เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และพญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ แถลงการเฝ้าระวังการตรวจหาเชื้อ และแนวทางการรักษาโรคฝีดาษลิง

นพ.โอภาสกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง 2 รายในไทยนั้น รายแรกเป็นชายชาวไนจีเรีย ผลตรวจยืนยันวันที่ 18 ก.ค. แต่ไม่ให้ความร่วมมือหลบหนีไปกัมพูชา ซึ่งเราประสานไปทราบว่าหายดีแล้ว การติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและค้นหาเชิงรุกในพื้นที่จ.ภูเก็ต จำนวน 50 กว่ารายไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ โดยมีระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าโรคฝีดาษลิงไม่ได้ติดต่อง่าย ต้องสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ คือ การสัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

ส่วนรายที่ 2 เป็นคนไทย มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดชายต่างประเทศ ได้สอบสวนโรคร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยไปตรวจสอบผู้สัมผัสร่วมบ้านทั้งหมด 18 คน ผลตรวจทุกคนผลเป็นลบ ก็จะอยู่ในระบบคุมไว้สังเกตอาการจนครบ 21 วันต่อไป ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิด ชายชาวยุโรป อายุ 34 ปี ผลตรวจเป็นลบ ส่วนอีกรายเป็นชายชาวเบลเยียม คาดว่าจะเป็นเหตุการติดเชื้ออยู่ระหว่างการติดตาม เบื้องต้นอาจออกนอกประเทศไปแล้ว กำลังตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า เรากำลังจัดหาวัคซีนฝีดาษรุ่นที่ 3 โดยประสานองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ประสานนำเข้ามา อย่างช้าเป็นช่วงครึ่งเดือนหลังของส.ค.นี้น่าจะได้เข้ามา ซึ่งฉีดง่ายกว่าวัคซีนรุ่นต้นๆ ที่ปลูกฝีกัน มีผลข้างเคียงน้อยกว่า เบื้องต้นจะนำเข้ามาประมาณ 1 พันโดส 1 คน ต้องฉีด 2 โดส ส่วนการฉีดเว้นระยะห่างเท่าใด ฉีดในกลุ่มเสี่ยงกลุ่มใด จะหารือในคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิกันโรคต่อไป

นพ.บัลลังก์กล่าวว่า เดิมการตรวจเชื้อฝีดาษลิงต้องดำเนินการในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ทั้งประเทศมี 18 แห่ง ถือเป็นข้อจำกัด ซึ่งล่าสุดรมว.สาธารณสุขลงนามในประกาศแล้วให้ดำเนินการตรวจในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 2 ที่เสริมสมรรถนะได้ โดยห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่ง สามารถตรวจฝีดาษลิงได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สมุทรสาคร ก็ตรวจเมื่อวานนี้ 1 ราย โดยเรารายงานผลกลับไปยังผู้ส่งตรวจและกองระบาดวิทยาได้ภายใน 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน