ชลน่านยอมรับจงใจทำสภาล่มภูมิใจไทย-พรรคเล็กฉะแหลก
‘ตู่’โอดเป็นนายกฯไม่ได้สบาย
‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่พบชาวกาญจนบุรี โอดเป็นนายกฯ ไม่ได้สบาย แต่ห้ามบ่น เดี๋ยวคนไล่ออก ประธานวิปรัฐบาลปัดพปชร.- พท.ฮั้วสภาล่ม ทำแท้งร่างกฎหมายลูก หวังกลับ ไปใช้สูตรส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 อ้างสมาชิกติดประชุมกรรมาธิการงบฯ แยกร่างมาประชุมไม่ได้ ‘หมอชลน่าน’ ยืดอกรับ เพื่อไทยใช้กลไกสภา คว่ำสูตรหาร 500 โฆษกพรรคภูมิใจไทยซัดทุเรศ ข่มขืนสภา ‘หมอระวี’ ฉะ 2 พรรคใหญ่เล่นเกม ‘ชวน’ ร่วมถกวิป 3 ฝ่าย เคาะ 10 ส.ปาร์ตี้ลิสต์.ได้ฤกษ์ถกร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ‘ชินวรณ์’ คาดรัฐสภาอาจล่มอีก ‘ศรีสุวรรณ’ มาแล้ว วันนี้บุกยื่นผู้ตรวจฯให้ชงศาลรธน.ตีความวาระนายกฯ 8 ปี
‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่กาญจนบุรี
เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 4 ส.ค.ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกเดินทางไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจราชการที่จ.กาญจนบุรี
เวลา 09.30 น. ที่บ้านทุ่งคูน หมู่ที่ 19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา พล.อ.ประยุทธ์ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ที่โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหา ภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยใช้รถยนต์โตโยต้า Alphard สีขาว เลขทะเบียน กธ 5969 กาญจนบุรี โดยมีส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาต้อนรับ ทั้งนายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 2 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เขต 4 นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ เขต 5 และดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิมาลัย รองประธาน นนร.จปร.36
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึง ได้รับฟังการรายงานจากปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข พร้อมกำชับให้ขยายโครงการดังกล่าวไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นอีก และได้มอบน้ำบาดาลให้กับ ตัวแทนประชาชน ด้านนายวราวุธได้มอบน้ำแร่ โซดาห้วยกระเจา ให้นายกฯ เป็นที่ระลึก
ยอมรับการทำงานของรบ.ไม่ง่าย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ได้เห็นถึงความสดใสและเห็นความสำเร็จ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งรัฐบาล ให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคและ ด้านอื่นๆ อีกด้วย รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่วันนี้ยังมีปัญหา อยู่มาก ความจริงแล้วตนคิดมาหลายปีและพยายามทำมาอย่างเรื่อยๆ หลายอย่างก็ง่ายทำได้เลยและหลายอย่างต้องแก้ไข ระเบียบกติกาต่างๆ มากมาย ต้องทำให้ปลอดภัยตามกฎหมาย แต่สิ่งต่างๆ จะทำได้ทั้งหมดหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ยอมรับว่าการทำงานของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก แต่เราต้องทำให้ได้อย่างดีที่สุด
ในวันนี้ได้ถือโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียน และมาดูผลงานของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ผลงานของตนเพียงคนเดียวแต่เป็นผลงานของพวกเรา โครงการนี้เกิดไม่ได้หากพวกท่านไม่ยอม ให้สร้าง ยืนยันว่ารัฐบาลคิดทั้งหมด ซึ่งอยู่ในกล่องรวมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกอย่าง หากไม่ทำต่ออย่างนี้ทำปีนี้แล้วเลิกปีหน้าไม่ทำ ก็ไม่มีทางเสร็จสักเรื่อง อยากบอกกับทุกคนให้ทราบว่านายกฯ เต็มที่ รัฐบาลเต็มที่ ในสภาส.ส.ร่วมมือกันก็ไปได้ทั้งหมด ทั้งประเทศ สำคัญทั้งหมดคือพวกเราประชาชน ขอให้เข้าใจ ด้วยกันก็ไปได้ทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์ ได้พักถอนหายใจ เสียงดัง “เฮ้อ!” แล้วกล่าวว่า พูดมาทั้งชีวิตก็เหนื่อยเหมือนกัน มันต้องทำด้วย พูดปากเปล่าไม่ได้และกำลังคิดว่าพูดครบแล้วหรือยัง เพราะพวกเราคิดกันมาตลอดเยอะมาก ฝากข้าราชการ ไว้ด้วยแล้วกัน ต้องเข้าเกียร์ตลอด เกียร์ว่าง ไม่ได้อยู่แล้ว
แจงชาวบ้านน้ำมัน-ของแพง
จากนั้น มีประชาชนตะโกนถามเรื่องน้ำมันแพง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า น้ำมันแพงก็คือปัญหา ตนไม่อยากจะแก้ตัวอย่างอื่น แต่ต้องดูว่าน้ำมันแพง น้ำมันมาจากไหน ไม่ว่า จะซื้อจากไหนก็ตาม ต้องเข้าไปสู่ราคากลางและมีค่าขนส่งอีก ไม่ใช่ว่าซื้อเท่านี้แล้วขายเท่านี้ได้เลย แต่ถูกควบคุมด้วยกลไกของโลกเรื่องพลังงาน แต่สิ่งที่รัฐบาลทำได้ตอนนี้ คือหาเงินมาอุดหนุนตรงนี้ วันนี้อยู่ที่ลิตรละ 40-45 บาท และที่ผ่านมาเราพยายามคงไว้ได้นานที่สุดในราคา 35 บาทซึ่งถูกกว่าหลายประเทศรอบบ้าน แต่อย่าไปเทียบกับเมียนมาหรือมาเลเซีย เพราะมีแหล่งพลังงานที่มาก กว่าเรา ซึ่งเราก็ซื้อมาจากเขาทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมัน แต่ยืนยันพยายามหาวิธีที่เหมาะสมทั้งการ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เติมบัตรประชารัฐอะไรต่างๆ มันคงต้องบริหารแบบนี้หรือไม่
“ถ้าลดได้ขนาดนั้นมันก็ดี แต่สถานการณ์มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ถ้ายังรบกันอยู่แบบนี้ มันก็มี 2-3 ค่ายเรื่องการผลิตน้ำมันที่เป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มไม่ยอมลดราคากันเลย สู้กันอยู่นี่ เราก็พยายามจะไปให้ได้ ก็มีผลตามไปสู่เรื่องต้นทุนการผลิต ต้นทุนอาหารอะไรต่างๆ ซึ่งเราพยายามเบรกให้ได้มากที่สุด ยืนยันว่าเห็นใจทุกคนและพยายามทำให้ดีที่สุด เอาเป็นว่าไม่แก้ตัว แต่พูดด้วยข้อเท็จจริงที่พูดกับ พวกเราและจะไม่ปกปิด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เป็นนายกฯไม่สบาย-ห้ามบ่น
นอกจากนี้ มีชาวบ้านถามเรื่องของแพง พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า ตนก็เห็นใจ แต่วันนี้ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามขอให้กระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาสินค้าไปแล้วกว่า 100 รายการ หลายอย่างอึดอัดด้วยกันทั้งหมด เพราะต้นทุนก็สูง อย่าลืมว่าทั้งหมดเป็นห่วงโซ่ ถ้าบีบมากๆ โรงงานก็จะปิด ซึ่งตนไม่ได้เอาใจ แต่เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน ถ้าปิดหมดแล้วเราจะเอาอะไรกิน เพียงแต่ต้องคิดราคาให้เป็นธรรม
วันนี้ขอพูดเปิดอก เราต้องมอง 2 ทางเสมอ ถ้ามองเฉพาะเราก็รู้ว่าเราเดือดร้อน ซึ่งตนเข้าใจ แต่ถ้ามองภาพใหญ่ออกมา วันนี้เราต้องเปิดหลักคิดใหม่โดยเฉพาะประชาชนซึ่งตนไม่โทษใคร แต่ต้องคิดว่าเหมือนเรามีพี่น้องครอบครัวลูกหลานหลายคนเราจะดูแลลูกแต่ละคนอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็ทำเช่นนี้ ไม่ให้ใครล้ม
“เดี๋ยวก็จะดีขึ้น อยู่ที่เราจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ในช่วงนี้อาจจะลำบากหน่อย อดทนหน่อย ก็แล้วกัน ผมก็อดทน ไม่ได้ใช้จ่ายอะไร ที่ฟุ่มเฟือยเลย กินก็ปกติธรรมดากับเขา เที่ยวเตร่ก็ไม่ได้ไปไหน เป็นนายกฯ ไปไหนไม่ได้อยู่แล้วมันลำบาก ลูกน้องก็ห่วง ผมไม่เคย ไปไหนมาเป็น 10 ปี ทำงานกลับบ้าน ตรวจเยี่ยม ประชุม หมดแล้วชีวิตผม ไม่บ่น บ่นเดี๋ยวคนไล่ออกอีก เล่าให้ฟังว่าเป็นนายกฯ มันไม่สบาย นักหรอก วันนี้ถือว่าได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเราเป็นครอบครัวเดียวกันครอบครัวคนไทยรักทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นักเรียนปลื้ม-น้ำตาไหลได้กอด
ต่อมาเวลา 11.25 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน พล.อ.ประยุทธ์สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพระบรมรูปประทับอยู่บนหลังช้าง ผูกผ้า 3 สีที่เจดีย์ยุทธหัตถี ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะสมเด็จพระมหาอุปราชากษัตริย์แห่งพม่าและสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยา และพระเอกาทศรถ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายผู้ที่มาต้อนรับ โดยนายไชยพงค์ แสนดี อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง อยู่ อ.ไทรโยค มอบผ้าขาวม้า และหินตาหินยาย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้ผู้ได้รับมีจิตใจหนักแน่น ใครจะว่ากล่าวอย่างไรก็ไม่โกรธ และเป็นหินที่ทำให้คนมีความสามัคคี แบ่งปันความสุข
ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ถ่ายรูปกับนักเรียน จากโรงเรียนวัดดอนเจดีย์ นักเรียนรายหนึ่ง ได้ให้นายกฯ เซ็นเสื้อยืดที่เตรียมมา และมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้ขอกอด เพราะชื่นชอบ เมื่อได้กอดแล้วถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับเด็กพร้อมแนะนำว่าให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบและตั้งเป้าสิ่งที่ต้องการไว้ เพราะจะมีการจ้างงาน เป็นจำนวนมาก ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จเพื่อช่วยดูแลครอบครัวและพ่อแม่ และเตือนเด็กหากปู่ย่าตายายดุหรือว่ากล่าวอะไร ก็เพราะความหวังดี
วอนอย่าให้ใครทำร้ายแผ่นดิน
ต่อมาเวลา 13.15 น. ที่สกายวอล์ก (Sky Walk) ริมฝั่งแม่น้ำแคว ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบเรือนแพและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณ 2 ริมฝั่งแม่น้ำแคว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจและซาบซึ้งใจที่มาเห็นความสำเร็จที่เราร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2563 ตนมาที่ จ.กาญจนบุรีหลายครั้งตั้งแต่เป็นผบ.ทบ. เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมากมาย ยินดีกับทุกท่านด้วยใจจริง วันนี้เห็นประชาชน มารับเยอะก็ตื้นตันพูดอะไรไม่ออก นี่คือประเทศไทย คือคนไทยที่เราต้องพร้อมกันร่วมมือด้วยความสมัครสมานสามัคคี ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพและเดินหน้าไปได้ วันนี้ คุยกับส.ส.และผู้ว่าราชการจังหวัด มีหลายอย่าง ที่ตนรับเรื่องไว้พิจารณา อะไรทำได้ยืนยัน จะทำให้ ขอให้ห่วงใยซึ่งกันและกัน ตนห่วงใย ประชาชน ประชาชนก็ห่วงใยตนด้วย เพราะตน ทำอะไรที่ผิดมากๆ ไม่ได้ ต้องรักษากติกา
“ขอยืนยันว่าสถานการณ์การเงินการคลังของเรายังแข็งแกร่ง และมีขีดความสามารถ ในการดูแลปัญหาหนี้ต่างๆ ตามแผน ตามระบบ การเงินการคลังของประเทศ ซึ่งดีกว่าหลายประเทศในโลก และมั่นใจว่าโอกาสยังมีอีกเยอะ หากพวกเราเดินหน้าไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกัน ผมว่าเราเอาชนะได้ทั้งโลกทุกเรื่อง เรามีโอกาส แล้วอย่าทำลายโอกาสของพวกเรากันเองด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์เดินพบปะถ่ายรูปกับประชาชน พร้อมกล่าวว่า ตนไม่มีอะไรกับใคร ตนไม่เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น แต่ใครทำร้ายแผ่นดินนี้ไม่ได้ ขอให้ช่วยกันดูแลประเทศชาติ แล้วเดินชม Sky Walk พร้อมโพสท่าถ่ายรูปแบบชิลๆ ท่ามกลางการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทั้งทาง บกและทางน้ำ รวมถึงคัดกรองคนเข้าออก ตรวจอาวุธ และปิดเส้นทางเข้าออกโดยรอบด้วย
ค่ำวันเดียวกัน เพจไทยคู่ฟ้า เพจรัฐบาล ได้ปล่อย MV ใหม่ของพล.อ.ประยุทธ์ ประกอบเพลงมนต์ไทยโยค โดยวิดีโอและภาพประกอบดังกล่าวเป็นช่วงภารกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตรวจติดตามความคืบหน้า การจัดระเบียบเรือนแพและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณ 2 ริมฝั่งแม่น้ำแคว ที่ Sky Walk ริมฝั่งแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นผลงานของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
‘วิษณุ’แนะยื่นผ่านกกต.ปม 8 ปี
วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการดำรงแหน่ง นายกฯ ครบ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า หากใครสงสัยควรไปยื่นต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) แล้วให้กกต.เป็นผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 เขียนไว้ โดยมาตราดังกล่าวได้นำเอา มาตรา 82 มาใช้โดยอนุโลม คือ เป็นเรื่องที่ ส.ส.สงสัยว่า ส.ส.ด้วยกัน ขาดความเป็น ส.ส.หรือไม่ หรือ ส.ว.สงสัยความเป็น ส.ว.ของเพื่อน ส.ว.ด้วยกัน แต่ไม่มีกรณีนายกฯ ที่ไปเขียน ไว้ในมาตรา 170 ให้นำมาใช้โดยอนุโลม กรณีนี้ถ้าประชาชนสงสัยให้ไปยื่นต่อกกต. ส่วนส.ส. ส.ว.จะยื่นต่อใครยังเป็นปัญหาอยู่บ้าง
“ทางที่ดีที่สุดไปที่ กกต.ให้เป็นที่รวม ซึ่งวรรคท้ายของมาตรา 170 ระบุให้กกต. มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการเรื่องนี้ โดยวิธีการคือ ส.ส. หรือ ส.ว. เข้าชื่อส่งต่อให้ประธานสภา เพื่อส่งไปที่กกต. เช่นเดียวกับฝ่ายค้าน ถ้าจะยื่นก็ควรไปที่กกต.” นายวิษณุกล่าว
‘พี่ศรี’ร้องผู้ตรวจฯชงศาลรธน.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทาง ไปสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ห้อง 504 เพื่อยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 230 และ มาตรา 231(1) ในการเสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีข้อขัดแย้ง และถกเถียงกันในหมู่ประชาชนและสังคมมากว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค.2565 เป็นต้นไป จะเข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติในมาตรา 158 วรรค 4 ที่ว่า นายกฯ จะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้นั้น หรือไม่
ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อขัดแย้งดังกล่าวเป็นข้อยุติของประชาชนและสังคม จึงเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจที่จะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
ป้าย‘บิ๊กป้อม’พรึบหนองคาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ กำหนดจัดงาน “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” ในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 16.00-19.00 น. ที่ลานตรงข้าม Chic Chic Market จ.หนองคาย ปรากฏว่า ก่อนถึงวันงานมีการนำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ เป็นภาพพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เขียนข้อความ “ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่” โครงการพัฒนาน้ำบาดาล ไม่ร้อน ไม่แล้ง กักเก็บน้ำ ฟื้นชีวิต พัฒนา ต่อยอดเกษตรกรไทย ด้วยภาษีเกษตรกร พลิกชีวิตเกษตรกร ทั่วไทย ให้มีน้ำใช้ตลอดปี งบประมาณจากภาษี ประชาชน เพื่อประชาชน
โดยมีการติดตั้ง ให้เห็นได้ทั่วไปใน จ.หนองคาย เพื่อเชิญชวนประชาชน ร่วมฟังการปราศรัยของพล.อ.ประวิตร ถึงผลงาน การบริหารจัดการน้ำ และแกนนำพรรค อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถึงผลการทำงาน ของพรรคและรัฐบาล ทั้งการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ภาคอีสาน เชื่อมโยงอีอีซี รวมถึง เศรษฐกิจดิจิทัลก้าวทันโลกออนไลน์ เป็นต้น
‘บิ๊กตู่’เมินตอบรัฐสภาล่ม
ที่จ.กาญจนบุรี ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจราชการที่จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ประชุมรัฐสภาล่ม ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. …. ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าส.ส.จงใจไม่เข้าประชุม เพื่อเตะถ่วงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ….หรือกฎหมายลูก ที่รอพิจารณาต่อจาก ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ให้เสร็จทันวันที่ 15 ส.ค. ที่จะครบกำหนดเวลา 180 วัน
พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบโดยเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
‘วิษณุ’หวังกม.ลูกทัน 180 วัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องรัฐสภาล่มเป็นการเตะถ่วงร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการ เลือกตั้งส.ส.หรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องพิจารณา ให้เสร็จภายใน 180 วัน ถ้าไม่เสร็จให้กลับไปใช้ ตามร่างต้นฉบับที่เสนอเข้าสภา ตามวาระ 1
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพิจารณาไม่ทัน แสดงว่า ต้องกลับมาใช้ร่างของ กกต. เป็นหลัก นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าจะพูดให้ถูก คือ ร่างฉบับที่ส่งสภาโดยรัฐบาล ตอนที่กกต.ส่งร่างมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และครม.ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไข ซึ่งแก้ไขในบางอย่าง จากนั้นรัฐบาลจึงเอาร่างดังกล่าวส่งสภา ดังนั้นจะไปหยิบยกต้นฉบับของกกต.ไม่ได้ ต้องหยิบฉบับที่ 2 ที่รัฐบาลเสนอสภา
ต่อข้อถามว่าหากฎหมายลูกพิจารณาไม่ทัน รัฐบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลรับผิดชอบแน่ โดยรับผิดชอบกับประชาชน คือการถูกประชาชนตำหนิ ติเตียน แต่จะให้รับผิดชอบ เหมือนไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจ เกิดขึ้นได้ แต่ตนยังคาดหวังว่าน่าจะไปได้ และรัฐบาลอยากให้ไปได้
เมื่อถามว่า หากมีการโต้แย้งร่างต้นฉบับ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า สามารถแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยต้องแย้งว่าขัดรัฐธรรมนูญ จะแย้งว่า ไม่ชอบใจไม่ได้ หลักพิจารณามีอยู่แล้วว่าถ้าขัดในเรื่องเล็กน้อย ศาลอาจจะสั่งให้เอา ส่วนนั้นออกหรือให้ไปแก้ไข แต่ถ้าแย้งว่า ขัดในเรื่องใหญ่ ที่เป็นสาระสำคัญ ก็ต้องตกไป ทั้งฉบับ และกลับมาเริ่มต้นยกร่างกันใหม่
‘นิโรธ’โต้พปชร.-พท.จงใจโดดร่ม
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่มีการมองว่าปัญหาองค์ประชุมไม่ครบในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 3 ส.ค. เพราะมีพรรคใหญ่ต้องการยื้อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ไม่ใช่แบบนั้น ต้องเข้าใจว่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. มีการประชุมร่วมรัฐสภาและมีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2566 พร้อมกันตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น ทำให้ส.ส.ที่เป็นกมธ.ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกสองห้องประชุม เพราะกมธ.วิสามัญงบ ก็ต้องใช้เสียงองค์ประชุม ในการลงมติเช่นกัน ทำให้ส.ส.แยกร่างกันไม่ได้ และไปชนกันช่วงเวลา 16.00-17.00 น. ตนอยู่ ในห้องประชุมร่วมรัฐสภาไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเรื่องงบประมาณแผ่นดินก็สำคัญเหมือนกัน
จากการประชุมวิป 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 1 ส.ค. อยากให้เลื่อนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ยอม อีกทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา อยากให้ทุกอย่างเดินตามระเบียบวาระการประชุม เราก็เดินตามนั้น ไม่คัดค้าน เมื่อร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. …พิจารณาจบ ก็มีการร่างพ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ….ต่อ มีการพิจารณาแบบ ยืดเยื้อยาวนานจนถึงเวลา 16.00 น. เป็นช่วงไฮไลต์ของกมธ.วิสามัญงบ ที่ลงมาห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ ส่วนตัวตนก็อยู่ในห้องประชุมใหญ่
ต่อข้อถามว่าถูกมองว่าพรรคพลังประชารัฐ จับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อให้องค์ประชุม ไม่ครบ นายนิโรธกล่าวว่า เขาเป็นฝ่ายค้าน เราเป็นฝ่ายรัฐบาล และเป็นคนละเรื่องกัน ที่ผ่านมาเราอยากให้เลื่อนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาพิจารณาก่อน แต่ก็ถูกสกัดตลอด และนายชวนดำริว่าให้เป็นไปตามระเบียบ ใครจะกล้าขัดขวาง ทุกคนก็เอาตามท่าน เรื่องนี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย
‘ภราดร’ซัดทุเรศ-ข่มขืนสภา
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความในเพจ “ภราดร ปริศนานันทกุล” ว่า #ทุเรศทุรัง เรารังเกียจอำนาจพิเศษเพียงใด เรารังเกียจการทำลายสภาด้วยวิธีทุเรศทุรังเท่านั้น บางคนแกล้งทำสภาล่ม โดยเป้าหมายคือให้การพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจ่อจะเข้า พิจารณาไม่ทันตามกำหนดเวลา 180 วัน และจะต้องกลับไปใช้ร่างเดิมที่ กกต.เสนอต่อครม. และสภาตั้งแต่ต้น
ร่างเดิมของ กกต.คืออะไร มีอะไรพิเศษ ถึงทำให้บางกลุ่ม บางพวก ถึงกับต้องใช้วิธี #ทุเรศทุรัง ทำร้ายสภา และเหยียบย่ำหัวใจประชาชน เนื้อหาสาระคือ ใช้สูตรหาร 100 ในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ซึ่งแน่นอนว่าบางคน บางพวก บางพรรคเห็นว่าเป็นประโยชน์ แก่ตนและพวก มากกว่าสิ่งที่สภาได้พิจารณาไปแล้วคือสูตรหาร 500 ทำให้บางพรรคจากขั้วตรงข้ามจับมือประสานใจโดยตั้งใจหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เป้าหมายตรงกันนั่นคือล้มสูตรหาร 500 แล้วกลับไปใช้หาร 100 แบบเก่า เหตุก็มีเท่านี้เอง ต้องการสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคพวกตนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เราใช้ความปรารถนาส่วนตน และส่วนพรรคข่มขืนสภา สร้างความ #ทุเรศทุรัง ด่างพร้อยให้กับบ้านของท่านเองเช่นนั้นหรือ
อย่าลืมว่าคนเขาจ้องดูการทำหน้าที่ของนักการเมือง หากทำชั่วคนเขาด่า แต่เขาไม่ด่าเฉพาะคนชั่ว เขาด่านักการเมืองทั้งหมด คนไม่ชั่วก็เสื่อมไปด้วย บ้านเรา สภาเอง ก็เสื่อมทรามตามไปด้วย แล้วจะเหลือหลักยึดอะไรให้ประชาชนพึ่งหวังได้ #อายชาวบ้าน
‘ระวี’ฉะ 2 พรรคใหญ่เล่นเกม
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะมีการเล่นเกมใต้โต๊ะ ชกใต้เข็มขัด ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ ทำให้สภาเสื่อมเสีย แต่เท่าที่ทราบคือ มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งออกคำสั่งให้ ส.ส.ในพรรคเซ็นชื่อเสร็จแล้ว กลับบ้านได้เลย แต่เมื่อ ส.ส.บางคนไม่ทำ ยังอยู่ร่วมประชุมก็ยังมีตัวแทนมาไล่ ส.ส.ให้กลับบ้าน อ้างว่านายสั่งให้กลับ ซึ่งมีหลายคนมาเล่าให้ฟัง แม้กระทั่ง ส.ส.พรรคเล็กบางคนยังถูกตัวแทนคนดังกล่าว มาสั่งให้กลับบ้านเช่นกัน เนื่องจากเป็นพรรค การเมืองขนาดใหญ่จึงทำให้ ส.ส.หายไปจำนวน มาก จนในที่สุดสภาก็ล่ม
“สภาล่มไม่ได้เกิดจากเหตุสมาชิกไม่ครบแบบทั่วไป แต่เกิดจากการเล่นเกมของพรรคใหญ่อันดับหนึ่งและสอง ที่สมาชิกไม่ยอมแสดงตนร่วมประชุม มีความพยายามจะคว่ำการประชุมให้ได้ เพื่อที่กฎหมายลูกจะไม่สามารถมีโอกาสเข้าสภาได้ และต้องย้อนกลับไปใช้สูตรคำนวณหาร 100 ตามร่างที่ กกต.ยื่นเข้ามาในตอนแรก การกระทำเช่นนี้ ผมรับไม่ได้ ถ้ามาเล่นนอกกติกาแบบนี้ ไม่ใช่วิธี ที่ลูกผู้ชายทำกัน” นพ.ระวีกล่าว
สิ่งที่น่ากลัวคือการที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เคยรับปากว่าจะประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9-10 ส.ค. และมั่นใจว่าจะพิจารณากฎหมายลูกทันแน่นอน ตนก็เชื่อถือ นายชวน จึงไม่ขอเสนอเลื่อนวาระประชุม แต่กลายเป็นว่ามีการเตะถ่วงมาตลอด ในการประชุมวิป 3 ฝ่ายวันที่ 4 ส.ค. ถ้ามีการประชุมร่วมรัฐสภาตามกำหนดเดิม ถือว่านายชวนรักษาเกียรติของสภา ปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นประธานรัฐสภา แต่ถ้าไม่มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาแล้ว นายชวนต้องรับผิดชอบ ส่วนองค์ประชุมจะล่มอีกหรือไม่ เป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจของประธานถือว่าได้พยายามดีที่สุดแล้ว
พท.รับตั้งใจใช้กลไกสภายั้งกม.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับตรงๆ ว่ามีนัยยะทางการเมือง ซึ่งการทำหน้าที่ของสมาชิก รัฐสภาในการออกกฎหมายต้องพิจารณา ตัวกฎหมายเป็นหลัก ถ้าเห็นว่ากฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่มีปัญหาไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายได้ จึงใช้กลไกมาตรา 132 ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นทางออกทางหนึ่งและเป็นกลไกระงับยับยั้งกฎหมายที่เห็นว่าไม่ชอบ หรือออกไปใช้บังคับไม่ได้ ซึ่งเขาก็เปิดช่องไว้ และกฎหมายลูกกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องพิจารณา ภายใน 180 วัน ถ้าพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้นำกฎหมายที่เสนอในวาระแรกนำมาบังคับใช้เลย
พรรคเพื่อไทยมีเจตนารมณ์เมื่อแพ้โหวตมาตรา 23 แล้วตามที่กฎหมายเสนอโดย กกต. ครม. และกมธ.วิสามัญนำไปปรับปรุงแก้ไข แต่มีการสั่งการให้พลิกกลับไปใช้ระบบจัดสรร ปันส่วนผสม บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หารด้วย 500 สิ่งที่เราคิดในการทำหน้าที่มาโดยตลอดเพื่อให้กฎหมายที่ถูกเสนอมาโดยชอบกลับมาบังคับใช้ให้ได้ ซึ่งมีอยู่ 3 แนวทางคือ 1.ปล่อยให้มีการพิจารณาลงมติในวาระ 3 หาร 500 แล้วไปรอคำทักท้วงของกกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกา 2.คว่ำในวาระ 3 และ 3.ใช้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132
โดย 3 ทางเลือกพรรคเพื่อไทยคิดมา แต่แรกว่าทางเลือกที่ 1 จะดีกว่าทางเลือกอื่น เพราะแนวทางที่ 2 และแนวทางที่ 3 สุ่มเสี่ยงที่เขาจะอ้างในการไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญขัดกันกับกฎหมายลูกไม่ได้ จึงนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรใบเดียว หาร 500 ได้ ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้น ดังนั้น แนวทางที่ 1 เราเองก็ไม่แน่ใจว่ากกต.กับศาลจะทักท้วงหรือไม่ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชอบแนวทางที่ 3 เพราะเราได้ประโยชน์สูงสุด แต่กระบวนการตรากฎหมาย มันไม่ชอบ ส่วนสมาชิกรัฐสภาจะมาร่วม กับเรา เราไม่ได้เป็นผู้โน้มน้าวชักจูง เพราะเรายืนอยู่มาจุดนี้ตลอดทั้งหมดจึงไม่ใช่เกม แต่เป็นกลไกรัฐสภาในสิ่งที่เหมาะสมที่สุด
ยึดเจตนารมณ์สูตรหาร 100
“เป็นร่างที่ครม.เสนอมา ครม.ควรจะต้องอับอาย แม้แต่ร่างตัวเองที่ไปปรับแก้ไข ในวาระ 2 ไปหักร่างตัวเอง กกต.เสนอมา คุณก็ไปหักในวาระที่ 2 นี่เป็นเจตนารมณ์ เราตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นเกมเมื่อวาน แต่ถ้าตีว่า เป็นเกมเราก็ไม่ได้เกี่ยวกับเกมเมื่อวาน แต่เป็นทางเดินของเรา ส่วนใครจะมาร่วมกับเรา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” นพ.ชลน่านกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าถามว่าพรรคเพื่อไทยจะยื้อให้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ทัน 180 วันหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรายืนยันเจตนารมณ์นี้มาแต่แรก เพียงแต่ไม่ได้ประกาศเท่านั้น ซึ่งในกมธ.เราก็สู้มาโดยตลอดว่า ไม่เห็นด้วย ยิ่งปรับแก้ยิ่งมีปัญหา เราก็สงวนความเห็นและมาสู้ในสภาต่อ เกมพรรคเพื่อไทยที่วางไว้เรายืดประโยชน์สูงสุดด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับในการตรากฎหมายขึ้นมา เราไม่ได้ยึดติดว่าจะหารอะไร แต่บังเอิญรัฐธรรมนูญแก้ไขมาให้ใช้สูตรหาร 100 แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น
เมื่อถามว่า ในสัปดาห์หน้าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราก็สู้แบบนี้ต่อ ส่วนใครจะมาร่วมกับเราไม่ใช่ประเด็นที่เราเป็นผู้ไปกำหนด เพราะเราเป็นเสียงข้างน้อย ถ้าสังเกตว่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ถ้าสมาชิกไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เกิดเหตุการณ์ใช้กลไกสภาระงับยับยั้งกฎหมาย ที่ไม่ชอบได้ ตนจึงมั่นใจว่าสมาชิกส่วนหนึ่งเห็นแล้วว่าไม่ชอบจึงใช้แนวทางนี้ ถือว่าเป็นสิทธิ์ และเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะลงมติหรือไม่ลงมติ
“การทำหน้าที่ในสภา การไม่เป็นองค์ประชุม และไม่ลงมติ ถือเป็นกลไกการทำหน้าที่ อย่างหนึ่ง ดีไม่ดีขอให้ดูที่ผลที่เกิดขึ้น ถ้าผลที่เกิดขึ้นดีกับประเทศชาติ ถือเป็นการทำ หน้าที่ที่ดี ไม่ใช่นั่งประชุมแล้วนั่งเป็นเครื่องไม้ เครื่องมือให้เขาแล้วทำงานได้ดี ทำงานแล้วไม่ดี กับประเทศชาติแล้วไปยกย่องว่าทำงานได้ดี ผมไม่เห็นด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว
ก้าวไกลพร้อมสู้ทุกกติกา
ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า หากร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หากผ่านไปได้และไปถึงกกต. ซึ่งร่างของกกต.กำหนดเรื่องการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 100 คงต้องตีความเช่นนั้น เพราะถ้าหารด้วย 500 คงมีปัญหา เกิดความยุ่งยากพอสมควร ดังนั้นควรให้ผ่านรัฐสภาไปได้เพื่อที่กระบวนการ จะได้ไปถึงกกต. ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมรัฐสภาล่ม มองว่าเป็นการยื้อเวลาเพื่อไม่ให้ทันกรอบเวลา 180 วันหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น คิดว่าทุกคนเข้าใจเรื่องกรอบเวลา สำหรับจุดยืนของพรรคก้าวไกลยืนยันว่าเห็นด้วยกับการหาร 100
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลพร้อมร่วมกติกาใหม่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คงไม่ได้แบบ ที่ใจต้องการทุกอย่าง การเมืองเป็นเรื่องของการช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่มีใครสามารถชนะทั้งกระดานได้ แต่ไม่ว่าจะออกมารูปแบบไหน พรรคก้าวไกลต้องปรับตัว แม้เราควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่ควบคุมปัจจัยภายในของเราได้ จุดหนึ่งของพรรคก้าวไกลคือต้องการให้มีส.ส.เขตมากขึ้นและมีให้ครบทุกภูมิภาค ส่วนเรื่องจำนวนว่าจะได้ส.ส.กี่คน คงไม่ใช่ประเด็นหลักของพรรค
ส.ว.สมชายฟันธงจบที่สูตร 100
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “มีคนสงสัยถามว่าร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.จะจบที่สูตร 500 หรือ 100 ตามเกมการเมืองในสภาขณะนี้ น่าจะเห็นเค้าลางคำตอบชัดเจนว่า หาร 100 หลังวันที่ 15 ส.ค.นี้ เพราะสภาล่มต่อเนื่องด้วยเหตุที่ฝ่ายอยากได้หาร 100 สบช่องทางเดินใหม่ตามคาดแล้ว กล่าวคือรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (1)… ถ้าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่าง ที่เสนอตามมาตรา 131 ซึ่งหมายความว่า รัฐสภาทำหน้าที่พิจารณาไม่เสร็จในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ต้องถือว่าสภายอมเห็นชอบตามร่าง ที่เสนอเข้าสู่สภาในวาระที่ 1 ตามมาตรา 131 ซึ่งมี 4 ร่างคือ ร่างครม. ร่างพรรคพลังประชารัฐ ร่างพรรคเพื่อไทย และพรรคร่างก้าวไกล
“ทุกร่างใช้สูตรหาร 100 ส่วนจะนำร่างใดส่งให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ นั้น คงไม่ใช่หน้าที่ที่จะให้ความเห็นแล้ว เพราะในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะรองประธานกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.คราวนี้ ถือว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว แม้จะไม่สมบูรณ์ เพราะขบวนการล่มสภา ซึ่งก็พูดไม่ออก สงสารท่านประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย อาจารย์ทางกฎหมายที่ผมเคารพอย่างยิ่ง ต้องอดทนอดกลั้นรอขอคะแนนสมาชิกทีละคน ทีละมาตรา นานครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง” นายสมชายระบุ
‘ชวน-3 วิป’เคาะ 10 ส.ค.ถกกม.ลูก
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ประชุมร่วมกับวิป 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ในวันที่ 10 ส.ค. เวลา 09.00 น. จะกำหนดให้ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ คือร่างพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ที่เหลืออยู่ 4 มาตรา จากนั้นพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้วันที่ 11 ส.ค. ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และวันที่ 17-19 ส.ค. ประชุมสภา เพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในวาระ 2-3 ต่อไป
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งกระบวนการเป็นไปตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ โดยมีทางออก 3 ทางคือ 1.ถ้าที่ประชุมรัฐสภา ให้ความเห็นชอบในวาระ 2-3 จะต้องดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 (2) คือประธานรัฐสภา ส่งร่างกฎหมายไปที่องค์กรอิสระ หรือกกต. ให้ความเห็นชอบว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
2.ถ้าที่ประชุมรัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบ ถือว่าร่างกฎหมายนี้ตกไป หากจะหยิบยก ขึ้นใหม่ ต้องเริ่มกระบวนการกันใหม่ และ 3.ถ้าที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 180 วัน ต้องเป็นไปตามมาตรา 132 (1) คือนำร่างที่เสนอในวาระ 1 มาพิจารณาเพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ คือร่างของกกต. ที่ให้ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 และส่งให้นายกฯ ต่อไป
‘ชินวรณ์’คาดรัฐสภาอาจล่มอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยยอมรับว่า จะใช้กลไกสภาดึงเวลาให้เกิน 180 วัน พรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางนี้หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า เรื่องการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ มีความเห็นต่างกัน ฝ่ายที่เห็นด้วยกับหาร 100 เห็นว่าควรให้เป็นไปตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ ส่วนเสียงข้างน้อย ในกมธ. เห็นว่าควรหาร 500 เมื่อนำมาเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่ประชุมก็เห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยไปด้วย ขณะที่อีกส่วนเห็นว่า การที่จะไม่ให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณา กฎหมาย อาจมีปัญหาในเชิงปฏิบัติได้ จึงมีทางเดียวคือ ถ้าทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวพิจารณาไม่ทัน 180 วัน จะถือว่าต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือการนำร่างที่ครม.เสนอเข้ามา คือหาร 100 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ เนื่องจากเราเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ารัฐสภามีความเป็นอย่างไรก็ต้องดำเนินการ ไปตามรัฐธรรมนูญ
ต่อข้อถามว่ามีความพยายามจะทำให้รัฐสภาล่มอีกหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ถ้าเขามีทิศทางให้เสร็จไม่ทัน 180 วัน รัฐสภาอาจจะล่มอีกได้ ถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นกลไกที่ทำได้ จึงอยากทำความเข้าใจว่าเวลาพิจารณากฎหมาย อยากให้เป็นไปตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้ประชาชนวิจารณ์ว่ารัฐสภามุ่งเน้นแต่เรื่องหาร 100 หรือหาร 500 ทั้งที่ประชาชนมีปัญหาปากท้อง ตนยืนยัน ในฐานะส.ส. ให้ความสำคัญกับปากท้อง ของประชาชนเป็นหลัก แต่เรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่อง 1 ใน 100 ที่รัฐสภาต้องแก้ไขให้เกิดดุลยภาพ
พทท.โวยกลับลำ-จี้เพิ่ม 9 ส.ค.
เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) และนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวกรณีผลประชุม ร่วมวิป 3 ฝ่าย มีมติให้นัดประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 10 ส.ค.เพียงวันเดียว
นายโกวิทย์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ผลมติวิป ออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะในการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 9 ส.ค. แต่เหตุใดถึงได้กลับคำพูด เรื่องนี้นายพรเพชรต้องให้คำตอบกับสังคมให้ชัดเจนว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่
“กฎหมายจะผิดถูกอย่างไรจะเป็นสูตรหาร 100 หรือ 500 ผมไม่ได้สนใจ แต่ประเด็น อยู่ที่ว่าสมาชิกรัฐสภาจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร ทางวุฒิสภาจะต้องมีส่วนมาร่วม รับผิดชอบ ตอนนี้อาจมีสัญญาณจากบางพรรค ที่มีความพยายามให้องค์ประชุมล่ม ซึ่งผมต้องขอให้นายพรเพชรพิจารณาเปิดประชุมร่วมวันที่ 9 ส.ค.ด้วย เพราะจะทำให้อัตราความเสี่ยง ที่กฎหมายลูกต้องตกไปมีน้อยลง แต่หากเปิด 10 ส.ค.เพียงวันเดียวก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ตอนนี้เหมือนมีสัญญาณร้องเพลงเดียวกัน ทั้งพรรครัฐบาลบางพรรค จับมือกับพรรค ฝ่ายค้าน และวิปทั้ง 3 ฝ่าย” นายโกวิทย์กล่าว
ส.ส.ภูมิใจไทยขอร่วมมือผ่านกม.
ด้านนายสฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ติดใจว่าจะหาร 100 หรือ หาร 500 ในขั้นตอนแรกพรรคไม่เคยเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ประโยชน์ของประชาชน ตอนนี้เรามีความห่วงใยว่า ประชาชน จะมองการทำหน้าที่ของสภาอย่างไร เพราะมีเวลาถึง 180 วันแต่กลับไม่ทำงาน การแก้ปัญหาตรงนี้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาว่า ก่อนที่จะถึงวันที่ 15 ส.ค.ที่กฎหมายจะถูกตีตก ไปนั้น เราได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่หรือไม่ เพราะการบรรจุระเบียบวาระ และนัดประชุมสามารถทำได้ทุกวัน แม้กระทั่งวันเสาร์ยังนัดประชุมได้เลย จะเป็นวันใดก็ได้ก่อนวันที่ 15 ส.ค.เรามาร่วมมือทำให้เสร็จ
“กระแสข่าวที่ระบุว่า มีพรรครัฐบาลฮั้วกับพรรคฝ่ายค้านนั้น ขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยฮั้วกับใครทั้งนั้น การเปิดประชุมร่วมวันที่ 10 ส.ค.เพียงวันเดียว ผมเชื่อว่า การพิจารณากฎหมายลูกไม่ทันแน่นอน ฉะนั้น การนัดประชุมในวันที่ 9 ส.ค.เพิ่มอีกหนึ่งวันถือว่ามีความเหมาะสมแล้ว สำหรับพรรคภูมิใจไทย หากเป็นการหาร 500 เราอาจจะไม่ได้บัญชีรายชื่อเลย แต่เราพร้อมเดินหน้าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเมื่อผ่านสภา ไปแล้ว กกต.จะว่าอย่างไรก็เป็นไปตามระบบของมัน แต่วิธีการปล่อยให้กฎหมายถูกตีตกไป จะทำให้ประชาชนมองว่าเราไม่ทำงาน” นายสฤษฏ์พงษ์กล่าว
สภาตีตกร่างพ.ร.บ.ฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. …. ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลกับคณะ เป็นผู้เสนอ วาระ 1 ซึ่งครม.ขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และได้ส่งคืนสภาให้พิจารณา โดยการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นไปเพื่อ แทนที่พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548
นายโรม อภิปรายว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ที่บังคับใช้อยู่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่บังคับใช้ข้อกำหนดที่ออกมาโดยได้รับการละเว้นการตรวจสอบถ่วงดุล ส่งผลให้นายกฯ และครม. สามารถประกาศขยายระยะเวลาออกไปโดยไม่ถูกคัดค้าน ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นมาก คำถามคือ มีความจำเป็นที่ต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่ หากพ.ร.บ. โรคติดต่อฯ ไม่เพียงพอทำไมไม่แก้ไขให้ครอบคลุม จึงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากรัฐบาลคงกฎหมายพิเศษฉบับนี้ไว้เป็นเครื่องมือเพื่อปกป้องอำนาจของตัวเอง
ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กลไกตามร่าง พ.ร.บ.นี้ มีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพของสถานการณ์ฉุกเฉิน และเห็นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับปัจจุบันมีความเหมาะสม และเป็นธรรมอยู่แล้ว รวมทั้งยังมีมาตรการทางกฎหมาย ที่เบากว่ากฎหมายต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงกังวลต่อการแก้ไข เพราะสถานการณ์ ฉุกเฉินต้องมีความรวดเร็วในการทำให้สถานการณ์คลี่คลายเพื่อไม่ให้กระทบต่อการรักษาประโยชน์ของประเทศ จึงเห็นว่ายังไม่ควร รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวและเห็นควรบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับนี้ต่อไป
ต่อมาที่ประชุมลงมติไม่รับหลักการด้วยคะแนน 169 ต่อ 69 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง ซึ่งกว่าจะลงมติได้ ใช้เวลารอสมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุมกว่า 20 นาที จนครบองค์ประชุม 240 เสียง ซึ่งเกินครึ่งมาเพียง 1 เสียง จากนั้นนายสุชาติได้สั่งปิดการประชุมเวลา 16.41 น.
‘นิพนธ์’ยัน‘ไตรรงค์’ไม่ทิ้งปชป.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรค จะไปอยู่พรรค รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า ยืนยันว่า นายไตรรงค์ ยังอยู่กับพรรค เพราะวันที่ 3 ส.ค. ตนได้เข้าพบนายไตรรงค์ ที่บ้านย่านประชาชื่น ซึ่งพบกันตามปกติ ในฐานะผู้ใหญ่ของพรรค
ข่าวที่ว่านายไตรรงค์จะออกจากพรรค ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวโคมลอย ขอให้คนที่ให้ข่าว หรือใครที่พยายามสร้างความปั่นป่วน ทำลายพรรค ยุติการปั้นข่าวว่าประชาธิปัตย์เลือดไหลไม่หยุด วันนี้พรรคมีแต่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง และเรื่องคนเข้าคนออกจากพรรค เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ซึ่งพรรคให้โอกาสคนทุกกลุ่ม ทุกวัย และคนรุ่นใหม่ตลอด ดังนั้น การบอกว่าเลือดไหลออก จนแห้งตาย จึงไม่เป็นความจริง ขอให้มั่นใจว่า ประชาธิปัตย์พร้อมเดินสู่การเลือกตั้งแน่นอน และในเร็วๆ นี้ จะมีการเปิดตัวคนเข้าพรรคมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะหลายคนยังอยู่ในราชการ ในภาคเอกชน จึงต้องรอเวลาที่เหมาะสม
เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศ หวังจะกวาดส.ส.ใต้ทั้งหมด นายนิพนธ์กล่าวว่า ในทางการเมืองใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ประชาชน จะเป็นคนตัดสิน และประชาชนเคยมีบทเรียนมาแล้ว อยากให้ดูอดีต ยุคเลขาธิการพรรค หลายคนแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ ก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร
‘จุรินทร์’นำทีมเบิร์ธเดย์‘มาร์ค’
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกบางกอกทาวเวอร์ กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะสมาชิกพรรค มอบช่อดอกไม้และอวยพรครบรอบวันเกิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค ครบ 58 ปี เมื่อวันที่ 3 ส.ค. โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมอวยพรด้วย
นายจุรินทร์กล่าวอวยพร พร้อมขอให้เป็นกำลังสำคัญให้กับพรรคต่อไป
นายอภิสิทธิ์ได้ขอบคุณ และกล่าวว่าตนได้ติดตามข่าวสารตลอดและขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคน

บุกหนองคาย – ป้ายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ติดทั่วพื้นที่ จ.หนองคาย เชิญชวนประชาชนไปร่วมกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ และฟังการปราศรัยของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่จะจัดขึ้น ในวันที่ 6 ส.ค.นี้

สักการะ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ คณะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จ พระนเรศวรมหาราช ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ระหว่างไปติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

ยื่นสภา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ยื่นร่างพ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติและสวัสดิการผู้สูงอายุ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นกฎหมายดูแลผู้สูงอายุ ให้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.