พฐ.พบชุ่ยสายไฟโยงต้นไม้ ญาติร่ำไห้แห่รับศพนิติเวช สลดหนุ่ม36ตายเพิ่มราย15 ‘ชัชชาติ’สั่งปิดแล้ว83แห่ง สถานบริการเสี่ยงในกทม.
ศาลพัทยาออกหมายจับ ‘เสี่ยบี’ เจ้าของ ผับมรณะสัตหีบไหม้คลอก 15 ศพ เหยื่อ รายล่าสุด เป็นหนุ่มวัย 36 ไปฉลองวันเกิด กับเพื่อน เผยก๊วนนี้ตายแล้ว 3 โคม่าอีก 1 แม่นักร้องมวยแทนข้องใจปมประตูถูกล็อกจนลูกหนีไม่ได้ ขณะที่นักร้องตัวจริงที่โกงความตายยืนยันประตูหลังปิดล็อกตลอด ร้านอ้างเหตุกลัวลูกค้าแอบชิ่งกินไม่จ่าย พฐ.พบเดินสายไฟโยงผ่านต้นกล้วยไร้มาตรฐานปลอดภัย ผู้การชลบุรีสั่งเด้ง 5 เสือพลูตาหลวง จนท.แตกตื่นตรวจเข้มสถานบริการทั่วประเทศ
จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังเมืองสัตหีบ “เมาน์เทน บี” ในช่วงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ริมถนนสายสุขุมวิท ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่มีนักท่องเที่ยวราตรีกำลังใช้บริการ 100 กว่าชีวิต โดยต้นเพลิงเริ่มไหม้บริเวณหลังคา ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วบริเวณ เนื่องจากหลังคาฉีดพ่นโฟมสำหรับซับเสียง ซึ่งเป็นวัตถุติดไฟได้ง่าย ประกอบกับช่องระบายอากาศและทางออกด้านหน้าเปิดอยู่เพียงประตูเดียว ด้วยมีการคัดกรองนักเที่ยวตามมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถออกมาได้ทัน อีกทั้งยังมีกลุ่มควันไฟอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
พฐ.พบเดินสายไฟผิดมาตรฐาน
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสถานบันเทิงดังกล่าว โดยจะตรวจสอบแผงวงจรไฟฟ้าและเตรียมรื้อถอนหลังคา เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพังทลายลงมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันว่าสาเหตุไฟไหม้นั้นเกิดจากอะไร
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า แผงวงจรไฟฟ้ายังเปิดทำงานอยู่ขณะเกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบเส้นทางสายไฟที่นำไปใช้ภายในผับ พบเชื่อมต่อจากหน้าร้านผ่านต้นกล้วยเข้าไปในผับ ถือว่าเป็นการเดินสายไฟที่ผิดมาตรฐานมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอันตรายได้ ส่วนประเด็นไฟฟ้าลัดวงจรอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากพยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่า ได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณข้างลำโพงแล้วเกิดประกายไฟ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร เข้าตรวจสอบดูรอบนอกของตัวอาคารเมาน์เทน บี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะต้นเพลิง การเดินสายไฟ และลักษณะการก่อสร้างตัวอาคารว่าถูกหลักวิศวกรรมฯ ตามกฎหมายของสถานประกอบการหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าผับ ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง ส่งกำลังคอยดูแลความเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้า ขณะที่บริเวณโดยรอบด้านหน้าของผับจุดหนีตาย ยังมีร่องรอยของผมที่ถูกไฟไหม้ของ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงเศษซากเสื้อผ้า รองเท้าและคราบเลือด สร้างความสลดหดหู่ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้พบเห็น
เด้ง 5 เสือพลูตาหลวง
ที่สน.ลุมพินี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีเหตุเพลิงไหม้ผับเมาน์เทน บี ริมถนนสาย สุขุมวิทบางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 0.45 น. ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในเหตุดังกล่าว ว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นการกระทำการโดยประมาทอย่างไร รวมถึงเป็นการทำผิดกฎหมายด้านใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) เป็น ผู้ให้รายละเอียดในคดีต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ลงนามในคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ที่ 313/2565 เมื่อ วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุ ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีที่ 312/2565 ลงวันที่ 5 ส.ค.2565 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2565 เวลาประมาณ 00.45 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านเมาน์เทน บี หมู่ที่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเพลิงไหม้สงบ จากการเข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 13 ราย เป็นชาย 9 หญิง 4 และมีผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาล
ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติราชการของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ. วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง, พ.ต.ท.สมศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผกก.ป. พ.ต.ท. ต่อวงศ์ ศักดิ์กุลวงศ์ รองผกก.สส. พ.ต.ต.สมญา ชูสุขพลเยี่ยม สวป. และพ.ต.ต.ยุทธนา สงกระสันต์ สว.สส. ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จว.ชลบุรี โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมายัง สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี โดยในตอนนี้ พนักงานสอบสวน สอบปากคำคนเจ็บ พนักงานประจำร้าน รวมถึงตัวเจ้าของร้านไปแล้วกว่า 50 ปาก ส่วนของการออกหมายจับ พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานและหลักฐาน โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญจากกองพิสูจน์หลักฐานที่จะชี้ในข้อกล่าวหาประมาทหรือไม่ พร้อมเร่งรัดการสอบสวนในการออกหมายจับเจ้าของผับดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งสามารถออกหมายจับได้เลยเนื่องจากเป็นเหตุการณ์รุนแรงจึงไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อน ขณะที่บรรยากาศของบริเวณ สภ.พลูตาหลวง ยังมีคนเจ็บและญาติของผู้ตายเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจตลอดทั้งวัน

โดน 2 ข้อหา – ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหากับนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี เจ้าของผับเมาน์เทน บี หลังศาลพัทยาอนุมัติหมายจับฐานประมาททำให้มีผู้ เสียชีวิตและบาดเจ็บ และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 6 ส.ค.
หมายจับเจ้าของผับมรณะ
ด้าน พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งชุดสอบสวนเพื่อติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ทำงานตลอด 24 ช.ม. เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ และมีความเกี่ยวโยงในหลายมิติ ทั้ง ส่วนปกครอง ส่วนท้องถิ่น ส่วนโยธา หรือส่วนของระบบสาธารณูปโภค อย่างการไฟฟ้า ที่สำคัญคือข้อมูลจากพยานที่สอบไปแล้วรวม 24 ปาก และผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาใช้ในการประกอบสำนวน ที่จะใช้ในการดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดต่อไป
สำหรับกรณีของเจ้าของกิจการดังกล่าวนั้น จะมีเพียงใบขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหาร ซึ่งคงจะต้องใช้มาประกอบตามการตรวจสอบบัญชีและต้องมาดูกันต่อไปว่ายื่นแบบโครงสร้างไว้อย่างไร มีการต่อเติมผิดจากเดิมหรือไม่ มีทางออกฉุกเฉิน หรือระบบป้องกันเหตุอย่างไร มีการซักซ้อมพนักงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่ หรือมีการใช้วัสดุอันตรายที่ผิดตามประกาศเป็นกฎกระทรวง โดยทุกอย่างจะต้องสอบสวนโดยละเอียด ส่วนกรณีที่ว่าคนมีสีเข้าไปมีเอี่ยวจนทำให้ เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยนั้นยืนยันว่าจากการตรวจสอบไม่มีแน่นอน แต่เมื่อสังคมสงสัยก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบซึ่งหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ปกปิด ละเลย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด
ล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับ นายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี ปั้นประสงค์ เจ้าของเมาน์เทน บี ผับ ข้อหากระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นผู้ถึงแก่ความตาย และตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
เทศบาลสั่งห้ามใช้อาคาร
ขณะที่ทางเทศบาลเมืองสัตหีบได้ออกหนังสือถึง นายพงษ์ศิริ หรือ บี ปั้นประสงค์ อายุ 28 ปี เจ้าของอาคาร ตามคําสั่งห้ามการใช้อาคาร และคำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณที่มีการก่อสร้าง การดัดแปลง การรื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายอาคาร สำหรับเมาน์เทน บี ผับเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น ขนาด 22 เมตร คูณ 32 เมตร โดยขออนุญาต เป็น สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร) แต่มีการดัดแปลงอาคารเป็นสถานบริการ
ล่าสุด อบต.พลูตาหลวง จัดตั้งเป็นศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับผล กระทบจากกรณีเพลิงไหม้ ร้านเมาน์เทน บี จังหวัดชลบุรี โดยมี นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอสัตหีบ นายสัณฐิติ ธรรมใจ หัวหน้าสำนักงาน ปภ. จังหวัดชลบุรี นายอมตะ ใคร่ครวญ นายก อบต.พลูตาหลวง ได้นำ เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตั้งโต๊ะ รับเรื่อง จากครอบครัว และญาติ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งเรื่องการเยียวยา การช่วยเหลือต่างๆ โดยมี ครอบครัว และญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เดินทางมาติดต่อตั้งแต่เช้า
สลดดับเพิ่มศพที่ 15
วันเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวเพิ่มอีก 1 ราย คือนายธนกฤต นีน้อย อายุ 36 ปี โดยเสียชีวิตระหว่างรักษาตัวที่ร.พ.ระยอง ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวมเป็น 15 ราย บาดเจ็บ 37 ราย โดย น.ส.นิตยา นีน้อย อายุ 30 ปี น้องสาวผู้ตายเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุพี่ชายไปจัดงานวันเกิดที่ผับพร้อมกลุ่มเพื่อนรวมสิบกว่าคน โดยจองโต๊ะบริเวณหน้าเวที ทำให้ขณะเกิดเหตุแม้จะออกมาภายนอกได้ แต่บาดเจ็บสาหัสและมาเสียชีวิตในวันนี้
ขณะที่กลุ่มเพื่อนของพี่ชายพบว่าเสียชีวิตแล้ว 2 ราย คือ นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ อายุ 35 ปี เสียชีวิตในกองเพลิง และนายสุเทพ มงคลแก้ว อายุ 33 ปี ที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่เหลือส่วนใหญ่บาดเจ็บสาหัส ร่วมกับพี่ชายตอนนี้ในกลุ่มเสียชีวิตไปแล้ว 3 คน และยังมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส อีก 1 คน ในกลุ่มอาการแย่ ที่ยังนอนอยู่โรงพยาบาล ส่วนคนอื่นในกลุ่มได้รับบาดเจ็บที่ยังนอนรักษาตัวอยู่อีกหลายคน
น.ส.นิตยาบอกเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เดินทางไปแจ้งทางศูนย์ ได้รับแจ้งเพียงให้รอเรียกมาสอบสวนเท่านั้น ขณะที่ทางเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารทางร้านยังไม่ได้ติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ผู้ตายมีภรรยาซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้ และบุตรที่ยังอยู่ในวัยเรียนเป็นหญิงอีก 2 คน คนแรกเรียนอยู่เทคนิค อีกคนเรียนมัธยมปีที่ 1 ทั้งนี้อยากให้ทางร้านหรือหน่วยงานต่างๆ ประสานความช่วยเหลือ เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมวันเกิดเหตุทางร้านถึงยังไม่ปิดทำการ เพราะทราบว่าพี่ชายและเพื่อนเข้าไปฉลองกันในผับเวลา 01.00 น. ก่อนจะเกิดเหตุเมื่อเวลาผ่านไปแค่ 20 นาที

เชิญวิญญาณ – ญาตินำรูปถ่าย จ.อ.วรากุล จำรัส หนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้ผับเมาน์เทน บี มาทำพิธีเชิญวิญญาณ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บริเวณหน้าผับที่เกิดเหตุ ขณะที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 15 ศพแล้ว เมื่อวันที่ 6 ส.ค.
แม่เศร้าเชิญวิญญาณสาวบูรพา
ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าทางเข้าตัวผับเมาน์เทนบี มีญาติและกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิต ที่ตกเป็นเหยื่อเพลิงไหม้ เดินทางมาจุดธูป รวมทั้งนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีจุดธูปเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตเพื่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ในการนี้มีญาติของ จ.อ.วรากุล จำรัส อายุ 32 ปี นำรูปภาพมาตั้งด้านหน้าของผับแห่งนี้ด้วย นอกจากนั้นตลอดคืนที่ผ่านมามีประชาชนในพื้นที่และครอบครัว ญาติพี่น้อง ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ นำดอกไม้มาร่วมวางไว้อาลัยบริเวณด้านหน้าผับ “เมาน์เทนบี” เพื่อแสดงไว้อาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ในโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้
น.ส.วาสนา (ขอสงวนนามสกุล) ชาวขอนแก่น มารดาของ น.ส.วาทินี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าววางดอกไม้พร้อมจุดธูปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณตามความเชื่อ พร้อมเผยว่าลูกสาวสอบติดมหาวิทยาลัยบูรพา และเพิ่งเดินทางจาก จ.ขอนแก่น มาพักหอพักที่ อ.สัตหีบ ได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น วันเกิดเหตุช่วงกลางวันลูกบอกว่าติวหนังสือกับเพื่อนและไม่ได้คุยกันอีกเลย กระทั่งช่วงเช้าเพื่อนโทรศัพท์มา บอกว่าดูข่าวหรือยัง ตอนนั้นตกใจข่าวอะไร และช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อรู้ว่าคนที่เสียชีวิตมีลูกสาวด้วย โดยเรื่องรับศพพ่อจะเป็นผู้ดูแลเพราะตนยังทำใจไม่ได้
“แม่เป็นคนนั่งรถกว่า 500 กิโลเมตรมาส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ลูกแม่มาที่นี่ไม่ได้กลับออกมาอีกแล้ว แม่ไม่เคยรู้ว่าลูกสาวเที่ยวผับ ที่ผ่านมาช่วงที่อยู่ จ.ขอนแก่น วงหมอลำดนตรียังไม่ไปดู ไม่คิดว่านี่จะเป็นการเที่ยวครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของลูก แม่ยังสงสัยและอยากจะทราบเหมือนกันว่าลูกสาวอายุยังไม่ถึง 20 ปี ไม่สามารถเข้าสถานบันเทิงได้ แต่ทำไมที่นี่ถึงเข้าได้” มารดาผู้เสียชีวิตกล่าว
นักร้องตัวจริงยันประตูล็อก
นายธนภัทร หรือพีช พ่วงแพ อายุ 24 ปี นักร้องวงแต๋วแหวว นำดอกไม้มาไว้อาลัยให้กับนายฉัตรชัย หรืออิ่ม ชื่นค้า นักร้องนำ และนายรังสิมันต์ หรือวิน วนิชโรจนาการ มือคีย์บอร์ด ที่เสียชีวิต พร้อมเผยว่า นำดอกไม้มาแสดงความไว้อาลัยให้นายฉัตรชัยนักร้องนำที่มาทำงานแทนตน และนายรังสิมันต์มือคีย์บอร์ด ไม่ทราบเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย จึงอยากขอโทษและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆ นักดนตรีอีก 3 คนที่กำลังรักษาตัวอยู่ ขอให้สู้กับบาดแผลและหายเร็วๆ
สำหรับเรื่องประตูทางเข้าด้านหลังที่ นักดนตรีใช้เข้าออกประจำนั้น ในฐานะของนักดนตรีที่เล่นประจำสถานบันเทิงทุกวันพฤหัสบดี ประตูทางเข้าข้างหลังประตูแรกจะเป็นประตูบานสีขาว และเดินเข้าไปด้านในจะเป็นประตูกระจก ไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุและช่วงระหว่างขึ้นแสดงประตูล็อกหรือไม่ แต่ปกติทุกครั้งที่จะเข้าหลังร้านต้องบอกให้การ์ดของที่ร้านมาเปิดประตูทั้งสองบานเนื่องจากว่ามันจะล็อกตลอด ไม่ได้มีการเปิดประตูเอาไว้ เพื่อให้นักดนตรีเดินออกไปสูบบุหรี่หรือพักผ่อนเลย
“เคยถามร้านไปว่าทำไมถึงล็อกประตูพนักงานให้คำตอบว่า กลัวว่าลูกค้าจะแอบหนีไม่ยอมจ่ายเงิน จำเป็นต้องล็อกเอาไว้ ผมเชื่อเซนส์ของพี่ๆ นักดนตรีทุกคนว่าเขาเข้าทางไหนจะต้องออกทางนั้น โดยเฉพาะนักดนตรีที่มาแทนจะเข้าทางประตูหลังตลอด ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้เอะใจว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คิดแค่ว่าถ้าหากลูกค้าตีกันนักดนตรีจะออกยังไงเท่านั้น เพราะว่าไม่กี่เดือนก่อนเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าทางร้านมีการเช็กความปลอดภัยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ผมเคยได้กลิ่นไหม้บนเวที แต่ไม่ทราบว่าเป็นกลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นอะไรกันแน่จึงไม่ได้สอบถามต่อ” นายธนภัทรกล่าว

รับศพ – ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับเมาน์เทน บี เดินทางมารับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ที่กทม. ด้วยความเศร้าสลด โดยมีผู้บาดเจ็บที่ยังอาการโคม่าอีก 16 ราย เมื่อวันที่ 6 ส.ค.
น้ำตาท่วมนิติเวชตร.
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา หลังชันสูตรพลิกศพและผ่าพิสูจน์ยืนยันเอกลักษณ์บุคคล บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งนี้ ครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อทำเรื่องเพื่อขอรับศพผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ครอบครัว
ด้านพล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่า เบื้องต้นผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ สามารถยืนยันระบุตัวตนได้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประสานญาติผู้ตายเพื่อเทียบผลตรวจดีเอ็นเอ ยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลในพื้นที่ และเสียชีวิตภายหลังไม่ต้องนำร่างมาผ่าพิสูจน์ที่นิติเวชฯ เพราะผู้ทำการรักษาจากโรงพยาบาล สามารถตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลผู้เสียชีวิตได้ แต่อาจขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะนำส่งมาที่นิติเวชฯ หรือไม่
ร.ต.สุพรรณ หินเธาว์ พ่อของจ่าเอกสมรัฐ หินเธาว์ อายุ 31 ปี ผู้เสียชีวิตจากการสำลักควัน กล่าวว่า ทราบข่าวเมื่อเวลา 06.00 น. มีคนโทร.มาบอกให้ทำใจ และส่งรูปให้ดู พบศพลูกชายตัวเองบริเวณหน้าห้องน้ำในผับที่เกิดเหตุ ลูกชายอยู่ตัวคนเดียวทำงานเป็นทหารเรือ ก่อนตายลูกโทร.มาให้ช่วยเรื่องทำใบขับขี่ให้ และจะกลับมาหา แต่มาเสียชีวิตก่อน ส่วนเรื่องการช่วยเหลือ ขณะนี้ได้แจ้งความที่ สภ.พลูตาหลวง และไปที่ อบต.พลูตาหลวง เพื่อทำเรื่องเกี่ยวกับการเสียชีวิต รู้จากข่าวว่ามีคนจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการช่วยเหลือมาแต่อย่างใด ส่วนศพจะนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋)

แจ้งความ – ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ผับเมาน์เทน บี ทยอยเข้าแจ้งความที่ สภ. พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ส่วนความคืบหน้าคดี ตร.กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอหมายจับเจ้าของผับมรณะ โดยเร็ว เมื่อวันที่ 6 ส.ค.
ลูกสาวยังช็อกรับศพพ่อ
นางอารีย์ มีชำนาญ แม่ของนายณฐกร มีชำนาญ อายุ 49 ปี พนักงานคุมเครื่องเสียง เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องก็เข่าอ่อน ช็อกตั้งแต่วานนี้ จึงโทรศัพท์ให้หลานออกไปรับ คิดว่าเหตุที่เกิดขึ้นทำไมต้องเกิดขึ้นกับลูกของตนทั้งที่ไปทำงาน ได้แต่พยายามที่จะปลง คนเราถึงเวลาก็ต้องไป และวันนี้เป็นวันเกิดลูกชาย ก็คงจะหมดอายุของลูกชายแล้ว ตนปลงแล้วแต่ก็นอนไม่หลับทั้งคืน ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่มีลางบอกเหตุอะไร โดยในคืนที่เกิดเหตุตนหลับสนิท และฝันว่าตนไปไหนไม่รู้กลับบ้านไม่ถูกและไปเจอเขา เลยจับมือเขาไปพร้อมเรียกว่านาย และตนบอกไปว่าจะพากลับบ้าน พยายามหาทางกลับแต่ก็หาไม่เจอ ไปเจอวัด เจออะไรไปเรื่อย ก่อนจะรู้สึกตัวในเวลา 06.30 น.
ด้านน.ส.ปาลิตา มีชำนาญ ลูกสาวของนายณฐกรเปิดเผยว่า เมื่อทราบเรื่องก็ช็อก ไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะต้องทำอย่างไร ทราบว่าพ่อเสียชีวิตเพราะมีเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งตามเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ที่ตัว และเห็นรายชื่อจากข่าว พ่อเพิ่งไปทำงานที่ดังกล่าวได้ไม่กี่วัน ทางร้านจึงรู้แค่ชื่อเล่นและมาจากที่ใด แต่อาจไม่ทราบว่าญาติอยู่ที่ใด โดยพ่อทำงานเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ เมื่อคืนมีพนักงานของร้านติดต่อมาว่าจะช่วยเหลือ แต่ยังไม่รู้ว่าต้อง เตรียมอะไรไปบ้าง ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใดในการดำเนินการจัดการเรื่องศพ โดยจะนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหนองปลาไหล จ.นครปฐม
แม่นักร้องยังคาใจปมประตู
นางเปรมใจ แซ่อึ้ง เดินทางเข้ารับศพลูกชายคือ นายฉัตรชัย ชื่นค้า นักร้องผู้เสียชีวิต โดยนำเสื้อผ้าและรองเท้ามาให้ผู้เสียชีวิต ก่อนเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับการประสานเยียวยาจากทางสถานบันเทิงดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะนี้ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ส่วนกรณีที่มีการยืนยันว่าทางสถานบันเทิงเปิดประตูให้นักดนตรีหลบหนีออกมาทางด้านหลังนั้น ขณะนี้นักดนตรีมีทั้งอาการโคม่า และเสียชีวิต ซึ่งนักดนตรีที่มาแทน 2 คน อาจจะไม่ทราบเรื่องประตูดังกล่าว แต่ นักดนตรีที่เล่นประจำต้องรู้ ส่วนตัวไม่ทราบลูกชายจะรู้เรื่องประตูหรือไม่ แต่คิดว่าไม่รู้ เพราะหากเกิดเหตุขึ้นมาก็น่าจะหนีตามกันออกมาได้ส่วนใหญ่นักดนตรีรักกันไม่ทิ้งกัน สำหรับร่างของลูกชายจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโขดหิน จ.ระยอง
โดยปกติแล้วลูกชายอาศัยอยู่กับตน ก่อนหน้านี้ลูกชายอยากเป็นนักร้อง แต่ตนไม่เห็นด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งลูกชายได้ลาออกจากงานไปตามความฝัน และเดินสายร้องเพลงอยู่ใน จ.ระยอง แต่มักจะเป็นร้านที่มีลักษณะเปิดกว้างไม่ใช่ผับเช่นครั้งนี้ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ลูกชายมาร้องเพลงร้านที่เกิดเหตุและเป็นการร้องเพลงแทน อยากฝากถึงผู้ประกอบการว่าต่อไปคงต้องออกมารับผิดชอบ การชี้แจงของทางร้านนั้นตนยังไม่ทราบ แต่ส่วนตัวรู้สึกโมโหในเรื่องประตูทางออก ส่วนเรื่องการชดใช้นั้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะที่ น.ส.เบญจมาพร คล้ายแสง แม่ของนายวิริยะ แต่งสง่า ผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวว่า ครั้งล่าสุดที่ได้คุยกับลูกชายคือช่วงเย็น ตนกับลูกชายทานอาหารกันตามปกติ ก่อนที่ลูกชายจะออกไปทำงาน จนช่วงประมาณเที่ยงคืน แฟนของลูกชายก็ยังติดต่อได้ และฝากให้ไปซื้อของ กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ทราบเรื่องว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ และยังหาลูกชายไม่เจอ จนมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตำแหน่งกัปตันปกติจะอยู่บริเวณหน้าร้าน ขณะเกิดเหตุลูกชายออกมาด้านหน้าร้านแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ แล้วมีคนติดอยู่ด้านใน จึงย้อนกลับไปช่วยลูกค้ารายอื่น และกลายเป็นว่ามาเสียชีวิตเอง ทั้งนี้ลูกชายของตนทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้มากว่า 2 เดือนแล้ว เจ้าของเป็นญาติพี่น้องกับเจ้านายเก่าที่ลูกชายเคยร่วมงานด้วย และงานกัปตันที่ทำนั้นเป็นอาชีพเสริม เพราะอาชีพหลักเป็นเซียนพระ
มูลนิธิส่งร่างถึงบ้านเกิด
นายกิจติศักดิ์ สุวรรณบูรณ์ หัวหน้า ผู้ควบคุมรถ น.เขต มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับการประสานจากสถาบันนิติเวชวิทยา ช่วยอำนวยความสะดวกและรับศพผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา อยู่ระหว่างรอญาติของผู้เสียชีวิตที่เหลือมาติดต่อเพิ่ม การขนย้ายร่างผู้เสียชีวิตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะใกล้หรือไกล โดยญาติที่มีความประสงค์จะนำกลับสามารถติดต่อประสานได้ โดยทางมูลนิธิฯ จะประจำการอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา จนกว่าญาติจะติดต่อรับศพครบทั้ง 13 ราย
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นค่าทำศพครอบครัวเหยื่อไฟไหม้รายละ 20,000 บาท โดยตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นเพื่อดำเนินการจัดการส่งศพกลับยังภูมิลำเนาบริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้คำแนะนำดูแลเรื่องเอกสารต่างๆ สำหรับคดีนี้ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตร. ได้ยกเว้นค่าจัดการศพ ค่าบำรุงศพ และจัดเตรียมโลงศพให้กับครอบครัวที่ไม่ได้เตรียมโลงศพมา
เบื้องต้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับภูมิลำเนาแล้ว 8 ศพ ได้แก่ 1.จ่าเอกสมรัฐ หินเธาว์ นำส่งฌาปนสถานกองทัพเรือใกล้เคียงวัดสัตหีบ, 2.จ่าเอกวรากุล จำรัส นำส่งวัดบ้านบัวชัย อ.ภูเพียง จ.น่าน, 3.นายณฐกร มีชำนาญ นำส่งวัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม, 4.นายวิริยะ แต่งสง่า นำส่งวัดป่ายุบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี, 5.น.ส.สวิตตา จันทา นำส่งวัดด่านกรงกลาง อ.โนนทัย จ.นครราชสีมา 6.นายเจษฎาภรณ์ ปิ่นอนงค์ นำส่งวัดราษฎร์สามัคคี ต.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี และ 7.จ่าเอกรังสิมันตุ์ วนิชโรจนาการ นำส่งฌาปนสถานกองทัพเรือ ใกล้เคียงวัดสัตหีบ 8.น.ส.พรหมพร พลูสวัสดิ์ นำส่งวัดรังสีสุนทร (กม.5) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ขณะที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ นำส่งอีก 2 ศพ ได้แก่ 1.นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ นำส่งวัดเขาคันธมาทน์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 2.นายกรวิทย์ เม็งคำมี นำส่งวัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทางญาติดำเนินการเองอีก 1 ศพ ได้แก่ นายฉัตรชัย ชื่นค้า นำส่งวัดโขดหิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ส่วนศพของน.ส.วาทินี หุยทุมาล ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะนำส่งในวันที่ 7 ส.ค. ที่บ้านพัก ม.8 ต.เขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ส่วนศพของน.ส.ณัฐธิดา บวงธิมา ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้
กทม.สั่งปิดแล้ว83ร้าน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวทำให้ส่วนราชการทั่วประเทศ เข้มงวดตรวจสอบความปลอดภัยในทุกด้านของสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีเมื่อเดือนที่แล้ว หลังเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงในย่านสีลม ได้สั่งการให้แต่ละเขตไปตรวจสถานบริการที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ว่า ได้แจ้งมาแล้วประมาณ 400 จุด พบว่ามีปัญหา 83 แห่ง โดยเฉพาะทางหนีไฟ ต้องมีให้ชัดเจน เพราะในช่วงปกติยังหนียาก ยิ่งเกิดสถานการณ์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ จึงสั่งให้หยุดบริการก่อน ประชาชนจะไม่รู้ว่าที่ไหนถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย กทม. จึงต้องดูให้ละเอียด และประสานตำรวจลงพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกันก็ได้ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพิ่มเติม แล้วแจ้ง กลับมา
ส่วนที่ จ.ชลบุรี น.ส.ภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ปลัดเมืองพัทยา ตำรวจสภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ในบริเวณถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีตพัทยาใต้
นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา สั่งการให้นายพิเศษศักดิ์ ศรีลำไย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.เมือง บูรณาการเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่วิศวกรโยธา ปฏิบัติการเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสถานบันเทิงขนาดใหญ่ในเขตเมืองสามารถรองรับผู้มาใช้บริการจำนวนหลายร้อยคน
นายภิญโญ พัวศรีพันธุ์ นายอำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม สมาชิก อส. ตำรวจ สภ.สันกำแพง และจนท.สาธารณสุข ตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกับสถานบริการ ร้านอาหาร ร้านเหล้าในพื้นที่ กวดขันให้สถานประกอบการ ปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 คำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และคำสั่ง คสช.ที่ 46/2559 รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เช่นเดียวกับ นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอแม่ริม มอบหมายให้ นายมานิตย์ ไหวไว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายธีรนนท์ กันทวงค์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิก อส.อ.แม่ริม ที่ 4 ออกตรวจตราสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือและให้คำแนะนำตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดเชียงใหม่

ตรวจเข้ม – ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุขอำเภอเบตง ร่วมกันตรวจสอบโครงสร้าง ความปลอดภัย สถานบันเทิง ในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา โดยเฉพาะประตูทางออก ป้ายบอกทางออกฉุกเฉิน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย เมื่อดึกวันที่ 5 ส.ค.
เข้มงวดผับ-บาร์ทั่วไทย
นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอกะทู้ จ.ภูเก็ต ร่วมบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาดป่าตอง ตรวจตรา กวดขัน ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ ดูแล เอาใจใส่ระมัดระวังและดูแลเรื่องปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มาใช้บริการ โดยเน้นย้ำการดำเนินการมาตรการระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันเพลิงไหม้ กำหนดประตูเข้า ออก ทางหนีไฟ อุปกรณ์ดับเพลิง ป้ายไฟสัญลักษณ์แสดงการเข้า ออกให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงให้เพิ่มความระมัดระวังและให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเรื่องอาคาร สถานที่ อุปกรณ์การแสดง การจัดเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัย และความปลอดภัยด้านอื่นๆ ด้วย
บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ภายใต้การนำของ นายณหทัย สุนทรนนท์ ป้องกันจังหวัด นายสุจินต์ วัฒนกิจ ปลัดจังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตรัง สาธารณสุขจังหวัดตรัง ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ แบบระบบปิด ถึงความพร้อมในการเปิดสถานบริการ ด้าน ระบบไฟฟ้า ระบบเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ถังดับเพลิง ประตูเข้า-ออก ประตูฉุกเฉิน เพื่ออำนวยความสะดวกความปลอดภัยกับผู้ใช้บริการ พนักงานและเจ้าหน้าที่หากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน
ส่วนในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง และ นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเบตง ร่วมกันตรวจสอบโครงสร้าง ความปลอดภัย ร้านสถานบันเทิง 3 แห่ง ภายในเขตเทศบาลเมืองเบตง โดยได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการถือปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย และมีการตรวจสอบใบอนุญาตสถานประกอบการ และตรวจปัสสาวะพนักงานภายในร้าน
หมอแนะแนวหนีไฟ
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีไฟไหม้ผับ จ.ชลบุรี เป็นเหตุเตือนใจเวลาไปเที่ยวควรระวังและมีความรู้ในการป้องกันตัว สิ่งหนึ่งที่ควรทำเวลาไปสถานที่ใดๆ คือต้องหาทางหนีไฟว่าอยู่บริเวณใด ถ้าเกิดไฟไหม้ในอาคารปิดและเราอยู่ในห้องอย่าเปิดประตูทันที ลองเอามืออังดูก่อนว่าประตูร้อนหรือไม่ หากร้อนแสดงว่ามีไฟไหม้หลังประตูให้หาทางออกอื่น ถ้าไม่มีทางออกให้ปิดรูรอบๆ ประตูและทางระบายอากาศที่มีอยู่ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเปียกมาอุดช่องใต้ประตูไม่ให้ควันไฟเข้า ถ้าหายใจลำบาก ให้ก้มตัวต่ำ เพราะด้านล่างจะมีออกซิเจนมากกว่า และอย่าตกใจ พยายามหายใจสั้นๆ จะเอาก๊าซพิษเข้าไปน้อยกว่า
ส่วนกรณีเกิดบาดแผลจากไฟไหม้ แผลพุพอง น้ำร้อนลวก บริเวณผิวหนัง โดยทั่วไปผิวหนังมีหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค สารเคมี รังสีต่างๆ ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิร่างกาย มีเส้นประสาทรับความรู้สึกจำนวนมาก ซึ่งบาดแผลจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกที่ผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามความลึกของบาดแผล คือ ระดับที่ 1 (First-degree burn) บาดเจ็บเฉพาะที่ชั้นหนังกำพร้า เป็นชั้นผิวหนังส่วนตื้น แผลอาจมีลักษณะคล้ายผิวหนังไหม้จากการโดนแสงแดดจัด อาการที่พบ เจ็บแสบ แดง และแห้ง ไม่มีลักษณะของตุ่มน้ำให้เห็น หายได้เองภายใน 7-14 วัน
แผลลึกระดับที่ 2 (Second-degree burn) การบาดเจ็บลงลึกถึงชั้นหนังแท้ อาการขึ้นอยู่กับความลึกที่ได้รับบาดเจ็บ มักพบตุ่มน้ำ แผลถลอกร่วมด้วย การหายของแผลอาจใช้เวลามากกว่าสองสัปดาห์และมีโอกาสเกิดแผลเป็นหรือสีผิวผิดปกติตามมา และแผลลึกระดับที่ 3 (Third-degree burn หรือ Full-Thickness burn) ผิวหนังทุกชั้นถูกทำลายด้วยความร้อน แผลมีลักษณะแห้งแข็ง ไม่ยืดหยุ่น แผลชนิดนี้มักไม่หายเอง ต้องได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง มีโอกาสเกิดการหดรั้งหรือแผลเป็นนูนตามมาได้ค่อนข้างมาก
ตั้งสติอย่าตื่นตระหนก
ด้าน นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผอ.ร.พ.นพรัตนราชธานีกล่าวว่า ควันไฟไหม้มีคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และอนุภาค (PM หรือเขม่า) ประกอบด้วยสารเคมีต่างๆ ควันไฟมีสารเคมีหลายชนิด เช่น อัลดีไฮด์ ก๊าซที่มีคุณสมบัติเป็นกรด ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ โพลีซัยคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) เบนซีน โทลูอีน สไตรีน โลหะ และไดออกซิน ซึ่งเกิดจากโฟม สี หรือวัสดุต่างๆ ที่ถูกเผาไหม้
ส่วนใหญ่ประชาชนที่ติดอยู่ในสถานที่ไฟไหม้จะตื่นตระหนก พยายามวิ่งหนี ยิ่งถ้าไฟดับก็จะยิ่งตื่นตระหนก ทำให้หายใจเร็วขึ้น ทำให้ยิ่งหายใจก๊าซพิษเข้าไปมากขึ้น ถ้าหายใจควันไฟเป็นจำนวนมากจะต้องไม่ออกแรงมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว เช่น คนที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจหรือทางเดินหายใจจะทำให้หัวใจและปอดทำงานมากขึ้น
การหายใจควันไฟในระยะแรกจะเกิดผลเฉียบพลัน จะระคายเคืองตา จมูก คอ และกลิ่นจะทำให้คลื่นไส้ ปอดทำงานลดลง ออกซิเจนในร่างกายน้อยลง เมื่อหายใจคาร์บอนมอนอกไซด์ร่างกายจะใช้ออกซิเจนไม่ได้ เกิดอาการขาดออกซิเจน ได้แก่ ปวดศีรษะ ลดความตื่นตัว เกิดอาการของหลอดเลือดหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก นอกจากนี้ อนุภาคยังเข้าไปยังทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เกิดไอ หายใจลำบาก และทำให้คนที่เป็นโรคมีอาการรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไปเที่ยวผับ บาร์ จะสูบบุหรี่ ทำให้สมรรถภาพปอดแย่ลงอีก เมื่อหนีออกมาได้อาการจะลดลงแต่จะยังคงอยู่อีก 2-3 วัน คนที่ติดอยู่ภายในและหายใจควันไฟมากๆ จะทำให้ขาดออกซิเจน อาจหมดสติ ถ้าช่วยออกมาไม่ได้จะเสียชีวิต” นพ.เกรียงไกรกล่าว
สำหรับข้อปฏิบัติของคนที่หนีออกมาจากผับได้คือ ต้องเฝ้าระวังตนเองว่ามีอาการการหายใจผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจควรมาตรวจร่างกาย ทั้งนี้ ควันไฟที่เห็นก็อันตราย แต่ส่วนที่อันตรายกว่าคืออนุภาคที่มองไม่เห็น การเข้าไปดับเพลิงแม้ในระยะสั้นบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เช่น พนักงานดับเพลิงอาจจะเกิดมะเร็ง โรคปอด และโรคของหัวใจและหลอดเลือด
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ขณะที่ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนังกล่าวว่า การปฐมพยาบาลเบื้องต้นบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกคือ 1.ออกจากแหล่งความร้อนโดยเร็วที่สุด กำจัดแหล่งความร้อนที่จะทำให้บาดแผลลุกลามมากขึ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับที่อยู่บริเวณแผล 2.ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติ เพื่อลดความร้อนและทำให้แผลเย็นลง 3.กรณีมีบาดแผลถลอก มีตุ่มน้ำ สีของผิวหนังเปลี่ยนแปลง มีบาดแผลลึก หรือมีแผลไหม้เป็นบริเวณกว้าง สามารถปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือผ้าสะอาด และให้รีบไปพบแพทย์ โดยด่วน 4.ไม่ควรทาหรือใช้สารอื่นๆ ทาลงบนบาดแผล เช่น ยาสีฟัน ไข่ขาว น้ำปลา เนื่องจากอาจเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อที่บาดแผลได้
“แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ควรได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและถูกต้องตั้งแต่ก่อนมาพบแพทย์ เพื่อลดโอกาสลุกลามและเกิดผลข้างเคียง หรือเกิดการติดเชื้อผิวหนัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังมีโอกาสเกิดปัญหาอื่นๆ เช่น การสูญเสียน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย การติดเชื้อ และการสูดดมควันไฟ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน” พญ.มิ่งขวัญกล่าว
มท.สั่งด่วนผู้ว่าฯเข้มทั่วปท.
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุกลุ่มคนยกพวกทำร้ายร่างกายกันโดยใช้อาวุธปืนก่อเหตุ บริเวณร้านอาหารและลานจอดรถห้าง บิ๊กชี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. และเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการ ชื่อ “เมาน์เทน บี (MOUNTAIN B)” ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายนั้น เพื่อป้องกันเหตุอัคคีภัยในสถานบริการ และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้เข้าไปใช้บริการ จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดูแลสถานบันเทิงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบความปลอดภัยสำหรับอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ ไม่ว่าระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันเพลิงไหม้ ทางออก ประตูทางออก ทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ ประตูหนีไฟ และระบบอื่นๆ ตรวจตราและเข้มงวดกวดขันสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายกับสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
ทั้งนี้ หากพบว่าสถานบริการและสถานประกอบการใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มงวด ทั้งทางอาญาและทางปกครอง และกรณีที่ปรากฏว่ามีการเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ ให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ดำเนินการทั้งทางอาญาและทางปกครองอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว และให้รายงานผลการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ อุบลราชธานี และผู้ว่าฯ ชลบุรี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรายงานมายังกระทรวงมหาดไทยโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ หากกรณีดังกล่าวพบว่ามีการกระทำการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มงวด และรายงานผลการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยทราบเป็นระยะ จนกว่าจะเสร็จสิ้น