ฝ่ายค้านจ่อยื่นตีความขอสั่งยุติหน้าที่นายกพรรคเล็กสู้ต่อหาร500จี้ป้อมสั่งสอนลูกพรรค

‘บิ๊กตู่’ หงุดหงิด สื่อจี้ถามปมวาระนายกฯ 8 ปี บอก‘จะกังวลอะไรเล่า’ ก่อนไล่ให้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านเอาแน่ เตรียมยื่นศาลวินิจฉัยตีความสัปดาห์หน้า กดดันลาออกก่อนเส้นตาย 23 ส.ค. เพื่อไทยย้ำใช้กลไกสภายื้อกฎหมายลูกเลือกตั้ง พร้อมรับฉบับครม. หาร 100 พรรคเล็กเตือนอย่าเพิ่งรีบฉลอง บี้ ‘บิ๊กป้อม’ สั่งสอนลูกพรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่องค์ประชุมสภา ก้าวไกลร้องป.ป.ช. เช็กบิล‘ประยุทธ์-ครม.-บิ๊กตำรวจ’โรยเกลือ ศึกซักฟอกข้อหาปล่อยทุจริตในกองบินตำรวจ เสรีรวมไทยร้องป.ป.ช.เชือดพรรคเล็กรับกล้วย จ่อชงกกต.ยุบ 7 พรรค ครอบงำทาง การเมือง

‘บิ๊กตู่’หงุดหงิดแหย่วาระ 8 ปี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ถวายราชสักการะพระบรมราชา นุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 135 ปี โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับ

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายนายทหารในพิธี ขณะขึ้นรถเดินทางกลับ ได้เปิดกระจกรถทักทายกำลังพลที่ทำงานตามจุดต่างๆ อย่างอบอุ่น

เวลา 11.30 น. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ถึงเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่23 ส.ค.นี้ว่า ให้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “จะกังวลอะไรเล่า” เมื่อถามว่ามั่นใจใช่ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ

ฝ่ายค้านยื่นตีความ 16-17 ส.ค.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า พรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีคณะทำงานพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งพิจารณาแล้วยืนยันเรายื่นตีความแน่นอน แต่ที่ยังไม่ยื่นก่อนหน้านี้เพราะต้องการยื่นในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

“ตอนนี้ได้ข้อตกลงแล้วว่าจะเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนพล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค. ประมาณ 1 สัปดาห์ คือวันที่ 16 หรือ 17 ส.ค. เรามองว่ายื่นเวลานี้ดีที่สุด เพราะหากปล่อยเลยไป เสี่ยงว่าการบริหารประเทศจะเสียหายได้” นพ.ชลน่านกล่าว

จี้นายกฯลาออกก่อน 23 ส.ค.
นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ชัดเจนว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างมีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ถือเป็นครม.ในฉบับนี้ด้วย อีกประการที่สำคัญคือ เมื่อรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างการเริ่มใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มักจะยกเว้นข้อคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม เหตุในการ พ้นจากตำแหน่งเอาไว้เพื่อให้รัฐบาลทำงานได้ ต่อเนื่อง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการยกเว้นไว้เช่นกันในบทเฉพาะกาล แต่เรื่อง 8 ปีไม่ได้ยกเว้นไว้ จึงชัดเจนว่าเจตนารมณ์และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้บังคับใช้ครอบคลุมถึงการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ และครม.ครึ่งหนึ่งด้วยโดยตัวบทบัญญัติ ไม่สามารถตีความเป็นอย่างอื่นได้

“ผมคิดว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ ควรพิจารณาตนเองก่อน วันที่ 23 ส.ค. อย่าใช้รัฐธรรมนูญที่ทำมากับมือเฉพาะในส่วนที่เป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น และคิดว่าหลายๆ เรื่องก็ใช้บังคับคนอื่น แต่พอถึงเวลาตัวเอง ไม่มีการบังคับใช้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายชัยธวัชกล่าว

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ตั้งคณะทำงานฝ่ายกฎหมายร่วมกันในเรื่องนี้ และจะยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ พักการปฏิบัติหน้าที่ไว้ชั่วคราวด้วย เพราะหากถึงที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเห็นว่าต้องพ้นตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.เป็นต้นไป หากปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำหน้าที่ต่อไปก่อนอาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารได้

‘พี่ศรี’ร้องผู้ตรวจ-กกต.ชงศาล
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นาย ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเกี่ยวกับสถานะนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ หากนับตั้งแต่การเป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค.2557 ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า นายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่ไม่ให้นับรวมระยะเวลาระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หลังจากพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 24 ส.ค.2557 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ครั้งที่ 2 วันที่ 9 มิ.ย.2562 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้ขณะนี้มีข้อถกเถียงในสังคมต่อเรื่อง ดังกล่าว โดยมีความเห็นแบ่งเป็น 3 ทาง 1.เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งได้ถึงแค่คืนวันที่ 23 ส.ค.นี้ 2.รัฐธรรมนูญปี 2560 ใช้บังคับเมื่อ 6 เม.ย.2560 และพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ เมื่อ 9 มิ.ย.2562 หากนับเวลาการดำรงตำแหน่ง นายกฯ ได้ 8 ปี จะดำรงตำแหน่งถึงปี 2570 3.หากเริ่มนับแต่วันที่ 6 เม.ย.2560 ที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ในปี 2568

สมาคมจึงจำเป็นต้องหาข้อยุติ และเห็นช่องทางว่ากกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน จะคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้โดยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ ยุติปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ก.ก.ร้องปปช.เช็กบิลซักฟอก
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มายื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ ครม. และข้าราชการตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีที่นาย รังสิมันต์ อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2565 เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นภายในกองบินตำรวจ

นายรังสิมันต์กล่าวว่า คำร้องที่นำมายื่นมี 2 เรื่อง คือ 1.การทุจริตกรณีกองบินตำรวจ สั่งจ้างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซ่อมอากาศยาน ก่อหนี้ผูกพันเกินวงเงินงบ ปี 2563 จนต้องนำงบกลางไปชำระ หนี้เป็นถึง 937 ล้านบาท และกรณีกองบินตำรวจ ทำสัญญาแลกเปลี่ยนอะไหล่อากาศยาน นำอะไหล่ที่ใช้งานได้ไปแลกโดยไม่มีอำนาจ ตามกฎหมายและตีราคาต่ำเกินจริง และ 2.พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยปละละเลยให้มีการอ้างตั๋วช้างและนักบินเถื่อน

พรรคก้าวไกลหวังอย่างยิ่งว่า ป.ป.ช. จะไต่สวนข้อเท็จจริง เรียกข้อมูลที่อาจยังไม่ถูกค้นพบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีความเห็นต่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ชักช้า

จี้สอบกล้วย – นายวีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่น พรรคเสรีรวมไทย และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยื่นเรื่องตรวจสอบส.ส.พรรคเล็ก และผู้บงการ ปมรับเงินรายเดือนเข้าข่ายผิดกฎหมาย ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.

‘สมชัย’บี้เชือดรับกล้วย-ยุบ 7 พรรค
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยาการ ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย และนายวีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่น พรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กรณีเรื่องที่กล่าวหา ส.ส.พรรคเล็กกลุ่ม 16 รับเงินเดือน 100,000 บาท

นายสมชัยกล่าวว่า วันนี้มากล่าวหาพรรคที่เป็นข่าวว่าไปรับเงินเดือน ซึ่งในภายหลังออกมาปฏิเสธว่ากู้ยืม แต่ในการกู้ยืมนั้น กลับไม่มีหนังสือเป็นหลักฐาน และคนที่กู้ยืมก็บอกว่ายังไม่เคยคืน และยืมทุกเดือน กรณีนี้ไปเข้าข่ายผิดกฎหมายของ ป.ป.ช. หลายมาตรา รวมถึงเข้าข่ายจงใจปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ นอกจากเข้าข่ายมาตรา 128 แล้วยังมีมาตรา 167 พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. ประมวลกฎหมายมาตรา 149 นอกจากนี้ยังมีเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมอีกด้วย

วันนี้เป็นแค่ทัพหน้า แต่ทัพหลวงจะเป็นวันจันทร์ที่ 8 ส.ค. เวลา 10.30 น. โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะไปยื่นต่อ กกต. ด้วยข้อกล่าวหาพรรคเล็กยอมให้พรรคใหญ่ครอบงำ ชี้นำ ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในมาตรา 28 และ 29 ซึ่งมีโทษถึงยุบพรรค โดยประเด็นยุบพรรค จะร้องกกต. ทั้งหมด 7 พรรค แบ่งเป็นพรรคเล็ก 6 พรรค และพรรคใหญ่ 1 พรรค ส่วนอีกพรรคหนึ่งได้ยุบพรรคไปก่อนแล้ว ซึ่งจะขอให้มีการดำเนินคดีต่ออดีตหัวหน้าพรรค อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดด้วย

‘วิษณุ’ชี้เลือกตั้งจะพิสดารขึ้น
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐฒนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม กับการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ว่า วิธีจัดการเลือกตั้งในโลกมีหลายวิธี แต่ละประเทศก็แตกต่างกัน อังกฤษเลือกแบบ 1 คน 1 เขต อเมริกา เยอรมัน จะพิสดารออกไป ประเทศไทยก็เคยพิสดารและกำลังจะพิสดารยิ่งขึ้นในไม่ช้า และกำลังจะย้อนกลับไปอย่างเก่าอีกหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ เรียกว่าเป็นพัฒนาการของการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งในประเทศไทย เคยถูกเรียกว่าการเลือกตั้งที่ทุจริตที่สุด คือการเลือกตั้งในปี 2500 แต่ปัจจุบันกำลังพัฒนาให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมไม่รู้ว่าการเลือกตั้งในอนาคตอาจจะผันแปรไปเป็นอย่างไร และวันนี้มาถึงเรื่องสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หาร 100 และหาร 500 ซึ่งเป็นตัวแปรของการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม

พปชร.ปัดฮั้วพท.ถ่วงกม.ลูก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปล่อยให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่)..พ.ศ….หรือกฎหมายลูก ไม่เสร็จภายในกรอบ 180 วันคือภายใน 15 ส.ค.นี้ จะส่งผลให้กลับมาใช้ร่างหลักของรัฐบาลที่เสนอโดย กกต.โดยใช้สูตรหาร 100 ว่า ถือเป็นเรื่องปกติของสภา ตนยังไม่เห็นอะไรผิดปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อกล่าวหาว่ารัฐสภาจะปล่อยให้พ้น 180 วัน นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี เป็นไปตามข้อกำหนดอยู่แล้ว ถ้าทำไม่ทันก็กลับไปสู่ร่างเดิม ถือเป็นเรื่องที่กำหนดไว้อยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ คิดว่าเป็นไปตามวิถีทางของสภา ไม่มีอะไรแปลก

ต่อข้อถามว่ามีข้อกล่าวหาว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย จับมือกันให้ที่ประชุมรัฐสภาล่ม เพื่อให้กฎหมายลูกไม่เสร็จภายในวันที่ 15 ส.ค. นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา ที่มีบทบัญญัติไว้ ถ้าไม่เสร็จก็ไปใช้ของเดิม ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนต้องบังคับว่าต้องเสร็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลอยากให้รัฐสภาพิจารณากฎหมายดังกล่าวให้เสร็จตามกรอบเวลาหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนรวมของสมาชิกรัฐสภา ต้องตัดสินร่วมกัน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งจะชี้นำอะไรได้

ปชป.ยัน 10 ส.ค.ไม่โดดร่ม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 10 ส.ค. เพื่อพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ คือร่างพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ…. ที่เหลืออยู่ 4 มาตรา จากนั้นพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ว่า พรรคจะเข้าประชุมรัฐสภาตามปกติ และจะไม่เข้าไปร่วมกระบวนการที่จะทำให้การประชุมล่ม เราเดินหน้าตามกระบวนการรัฐสภา ที่เห็นว่าเหมาะสม

ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ขอให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมรัฐสภา พรรคประชา ธิปัตย์พร้อมเลือกตั้งทุกรูปแบบ

พท.พร้อมรับฉบับครม.-หาร 100
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 10 ส.ค. พรรคยืนยันจะดำเนินการตามที่นพ.ชลน่าน ศรีน่าน ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค ระบุไว้ หากการประชุมร่วมรัฐสภาไม่เดินหน้า และทำให้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พิจารณาไม่เสร็จ ตามกรอบ 180 วัน คือภายใน 15 ส.ค. ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภาให้ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับที่ครม.เสนอ ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมยอมรับ เพราะทำได้ดีที่สุดเท่านี้ และถือว่าร่างของครม.ที่ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 เสียหายน้อยกว่า ร่างฉบับที่ใช้สูตร หาร 500 คน

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อถึงชั้นการพิจารณา ของกกต. สามารถปรับแก้เนื้อหาให้สมบูรณ์ที่สุดได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เป็นดุลพินิจของกกต. จะพิจารณาว่าทำงานอย่างไรให้ไม่มีปัญหาในอนาคต หากมีช่องทางที่ปรับปรุงได้ กกต.ควรทำ ต่อข้อถามถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายสุทินกล่าวว่า หากใครติดใจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. แพ้ฟาวล์ แพ้เทคนิค พรรคเพื่อไทยจะไม่ยื่น และหากไม่ยื่นจะทำให้กระบวนการประกาศใช้กฎหมายสั้นลง

เมื่อถามถึงกรณีอาจมีผู้ร้องเรื่องจริย ธรรมส.ส.ที่ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม นายสุทินกล่าวว่า ไม่กังวล แต่ต้องอธิบายกับสังคมเพื่อแสดงความสุจริตใจ เหตุผลที่ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ไม่ใช่ขาดความรับผิดชอบ แต่เพื่อยับยั้งกฎหมาย

พรรคเล็กเบรกอย่ารีบฉลอง
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่)…พ.ศ…. รัฐสภา กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 10 ส.ค. ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวอาจไม่ได้พิจารณา หรือหากได้พิจารณา เชื่อว่าฝ่ายที่สนับสนุนสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วย 500 คนหาค่าเฉลี่ยส.ส.พึงมีจะยื้อจนถึงที่สุด เพื่อให้พิจารณาไม่เสร็จและเกินกรอบ 180 วันหรือวันที่ 15 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝั่งหนุนสูตรหาร 500 จะแก้เกมองค์ประชุมอย่างไร เพื่อให้เดินหน้าประชุมได้ นพ.ระวี กล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เป็นปกติที่การประชุมเกือบทุกครั้งไม่ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุม ดังนั้นอย่าไปโทษพรรคเพื่อไทย แต่ปัญหาที่เกิดคือ พรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ยอมแสดงตน ดังนั้น เชื่อว่าฝั่งที่สนับสนุนสูตรหาร 100 คนเตรียมฉลอง แต่ขอบอกไว้ว่า สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร เพราะวิธีการที่เขาทำเรียกว่า ต้อนให้หมาจนตรอก แต่ยังมีด่านสำคัญ คือ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ

กระทุ้ง‘บิ๊กป้อม’สั่งสอนลูกพรรค
ต่อข้อถามว่าจะเข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า เชื่อว่าพล.อ.ประวิตรคงทราบข่าวแล้ว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ และต้องวินิจฉัยเองในฐานะหัวหน้าพรรค รวมถึงต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญว่าจะมีท่าทีหรือสั่งสอนส.ส.พรรคพลังประชารัฐอย่างไร

“การจะเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมหรือไม่ เป็นไปตามวิจารณญาณของ ส.ส.และส.ว. ที่ตัดสินใจว่าจะอยู่ในเกมการเมือง ไม่สนใจชื่อสภา หรือภาษีประชาชนที่ใช้เงินเดือน ผมพูดได้คำเดียวว่าสงครามยังไม่จบ และวันที่ 10 ส.ค.นี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมยังเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ซึ่งส.ส. และส.ว.เห็นปัญหาแล้ว จะตัดสินใจทำหน้าที่ลงมติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 114” นพ.ระวีกล่าว

เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีคนประเมินว่าพรรคเล็กถูกหลอก นพ.ระวีกล่าวว่า อย่าคิดถึงขนาดนั้น ที่มีคนบอกว่าฝ่ายรัฐบาลหลอกพรรคเล็กโหวตผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ถูกหักหลังตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะกลุ่มพรรคเล็กไม่มีแม้แต่พรรคเดียวไปต่อรอง

เศรษฐกิจไทยยึดตามที่แก้รธน.
นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย จับมือทำให้สภาล่ม เพื่อยื้อไม่ให้พิจารณาพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เสร็จทันใน 180 วัน ว่า ต้องรอดูการประชุมวันที่ 10 ส.ค. อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเหลือพิจารณาอีกไม่กี่มาตรา และต้องดูว่าวิป 3 ฝ่ายหารือกันอย่างไร ส่วนจะพิจารณาทันหรือไม่ทัน อยู่ที่เป้าหมายของแต่ละพรรค และรัฐสภา ถ้าจะให้ทันก็ทัน ถ้าไม่ทันก็ไม่ทัน

ส่วนจุดยืนของพรรคเศรษฐกิจไทย เห็นว่าควรยึดตามที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งได้แยกวิธีการคำนวณส.ส.ไว้แล้ว แต่ทั้งหมดนี้ต้องดูว่ารัฐสภาจะเอาอย่างไร ถ้าพิจารณาไม่ทันกรอบเวลา 180 วัน ก็ต้องไปใช้ร่างของรัฐบาล เชื่อว่าไม่ว่าจะออกมาอย่างไร มีทั้งเข้าทางคนกลุ่มหนึ่ง และตรงกับความต้องการของกลุ่มหนึ่ง แต่อาจไม่ถูกใจอีกกลุ่ม เรื่องนี้ไม่ว่าจะออกอย่างไร มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินจากสถานการณ์คิดว่ารัฐสภา จะพิจารณากฎหมายทันเวลาหรือไม่ นายบุญสิงห์ กล่าวว่า จากที่ผ่านมาก็กลับไปกลับมา จะเอาสูตรหาร 100 ต่อมาจะเอา 500 หาร และจะกลับมาที่หาร 100

‘พีระพันธุ์’ขอหยุดเล่นเกม
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยประกาศปล่อยให้การประชุมร่วมรัฐสภาล่ม จนไม่สามารถพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เสร็จทัน 180 วันตามกรอบเวลา เพื่อกลับมาใช้ร่างเดิมที่ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ว่า วิธีแบบนี้ไม่ถูกต้องและเสียเวลา เป็นเกมการเมืองที่ตนเบื่อ ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ควรใช้เวลามาถกเถียงแก้ปัญหาช่วยประชาชนจะดีกว่า ตนจึงมาตั้งพรรค เพื่อทำงาน ไม่เล่นเกม ตนย้ำเสมอว่า ไม่ว่าสูตรหาร 100 หรือหาร 500 ตนและพรรคไม่ได้สนใจ เพราะพรรคเน้นส.ส.เขต จะหารด้วยเท่าไหร่ก็ไม่มีผลกับการเลือกตั้งส.ส.เขต

ส่วนที่มองว่าหากกลับไปใช้สูตรหารด้วย 100 จะเกิดแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่สนใจเรื่องนี้และอยากถามว่าแลนด์สไลด์มาแล้ว ประชาชนได้อะไร แลนด์สไลด์ก็เพื่อตัวเองจะได้เสียงข้างมาก ต้องทำให้ได้อย่างที่อยากทำ แต่ตนไม่คิดอย่างนั้น คิดอยากได้อำนาจการเมืองมาช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตปัญหาต่างๆ คิดว่าเอาเวลามาเตรียมความพร้อมดีกว่า ไม่ว่ากติกาออกมาอย่างไร เราพร้อมสู้ทุกสนาม ทุกกติกา ตามเสียงข้างมาก

‘อู๊ดด้า’ตีปี๊บเพิ่มเลือดใหม่ปชป.ใต้
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงอดีตส.ส. และสมาชิกพรรคทยอยย้ายไปอยู่พรรคอื่นว่า พอใกล้โหมดเลือกตั้งการย้ายพรรคของส.ส.หรือผู้สมัครส.ส.จะเกิดขึ้น ทุกยุคทุกสมัย มีเข้าออกทุกพรรค ไม่มียกเว้น ในส่วนของพรรคจะเดินหน้าเข้าสู่โหมด เลือกตั้ง ทุกอย่างเตรียมความพร้อมในระดับที่มากพอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ มีความคืบหน้าไปแล้วเต็มร้อย ยืนยันว่าผู้สมัครของพรรค มีทั้งส.ส.ปัจจุบัน ซึ่งทุกคนมั่นคงอยู่กับพรรค ยังไม่มีสัญญาณที่จะเปลี่ยนแปลงเลย และยังมีผู้สมัครเลือดใหม่ เพราะภาคใต้เที่ยวหน้า 50 กว่าที่นั่ง อาจจะเป็น 57-58 ที่นั่ง เรามีส.ส. 22 คน เมื่อเอา 22 ไปลบ ก็จะเป็น 32, 42, 52 อาจจะได้ 30 กว่าที่นั่ง

พรรคได้เตรียมเลือดใหม่ไว้เกือบครบทั้งหมดแล้ว โดยวันที่ 14 ส.ค. ตนจะประชุมกับเลือดใหม่ที่จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้นาย เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ ได้เตรียมการไว้แล้ว สำหรับตัวบุคคลพื้นที่ไหนประกาศได้ก็จะแจ้งให้ทราบ อาจเปิดตัวกลายๆ เลยก็ได้ ยกเว้นบางพื้นที่ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องทำโพล เพราะมีผู้สนใจสมัคร 2 คน 3 คนบ้าง เราเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ดีที่สุดให้กับประชาชนได้เป็นทางเลือก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในวันที่ 19 ส.ค. ตนจะไปเปิดตัว ผู้สมัครที่จ.พิจิตร และให้เห็นว่าประชาธิปัตย์มีความพร้อม

‘อุตตม’ติวเข้มว่าที่ผู้สมัครอีสาน
ที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดประชุมระหว่างแกนนำพรรค และว่าที่ผู้แสดงเจตจำนง เป็นผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน กว่า 50 คน เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมือง พร้อมมอบนโยบายพรรคในการทำงานในพื้นที่ และรับฟังนโยบายที่สำคัญของพรรค รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย และเปิดรับฟังปัญหาของประชาชน ที่สะท้อนผ่านผู้แสดงเจตจำนงสมัครเป็นส.ส.ของพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค เข้าร่วม

นายอุตตมกล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคอีสาน ที่ต้องทำงานอย่างหนักและละเอียด เพราะถือเป็นพื้นที่สำคัญ ของประเทศ และพรรคมีโอกาสจะชนะเลือกตั้งในหลายพื้นที่ แนวทางของพรรคจะเลือกคนที่ใช่มาทำงานด้วยกัน และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้สมัครทุกคนทำงาน ในพื้นที่อย่างจริงจังและเต็มที่

ด้านนายสุพลกล่าวว่า การทำงานในพื้นที่ภาคอีสานต้องยึดยุทธศาสตร์ภาค และยุทธศาสตร์พรรค สร้างอนาคตไทยเป็นพรรคใหม่ การทำงานของพรรคจะทำการเมืองแบบเดิมๆ แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ อีก 70 เปอร์เซ็นต์ จะต้องมุ่งเน้นการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ

ศาลถอนสิทธิ‘เอกภาพ’-ชดใช้ 34 ล.
ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่จ.ขอนแก่น นายเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาฟังคำพิพากษากรณี กกต. ยื่นคำร้อง ต่อศาลอุทธรณ์ภาค ให้เพิกถอนสิทธิสมัครและสิทธิรับเลือกตั้งของนายเอกภาพ 4 ข้อหา คือ 1.กรณีปราศรัยในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งล่าสุด กล่าวหาว่าในการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 2555 เกิดไฟดับ 2 ชั่วโมง ทำให้คะแนนของนางรัชนี พลซื่อ ภรรยา ซึ่งเป็น ผู้สมัครนายก อบจ.ขณะนั้นพลาดเป็นนายก อบจ. 2.เรื่องทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน 410 ล้านบาท 3.การซื้อเครื่องบิน ทำฝนเทียม และ 4.เรื่องการสร้างอาคารห้องน้ำโรงเรียนกีฬา จ.ร้อยเอ็ด

โดยศาลพิพากษายกฟ้อง 3 ข้อหา ส่วน อีก 1 ข้อหา กรณีไฟดับจนเกิดเป็น ข้อครหาดังกล่าว ศาลได้พิพากษาตัดสินให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่า เสียหาย การเลือกตั้งให้ กกต.เบื้องต้น 34 ล้านบาท

นายเอกภาพ กล่าวภายหลังฟังคำตัดสิน ของศาลว่า กกต. ให้ใบแดงมา 4 ใบ แต่ 3 ใบนั้น ศาลยกฟ้อง ส่วนเรื่องที่ได้ใบแดงนั้น เป็นเรื่องที่ตนปราศรัยเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เรื่องเหตุการณ์ไฟดับแล้วมีการโกงกัน แต่ตนไม่ได้ระบุว่าใครโกง มันเป็นความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยแฮปปี้ และตนมองว่าเงินเดือนแค่ 7 หมื่นกว่าบาท แต่ต้องมาชดใช้ถึง 30 กว่าล้านบาทก็ต้องสู้ต่อไป

“หลังจากนี้คงต้องเตรียมผู้สมัครที่เป็นทายาทลงสมัครรับเลือกตั้ง เชื่อว่าชาวร้อยเอ็ดยังรักและเอ็นดูผม ที่ผ่านมาผมเพิ่งรับหน้าที่กลางเดือนก.พ.2564 ต่อมา 8 ก.ย.2564 ได้ใบแดง แต่ผมทำดีที่สุดแล้ว และมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาร้อยเอ็ด จึงอยากฝากชาวร้อยเอ็ด ถึงแม้ตัวเองจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ยังมีทายาท เพื่อพัฒนาร้อยเอ็ดให้เจริญ” นายเอกภาพกล่าว

ทั้งนี้ นายเอกภาพ มีชื่อเป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเปิดตัวระหว่างกิจกรรม “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” ที่จ.หนองคาย ในวันที่ 6 ส.ค.โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคพลังประชารัฐจะขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยด้วย

เสรีรวมไทยยื่นปปช.เอาผิดพรรคเล็กรับเงิน.tif

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน