลับมาไม่มีหลักการ วิธีการเริ่มแรก คือสมาชิกรัฐสภา “ต้องคว่ำ” ร่างกฎหมายเลือกตั้งที่จะพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า แต่เชื่อเถอะไม่กล้าคว่ำ ด้วยเหตุผล 2 ข้อ
1.เวลาของรัฐสภามีไม่พอที่จะแก้รัฐธรรมนูญ และแก้กฎหมายเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง 2.พรรคการเมืองบางพรรคที่อ้างว่า เข้าเป็นรัฐบาลเพราะต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย จะกลายเป็นการแหกตาประชาชน และจะเป็นการฆ่าตัวตายกลางสภา
กล่าวโดยสรุป จะใช้บัตร 2 ใบในการเลือกตั้งแน่นอน แต่จะหาร 500 หรือหาร 100 ให้สมาชิกหายเมากัญชาก่อนค่อยถาม อย่าเพิ่งถามตอนเมากัญชา