ลวงลงทุนแล้วหายตัว บิ๊กเด่นสั่งล่า-อายัดเงิน

เหยื่อฟาร์มเห็ด ร้องโดนตุ๋นสูญ 1.2 พันล้าน อ้างรู้จักตำรวจ-ผู้ใหญ่ในสังคม มีดาราโปรโมตจนน่าเชื่อถือ ‘บิ๊กเด่น’สั่งอายัดเงิน เผยมีเหยื่อร่วม 2 พันราย ขณะหัวโจกหนีไปต่างประเทศแล้ว สั่งทุกโรงพักพร้อมรับแจ้งความเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พร้อมด้วยกลุ่ม ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนฟาร์มเห็ด 60 คน เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท.1 พร้อมด้วยพ.ต.อ.สถาพร รอดโพธิ์ทอง รอง ผบก.สอท.3 เพื่อแจ้งความดำเนินคดีบริษัทแห่งหนึ่งที่หลอกลงทุนทำฟาร์มเกษตร ในชื่อโครงการ ‘Turtle farm’ โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง แต่กลับผิดนัดสัญญา อ้างว่าธนาคารอายัดบัญชี จนมีมูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้านบาท

นายกัณฐัศว์กล่าวว่า ทางบริษัทอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูงภายใน 6 เดือน ซึ่งผู้เสียหายบางรายลงทุนไป 5 ล้านบาท บางรายลงทุนไป 2 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายบางรายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวหาเงินมาลงทุน แต่กลับถูกโกงหมดตัวไม่มีเงินในการเลี้ยงดูลูก จนคิดจะฆ่าตัวตาย นอกจากนี้หนึ่งในคณะกรรมการยังมีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนเป็นของตนเอง วันนี้จึงพามาแจ้งความดำเนินคดีเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้าข้างตามที่กล่าวอ้าง หากใครกลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีได้ ขอให้มาแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน

“จากการตรวจสอบยังพบว่าก่อนหน้านี้ทางบริษัทเคยหลอกให้ลงทุนกาสิโน หากยังไม่สามารถจับกุมได้ ก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมซ้ำซาก ที่ผ่านมาอาจจะมีผู้เสียหายที่ต้องจบชีวิตไปโดยที่ผมไม่ทราบ และนอกจากตำรวจแล้ว ทางบริษัทยังกล่าวอ้างถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมอีกด้วย แต่เชื่อว่าน่าจะถูกหลอกเช่นเดียวกัน” นายกัณฐัศว์กล่าว

ตุ๋นฟาร์มเห็ด – ผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องทุกข์ตำรวจไซเบอร์ ให้ดำเนินคดีบริษัทหลอกลงทุนฟาร์มเห็ดในจ.สกลนคร มีชาวบ้านตกเป็นเหยื่อเกือบ 2 พันคน มูลค่าความเสียหาย 1.2 พันล้านบาท ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายกล่าวว่า ส่วนตัวเคยเห็นเพจจองทางบริษัทมาตั้งแต่เมื่อปี 2562 ตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่มีสำนักงาน ขณะนั้นสามีตนได้ห้ามปรามไม่ให้ลงทุน แต่เมื่อสามีเสียชีวิตกะทันหัน ตนไม่มีทางออก และไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ประกอบกับเห็นว่าทางเพจมีความเปลี่ยนแปลง มีสำนักงานแล้ว จึงลงทุนไปทั้งหมดประมาณ 8 แสนบาท โดยล่าสุดจะได้รับเงินปันผลวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับเงินปันผลแต่อย่างใด จนเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะไม่มีทางออก โดยทางเพจมีการลงทุนหลายรูปแบบ ทั้ง เห็ดโคน เห็ดหอม เยื่อไผ่ กระท่อม ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินปันผลแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามไม่เคยพบกับผู้บริหารของบริษัท ดังกล่าว เพียงแค่พูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น มาเริ่มเอะใจเพราะเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมลงทุนกระท่อมไม่ได้รับเงินปันผล จึงติดต่อทางเพจเรื่อยมา ซึ่งทางเพจก็ยังยืนยันว่าจะได้รับเงินปันผลจริง แต่สุดท้ายกลับหายไป คาดว่าน่าหลบหนีไปที่ต่างประเทศ มีเพียงการชี้แจงในกลุ่มไลน์ให้ ผู้เสียหายรอเงินปันผลเท่านั้น

น.ส.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกรายกล่าวว่า เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนจริงและมีความน่าเชื่อถือ จึงติดต่อไปขอข้อมูลเมื่อเดือนพ.ย. 2564 ซึ่งมีการลงทุนหลายรูปแบบ ทั้งพริก เห็ดหอม เยื่อไผ่ และมีอัตราการลงทุนหลายแบบ จึงลงทุนไปทั้งหมด 3 สัญญา ต่อมาทางเพจยังได้รับรางวัลจากทางเกษตร จ.สกลนคร และสร้างความน่าเชื่อถือทั้งการนำภาพดาราและเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรมาลงเพจ จึงเกิดความ เชื่อมั่นลงทุนเพิ่มอีกรวมเป็น 8 สัญญา และทำเอ็มโอยูอีก 3 สัญญา โดยลงทุนทั้งหมด เป็นเงินจำนวน 5.9 ล้านบาท แต่กลับได้เงินปันผลคืนมาเพียงแค่ 9 แสนบาทเท่านั้น มาทราบว่าทางบริษัทเคยมีประวัติอาชญากรรม ในภายหลัง ทำให้ความจริงปรากฏมากขึ้น จนลูกความบางรายเดินทางไปดูพื้นที่จริง แต่กลับพบว่าโรงเห็ดเป็นโรงเปล่า ปลูกเห็ดแค่ 3 โรงไว้ ถ่ายภาพ ส่วนโครงการกระท่อมนั้นไม่มีจริง

พ.ต.อ.สถาพรกล่าวว่า เบื้องต้นทาง บช.สอท. จะรับแจ้งความดำเนินการตามข้อกฎหมาย ขอยืนยันว่าทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโน โลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT ได้สั่งการให้ทาง บช.สอท. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ตำรวจจะดำเนินการตามข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.สถาพรกล่าวด้วยว่า ทาง พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ ได้สั่งการให้รีบช่วยเหลือและติดตามให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเงินลงทุนของผู้เสียหาย โดยขณะนี้พบว่ามีผู้เสียหายหลายพันคน ส่วนเรื่องการอายัดเงินได้มีการสั่งการเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังนั้นไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” โดยขณะนี้ พบว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในการจดทะเบียนบริษัทมี 3 คน ซึ่งเชื่อว่ามีจำนวนมากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้พบผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 1,867 ราย ความเสียหายกว่า 1,290 ล้านบาท เร่งทุกหน่วยสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ประสาน ปปง. ติดตามยึดเงินคืนให้ผู้เสียหาย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ในฐานะผอ.พีซีที เรียกประชุมด่วนเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อคลี่คลายคดีหลอกลงทุนธุรกิจเกษตรฟาร์มเห็ด พบผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 1,867 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,290 ล้าน เร่งทุกหน่วยสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี พร้อมประสาน ปปง. ติดตามยึดเงินคืนให้ผู้เสียหาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทธุรกิจฟาร์มเห็ดแห่งหนึ่ง ในจ.สกลนคร หลอกชักชวนคนนำเงินมาลงทุนทำฟาร์มเห็ด ในรูปแบบฝากเลี้ยงเห็ด คล้ายกับผู้ลงทุนเป็นเจ้าของโรงเพาะเห็ด ฟาร์มจะเป็นผู้ดูแลให้ โดยผู้ลงทุนแค่ออกเงิน ให้ผลตอบแทนสูง 18-30% ต่อเดือน โดยนำดาราผู้มีชื่อเสียงมาโฆษณาทำให้ดูน่าเชื่อถือ ช่วงแรกปันผลจริง ต่อมาผิดนัดสัญญา เมื่อสอบถามทางบริษัทอ้างว่าธนาคารอายัดบัญชีจึงไม่สามารถจ่ายให้กับผู้ลงทุนได้ มีผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสกลนคร, บช.สอท., บก.ปอศ. และตำรวจพื้นที่ทั่วประเทศ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้อำนวยความสะดวกกับผู้เสียหาย เนื่องจากมีจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเรียกประชุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บช.สอท., บช.ก. และบช.น., ภ.1-9 เร่งรัดการสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และกำหนดแนวทางในการสอบสวน มอบหมายให้ บก.สอท.1 บช.สอท. เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบคดีทั้งหมด หากผู้เสียหายไม่สะดวกเดินทางมาให้การที่ บก.สอท.1 ก็จะอำนวยความสะดวกโดยการส่งประเด็นการสอบสวนไปให้ตำรวจพื้นที่ที่ผู้เสียหายสะดวก ช่วยสอบปากคำแทน สำหรับผู้เสียหายที่ยังไม่ได้มาแจ้งความ สามารถเดินทางไปแจ้งความที่ บก.สอท.1 หรือตำรวจท้องที่ใดก็ได้ที่สะดวก หรือผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com ซึ่งจะมีการรวมเรื่องมาที่ บก.สอท.1 เช่นกัน

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหาย ขณะนี้แจ้งอายัดบัญชีผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว และทำงานร่วมกับ ปปง. อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบและติดตามยึดอายัดทรัพย์สินคืนกลับมาให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้กับ ผู้เสียหายทราบโดยเร็วที่สุด จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64 ทั้งนี้ จะเร่งออกหมายจับและประสานตำรวจ interpol นำตัวกลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว สำหรับพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหาจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน”, “กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” และ “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน