ตามเครื่องเพชรคืนหมด แฉเอาไปจำนำราคาถูก

ตามคืนได้หมด เครื่องเพชร-ทอง กว่า 20 ล้านของแอน ทองประสมที่ถูกขโมยไป เหลือเพียงเงินสดล้านกว่าบาท ตามไม่ได้ เจ้าตัวเตรียมเข้าพบตร.ทองหล่อ วันนี้ ตร.เผยแนวทางสืบสวนพบอดีตผู้ช่วยเลขาฯเอาไปจำนำ และฝากขายตามห้างร้านต่างๆ แถมบางชิ้นจำนำไว้ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง รวมมูลค่าที่จำนำและฝากขายเป็นเงิน 4 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่ตร.ฝากขังผู้ช่วยเลขาฯสาว ไร้คนยื่นประกัน ถูกนำตัวส่งเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลางเรียบร้อย

วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยจากกรณีที่ แอน ทองประสม ดาราสาว เข้าแจ้งความหลังถูกมือดีย่องขโมยทรัพย์สินหลายรายการ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ภายในคอนโดฯ ที่พักย่านทองหล่อ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ สามารถจับกุม น.ส.พัฒน์นรี หรือนุ้ย ประสงค์ศิลป์ ผู้ช่วยเลขาฯ ของ “แอน ทองประสม”

ส่วนสาเหตุจาก น.ส.พัฒน์นรีติดเล่นพนันออนไลน์ว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา และส่งตัวฝากขังศาลเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จากการตรวจสอบประวัติพบว่าไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว โดยรายละเอียด แอนจะแถลงข่าวอีกครั้งในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 14.00 น. ที่สน.ทองหล่อ

ทั้งนี้รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีดังกล่าว ระบุว่า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปนั้นมีทั้งหมด 10 รายการ ประกบด้วย 1.เงินสด จำนวน 1,070,000 บาท 2.แหวนเพชรทรงกลม 1 วง ราคา 2,000,000 บาท 3.ต่างหูเพชรทรงกลม 1 คู่ ราคา 1,900,000 บาท 4.ต่างหูเพชรทรงกลม 1 คู่ ราคา 5,000,000 บาท

5.ต่างหูเพชรทรงสี่เหลี่ยม 1 คู่ ราคา 8,000,000 บาท 6.สร้อยข้อมือเพชร 1 เส้น ราคา 800,000 บาท 7.นาฬิกาโรเล็กซ์ฝังเพชร 1 เรือน ราคา 400,000 บาท 8.ทองคำแท่ง 1 บาท 1 แท่ง ราคา 30,000 บาท 9.แผ่นทอง 1 บาท 1 แผ่น ราคา 30,000 บาท 10.แหวนเพชร จำนวน 1 วง ราคา 50,000 บาท รวมเป็นมูลค่า 19,280,000 บาท

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอายัดทรัพย์สินคืนมาได้แล้ว 9 รายการประกอบด้วย1.ต่างหูเพชร จำนวน 1 คู่ รายการที่ 3 ฝากขายที่ร้านไดมอนด์ เทรดดิ้ง1985 เป็นเงิน 1,600,000 บาท เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2.สร้อยข้อมือทองเพชร 1 เส้น รายการที่ 6 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำนครินทร์ เป็นเงิน 70,000 บาท เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 3.ต่างหูเพชรทรงกลม จำนวน 1 คู่ รายการที่ 3 และต่างหูเพชร รายการที่ 4 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำปรีดีวัฒนา เป็นเงิน 520,000 บาท เมื่อวันที่ 2 ก.ค.

4..ต่างหูเพชรทรงสี่เหลี่ยม จำนวน 1 คู่ รายการที่ 5 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำปรีดีวัฒนา เป็นเงิน 520,000 บาท เมื่อวันที่ 2 ก.ค.65 5..นาฬิกาโรเล็กซ์ฝังเพชร จำนวน 1 เรือน รายการที่ 7 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำปรีดีวัฒนา เป็นเงิน 520,000 บาท เมื่อวันที่ 2 ก.ค.

6.แหวนเพชรทรงกลม จำนวน 1 วง รายการที่ 2 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำอุดมสุข เป็นเงิน 750,000 บาท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 7.แผ่นทอง 1 บาท จำนวน 1 แผ่น รายการที่ 9 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำ ที่บริษัท ห้างขายทองฮั่วเฮงล้ง เป็นเงิน 27,000 บาท เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และแหวนเพชร รายการที่ 10 นำไปจำนำที่โรงรับจำนำ ที่บริษัท ห้างขายทองฮั่วเฮงล้ง เป็นเงิน 8,000 บาท เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 8.ทองคำแท่ง 1 บาท จำนวน 1 แท่ง รายการที่ 8 นำไปขายฝากที่บริษัท เที่ยงธรรม เจมส์แอนด์จิวเวลลี่ เป็นเงิน 26,000 บาท เมื่อวันที่ 15 ก.ค. รวมเป็นมูลค่า 4,033,000 บาท

ทั้งนี้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน คือเงินสด จำนวน 1,070,000 บาท

สำหรับพฤติการณ์โดยย่อ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้พักอาศัยอยู่ภายในห้องเกิดเหตุมาโดยตลอด โดยผู้เสียหายได้เก็บทรัพย์สินต่างๆ ไว้ในตู้เซฟซึ่งอยู่ในตู้เสื้อผ้าของผู้เสียหายอีกชั้นหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 65 ผู้เสียหายได้ตรวจสอบทรัพย์สินของตนที่อยู่ภายในตู้เซฟ ปรากฏว่าทรัพย์สินตามรายการบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายได้สูญหายไป โดยภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการงัดแงะหรือรื้อค้นแต่อย่างใด จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายจนกว่าจะถึงที่สุดต่อไป

ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีบุคคลที่สามารถเข้าห้องพักของผู้เสียหายได้จำนวน 5 ราย และหนึ่งในนั้นคือ น.ส.พัฒน์นรี ประสงค์ศิลป์ ผู้ช่วยเลขาฯของผู้เสียหาย ซึ่งเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2565 เวลากลางวัน น.ส.พัฒน์นรีได้เดินทางมาที่ห้องพักที่เกิดเหตุตามลำพังโดยไม่มีเหตุอันสมควร และผู้เสียหายไม่ทราบว่า น.ส.พัฒน์นรีเดินทางมาที่ห้องพักด้วยเหตุใด ประกอบกับจากการสอบสวนทราบว่าทรัพย์สินของผู้เสียหายหลายรายการได้ถูกนำเอาไปจำนำ และขายไว้ที่โรงรับจำนำ และร้านทอง ซึ่งปรากฏชื่อ นส.พัฒน์นรี เป็นผู้นำเอาทรัพย์สินดังกล่าวไปจำนำ จึงเชื่อได้ว่า นส.พัฒน์นรี เป็นผู้กระทำความผิดจริง

ทั้งนี้หลังจากรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบห้องพักเลขที่ 88/233 คอนโด เอท ทองหล่อ ชั้น 17 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝง ก่อนสอบปากคำผู้เสียหาย และนำหนังสืออายัดทรัพย์สินไปยังโรงรับจำนำ และบริษัทที่คนร้ายนำสินค้าไปขายฝากไว้

พร้อมกับยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ขอหมายจับ น.ส.พัฒน์นรี ประสงค์ศิลป์ ในข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ และในวันเดียวกันได้จับกุมผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นฝากขังครั้งที่ 1 น.ส.พัฒน์นรี มีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.- 7 ส.ค.65 ซึ่งการยื่นคำร้องฝากขังนั้นพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากคดีอัตราโทษสูงหากปล่อยตัวไปเกรงว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น

โดยระหว่างการฝากขังดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องควบคุมตัวไปยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน