‘ชัชชาติ’เตรียมรับฝนถล่มหนัก อุตุฯเตือน40จว.

‘ชัชชาติ’เร่งพร่องน้ำในคลอง-ลอกท่อ รองรับน้ำฝน รับ 4 คลองยังมีปัญหา ทั้งประเวศบุรีรมย์ เปรมประชากร ลาดพร้าว และแสนแสบ ประสานชลประทานช่วยระบายน้ำ ทั้งเปรมประชากรฝั่งเหนือ-ประเวศบุรีรมย์ฝั่งตะวันออก อุตุฯ เตือนวันนี้ฝนหนักใน 40 จว.

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ‘ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8-9 ส.ค.)’ ฉบับที่ 6 โดยระบุว่า ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในวันที่ 9 ส.ค. ประกอบด้วย ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี, กลาง จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี, ตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. 65 นี้ไว้ด้วย

ที่จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อ.เมือง เริ่มมีปริมาณน้ำบางส่วนล้นออกทางระบายน้ำฉุกเฉิน หลังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยปริมาณน้ำทั้งหมด 6.5 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 100.61 นอกจากนั้นยังมีอีก 2 อ่างที่พบว่ามีระดับน้ำที่เกินระดับเก็บกัก คือ อ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด อ.พิมาย มีระดับน้ำอยู่ที่ร้อยละ 102.24 และอ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง มีระดับน้ำอยู่ที่ร้อยละ 104.97

นายปิยภัทร สายเมฆ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ กล่าวว่า จากการที่ฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบน บริเวณตั้งแต่อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.เมือง อ.โนนสูง อ.ครบุรี อ.โชคชัย อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.พิมาย ทำให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงไปสมทบกันก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูนที่อ.พิมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัด ประกอบช่วงวันที่ 21-24 ก.ค.ที่ผ่านมามีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูนสูงขึ้น ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้เร่งระบายน้ำในคลองส่งน้ำสายใหญ่ เหนือเขื่อนพิมาย ในอัตราประมาณ 12 ลบ.ม./วินาที พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 28 เครื่อง บริเวณท้ายเขื่อนพิมาย ต.ในเมือง และบริเวณฝายบ้านขามใต้ ต.ดงใหญ่ เพื่อเร่งระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 43,706 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 57% ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 32,377 ล้านลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,898 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 44% ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 13,973 ล้านลบ.ม.

ที่จ.เพชรบูรณ์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ผลจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาต่างๆ ทั้งในจ.เพชรบูรณ์ และจากอ.ด่านซ้าย จ.เลย ไหลบ่าลงมาเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก อ.ชนแดน และอ.หนองไผ่ จนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ต.ศิลา อ.หล่มเก่า น้ำป่าได้กัดเซาะคอสะพานแบริ่ง ถนนโคกมน-กกกะทอน ที่ให้ประชาชนได้สัญจรผ่านไปมาเป็นการชั่วคราว หลังทางเบี่ยงเพื่อสร้างสะพานข้ามคลองห้วยน้ำย่าถูกน้ำซัดพัง แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 จึงต้องปิดการใช้เส้นทาง และให้ไปใช้เส้นทางหลวง 2012 ตาดกลอย-หนองยาวแทนชั่วคราว อ.หล่มสักมีน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหลายหลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ในเขตพื้นที่ต.ท่าอิบุญ ส่วนที่อ.หนองไผ่ มีน้ำป่าจากเทือกเขาวังเหวหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตร ในต.นาเฉลียง และต.ยางงาม ขณะที่อ.ชนแดน น้ำป่าจากเทือกเขารังไหลบ่าลงสู่ลำคลองบุษบง จนเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎร ในเขตเทศบาลตำบลชนแดน ต.ท่าข้าม และต.ศาลาลาย

ที่จ.พิษณุโลก นายอัครโชค สุวรรณทอง นายอำเภอวังทองกล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ที่ต.หนองแม่นา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำน้ำเข็ก หรือแม่น้ำวังทอง ส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้น 8.40 เมตรยังไม่ถึงจุดวิกฤตที่อยู่ที่ 10 เมตร แต่ได้ประกาศเตือนห้ามลงเล่นน้ำตกทุกแห่งที่อยู่ตามลำน้ำเข็ก โดยเฉพาะที่น้ำตกปรอย ปริมาณน้ำขึ้นข้างสูง และเชี่ยวกราก พร้อมกับให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง ป้องกันน้ำหลากท่วมเฉียบพลัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มวลน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากลงลำน้ำเข็ก ทำให้ลำน้ำเข็กไหลเชี่ยวกราก และมีสีขุ่นแดง ขณะที่น้ำตกต่างๆ ของลำน้ำเข็ก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกปรอย น้ำตกแก่งซอง น้ำตกสกุโณทยาน ไหลแรงมาก นอกจากนั้นน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ยังหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ของอ.เนินมะปราง โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านชมพู น้ำป่าจาก เทือกเขาเพชรบูรณ์หลากลงสู่คลองชมพู ทำให้ปริมาณน้ำในคลองชมพูสูงกว่า 7 เมตร และในพื้นที่ ม.3 ต.วังยาง อ.เนินมะปราง เริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นท่วมผิวถนนหมู่บ้านวังดินเหนียว

ที่จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่อ.ฝาง ซึ่งเป็นที่ลุ่มอยู่ติดลำน้ำได้รับผล กระทบ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านสบมาว หมู่ที่ 10 ต.สันทราย หมู่บ้านสันป่าใหม่หมู่ที่ 9 และบ้านฟอกซ์แลน หมู่ที่ 3 ต.เวียง ถนนหลายเส้นทางเกิดน้ำขึ้นท่วมสูงสัญจรไม่ได้และบางเส้นสัญจรได้แต่ลำบาก สภาพน้ำยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนโรงเรียนรังสีวิทยา โรงเรียนนันทาราม สั่งปิดไม่มีกำหนด โดยระดับน้ำในลำน้ำแม่มาว ลำน้ำแม่ใจ ลำน้ำฝาง ที่ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะฝนตกต่อเนื่อง ส่วนที่อ.แม่อาย เกิดดินสไลด์และต้นไม้ล้ม ขวางถนนหมายเลข 1314 บริเวณบ้านปางต้นฆ้อง หมู่ที่ 1 ต.มะลิกา ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องช่วยกันนำดินและต้นไม้ออกจากถนนจนสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว

ท่วมร.ร. – โรงเรียนอนุบาลแม่สาย (สายศิลปศาสตร์) เขตเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถูกน้ำท่วมขังหลังฝนตกลงมาอย่างหนัก ทางเข้าโรงเรียนระดับน้ำสูง 30-60 ซ.ม. นักเรียนต้องลุยน้ำไปเข้าชั้นเรียนอย่างทุลักทุเล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ที่จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 7 ส.ค. ต่อเนื่องจนเช้า กระจายไปในหลายพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นไปแตะที่ระดับ 4 เมตร จนต้องปิดการจราจรถนนลอดใต้สะพานพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม. นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำหลายจุดทั้งบ้านเรือนประชาชน ร้านอาหาร และร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บางสวนในตลาดสายลอมจอยถูกน้ำในแม่น้ำสายเอ่อเข้าท่วมด้วยเช่นกัน ขณะที่ที่โรงเรียนอนุบาลแม่สาย (สายศิลปศาสตร์) ในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย ทางเข้าโรงเรียนถูกน้ำท่วมสูง 30-60 ซ.ม. ผู้ปกครองและครูต้องช่วยกันอุ้มและแบกเด็กๆ ลุยน้ำเข้าโรงเรียน

หนีน้ำ – คนงานเร่งขนย้ายหมู 1.4 พันตัว ออกจากศักรินทร์ฟาร์ม อ.เมือง จ.ตราด ตั้งอยู่ริมคลองห้วยแร้ง ถูกน้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมฟาร์ม หลังฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน โดยการขนย้ายเป็นไปอย่างยากลำบาก เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ที่จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองห้วยแร้งล้นสปิลเวย์ ส่วนที่ศักรินทร์ฟาร์ม อ.เมือง ที่อยู่ติดคลองห้วยแร้ง ต้องเร่งขนย้ายหมู 1,400 ตัว ออกจากฟาร์มเนื่องจากน้ำจากคลองห้วยแร้งเอ่อล้นไหลเข้าท่วมฟาร์มสูง 20-40 ซ.ม. นอกจากนั้นถนนจุฬามณี-บางปรง อ.เมือง มีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซ.ม. แล้วและมีนากุ้งบางที่ตั้งอยู่ริมถนนถูกน้ำท่วม ส่วนนากุ้งที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมทางเจ้าของได้เร่งจับกุ้งเพื่อนำไปขายต่อไป

นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายกอบต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมา 2-3 วัน ในพื้นที่อ.เขาสมิง และอ.บ่อไร่ ทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ต.สะตอ 8 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 144 หลังคาเรือน โดยมี 21 หลังคาเรือนน้ำท่วมทั้งหมด สูง 100-120 ซ.ม. อีก 123 หลังคาเรือนติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ ซึ่งมีแนวโน้มฝนยังตกเพิ่มต่อเนื่อง

ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความพร้อมรองรับสถานการณ์ของฝนที่ตกจากมรสุมในช่วงนี้ว่า ปัจจุบันยังคงมีปัญหาในเรื่องของการระบายน้ำในคลองสายหลักต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีคลองที่มีปัญหาอยู่ราว 4 คลอง ได้แก่ คลองประเวศบุรีรมย์ ที่รองรับน้ำจากฝั่งตะวันออกของพื้นที่ลาดกระบังและสะพานสูง ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของการไหลช้า ส่วนของที่ 2 คือคลองเปรมประชากร สามคลองลาดพร้าวด้านทิศเหนือ ซึ่งมีปัญหากระทบในพื้นที่ของดอนเมือง หลักสี่ และบางเขน และคลองสุดท้ายคือคลองแสนแสบที่มีปัญหาในพื้นที่ของพระโขนง ซึ่งยังคงเป็นห่วงพื้นที่ริมคลองเหล่านี้ ปัจจุบันได้พร่องน้ำจากคลองต่างๆ ให้เต็มที่ รวมถึงที่ผ่านมาได้ขุดลอกท่อต่างๆ ไปแล้ว โดย 1 เดือนที่ผ่านมาได้ลอกท่อไปแล้วเกือบ 2,000 กิโลเมตร รวมไปถึงติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มตามจุดอ่อน และพูดคุยกับกรมชลประทานในการระบายน้ำออก โดยกรมชลประทานจะดูจุดหลัก 2 จุด คือจุดทางตะวันออก ได้แก่ คลองประเวศบุรีรมย์ ให้ระบายน้ำออกไปทางของพระองค์เจ้าไชยานุชิต และจุดด้านทิศเหนือบริเวณคลองเปรมประชากร ให้ดูดน้ำออกไปทางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าหากฝนตกไม่หนักมากเกิน คาดว่าจะสามารถรองรับน้ำฝนได้ แต่อาจจะใช้ระยะเวลาในการระบายเล็กน้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน