นักร้อง-นักเที่ยวดับสลดสอบเจ้าของ-คลี่สาเหตุปมประตูหนีไฟถูก ล็อกชัชชาติสั่งตรวจทั่วกรุงป้องกันซ้ำรอย‘สัตหีบ’
ไฟไหม้กลางดึกผับดังสัตหีบ ‘เมาน์เทน บี’ ย่างสดคากองเพลิง 13 ศพ ไปสิ้นใจที่ร.พ.อีกศพ รวม 14 ศพสังเวยผับมรณะผู้เสียชีวิตมีทั้งจ่าทหารเรือ กัปตัน นักร้อง นักดนตรี วัยรุ่น 17 ปี เจ็บระนาวเกือบ 40 ราย โคม่า 16 ราย ไม่รู้สึกตัว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ คนรอดตายระบุเห็นต้นเพลิงบนเพดานเหนือเวที ตามด้วยระเบิด 2 ครั้ง ประกายไฟไปติดโฟมซับเสียง ก่อนเพลิงลุกลามรวดเร็ว ตร.เร่งหาสาเหตุ สอบพยานแล้ว 30 ปาก รวมทั้งเจ้าของผับ พบประตูเข้า-ออกทางเดียว สงสัยประตูหนีไฟถูกล็อก ขออนุญาตทำเป็นร้านอาหาร แต่ดัดแปลง ต่อเติมเป็นผับ เพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 2 เดือน ขณะที่ ‘ชัชชาติ’ สั่งตรวจสอบจริงจังทั่วกทม. 250 ผับ ย้ำความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน
ไฟไหม้กลางดึก-ผับดังสัตหีบ
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.บุญส่ง ยิ่งยง รองสว.(สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้สถานบริการบันเทิงเมาน์เทน บี ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง มี ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.วุฒิพงศ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ ปลัดอาวุโสปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอพลูตาหลวง และรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงานรุดไปที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียวในเนื้อที่กว่า 3 ไร่ เพลิงลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรุนแรงท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย นักเที่ยวนับร้อยวิ่งหนีตายออกจากตัวอาคาร บางรายอยู่ในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัวนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำส่งร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และร.พ.พลูตาหลวง ก.ม.10
ส่วนการควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภายในอาคารมีวัสดุติดไฟง่าย โดยเฉพาะน้ำยาโฟมซับเสียง จึงทำให้เพลิงลามไปทั่วตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ พร้อมทั้งกันผู้คนออกจากพื้นที่ เนื่องจากอาคารอาจทรุดตัวลงมา
ย่างสด 13 ศพ-เจ็บอีกอื้อ
จากการเข้าเคลียร์พื้นที่พบภาพสลด มี ผู้เสียชีวิต 13 คน เป็นผู้หญิง 4 คน และผู้ชาย 9 คน นอนตายกองรวมกันบริเวณหน้าประตู 4 คน ในห้องน้ำชาย 3 คน หลังบูธดีเจ 1 คน ในบริเวณแคชเชียร์ 2 คน และหน้าแคชเชียร์ 3 คน สภาพศพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมทั้งตัว เสียชีวิตสลด ส่วนผู้บาดเจ็นในเบื้องต้นมากกว่า 40 คน ในจำนวนนี้สาหัส 8 คน จากการถูกไฟคลอก ส่วนที่เหลือบาดเจ็บจากการสำลักควัน และวิ่งเบียดกระแทกกันออกจากผับขณะเกิดเหตุ
ขณะเดียวกันมีผู้นำคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุมาเผยแพร่ เป็นนาทีนักเที่ยววิ่งเบียดแย่งหนีตายออกจากประตูด้านหน้าเพียงประตูเดียว ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับทางหนีไฟมีหรือไม่ ขณะที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุ ได้มีเพียงพยานให้การเบื้องต้นว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งบริเวณบูธดีเจ ก่อนเกิดประกายไฟไปติดกับฉนวนโฟมซับเสียงซึ่งเป็นวัตถุติดไฟง่าย จนทำให้ไหม้ลุกตาม ไปทั่วผับอย่างรวดเร็ว เกิดโศกนาฏกรรม ดังกล่าว
นาทีไฟมรณะ-นักเที่ยวหนีตาย
ต่อมาเวลา 03.20 น. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ชลบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมร่วมสอบปากคำน.ส.ธัญญาภัทร์ ศรสุวรรหิรัญ อายุ 26 ปี กัปตันประจำผับ โดยให้การว่าเห็นไฟเริ่มลุกไหม้บริเวณหลังคา ก่อนลุกลามไปทั่วอย่างรวดเร็ว ตะโกนบอกการ์ดพยายามผลักดันลูกค้าออกหน้าร้าน แต่เพลิงลุกลามรวดเร็ว ขณะที่อาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ ซึ่งมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทีมแรกระบุว่าตอนมาถึงพบเพลิงลุกไหม้หลังคา เปลวเพลิงพุ่งสูงกว่า 5 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเมาน์เท่น บี เป็นผับเปิดใหม่ได้เพียงเดือนเศษ เป็นแหล่งสถานบันเทิงที่กลุ่มวัยรุ่นสัตหีบนิยมมาเที่ยวเป็นอย่างมาก ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่นักเที่ยวกำลังสนุกกับเสียงเพลง จนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว พอเห็นแสงไฟต่างพากันหนีตายออกจากผับ เหยียบกันล้ม หลายคนหนีออกมาไม่ทันถูกไฟคลอกบาดเจ็บและเสียชีวิต นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งแรกของ อ.สัตหีบ
เปิดรายชื่อ 14 ศพ-มีเด็ก 17 ปี
ต่อมาเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 13 ศพ 1.จ.อ.วรากุล จำรัส อายุ 32 ปี 2.จ.อ.สมรัฐ หินเธาว์ อายุ 31 ปี 3.นายกรวิทย์ เม็งคำมี อายุ 17 ปี 4.นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ อายุ 35 ปี 5.นายณัฐธิดา ม่วงธิมา อายุ 28 ปี 6.นายเจษฎภรณ์ ปิ่นอนงค์ อายุ 20 ปี 7.นายวิริยะ แต่งสง่า อายุ 31 ปี 8.น.ส.พรหมพร พูลสวัสดิ์ อายุ 18 ปี 9.น.ส.วาทินี หุยทุมาล อายุ 19 ปี
10.นายรังสิมันตุ์ วนิชโรจนาการ อายุ 30 ปี แต่ญาติยังไม่ยืนยันชัดเจน 11.นายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี เป็นนักร้องประจำผับ 12.นายณัฐกร มีชำนาญ อายุ 49 ปี และ 13.น.ส.สวิตตา จันทา อายุ 39 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะลำเลียงส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพ ตรวจอัตลักษณ์บุคคล และต่อมานายสุเทพ มงคลแก้ว อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหส เสียชีวิตที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รวมเป็น 14 ศพ
ญาติร่ำไห้ดูศพ-บาดเจ็บอีก 39
ขณะที่ผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 27 คน เป็นผู้ชาย 15 คน และผู้หญิง 12 คน รักษาที่ร.พ.พลูตาหลวง ก.ม.10 จำนวน 9 คน เป็นผู้ชาย 7 คน และผู้หญิง 2 คน โดยบรรยากาศที่ร.พ.พลูตาหลวง ก.ม.10 เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาดูศพ บางรายจำสภาพญาติตัวเองไม่ได้ ร้องไห้กอดศพเป็นที่น่าเวทนา
พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ รับผู้ป่วย 27 คน เกือบทั้งหมดเป็นแผลไฟไหม้ โดยระดับรุนแรง หรือสีแดง 14 ราย มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ 13 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 13 ราย แอดมิตแล้ว 9 ราย อยู่ห้องฉุกเฉิน 2 ราย รอเตียงแอดมิต 1 ราย
อาการโคม่า 16 ราย-ไม่รู้สึกตัว
น.อ.หญิง นงลักษณ์ สิงหโกวินท์ รองผอ.ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฝ่ายบริการสุขภาพ น.อ.หญิง อุบลรัตน์ เชาว์สุขโข รองผอ.ร.พ. ฝ่ายพยาบาล และ น.อ.อนุชา ลิขิตวงษ์ หัวหน้าทีมแพทย์ ร่วมแถลงว่าผู้บาดเจ็บ 27 ราย ที่เข้ามารักษาร.พ. กลับบ้าน 8 ราย ส่งต่อร.พ.ชลบุรี 1 ราย ร.พ.ระยอง 1 ราย มีผู้ป่วย 16 รายยังคงอาการหนัก ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและไม่รู้สึกตัว แนวทางการรักษาต้องดูแลบาดแผลไฟไหม้ ให้อาหารและน้ำ สิ่งสำคัญต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้ที่อาจจะสูงขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากผู้ป่วยที่มีบาดแผลไฟไหม้จะสูญเสียน้ำ มีโอกาสแผลติดเชื้อได้ โดยเฉลี่ยตอนนี้ผู้ป่วยอาการหนักทั้ง 16 รายมีเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้ที่สูงเฉลี่ยเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้มีผู้ป่วย 2 ราย ที่ร.พ.เตรียมจะส่งต่อไปรักษาที่ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และร.พ.ศิริราช กทม. เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้อยู่ในระดับ 3 คือมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งศักยภาพของร.พ.ที่เป็นโรงเรียนแพทย์มีความพร้อมมากกว่า และ ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
พฐ.เก็บหลักฐาน-หาสาเหตุ
เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภาค 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 2 จ.ชลบุรี เข้าเก็บหลักฐานอย่างละเอียด จากการตรวจสอบทรัพย์สินในอาคารเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่งภายใน ฉนวนซับเสียง อุปกรณ์ต่างๆ เวที ฝ้าเพดาน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด
พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ ผบก.ชลบุรี เปิดเผยว่า สำหรับป้ายทางหนีไฟนั้น จากตรวจสอบจากรูปเก่า พบติดแสดงอยู่ฝั่งซ้ายของอาคาร เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าที่ประตูไม่มีกุญแจคล้องล็อกอยู่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีกุญแจใส่อยู่หรือไม่ จากนี้จะเชิญพนักงาน ทุกคน รวมถึงช่างไฟฟ้าที่เข้ามาซ่อมไฟ พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และเจ้าของร้านมาสอบปากคำทุกคน โดยพบว่าผับขออนุญาตก่อสร้างเป็นร้านอาหาร แต่ปรากฏว่ามีการสร้างต่อเติมในลักษณะปิดทึบ ถือเป็นการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต
มท.ย้ายด่วนนายอำเภอสัตหีบ
นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี สั่งตั้งศูนย์บัญชาการที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุ ถือว่าเป็นอุบัติภัย โดยตามกฎของกระทรวงมีงบช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บ 4,000 บาท ผู้บาดเจ็บจนพิการ 13,300 บาท และผู้เสียชีวิต 29,700 บาท หากเป็นผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัว จะได้คูณ 2 จาก 29,700 บาท นอกจากยังมีงบของอำเภอ และเทศบาลสำหรับเยียวยาด้วย
นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรมต.ประจำกระทรวงแรงงาน มาตรวจที่เกิดเหตุ และกล่าวว่า ผู้เสียชีวิต 13 ราย มีรายชื่ออยู่ในระบบประกันสังคม 5 ราย โดย 2 รายมาตรา 33 และอีก 3 รายเป็นผู้ประกันตน ดังนั้น 2 รายแรกจะได้เงินค่าทำศพ 50,000 ราย และการช่วย เหลืออื่นๆ รวม 200,000 ว่าบาท ส่วนที่เหลือจะได้เงินชราภาพ และอื่นๆ รวมหลายหมื่นบาท จะเร่งติดต่อญาติผู้ตายพร้อมเบิกจ่ายนำเงินมาส่งมอบโดยเร็วต่อไป
นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งย้าย ว่าที่ พ.ต.ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ มาช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครองเป็นการประจำ มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
มีเสียงระเบิด 2 ครั้งก่อนไหม้
นายฤทธิชัย ทรัพย์สิน อายุ 31 ปี ซึ่งสูญเสีย น.ส.สวิตตา แฟนสาว กล่าวว่า เวลาประมาณตี 2 หลังดูหนังจบ พยายามติดต่อแฟน ทั้งโทร.และส่งไลน์ แต่ไม่ตอบกลับ จึงเอะใจ จากนั้นเพื่อนโทร.มาจากผับที่แฟนทำงานว่าไฟไหม้ จึงรีบออกจากบ้านมาดู พบแฟน เสียชีวิต ผับควรมีมาตรการป้องกันที่ดีกว่านี้ แต่ก็อย่างว่าคงยังไม่มีประสบการณ์มากนัก เพราะเป็นผับเปิดใหม่
ต่อมานางทองสา ผมเพชร อายุ 67 ปี เดินมาดูศพนายกรวิทย์ หลานชายวัย 17 ปี เมื่อเห็นศพหลานถึงกับร้องไห้เป็นลมล้มพับ กอดร่างหลาน พร้อมทั้งต่อว่าผับ ทำไมถึงปล่อยให้หลานเข้าไปใช้บริการ เพราะหลานอายุ 17 ปี
จากการสอบถามชาวบ้านข้างผับร่วมเล่าว่า ทุกวันศุกร์-เสาร์ หลานชายจะเที่ยวผับแห่งนี้เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุขณะหลับได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ตกใจตื่นวิ่งออกจากบ้านมาดู ไม่ถึง 1 นาที มีเสียงระเบิด 2 ครั้ง และช่วงพริบตาเดียวก็มีเปลวเพลิงพุ่งบนหลังคา กลายเป็นทะเลเพลิงอย่างรวดเร็ว หนีตายกันอลหม่าน

สูญเสีย – ญาติร่ำไห้ปิ่มขาดใจเมื่อเห็นสภาพศพผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ผับ ‘เมาน์เทน บี’ ขณะที่เจ้าหน้าที่นำศพทั้งหมดส่งชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ ก่อนส่งมอบให้ครอบครัวรับไปประกอบพิธี
ดีเจผับเล่านาทีวิ่งหนีตาย
นายสิทธิชัย ช่างทอง อายุ 36 ปี ดีเจผับร่วมเล่านาทีเกิดเหตุว่า เป็นช่วงพักเบรก ซึ่งปกติจะเข้าห้องน้ำด้านใน แต่วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจจึงเข้าห้องน้ำด้านนอก เมื่อเสร็จธุระจึงกลับเข้ามานั่งคอยขึ้นทำงานที่โต๊ะหน้าร้าน ขณะนั้นมีดนตรีแสดงสด และมีนักท่องเที่ยว 100 กว่าคน ต่อมาการ์ดของร้านวิ่งออกมาตะโกนบอกว่าให้รีบหนีออกด้านนอก จนมีเสียงระเบิดดังขึ้น จึงวิ่งตามออกมา
ส่วนหญิงอีกราย ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า วันที่ 4 ส.ค. เป็นวันเกิดพี่ชาย จัดงานเลี้ยงที่บ้าน กระทั่งเวลา 23.00 น. มาฉลองต่อที่ผับ โดยโต๊ะพี่ชายอยู่หน้าสุดใกล้เวที เมื่อเกิดเพลิงไหม้ พี่ชายถูกไฟคลอกคนแรก ส่วนพี่สะใภ้นั้น เพื่อนลากออกมาทัน บาดเจ็บน้อยกว่า หมอบอกว่าให้ญาติทำใจ เพราะผิวหนังพี่ชายถูกไฟไหม้ 95 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ คือส่วนใบหน้าเท่านั้น หมอแจ้งอีกว่าญาติต้องทำใจ เพราะหากแผลติดเชื้อจะมีโอกาสรอดแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ อยากได้รับการชี้แจงจากเจ้าผับจะขอโทษ และเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างไร
‘นักร้อง-มือคีย์บอร์ด’หนีไม่ทัน
นายระพล นามธรรม อายุ 30 ปี นักร้อง กล่าวว่า ไปเล่นประจำทุกวันจันทร์ ตอนที่ไปเล่นจะเข้าทางหลังร้าน เป็นประตูเล็กช่องแคบเดินได้ทีละคน พอเข้ามาเจอเวทีเลยไม่ต้องเบียดกับลูกค้า ซึ่งประตูเข้าออกร้านมีแค่ทางเดียว ลูกค้าเดินได้ทีละคน เวลาไปเล่นดนตรีที่ร้านนี้ก็มักเกิดความระแวง เคยคิดเล่นๆ กับเพื่อนว่าถ้าเกิดมีคนทะเลาะกัน หรือไฟไหม้ จะหาทางหนีได้อย่างไร เพราะประตูหลังร้านพอวงดนตรีเข้ามาแล้วจะถูกล็อกทันที เหลือแค่ทางเข้าออกหน้าร้าน ซึ่งเวทีกับประตูทางออกระยะทางไกลกัน จะกลายเป็นอยู่ด้านหลังสุด
นักร้องกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุวงดนตรีที่ไปเล่นก็รู้จักกัน ชื่อวงแต๋วแหวว นักร้องและมือคีย์บอร์ดป่วยพอดี จึงมีคนใหม่มาแทน ซึ่ง เสียชีวิตทั้งคู่ พอได้ดูคลิปรู้สึกตกใจ เพลิงไหม้มาจากหลังร้าน แต่ไฟลุกลามมาหน้าร้านเร็วมาก มีคนถูกไฟคลอกทั้งตัววิ่งออกมาหน้าร้าน ทุกคนวิ่งหนีตายออกมาทางเดียวกัน โดยมือคีย์บอร์ดเสียชีวิตตรงหน้าทางออกพอดี เหลืออีกไม่กี่ก้าวก็ได้ออกจากร้านแล้ว แต่หนีออกมาไม่ทัน อยากจะบอกผู้ประกอบการให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และพนักงานในร้านให้มากกว่านี้ ทางหนีไฟมีป้ายบอกชัดเจน
คนแออัด-เข้าออกทางเดียว
นายธนภัทร พ่วงแพ อายุ 24 ปี นักร้องวงแต๋วแหววกล่าวว่า เมื่อคืนป่วย ส่วนมือคีย์บอร์ดไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พี่ในวงเลยหานักร้องและมือคีย์บอร์ดมาแทน ซึ่งถูกไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่ ถ้าตนอยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน คงออกมาไม่ได้เหมือนกัน เพราะไม่รู้เลยว่าจะต้องวิ่งหนีไปทางไหน จากการสังเกตเป็นร้านสี่เหลี่ยม ลูกค้าเยอะ เพราะเป็นร้านดัง ค่อนข้างแออัดพอสมควร มีประตูเข้าออกทางเดียว แบ่งออก 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นประตูมีการ์ดคอยดูแล เดินเข้าไปจะเป็นพื้นที่สูบบุหรี่และนั่งรอ ต้องเดินผ่านประตูชั้นที่ 2 ถึงจะเข้าไปในร้าน
“ตอนนี้เป็นห่วงพี่ๆ ในวงอีก 3 คน มือเบส มือกลอง และมือกีตาร์ ถูกไฟคลอกทั้งตัว อาการสาหัส บางคนอยู่ในห้องไอซียู และรู้สึกแย่ที่นักร้องและมือคีย์บอร์ด เหมือนต้องมาตายแทนเรา ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ผู้เสียชีวิต” นักร้องวงแต๋วแหวว กล่าว
ต้นเพลิงบนเพดานเหนือเวที
ขณะเดียวกันในรายการโหนกระแส ช่อง 3 เชิญหนุ่มกู้ภัย ดีเจหนุ่ม และหญิงสาวที่อยู่ในเหตุไฟไหม้ผับมาร่วมเล่าถึงเหตุการณ์ โดยหญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า เมื่อคืนไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน บรรยากาศค่อนข้างมืด นั่งอยู่บริเวณบาร์น้ำ ตอนเกิดเหตุหันหลังให้เวที ก่อนได้ยินเสียงระเบิดดังขั้น คนในผับตกใจ ดนตรีหยุดเล่น เมื่อหันไปดูพบไฟเริ่มลุกไหม้และกลุ่มควัน โดยต้นเพลิงอยู่บนเพดานเหนือเวทีฝั่งซ้าย ตอนนั้นมีวงดนตรีขึ้นเล่นอยู่ด้วย
หญิงสาวคนเดิมกล่าวอีกว่า หลังสิ้นเสียงระเบิด เพื่อนในโต๊ะตะโกนไฟไหม้ และวิ่งออกจากผับบริเวณด้านหน้า โชคดีที่อยู่ใกล้ประตูและออกมาได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยู่หน้าเวทีใกล้จุดเกิดเหตุบางส่วนวิ่งหนีไม่ทัน เพราะขนาดตัวเองอยู่ใกล้ประตูทางออกยังเกือบหนีออกมาไม่ทัน


ขอเยียวยา – ผู้บาดเจ็บถูกไฟลวกจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง ‘เมาน์เทน บี’ ไปลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เยียวยาจากเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสัตหีบ ที่ตั้งเต็นท์ให้บริการ หน้าจุดเกิดเหตุ ถนนสายสุขุมวิท อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.

ผับมรณะ – ภาพนาทีไฟไหม้ผับ ‘เมาน์เทน บี’ ริมถนนสุขุมวิท ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะนักเที่ยวกำลังดื่มกินอย่างสนุกสนานทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บถูกไฟไหม้ร่างกายอีกจำนวนมาก สำหรับผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ประตูทางออกเนื่องจากมีทางออกเดียวและคับแคบ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.

กัปตันผับก็เสียชีวิตด้วย
ส่วนดีเจหนุ่มกล่าวว่า ตอนไฟไหม้อยู่บริเวณห้องโถงผับ รอวงดนตรีขึ้นเล่นอยู่ ปกติจะเข้าห้องน้ำข้างเวทีด้านในผับ แต่เมื่อคืนไม่รู้มีอะไรดลใจ เลยออกมาเข้าห้องน้ำด้านนอกแทน พอเข้าห้องน้ำเสร็จ จึงกลับเข้าไปบริเวณห้องโถง ก่อนมีพนักงานร้านวิ่งออกมาและบอกให้หนี จากนั้นมีเสียงไฟและแรงระเบิดดังออกมาจากผับ จึงวิ่งออกจากผับได้ 50 เมตร
เมื่อหันไปดูพบไฟระเบิดออกจากผับ และไฟลุกขึ้นไปยังเครื่องดูดอากาศด้านบนหลังคา เห็นนักท่องเที่ยวถูกไฟไหม้ด้วย นอกจากนี้ยังมีกัปตันร้านหนีออกมาได้แล้ว แต่กลับเข้าไปหวังช่วยนักท่องเที่ยว ทำให้กัปตันร้าน เสียชีวิตด้วย ผับแห่งนี้ได้อัดโฟมกันเสียงไม่ให้เสียงออกมานอกร้าน สันนิษฐานว่าไฟที่ลัดวงจรได้ไปติดกับโฟมกันเสียงที่อยู่เหนือเวที ก่อนไฟจะลามด้านบนผับไปทั่ว
สอบเจ้าของ-ปมล็อกประตูหนีไฟ
ต่อมาพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผบ.ตร. ประชุมร่วมนายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผวจ.ชลบุรี และ พล.ต.ท.สมพงษ์เปิดเผยว่าสถานที่เกิดเหตุขออนุญาตเป็นร้านอาหาร แต่กลับลักลอบต่อเติมเป็นสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบตำรวจในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือปล่อยปละละเลย จะเอาผิดทางวินัย รวมถึงตรวจสอบกรณีที่ระบุว่ามีการปิดล็อกประตูทางหนีไฟ 2 บาน จนเหลือทางออกด้านเดียวนั้น และสอบพยานไปแล้ว 30 ปาก รวมถึงเจ้าของด้วยก็จะเรียกสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ เมาน์เทน บี พบปรากฏชื่อนายพงษ์ศิริเป็นเจ้าของ เคยถูกตำรวจ สภ.พลูตาหลวง จับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ข้อหาเปิดเพลงส่งเสียงดัง โดยครั้งนั้นดำเนินคดีกับคนดูแลร้าน และจากการตรวจสอบทราบด้วยว่าผับเคยเปิดเป็นร้านอาหาร จากนั้นต่อเติมและเปิดเป็นสถานบันเทิง ภายในร้านมีถังดับเพลิงแค่ 2 จุดเท่านั้น
เจ้าของผับเสียใจ-ยันไม่หนี
เวลา 19.30 น. น.ส.สุวดี ซื่อตรง ตัวแทนเจ้าของผับมาดูที่เกิดเหตุ และกล่าวว่าตั้งใจมาดูที่เกิดเหตุเพื่อที่จะพบญาติผู้บาดเจ็บและ เสียชีวิต คุณเฟิร์นเจ้าของร้านและแฟนหนุ่มไปให้ปากคำที่สภ.พลูตาหลวงตั้งแต่เกิดเหตุ สภาพจิตใจย่ำแย่ เครียดมาก คุณเฟิร์นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มอบหมายให้ตนประสานญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทยอยโทร.คุยไปเบื้องต้นแล้ว ทางร้านจะส่งพวงหรีดและเงินเยียวยาช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นจะพูดคุยอีกครั้งว่าจะ เยียวยาอย่างไร ยืนยันไม่ทิ้งแน่นอน
“ขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านอยู่คอยช่วยเหลือตลอด ในช่วงเกิดเหตุมีผู้ที่หนีรอดจากเหตุเพลิงไหม้มาหาเจ้าของร้าน และเจ้าของร้านนำผ้าห่มช่วยซับเลือด และปฐมพยาบาลให้ ส่วนตนพยายามตะโกนบอกทางออก และทางไปห้องน้ำ จุดที่มีน้ำเพื่อให้ดูแลบาดแผล” น.ส.สุวดีกล่าว
อ้างประตูหนีไฟถูกไหม้
ตัวแทนเจ้าของผับกล่าวอีกว่าส่วนเรื่องประตูเข้าออกนั้น ยืนยันทั้ง 3 ประตูเข้าออกได้ ส่วนที่หลายคนสงสัยทำไมประตูหลัง หรือประตูหนีไฟเปิดไม่ได้ อยากชี้แจงว่าจุดที่เกิดประกายไฟคือด้านซ้ายเวที ตรงกับจุดที่เป็นประตูหนีไฟพอดี เชื่อว่าตอนเกิดเหตุไม่มีใครวิ่งเข้าหาไฟ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม ทุกคนถึงวิ่งกรูกันออกไปที่ประตูหน้า ยืนยันในร้านมีถังดับเพลิง 6 ถัง และใช้การได้ ทุกถัง ได้สอบถามพนักงานทุกคนก็นำถังดับเพลิงทั้งหมดออกมาใช้
น.ส.สุวดีกล่าวว่าส่วนเรื่องล็อกประตูด้านหลังผับนั้น ก่อนหน้านี้เปิดอยู่ แต่ไม่ทราบว่าล็อกได้อย่างไร ส่วนการระบบไฟฟ้าก็ซ่อมแซมตามวงรอบ และยืนยันว่าเจ้าของร้านมีคนเดียว โดยทั้ง 3 ร้านเปิดเป็นร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ และผับ ไม่มีหุ้นส่วนเป็นข้าราชการ หรือบุคคลใด เพราะปกติเวลาถูกร้องเรียน เจ้าของร้านจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนคอยช่วยเหลือ
‘ชัชชาติ’สั่งตรวจ 250 ผับกรุง
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่ามอบหมาย พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เป็นหัวหน้าทีมตรวจเชิงรุกให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงประสานกับตำรวจในการดำเนินการ จึงถือโอกาสตรวจสอบสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต ยิ่งหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในสถานที่ที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้รับใบอนุญาตยิ่งอันตราย สถานบริการที่ถูกกฎหมายส่วนใหญ่มีทางเข้าออก ทางหนีไฟ แต่พอปฏิบัติจริง จะเห็นว่ามีเก้าอี้โต๊ะขวางทาง มีป้ายทางออกชัดเจน แต่สำหรับผู้มาเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยสถานที่จะไม่สามารถเห็นทางออกได้ อันนี้เป็น ตัวกังวล อย่างที่สีลมซอย 2 มีทางออก 2 ทางจริง แต่ไปอยู่หลังร้าน โต๊ะวางขวางอยู่
ขณะที่ พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล ส่งบัญชีรายชื่อของสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตประมาณ 250 แห่ง รวมถึงสถานที่ ที่เปิดในลักษณะสวนอาหารนอกโซนนิ่ง ซึ่งจะทยอยตรวจเชิงรุกช่วงกลางวัน บางส่วนอาจต้องลงพื้นที่ช่วงที่เปิดบริการจริงเพื่อดูบรรยากาศและสถานการณ์จริงด้วย และจะรายงานให้ผู้ว่าฯ กทม.รับทราบต่อไป