สั่งรับฝนเทกรุงซ้ำถึง 4 ส.ค. ผู้ว่าฯ ชัชชาติเร่งพร่องน้ำคลองหลักเอ่อล้น ทั้งคลองลาดพร้าวคลองเปรม และคลองแสนแสบ ช่วยเร่งระบายท่วมขังให้เร็วขึ้น จี้ 50 เขตสำรวจซอยย่อย หมู่บ้าน จัดรถรับส่งคนตามหมู่บ้าน ฝนตก ท่อตัน น้ำท่วมขัง ถกสำนักระบายน้ำ-ผังเมือง นำเรื่องร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ มาแก้ไขด้วย กรมชลฯ กำชับรับมือฝนเทยาวอีกระลอกถึง 10 ส.ค. ทั้งมรสุมพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น มีร่องมรสุมพาดผ่านเมียนมา ภาคเหนือ และภาคอีสาน หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย เวียดนามตอนเหนือ ส่งผลให้มีปริมาณฝนตกสะสม ต่อเนื่อง เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำโขง 8 จังหวัด เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลฯ

กรมชลฯแจ้งรับฝนเทอีก
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ฉบับที่ 24/2565 เรื่อง “เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน” จากการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 2-10 ส.ค. ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมี ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าว ตังเกี๋ย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

กอนช.ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงในช่วงวันดังกล่าว

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานและสำนักเครื่องจักรกล ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมไปถึงการติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทั้งเร่งทำการระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก ความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

กำชับทหาร-ตร.ช่วยน้ำท่วม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องว่า ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วให้เตรียมการระบบดูแลระบายน้ำการพร่องน้ำต่างๆ ให้มีความพร้อม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็เช่นกัน มีทั้งน้ำป่า น้ำหลากอะไรต่างๆ ทำอย่างไรจะให้เดือดร้อนน้อยที่สุด รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและได้สั่งการกระทรวงกลาโหมให้ร่วมมือกับทางกทม.ช่วยเหลือกันในการดูแลพี่น้องประชาชน กรณีรถติด รถชำรุดไปต่อไม่ได้ น้ำท่วมสูง โดยให้เพิ่มเติมเรื่องชุดซ่อมเข้าไปด้วย และขอร่วมมือไปยังกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการด้วย เหมือนกับที่เคยทำมาในทุกปี ซึ่งทุกคนพร้อมเสียสละเข้าเวรยาม และทุกคนจริงๆ แล้วก็ทำหน้าที่เกินความรับผิดชอบเกินเวลาอยู่แล้ว รวมถึงตำรวจด้วย เคยผลัดละ 6 ชั่วโมง ทุกวันนี้ผลัดละ 12 ชั่วโมง และไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมให้กับเขาเลย ก็ถือเป็นการเสียสละจิตอาสาด้วย ขอให้เข้าใจรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนทุกมิติ ก็ต้องช่วยกันความรักความสามัคคีสำคัญที่สุด เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ตนขอเพียงเท่านี้

จังหวัดริมโขงจับตาระดับน้ำ
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากประกาศของ กอนช. คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 8 ส.ค. ขอให้ จ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง รวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังผล กระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงด้วย

นายธนกรกล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเช่นกทม. พร้อมกับตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ สถานีสูบน้ำ และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำ และระดับน้ำในลำน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงบูรณาการความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ ระบบสื่อสารสำรอง สำหรับการให้ความช่วยเหลืออย่างทันที โดยเน้นการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อพร้อมในการอพยพหากเกิดสถานการณ์ได้ทันที ช่วยลดความเสียหาย

ถนนคลอง – สภาพน้ำท่วมขังถนนบริเวณแฟลตเคหะชุมชนรามอินทรา ก.ม.4 เขตบางเขน กรุงเทพฯ ชาวบ้านต้องพายเรือเพื่อสัญจร หลังเกิดฝนตกหนักตลอดวันและพื้นที่ข้างเคียงสูบน้ำระบายออกมา เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

พร่องน้ำคลองรับฝนเทยาว
ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมว่า หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักบางพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 170 มิลลิเมตร แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องของถนนสายหลักดูแลได้ดี แต่ปัญหาคือตามซอยย่อย หมู่บ้าน ซึ่งยังขาดข้อมูลตรงนี้ ทำให้ไม่ทราบว่าพื้นหรือหมู่บ้านไหนมีน้ำท่วมขัง จึงต้องอาศัยข้อมูลจากสำนักงานเขตเป็นหลัก และเขตจะต้องลงพื้นที่ไปช่วยแก้ไขปัญหาก่อน เช่น จัดรถรับส่งประชาชนเข้าออกตามบ้าน รวมถึงรายงานข้อมูลมาที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจะมีข้อมูลถนนสายหลักอยู่แล้ว เมื่อทางเขตรายงานข้อมูลมาก็จะได้เห็นภาพใหญ่ว่าจุดไหนเป็นอย่างไร โดยได้เรียกสำนักการระบายน้ำ และสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง มาประชุมเพื่อนำข้อมูลมาประกอบกัน รวมถึงนำทราฟฟี่ฟองดูว์ รับเรื่องเรียนเรื่องน้ำท่วมจากประชาชนเข้ามาด้วย จะทำให้ทราบปัญหาแต่ละพื้นที่และเข้าไปแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ยอมรับว่าช่วงนี้จะมีฝนตกต่อเนื่องไปถึงประมาณวันที่ 4 ส.ค. จึงสั่งการให้พร่องน้ำในคลองไว้ เนื่องจากน้ำในคลองเอ่อล้นมาก ทำให้เวลาฝนตกลงมามากน้ำระบายไม่ทัน เช่น คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงบนพื้น เนื่องจากเวลาเกิดฝนตกน้ำท่วมจะไปอุดตันท่อระบายน้ำทำให้ปั๊มน้ำไม่ทำงานได้

ส่วนปัญหาน้ำท่วมหมู่บ้านสวนสน แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ ที่ชาวบ้านบอกว่าอยู่มา 20 ปีไม่เคยท่วมเพราะมีเครื่องสูบน้ำ แต่ขณะนี้ไม่มีแล้วนั้น ได้กล่าวขอโทษชาวบ้าน พร้อมมอบหมายให้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ ซึ่งตอนนี้สูบน้ำออก ระดับน้ำในหมู่บ้านลดลงมา 30 ซ.ม. แล้ว ขณะที่โซนพัฒนาการยังคงมีความน่าเป็นห่วง เพราะคลองล้นมาตั้งแต่คลองพระโขนง ซึ่งได้พยายามเร่งสูบน้ำออก

นครไทยงง‘หอเตือนภัย’ไม่ดัง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.พิษณุโลก ภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำป่าโคลนไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ในหมู่ 1, 2, 7 และ 8 บ้านบ่อโพธิ์ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติแล้ว คงมีเพียงร่องรอยความเสียหายตามบ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมจำนวนร่วม 40 หลัง คาเรือน โดยบางจุดมีน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร โดยหน่วยงานต่างๆ ได้ลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือ ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) ได้สั่งการให้ พม.จ.พิษณุโลก นำถุงยังชีพความห่วงใยไปมอบให้ พร้อมสำรวจ และทำเรื่องรับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ ครอบครัวละ 2,000 บาท ตามขั้นตอน

สำหรับบ่อเกลือพันปี ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ของชาวบ้านในพื้นที่ เพราะเป็นแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เลี้ยงชีพให้กับชาวบ้านพบว่ามีความเสียหายจากน้ำป่าที่ท่วมทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโคลน ต้องหยุดการผลิต รอเวลา แห้งและทำความสะอาดส่วนบ่อเกลือใหม่ อีกครั้ง

นอกจากนี้ ชาวบ้านเกิดความสงสัยว่าทำไมวันเกิดเหตุน้ำป่าท่วม แต่ทำไมไม่มีเสียงเตือนจากระบบเตือนภัย ทั้งที่มีการติดตั้งเสาสัญญาณเตือนภัยไว้ ทำให้ต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเตือนถึง 3 นัด แต่ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว เก็บข้าวของไม่ทัน จนถูกน้ำป่าโคลนไหลท่วมเสียหายในที่สุด

ท่วมนา – น้ำจากลำมาศ จ.บุรีรัมย์ ล้นฝายเก็บน้ำสมทบน้ำจากแม่น้ำมูนเอ่อทะลักท่วมนาข้าวในต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เสียหายกว่า 500 ไร่ ระดับน้ำสูงเกือบเมตร ชาวนาเรียกร้องหน่วยงานรัฐช่วยเหลือด่วน เมื่อวันที่ 2 ส.ค.

ฝายพิมายล้น-น้ำทะลักนาล่ม
ด้านหลายพื้นที่ในอ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบว่าปริมาณน้ำท่วมขังสูง ขณะที่ฝายเก็บน้ำหนองแร้งเฒ่า โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ แก้มลิงหนองแร้งเฒ่า หมู่ 7 บ้านหนองจิก ต.โบสถ์ อ.พิมาย มีปริมาณ น้ำสูงขึ้นจนล้นฝาย เนื่องจากมวลน้ำทั้งหมดไหลมาจากลำมาศ จ.บุรีรัมย์ เข้ามาเก็บสะสมในฝายจนล้นไหลไปตามคลองน้ำ ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่ติดกับลำมาศ ได้รับความเสียหาย

นายวีรภาพ สนนา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 26 ต.โบสถ์ เผยว่า ปริมาณน้ำมูนและลำน้ำมาศได้ไหลมาสมทบกัน ส่งผลทำให้มวลน้ำทั้งหมดเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรในตำบลโบสถ์แล้วกว่า 500 ไร่ ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยท่วมขังมานานกว่า 1 เดือน จึงอยากให้ทางภาครัฐเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ที่รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งท่วมนาข้าวด้วย

ขอนแก่นส่งเครื่องจักรกลหนักเปิดทาง น้ำไหลเชื่อมต่อเขตเมืองลงสู่แม่น้ำพอง รับมือมวลน้ำหลากจากพื้นที่ใกล้เคียง ตามแผนการบริหารจัดการน้ำรับมือช่วง หน้าฝน“สมศักดิ์” มั่นใจเอาอยู่

ส่วนที่ประตูระบายย้ำ บ้านเลิงเปือย หมู่ 9 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น น.ส.ธนียา นัยพินิจ รองผวจ., นายประจวบ รักษ์แพทย์ นายอำเภอเมือง, นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ และนายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ ลงพื้นที่ควบคุมการเร่งขุดลอกลำห้วยพระคือ และเปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำด้วยการกำจัดวัชพืชที่อยู่บริเวณประตูระบายน้ำและสิ่งกีดขวางเส้นทาง น้ำไหล ตามแผนการเร่งระบายน้ำจากเขตเมือง ลงสู่แม่น้ำพอง เพื่อเตรียมรับปริมาณมวลน้ำหนุนจากพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงและปริมาณน้ำฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ขอนแก่นเร่งคลองระบายท่วม
นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขตเทศบาลนครขอนแก่น ลงสู่ห้วยพระคือ ต.พระลับ ไหลลงสู่แม่น้ำพอง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำพองยังคงมีปริมาณที่จะรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ขณะที่พื้นที่ในเขตเมือง ทั้งที่แก่งน้ำตอน ต.เมืองเก่า นั้นปริมาณน้ำเต็มความจุแล้ว ส่วนบึงหนองโคตร เขตต.บ้านเป็ด ได้ประสานในการขอระบายน้ำเพิ่มขึ้น และเพื่อให้การระบายน้ำและการจัดจราจรทางน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัวและรวดเร็ว จังหวัดจึงสั่งการให้ ปภ. เร่งระดมรถแบ๊กโฮและรถบรรทุก มาขุดลอกห้วยพระคือ โดยเฉพาะช่วงประตู ระบายน้ำเลิงเปือย เพื่อให้มวลน้ำจากเขตเมืองได้ไหลอย่างคล่องตัว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านอกจากวัชพืชและต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมตรงจุดประตูระบายน้ำในจำนวนที่มากแล้ว ยังคงมีคันดินบางจุดที่ต้องเสริมและบางจุดต้องเร่ง ขุดลอก เพื่อให้มวลน้ำที่จะระบายจากเขตเมืองลงสู่แม่น้ำพองนั้นไหลได้อย่างคล่องตัว ตามแผนบริหารจัดการน้ำในเขตแม่น้ำพอง ที่จังหวัดร่วมกับหลายหน่วยงานได้กำหนดไว้

สำหรับปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนอุบลรัตน์ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีปริมาณเก็บกักมากกว่าร้อยละ 40 ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ในเขต จ.ขอนแก่น มีปริมาณการเก็บกักน้ำที่คงที่ โดยเขื่อนอุบลรัตน์มีระดับการระบายน้ำที่วันละ 10.5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งหากปรับการระบายน้ำได้มากกว่านี้จะพิจารณาเพิ่ม เพื่อรองรับมวลน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ที่ยังคงทยอยไหลเข้าสู่ความจุอ่างจากอิทธิพลของพายุฝนและพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน