สมัยหน้าไม่เอาทั้ง‘3ป.’ อุ๊งอิ๊ง-พท.บุกเชียงรายลั่นแลนด์สไลด์สู้พปชร. วิปแย้ม10สค.สภาล่มอีก

นิด้าโพลสำรวจปม 8 ปีนายกฯ คนส่วนใหญ่แนะ ‘บิ๊กตู่’ อยู่ตามวาระ 8 ปีไม่เกิน 24 ส.ค.นี้ และไม่อยากให้ ‘3 ป.’ มีบทบาทจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.ตีความ 17 ส.ค. ประธานวิปรัฐบาลห่วงองค์ประชุมล่มถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง ระบุ 10 ส.ค.ชนวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ยังไงส.ส.ต้องไปร่วมงาน ยันพปชร.ไม่ได้เล่นเกมยื้อ ‘ชลน่าน’ ย้ำไม่สนกติกา ลุยคว่ำสูตรหาร 500 ‘สมชัย’ ขู่ยื่นป.ป.ช.ฟันจริยธรรม ส.ส.จงใจทำสภาล่ม ภูมิใจไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครลพบุรี ส.ส.พลังประชารัฐจ่อซบอีก ‘อนุทิน’ ประกาศชัดพร้อมนั่งนายกฯ เพื่อไทยบุกเชียงรายอ้อนขอแลนด์สไลด์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ประกาศท้าชนพปชร. ‘เต้น’ ขย่ม ‘3 ป.’ เน่าหมดแล้ว

‘บิ๊กตู่’ติวความพร้อมเจ้าภาพเอเปก
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 8 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก ปีพ.ศ.2565 ครั้งที่ 2/2565 ผ่านระบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามการเตรียมการของคณะอนุกรรมการแต่ละชุดเพื่อรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.2565 ที่กรุงเทพฯ รวมถึงแผนงานการประชุมที่เกี่ยวข้องที่จะเกิดขึ้นก่อนการประชุมระดับผู้นำ หน่วยงานต่างๆ ซึ่งดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปกไปในช่วงที่ผ่านมาจะได้รายงานผลการประชุมพร้อมประเด็นที่จะนำเสนอสู่ที่ประชุมผู้นำในช่วงเดือนพ.ย.

สำหรับเดือนส.ค.นี้ ประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมที่เกี่ยวข้องสำคัญ 2 การประชุม ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจเข้าร่วมในแต่ละการประชุมหลายร้อยคน ได้แก่ การประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง วันที่ 14-20 ส.ค. ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ และการประชุมระดับสูงว่าด้วยสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 22-26 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ โดยทั้ง 2 การประชุมจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

ชวนคนไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เอเปก ปี พ.ศ.2565 โดยกำหนดหัวข้อหลักการเป็นเจ้าภาพคือ “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ Open. Connect. Balance. มีประเด็นสำคัญ คือ ส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน และการฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว มาใช้เพื่อบูรณาการแนวทางการพัฒนาแต่ละด้านเข้าด้วยกัน

“ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปกและประชุมที่เกี่ยวข้องในปี 2565 รัฐบาลขอเชิญชวนให้คนไทย ทุกคนตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมตลอดจนสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่ เดินทางมาทำข่าวการประชุมเพื่อสร้างความประทับใจและนำเรื่องราวของประเทศไทยไปเผยแพร่ ให้การเป็นเจ้าภาพเอเปกในครั้งนี้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมมากที่สุด” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

โพลแนะ‘บิ๊กตู่’อยู่ไม่เกิน 24 ส.ค.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “8 ปี นายกรัฐมนตรีกับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป.” สำรวจระหว่างวันที่ 2-4 ส.ค.2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจาย ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่เกิน 8 ปี กับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป.

เมื่อถามถึงการตัดสินใจของนายกฯ เกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่เกิน 8 ปี พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.25 ระบุว่า นายกฯ ควรประกาศว่า 8 ปี คือ อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 24 ส.ค.2565 รองลงมา ร้อยละ 32.93 ระบุว่า นายกฯ ควรรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่เกิน 8 ปี และร้อยละ 2.82 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ ไม่สนใจ

ไม่อยากให้‘3 ป.’มีบทบาทหลังลต.
ส่วนบุคคลในกลุ่ม 3 ป. ที่ประชาชน เชื่อว่าจะยังคงมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า ตัวอย่างร้อยละ 55.18 ระบุว่า เชื่อว่าทั้ง 3 ป. จะไม่มีบทบาททางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 27.36 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 24.77 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 19.44 ระบุว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และร้อยละ 5.18 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงบุคคลในกลุ่ม 3 ป. ที่ประชาชนต้องการให้มีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า ตัวอย่าง ร้อยละ 80.03 ระบุว่า ไม่ต้องการให้ทั้ง 3 ป. มีบทบาท รองลงมา ร้อยละ 14.25 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 7.39 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 7.16 ระบุว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และร้อยละ 1.45 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ฝ่ายค้านยื่นตีความ 17 ส.ค.
นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) รองประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องวาระนายกฯ 8 ปี เป็นเรื่องที่ฝ่ายสงสัยจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไปพูดก่อนคงไม่ถูกต้อง เพราะหลักกฎหมายมีอยู่แล้วในมาตรา 158 (1) (2) (3) และ (4) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนพูดก่อนโดยเอาเรื่องอคติ และอื่นๆ เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ

“ผมอยากเรียกร้องว่า เราปกครองภายใต้หลักนิติธรรม ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก ฝ่ายใดสงสัยก็ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ ส่วนฝ่ายไม่สงสัย ก็ตีความสนับสนุนอยู่แล้ว มันมีทางออกอย่างนี้เพื่อไม่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดของคน ที่แตกต่างกันไป ผมคิดว่าการดำเนินการไม่ว่าฝ่ายไหน การทำตามกติกา รัฐธรรมนูญเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด เพราะผู้ที่มีอำนาจผูกพันทุกองค์กรคือศาลรัฐธรรมนูญ” นาย ชินวรณ์กล่าว

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภา ผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี คาดว่าจะวันที่ 17 ส.ค. เรามีคำร้องประกอบแล้ว โดย 1.ขอให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ 2.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน โดยมีนายกฯ รักษาการ

ปธ.วิปรัฐห่วงถกกม.ลูก-สภาล่ม
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่)..พ.ศ….หรือกฎหมายลูก ว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยงงอนว่าจะใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หารด้วย 100 หรือ 500 แต่เกรงว่าในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งตรงกับวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อาจมีส.ส.ไปร่วมงาน โดยท้วงติงในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายไปแล้วว่าวันที่ 10 ส.ค.เป็นวันสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าในวันที่ 10 ส.ค. ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะเข้าประชุมร่วมรัฐสภา โดยพร้อมเพรียงกัน นายนิโรธกล่าวว่า ทุกคนรู้ว่ามีประชุมร่วม แต่เข้าใจว่าเป็นวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้จะไม่มีข้อบังคับอะไร แต่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ผู้แทนได้ไปร่วมงานเพราะเป็นวันสำคัญ วันราชสีห์ จะไม่ให้ไปร่วมได้อย่างไร เพราะมีการจัดงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่ละอำเภอก็ต่างวาระกันไป แต่ทุกอำเภอตอนเช้าต้องทำบุญ ทำกิจกรรม จะไม่เอื้อให้ผู้แทนเขตไปร่วมกิจกรรมกับเขาเลยหรือ

ผู้แทนต้องรักษาฐานเสียง จะมัวแต่มาห่วงเรื่อง 500 หรือ 100 หรือปาร์ตี้ลิสต์ อย่างเดียวไม่ได้ เราเข้าใจว่ากฎหมายเป็นกฎหมาย แต่จะขอเลื่อนตั้งแต่แรกก็ไม่ให้เลื่อน จะขอปิดประชุม เพื่อไม่ให้เอากฎหมายปรับเป็นพินัยเข้าที่ประชุม จะได้ไม่ค้างคา เพราะวันรุ่งขึ้นจะได้นำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งขึ้นมาพิจารณา แต่พอจะเสนอปิดประชุม ก็ว่าเกินตามระเบียบวาระ พอผ่านการพิจารณากฎหมายไปมาตราเดียว ก็ไม่เป็นองค์ประชุมกันแล้ว เช่นนี้จะมาว่าพรรคพลังประชารัฐเล่นเกมก็ไม่ถูก ไม่เป็นธรรม ดังนั้นวันนี้อะไรจะเกิดก็ว่ากันไป

ปชป.ไม่ร่วมวงเล่นเกม
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปล่อยให้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่เสร็จภายในกรอบ 180 วันคือภายใน 15 ส.ค.นี้ จะส่งผลให้กลับมาใช้ร่างหลักของรัฐบาลที่เสนอโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)โดยใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการเล่นเกมใดๆ ในสภาเพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง เราขอทำหน้าที่ของเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาอย่างเต็มที่บนพื้นฐานหลักการดังนี้

1.ประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมประชุมสภา ตามปกติ และเดินหน้าทำหน้าที่ไปตามกระบวนการรัฐสภา 2.ประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมกระบวนการวางแผนทำให้สภาล่ม 3.ประชา ธิปัตย์เคารพการตัดสินใจในการลงมติของสมาชิกรัฐสภา และ 4.ประชาธิปัตย์พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ว่าสูตรคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้วิธีหาร 500 หรือหาร 100 ก็ตาม

“เพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมในการพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ต่อในวันที่ 10 ส.ค. ผมจึงเชิญ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มาประชุมร่วมกันในวันที่ 9 ส.ค. เวลา 13.30 น. โดยเราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในฐานะสมาชิกรัฐสภาเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญ” นายองอาจกล่าว

‘สมชัย’ขู่ยื่นป.ป.ช.ฟันจริยธรรม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เราจ่ายภาษีให้ท่านมาทำงาน ไม่ใช่ให้มาเล่นขายของ โลเลกลับไปกลับมา ดึงการประชุม ล้มประชุมแบบไม่รับผิดชอบ

ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 8 สมาชิกและกรรมาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละโดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด

ข้อ 14 สมาชิกและกรรมาธิการต้องอุทิศเวลาให้แก่การประชุม โดยคำนึงถึงการตรงต่อเวลาและต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่ในกรณีเจ็บป่วยหรือสุดวิสัย

ข้อ 15 สมาชิกและกรรมาธิการต้องพิจารณากฎหมาย ญัตติ กระทู้ หรือเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมโดยเร็ว

“หากการประชุมร่วมของรัฐสภาในวันที่ 10 ส.ค. มีการดึงการประชุม หรือล้มประชุมโดยมีพรรคการเมืองใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ผมขอใช้สิทธิยื่นชื่อต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนความผิดฐานจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง หาก ป.ป.ช.เห็นตรงกันและส่งศาลฎีกา ศาลรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากพิพากษาว่าผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งและ ตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ใครอยู่ ใครไม่อยู่ ใครติดภารกิจจริง ใครไม่ติดภารกิจแต่จงใจไม่เข้าประชุม ชื่อหาไม่ยากเลย”

ภท.ลุยลพบุรี-พปชร.จ่อซบอีก
เวลา 10.30 น. ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหารพรรค มาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ประกอบด้วย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เขต 2 นายนรินทร์ คลังผา เขต 3 และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เขต 4 โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน ส่วนเขต 1 จะส่งนายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลงแข่งขัน ซึ่งจะเข้ามาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยได้วางตัวผู้สมัครใน จ.ลพบุรี ครบทั้ง 4 เขต

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย ว่าประเพณีของพรรคภูมิใจไทย จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวมาโดยตลอด “ท่านเลือกเราเพื่อมาทำงานให้พวกท่าน พิสูจน์ได้ว่าเรื่องกัญชา และอสม. ทำได้สมัยไหน การพัฒนาถนนในจังหวัดก็มีการดำเนินการ รถไฟความเร็งสูงก็จะผ่านในพื้นที่ จ.ลพบุรี เราจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เลือกมาเยอะๆ พี่น้องไม่ต้องเกรงใจ ถ้าจะเป็นนายกฯ ก็ต้องเป็น”

เปิดตัว – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ลพบุรี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เขต 2 นายนรินทร์ คลังผา เขต 3 นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เขต 4 ส่วนเขต 1 รอส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาร่วมงาน ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.

‘อนุทิน’ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการประกาศพร้อมเป็น นายกฯ มีความเชื่อมโยงกับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการพูดถึงอนาคต และไม่ได้ไปแย่งตำแหน่งใคร แต่ในอนาคตประเทศไทยต้องมีการเลือกตั้ง และพรรคคิดถึงประชาชนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่ชอบขัดแย้ง ไม่เชื่อว่าแตกแยกแล้วจะเจริญ พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่บนหลักนี้อยู่ หากประชาชนเห็นความเจริญในทุกมิติไม่ขัดแย้ง พรรคภูมิใจไทยขอเสนอตัว เราไม่ต้องการได้ดิบได้ดี แต่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ถ้าพรรคมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ เรื่องความสงบสุข ความเชื่อมั่น ในความเป็นประเทศไทย ความสามัคคี ยึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้น

ส่วนความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมมานานแล้ว พร้อมตลอดเวลา ซึ่งพร้อมเกิน 100% และพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งทุกกติกา ไม่ว่าจะใช้สูตรคำนวณส.ส. หาร 500 หรือหาร 100 พรรคไม่มีปัญหา และไม่ได้ขัดแย้งตรงนั้น แต่ยังไม่ขอฟันธง ขอรอให้ตกผลึกมีข้อแนะนำแนวทางทางกฎหมายให้ชัดเจนก่อน แต่ตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้คือใช้บัตร 2 ใบ ยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนทำให้สภาล่ม เพราะธำรงความศักดิ์สิทธิ์ของสภาไว้ โดยจะไม่เป็นส่วนหนึ่งกับความขัดแย้ง

พท.บุกเชียงรายขอแลนด์สไลด์
วันเดียวกัน แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ก.กทม.พรรคเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย “ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด” ที่ จ.เชียงราย

เมื่อคณะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติ แม่ฟ้าหลวงเวลา 08.30 น. มี ส.ส.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมด้วยประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนเกือบ 100 คน มาต้อนรับ มอบพวงมาลัยเพื่อให้กำลังใจ บางส่วนขอถ่ายเซลฟี่พร้อมทั้งตะโกน “ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์”

เวลา 09.00 น. คณะเดินทางถึงศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เพื่อพบปะและรับสมัครสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ น.ส.ละออง ติยะไพรัช นายอิทธิเดช แก้วหลวง นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ และ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 1,500 คน

เย้ย‘บิ๊กตู่’ขี้ขึ้นหน้าดันหาร 500
นพ.ชลน่านกล่าวปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตที่ดีกลับคืนมา เขาทำทุกอย่างเพื่อปิดกั้นไม่ให้พวกเราเป็นรัฐบาล แม้แต่จะไปเดินหาเสียง ไปรับสมาชิกพรรค ก็ทำอย่างลำบาก แต่พล.อ.ประยุทธ์ ลืมคิดไปว่าแม้คนพรรคเพื่อไทยจะถูกมัดมือมัดเท้า แต่เราสามารถเอาของที่คมที่สุดตัดแล้วยืนสองขาได้ ทั้งขาเพื่อไทยและขาครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งเป็นขาที่ใหญ่ที่สุด เพราะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยคือลูกสาวสุดที่รักของนายทักษิณ เราตัดสินใจไปพร้อมกันด้วยสองขา และเชียงรายตั้งเป้าได้ส.ส.10 คน คือ ส.ส.8 เขตและบัญชีรายชื่ออีก 2 คน เราต้องช่วยกันเพราะถ้าเชียงรายไม่เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันมือที่สามจะเอาไปกิน เลือกตั้งครั้งต่อไปมั่นใจจะไม่มีมือที่สาม

เราจะเดินสองขาพร้อมกันเพื่อปิดกั้นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ขัดขวางเรา มันกลัวเราขี้หดตดหาย พอคุณอุ๊งอิ๊งประกาศแลนด์สไลด์ ขี้ขึ้นหน้า สั่งสภาบอกเอาสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 นี่คือความอัปยศของรัฐสภาไทยที่เพื่อไทยยอมไม่ได้ รัฐสภานัดประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายลูกในวันที่ 10 ส.ค. พวกเราไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่เป็นองค์ประชุม ซึ่งมีคนมาด่าเราว่าไม่ทำงาน ถามว่าระหว่างคนที่ทำกฎหมายให้เผด็จการ กับคนที่อยู่ข้างนอกระงับกฎหมายเผด็จการ ใครดีกว่ากัน เราจะสู้ให้ถึงที่สุด กติกาไม่ต้องสนใจ ผมเป็นหัวหน้าพรรคประกาศเลยว่าจะใช้วิธีการนี้ ดีที่สุด ยอมถูกด่าแต่ชี้แจงประชาชนได้ กฎหมายที่ถูกเผด็จการสั่งการ เราจะไม่สนับสนุน

“พรรคเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ ถ้าไม่แลนด์สไลด์ พล.อ.ประยุทธ์จะโลภ เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเพื่อไทยมาเป็นที่หนึ่ง แต่รัฐบาลปัจจุบันโลภ เราต้องไม่ยอมด้วยการให้พรรคเพื่อไทยได้ 250 เสียงขึ้นไป ถ้าเราได้ 250 เสียง เชิญใครมาเป็นรัฐบาลก็ง่าย ส.ว. 250 คน ก็ไม่กล้าเลือกนายกฯ เพราะสภาเสียงข้างน้อยจะล้มตลอด บ้านเมืองบาดเจ็บมามาก เราต้องช่วยกัน” นพ.ชลน่านกล่าว

ขย่ม’3 ป.’เน่าหมดแล้ว
ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า เราจะชวนกันแลนด์สไลด์ตั้งแต่แม่สายถึงสุไหงโก-ลก ขณะนี้การเคลื่อนไหวพรรครัฐบาลไม่มีใครสนใจใครกันแล้ว ทุกพรรคการเมืองลงพื้นที่พบประชาชน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปจ.หนองคาย ประกาศจะล้มเพื่อไทย ทันทีที่เราได้ยิน ได้ปรึกษาหารือกันเพราะเป็นห่วงมาก ห่วงว่าพล.อ.ประวิตรจะล้มก่อนหรือไม่ คนอะไรเดินยังต้องช่วยกันพยุง ประกาศจะล้มเพื่อไทย

รัฐบาลนี้ขบปัญหาไม่แตก แจกงานไม่เป็น เน้นนโยบายไม่ถูก เอะอะแจกเงิน หาเงินไม่ได้ก็รีดภาษี ประชาชนเลยลำบากยากจน ไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้สนับสนุนการค้าชายแดนหรือการฆ่าที่ชายแดนกันแน่ ศักยภาพเชียงรายนั้นดีหมด เสียอย่างเดียว 8 ปี มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พอคนไปถามพอหรือยัง กลับตีหน้ามึน บอกให้ไปดูกฎหมาย ให้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 8 ปี ไม่ต้องบอกให้ไปถามใคร แต่ขอให้ดูหน้าประชาชน ไม่ได้แค่ทำความเสียหาย แต่ฉิบหายกันหมดแล้ว ไม่ต้องถามศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จะอยู่ทำหอกอะไร เราต้องช่วยกัน รอสำนึกพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ เราต้อง กาเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียวที่ทำได้จริง

“พวก 3 ป. ไม่เคยคิดที่จะถอย ตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะถอยจากพรรคพลังประชารัฐ ไปเข้าพรรคใหม่ แต่ผมบอกไว้เลยว่าพวกคุณ 3 คนเน่าหมดแล้ว คนเขาไม่เอา เหมือนเอากระโถนมาใส่ก็กินไม่ได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

พท.มาเหนือ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคขึ้นเวทีใหญ่งาน ‘ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ท่ามกลางชาวบ้านแน่นศูนย์ประชุมท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.

‘อุ๊งอิ๊ง’ลั่นเป็นรบ.1 ปีปัญหาใหญ่จบ
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า พี่น้องชาวเชียงรายสบายดีหรือไม่ ไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่ ทำมาหากินลำบาก หนี้สินท่วมท้นใช่หรือไม่ ไม่เป็นไรพี่น้องอดทนอีกนิดพอไหวหรือไม่ ถ้าวันนี้ทุกข์ยากพรุ่งนี้ต้องดีขึ้นแน่นอน ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลประชาชนอีกครั้ง คุณพ่อกับคุณอาฝากความคิดถึงมาให้ พี่น้อง ตนเพิ่งกลับจากการไปเยี่ยมทั้งสองที่ดูไบ ซึ่งดีใจที่ตนได้มาเชียงราย ทุกท่านทราบดีว่า นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนเชียงใหม่ แต่คนในครอบครัวทั้งพี่เขย และ พี่สะใภ้ เป็นคนเชียงรายแท้ๆ นายทักษิณตั้งใจว่าถ้าได้มีโอกาสกลับมาเมืองไทย อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน มีอะไรร่วมมือกันไม่ขัดแย้งกัน เพื่อเอานโยบายเพื่อไทยมาพัฒนาเชียงรายและให้คนไทยทุกคนหายจน

วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้งอีกกี่สิบครั้ง แต่พร้อมเสมอ และถ้าได้รับความไว้วางใจจะทำงานเชิงรุก 6 เดือนแรกจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ ทำให้ประชาชนพ้นหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เอานโยบายมาแก้ 6 เดือน ต่อมาเราจะส่งรัฐมนตรีไปทำงานกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด เชิญปราชญ์ชาวบ้านมาพูดคุย อยากเห็นประเทศเดินหน้าอย่างไร ถ้าพี่น้องให้ความไว้วางใจ ภายใน 1 ปีหลังพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ปัญหาใหญ่ๆ จะถูกแก้ จากนั้นจะลงรายละเอียดเพื่อให้ปัญหาต่างๆ หมดไป แล้วมาเจอกันใหม่อีก 6 เดือนหลังพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ตนจะกลับมาช่วยกันระดมความคิดหาทางออก กลับมาทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกครั้ง

ท้าชนพลังประชารัฐ
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เรามาเหนือสุดของประเทศไทย พรรคเพื่อไทยรู้จริงในพื้นที่ภาคเหนือ ยืนยันว่าเรามั่นใจที่จะแลนด์สไลด์สู้กับพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศจะยึดพื้นที่ จ.หนองคาย เรามีคำตอบให้กับทุกปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะ จ.เชียงราย แต่เป็นปัญหาหลักของประเทศ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหา เรามี ส.ส.และตัวแทนที่ลงพื้นที่มาโดยตลอด ดังนั้นปัญหาของประชาชนที่แท้จริงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนในพื้นที่ เมื่อมาบวกกับนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย คำตอบที่พรรคเพื่อไทยจะมีให้กับประเทศ เรามีแน่นอน เรามั่นใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าตัดสินใจแล้วหรือยังว่า จะขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เป็นคำถามยอดฮิตในทุกเวทีที่โดนสัมภาษณ์ และสามารถถามได้เรื่อยๆ จนกว่าจะมีรายชื่อออกมา อิ๊งค์คิดจริงๆ ว่าคนที่เหมาะสมที่สุด คนที่ประชาชนไว้ใจที่สุด คนนั้นนั่นแหละที่จะเป็นคนนำพาประเทศไปในจุดที่ดีขึ้นกว่านี้ ไม่ใช่ว่าทุกพรรคการเมืองจะส่งคนมาแล้วคนนั้นจะต้องเป็นคนที่ประชาชนเป็นคนเลือก นั่นคือกฎของประชาธิปไตย เมื่อถามว่า 8 ปีของพล.อ. ประยุทธ์ พอแล้วหรือยัง น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ต้องถามที่ท่านเองว่าท่านพอหรือยัง

จากนั้นว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย เช่น นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย กล่าวว่า วันนี้ศูนย์รวมจิตใจของเรายังอยู่ นายทักษิณ น.ส. ยิ่งลักษณ์ นี่คือคนเมืองของเรา พรรคเพื่อไทยคือมรดกที่นายทักษิณ น.ส.ยื่งลักษณ์มอบให้คนเมืองของเรา ดังนั้นคนเชียงราย เชียงใหม่ต้องรักษามรดกทางการเมืองนี้ไว้ให้ถึงที่สุด เลือกตั้งครั้งต่อไปเชียงรายขอ ส.ส. 8 เขตได้หรือไม่ เราจะสืบสานอุดมการณ์ประชา ธิปไตย เอาอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ ได้หรือไม่

พท.มาเหนือ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ ระหว่างร่วมงาน ‘ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ศูนย์ประชุมท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.

คนแดนไกลฝากคิดถึงชาวแม่จัน
เวลา 14.00 น. นพ.ชลน่าน และ น.ส. แพทองธาร นำคณะครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปยังวัดร้อยหลอด ต.เมืองพาน อ.พาน เพื่อร่วมรับฟังปัญหาจากพี่น้องชาติพันธุ์ มีตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ อาข่า ม้ง กะเหรี่ยง ลาหู่และลีซู ได้สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำโดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่สละเวลามาพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยด้วยใจจริง ทุกปัญหาที่พี่น้องได้สะท้อนมาพรรคเพื่อไทยขอแสดงความจริงใจในการรับฟังเพื่อนำไปสู่การหาทางออก ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นรัฐบาลจึงขอมอบความจริงใจให้พี่น้องเอาไว้ก่อน หากมีโอกาสรับใช้พี่น้องอีกครั้งจะพยายามทำในทุกๆ เรื่องที่ได้สะท้อนปัญหามาให้สำเร็จ โดยเฉพาะในส่วนที่พี่น้องได้สะท้อนว่าต้องการเพียงที่จะอิ่มท้องและนอนหลับ ซึ่งตรงกับนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนอิ่มท้อง นอนหลับและมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ต่อมาเวลา 17.00 น. คณะเดินทางไปยัง อ.แม่จัน มีประชาชนให้การต้อนรับประมาณ 1,000 คน โดย น.ส.แพทองธารกล่าวปราศรัยว่า ตนและพรรคเพื่อไทยรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาเจอพี่น้องชาวเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ แต่ 8 ปีที่ผ่านมาโอกาสชาวเชียงรายถูกทำลายไปมาก ถ้าจ.เชียงรายได้รับการดูแลที่ดีจากรัฐบาล จะไม่เจริญก็ให้รู้ไป ที่ตนมาวันนี้ได้นำความคิดถึงจากคนแดนไกลทั้งสองคนฝากความคิดถึงมายังพี่น้องทุกคน เห็นคนชูรูปนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็รู้สึกอุ่นใจ

โฆษกรัฐบาลซัดกลับเพื่อไทย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ. ชลน่านระบุ พล.อ.ประยุทธ์ หวาดกลัวยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ถึงขนาดส่งสัญญาณเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากหาร 100 ให้เป็นหาร 500 ว่า น่าเสียดายที่นักการเมืองระดับ นพ.ชลน่าน ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ตนชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่านายกฯ ไม่มีอำนาจไปสั่งการใดๆ ได้ สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีวุฒิภาวะ ไม่มีใครไปสั่งการได้ อย่าเอานิสัยของพรรคตัวเองที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ด้วยคนเพียงคนเดียวมาเป็นบรรทัดฐาน

ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่คิดเคารพกติกา กล้าเล่นเกมล่มองค์ประชุมสภา โดยไม่สนความเดือดร้อนของประชาชนก็ยังทำมาแล้ว และยังกล้ามาขอแลนด์สไลด์จากประชาชน เชื่อว่าประชาชนดูออกว่าพรรคเพื่อไทยอยากได้แลนด์สไลด์เพื่อหวังจะช่วยเหลือใคร ดังนั้น ถ้าประชาชนสั่งสอนด้วยการให้แพ้แบบแลนด์สไลด์ ก็อย่าบิดเบือนโทษกติกา แต่ควรโทษตัวเองที่มุ่งแต่จะช่วยคนเพียงคนเดียวมากกว่าคนไทยทั้งประเทศ

“การขอประชาชนให้เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแบบแลนด์สไลด์ และขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้ ส.ส.มากกว่า 250 คน เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นการขอที่มากเกินไปหรือไม่ เพราะเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนทั้งประเทศขอให้พรรคเพื่อไทยเรียกคนแค่ 1-2 คนกลับมารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำไว้กับประเทศไทย แต่ไม่เคยได้รับความร่วมมือจากพรรคเพื่อไทย ดังนั้น หากการพ่ายแพ้แบบแลนด์สไลด์ อาจเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่ประชาชนมอบให้พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ” นายธนกรกล่าว

‘แรมโบ้’เหน็บอย่าหลอกปชช.
ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ประกาศจะแก้ปัญหาให้ชาวเชียงรายหลังเป็นรัฐบาลใน 6 เดือน ว่า เป็นวิธีการเก่าๆ ที่นายทักษิณ ผู้เป็นพ่อ ที่เคยพูดเพื่อหลอกเอาคะแนนเสียงจากประชาชน นายทักษิณเคยประกาศจะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ภายใน 6 เดือน แต่แก้ไม่ได้ หลังประชาชนมอบคะแนนเสียงให้ อย่างนี้เรียกว่าหลอกเอาคะแนนหรือไม่ วันนี้ลูกสาว ก็นำสิ่งที่นายทักษิณเคยหลอกคนเอาไว้ มาหลอก ชาวเชียงราย ชาวภาคเหนือเพื่อให้เลือกพรรคเพื่อไทย

การที่บอกว่า 6 เดือนแรกจะแก้ปัญหาพอครบ 1 ปีจะกลับมาเยือนนั้น ก็แค่หลอกกันไปวันๆ เพราะความจริงคือ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้วางรากฐานได้ใช้เวลาในการแก้ปัญหามาตลอด ทั้งๆ ที่โชคร้ายเจอทั้งโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่รัฐบาลก็รับมือกับสถานการณ์มาได้ และวันนี้เศรษฐกิจกำลังจะฟื้น การที่น.ส.แพทองธารบอกจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีภายใน 6 เดือน จึงไม่ต่างจากสิ่งที่นายทักษิณจะแก้ปัญหาจราจร ผลคือล้มเหลว

การหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะแลนด์สไลด์ ไม่ว่าจะแก้ปัญหาอะไร ล้วนแต่เป็นนโยบายบังหน้า แต่สิ่งที่ซ่อนไว้คือ เป้าหมายจะพาพ่อกลับบ้าน โดยหลอกใช้พี่น้องคนเสื้อแดง แต่วันนี้คนเสื้อแดงตาสว่าง มีความรอบรู้ ฉลาดทันคนมากขึ้น ไม่มีทางจะหลอกได้อีก ขอท้าให้อุ๊งอิ๊งพาพ่อกลับบ้านได้เลย แต่หากไม่มาติดคุกหรือสู้คดี วันนั้นบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ เพราะประชาชนที่ไม่พอใจจะลุกฮือทั้งประเทศ

ชพน.ชูโคราชคัมแบ๊ก
ที่จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ตอนนี้พรรคชาติพัฒนาจะทยอยเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.ทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะที่ จ.นครราชสีมา ถ้าเป็นไปตามที่ กกต.กำหนดไว้ 16 เขต เราเตรียมผู้สมัครไว้ได้เกินครึ่งแล้ว โคราชยังไงก็ต้องส่งครบทั้ง 16 เขตและ คุณภาพต้องเป๊ะ เพราะถือเป็นเรือนตาย เป็นบ้านของพรรคชาติพัฒนา ประกาศชื่อมาแล้วพี่น้องประชาชนไว้วางใจได้ เราจะใช้พลังของคนโคราชเป็นพลังหลักในการสร้างพรรคชาติพัฒนา ให้คัมแบ๊กกลับมา เพื่อทำงานให้กับประเทศอีกครั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้อยากให้ได้รับผลการเลือกตั้งที่เสียงมีเสถียรภาพเพียงพอ ที่จะได้เข้าไปช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ส่วนจะได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน และกระแสตอบรับการเปิดสาขาพรรค ตอนนี้ว่าที่ผู้สมัครของพรรคเริ่มทยอยเปิดตัว เราพยายามผสมผสานระหว่างการเมืองใหม่กับการเมืองเก่า ช่วยกันออกแบบส่วนผสมทางการเมืองที่เหมาะสมกับบรรยากาศของประเทศ มีคนรุ่นใหม่ เลือดใหม่ นักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามา ถ้าเรามีส่วนผสมของการเมืองรุ่นเก่าบวกกับการเมืองรุ่นใหม่ให้ลงตัวเกิดการตกผลึกของความคิด ก็จะเป็นส่วนผสมที่เป็นกลางและเป็นประโยชน์ให้ประเทศชาติ

ชมสวนลำไย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำทีม ผู้บริหารพรรค พบผู้นำเกษตรกรและชาวสวนลำไยจ.ลำพูนและเชียงใหม่ หารือ แลกเปลี่ยนเรื่องปัญหาลำไย ที่สหกรณ์สภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) เมื่อวันที่ 7 ส.ค.

‘พีระพันธุ์’ยันรทสช.ชิง 400 เขต
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อเตรียมการเลือกตั้งว่า พรรคตั้งใจที่จะส่งผู้สมัครส.ส.ให้ครบทั้ง 400 เขต แต่ต้องเลือกคนที่มีศักยภาพด้วย ตอนนี้มีแผนงานเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ว่าสูตรจะออกมาแบบไหน ไม่ได้มีผลกระทบอะไร เพราะเราเน้นเรื่อง ส.ส.เขตเป็นหลัก

ส่วนเรื่องการตั้งเป้าว่าจะได้จำนวน ส.ส.กี่คนนั้น ขึ้นอยู่ที่ศักยภาพของผู้สมัคร การสนับสนุนจากส่วนกลางในเรื่องของนโยบาย และตัวผู้สมัครเองว่าจะเข้าไปทำความเข้าใจ สร้างคะแนนนิยมของพรรคในพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับในส่วนกลางของพรรครวมไทยสร้างชาติ พยายามสนับสนุนให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มที่ สำหรับประเด็นที่พูดถึงกันมากเกี่ยวกับส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จากการได้พูดคุยกัน ทางพรรคมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัคร สามารถลงแข่งได้ ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้นต้องไปดูกันอีกที

ขณะที่การเตรียมการผู้สมัครในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ปัจจัยพิเศษ เพราะมีความกว้างใหญ่มาก ไม่มีใครสามารถครองใจประชาชนได้ตลอดเวลา แต่ตนคิดว่าพรรคการเมืองที่ชาวกรุงเทพฯ มุ่งหวังตั้งใจอยากให้เป็นตัวแทนของพวกเขา คือพรรคการเมืองที่เข้าใจปัญหาของบ้านเมือง หมายถึงเข้าใจปัญหาในชีวิตของเขาด้วย ที่สำคัญคือต้องเป็นพรรคการเมืองที่เขาเห็นว่าตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมและประเทศอย่างแท้จริง

พรรครวมไทยสร้างชาติต้องการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนได้รับอยู่ในทุกวันนี้ และตั้งใจว่าจะเป็นพรรคที่เวลาประชาชนมีปัญหาไม่รู้จะไปไหน ก็มาที่พรรคเราได้ ไม่ได้บอกว่าเราเป็นพรรคเทวดาทำได้ทุกเรื่อง แต่เป็นพรรคที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนและจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมเป็นที่พึ่งหากมีปัญหาไม่รู้จะไปหาใคร ก็มาที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้

เพื่อเมือง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ลูกชาย ร่วมกันปลูกต้นไม้ โครงการ ‘ลมหายใจเพื่อเมือง’ ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้นในที่ดินของปตท. ถนนกำแพงเพชร 6 เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 7 ส.ค.

‘ชัช เตาปูน’ยังหนุน‘ประยุทธ์’
ที่สภาทนายความ ถ.พหลโยธิน นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) กล่าวถึงแนวทางการเมืองของพรรคพลังท้องถิ่นไท ว่า สู้ต่อไป แต่จะไม่ไปยุบรวมกับพรรคไหน ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขตหรือบัญชีรายชื่อ นายชัชวาลล์ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ก่อน ถ้าสูตรหารด้วย 100 ก็ต้องส่งลงเขตเยอะๆ พื้นที่ไหนสู้ได้เราก็จะสู้ แต่ถ้าเป็นสูตรหาร 500 ต้องส่งปาร์ตี้ลิสต์เยอะหน่อย

ต่อข้อถามว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ นายชัชวาลล์กล่าวว่า ตนมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ ปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับตนที่เทิดทูนสถาบันมาตลอดชีวิต ฉะนั้นใครที่มีแนวทางเดียวกับเราก็สนับสนุนคนนั้น เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่เพราะมีพรรคการเมืองเกิดใหม่ขึ้นมาแข่งขันมากขึ้น นายชัชวาลล์กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเราก็ทำของเรา อะไรที่ทำดีแล้วก็ทำ ต่อไป ถือเป็นเรื่องที่ดีมีคนเข้ามาช่วยกันเยอะๆ แต่ต้องมาด้วยความรู้สึกว่าเราเป็นคนไทย ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน