เกาหลีใต้หนักสุดใน115ปี อุตุเตือนไทยรับมู่หลาน

เกาหลีอ่วม พายุถล่มโซลน้ำฝนมากสุดในรอบ 115 ปี หลากท่วมชั้นใต้ดิน ทำชนชั้นปรสิตดับ อุตุเตือนโซนร้อน ‘มู่หลาน’ ขึ้นฝั่งถล่มไทยช่วง 11-13 ส.ค. ชี้ฝนหนักทั้งเหนือ- อีสาน-ตะวันออก ให้ระวังท่วมฉับพลันและ น้ำป่าหลาก

ฝนถล่มโซลหนักสุดรอบ 80 ปี
วันที่ 9 ส.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ หลังมีฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ของประเทศในรอบ 80 ปี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสูงเป็นบริเวณกว้าง สถานีรถไฟใต้ดินและถนนสายหลักหลายแห่งจมบาดาลจนทางการสั่งอพยพประชาชนต่อเนื่อง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย ในจำนวนนี้ 3 ราย อาศัยอยู่ในห้องชั้นใต้ดินแออัดเหมือนที่พักในภาพยนตร์เรื่องชนชั้นปรสิต (Parasite) หนังดังรางวัลออสการ์ที่ตีแผ่ชีวิตของคนชนชั้นใช้แรงงานในสังคมเมืองเกาหลีใต้ ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 6 คน สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 9 ส.ค. กรุงโซลยังอยู่ในภาวะชะงักงัน ถนนหลายสายและอุโมงค์หลายแห่ง รวมถึงเส้นทางเดินเขาในอุทยานแห่งชาติหลายพื้นที่ปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย ตลอดจนเรือข้ามฟากรวมถึงท่าเรืออินชอนระงับการบริการชั่วคราว

สำนักข่าวยอนฮัประบุว่า ฝนเริ่มตกตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 8 ส.ค. และตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่ในกรุงโซลและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดคย็องกี และเมืองอินชอน วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงในช่วงค่ำวันจันทร์ นอกจากนี้ที่เขตทงจักในกรุงโซลซึ่งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำฮัน วัดปริมาณน้ำฝนเกิน 141.5 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 80 ตั้งแต่ปี 2485 ส่วนเขตกังนัม ย่านหรูชื่อดังของกรุงโซล มีปริมาณน้ำท่วมสะสมสูงถึง 326.5 มิลลิเมตร

ขณะที่โลกออนไลน์ในเกาหลีใต้มีการแชร์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอน้ำท่วมครั้งร้ายแรง เผยให้เห็นประชาชนจำนวนมากเดินลุยน้ำที่ความลึกระดับเอว มวลน้ำท่วมทะลักเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน ในเขตกังนัมถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน รถยนต์จอดเรียงรายจมน้ำเหลือโผล่แค่ครึ่งคัน และมีรายงานไฟฟ้าดับทั่ว กรุงโซลเมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ด้วย

ชนชั้นปรสิต – ประธานาธิบดียุน ซ็อกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ตรวจจุดห้องพักชั้นใต้ดินของผู้มีรายได้น้อยถูกน้ำท่วมมีผู้เสียชีวิต 3 ราย หลังเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมใหญ่กรุงโซลรวมถึงเขตกังนัมย่านธุรกิจสำคัญ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.

ฝนสะสมสูงสุดใน 115 ปี
ด้านประธานาธิบดียุน ซ็อกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ สั่งให้เจ้าหน้าที่อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงสูงและกระตุ้นให้หลายธุรกิจอะลุ่มอล่วยให้พนักงานระหว่างเดินทางมาทำงานในช่วงเช้าวันที่ 9 ส.ค. “ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตและความปลอดภัย รัฐบาลจะบริหารจัดการสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างเต็มที่” นายยุนกล่าว พร้อมตำหนิว่า ฝนที่ตกหนักผิดปกตินี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลจำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะการทบทวนระบบการจัดการภัยพิบัติ เนื่องจากอากาศแปรปรวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ นายยุนกำลังเผชิญหน้ากับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความล้มเหลวในการรับมือ รวมถึงไม่ได้เดินทางไปที่ศูนย์ควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลทันทีที่เกิดน้ำท่วม

สื่อท้องถิ่นหลายแห่งระบุว่านายยุนไม่สามารถออกจากที่พักได้ เพราะบริเวณที่ทำการประธานาธิบดีแห่งใหม่ถูกน้ำท่วม แต่ทางการปฏิเสธข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมาว่าไม่ใช่ปัจจัยหลัก และชี้แจงว่านายยุนตัดสินใจอยู่ที่บ้านพักเพื่อประสานงานกับคณะเจ้าหน้าที่ รวมถึงนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู โดยย้ำว่านายยุนและเจ้าหน้าที่รัฐบาลสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ไม่ได้เดินทางไปศูนย์ควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยตัวเองก็ตาม

วันเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (เคเอ็มเอ) แถลงเตือนประชาชนให้ระวังฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และฟ้าร้องฟ้าผ่าในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ รวมถึงกรุงโซล ในช่วง 2-3 วันข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่ 300 มิลลิเมตร

โคเรียเฮอรัลด์ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมในวันจันทร์ที่ผ่านมาสูงที่สุดในรอบ 115 ปีนับตั้งแต่มีการสังเกตการณ์สภาพอากาศในกรุงโซล เมื่อปี 2450 โดยปริมาณน้ำฝนทั้งรายชั่วโมงและรายวันทำลายสถิติที่มีบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับปริมาณน้ำฝนสูงสุดต่อชั่วโมงวัดได้ในเขตทงจัก ทางตอนใต้ของกรุงโซล ที่ 141.5 มิลลิเมตร มากกว่าสถิติเดิม 118.6 มิลลิเมตร ในปี 2485 หรือเมื่อ 80 ปีก่อน ส่วนปริมาณน้ำฝนรายวันสูงสุดที่เคยบันทึกไว้คือ 381.5 มิลลิเมตร สูงกว่าสถิติก่อนหน้าในเขตทงจักที่ 332.8 มิลลิเมตรเมื่อปี 2541

อุตุเตือนโซนร้อน‘มู่หลาน’
วันเดียวกัน น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ‘พายุโซนร้อน ‘มู่หลาน’ ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “มู่หลาน” แล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 265 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 17.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 11 ส.ค.65 ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 11-13 ส.ค.65 มีฝนตกหนักถึง หนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในวันที่ 11 ส.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และอุตรดิตถ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร, ภาค ตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ในวันที่ 12 ส.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร, ภาค ตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และวันที่ 13 ส.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

กรมธรณีให้ 18 จว.ระวังน้ำป่า
ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนการเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 9-11 ส.ค. พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม อ.เมือง ปาย ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน อ.เมือง หางดง แม่อาย เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อ.แม่จัน แม่สรวย แม่ฟ้าหลวง แม่สาย จ.เชียงราย อ.บ่อเกลือ เฉลิมพระเกียรติ ท่าวังผา ปัว จ.น่าน อ.น้ำปาด ท่าปลา ลับแล จ.อุตรดิตถ์ อ.หล่มสัก หล่มเก่า ชนแดน เมือง จ.เพชรบูรณ์ อ.ทองผาภูมิ สังขละบุรี ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อ.สวนผึ้ง ปากท่อ จ.ราชบุรี อ.น้ำยืน นาจะหลวย น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี อ.ภูสิงห์ ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง ประจันตคาม นาดี จ.ปราจีนบุรี อ.เมือง บ้านนา จ.นครนายก อ.ขลุง มะขาม เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และอ.เกาะช้าง บ่อไร่ เขาสมิง จ.ตราด เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 200 มิลลิเมตรต่อวัน ประกอบกับบางพื้นที่เริ่มมีน้ำป่าไหลหลากและการเลื่อนไถลของดินและหินแล้วอาจส่งผลให้เกิดดินถล่มได้

ทั้งนี้ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณี เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือน สถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผน เฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว

ปภ.เข้าช่วย 10 จังหวัดอ่วมพายุ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า ระหว่างวันที่ 7-8 ส.ค. เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย มหาสารคาม ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด รวม 19 อำเภอ 37 ตำบล 98 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 362 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้ปภ. ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความ ช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำ ว่า ช่วงเดือนนี้เป็นฤดูฝนอย่างเต็มที่ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายภูมิภาคของประเทศ จึงได้กำชับให้ ทุกหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมถึงฝ่ายความมั่นคงช่วยกันเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ถนนชำรุดอะไรต่างๆ ให้บูรณาการกันอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ให้ทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พิจารณาในภาพรวม โดยเตรียมการพร่องน้ำ ระบายน้ำเป็นหลัก และต้องพิจารณาถึงการกักเก็บน้ำไว้ใช้ใน ฤดูถัดไปด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบ อนุมัติวงเงิน 4,019 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในช่วงฤดูฝน ปี 2565 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้งปี 2565/2566 จำนวน 1,361 รายการ ให้กับ 5 กระทรวง 13 หน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้งในปี 2565/66 ในพื้นที่เป้าหมาย คือ พื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย ภัยแล้ง ตามที่สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด และพื้นที่เสี่ยงที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งโดยเร่งด่วน ตามที่หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเสนอผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด

อุบลฯพ่อลูกจมดับ 2
ที่จ.อุบลราชธานี รายงานข่าวแจ้งว่า จากฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน นายวีระพลและนายนัฐพล บุญกาญจน์ สองพ่อลูกอายุ 67 ปี และ 17 ปี ชาวบ้านนาโหนนใต้ ต.โนนโหนน อ.วารินชำราบ ลงไปเก็บผักบุ้งในสระน้ำกลางทุ่งนา ที่มีน้ำไหลท่วมจมน้ำเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ส.ค. คาดสาเหตุพ่อมีโรคประจำตัวเกิดเป็นลมหรือเดินตกสระน้ำที่มีน้ำท่วมขัง ทำให้จมน้ำ คนเป็นลูกลงไปช่วย จึงจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่

ที่จ.แม่ฮ่องสอน นายเอนก ปันทะยม นายอำเภอปางมะผ้า เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 22.30 น. เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ บ้านสบป่อง หมู่ที่ 1 ถนนทางหลวงหมายเลข 1095 มีน้ำเอ่อล้นบริเวณถนน 2 แห่ง ได้แก่ สะพานริมน้ำลาง ข้างที่ว่าการอำเภอปางมะผ้า, บริเวณเขตชุมชนบ้านสบป่อง, พื้นที่บ้านไร่ หมู่ที่ 3 น้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณสะพานข้ามหมู่บ้านและท่วมพื้นที่การเกษตรบางส่วน และพื้นที่บ้านหนองตอง หมู่ที่ 7 มีน้ำไหลหลากเข้าท่อระบายน้ำไม่ทัน และส่งผลให้น้ำเอ่อล้นบริเวณถนนภายในหมู่บ้านโดยมีความเสียหายรางระบายน้ำชำรุดและถนนคอนกรีตเสียหายบางจุด

นายไมตรี นวนจา ผญบ.บ้านแม่เย็น หมู่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำปายเริ่มน่าวิตก หลังจากน้ำในแม่น้ำจากพื้นที่ ต.แม่นาเติง ไหลบ่าเข้ามาสมทบกับแม่น้ำปาย ส่งผลให้สะพานที่เชื่อมระหว่างบ้านแม่เย็น และบ้านป่าขาม ถูกตัดขาด ซึ่งขณะนี้ตนได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเกสต์เฮาส์และรีสอร์ตในพื้นที่รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นการเร่งด่วนแล้ว โดยบริเวณพื้นที่ชุมชนป่าขาม และชุมชนแม่เย็นที่อยู่คนละฝั่งของแม่น้ำปาย เป็นแหล่งเศรษฐกิจการท่องเที่ยว วันนี้ทางอ.ปายร่วมกับเทศบาลตำบลปาย หน่วยทหาร อ.ปาย ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับน้ำป่าไหลหลากและการให้การช่วยเหลือประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ลำปางเจอน้ำในห้วยเอ่อท่วม
ที่จ.เชียงใหม่ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง มีดินโคลนถล่มปิดทับเส้นทาง และมีต้นไม้ล้มทับสายไฟและเสาไฟฟ้าในหลายหมู่บ้าน

นายอภิสิทธิ์ ปิยพิพัฒนมงคล หัวหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำแม่มาว (เขื่อนน้ำมาว) อ.ฝาง เปิดเผยว่า ทางเขื่อนได้ปิดการปล่อยน้ำแล้วมีเพียงปล่อยออกมาปั่นไฟฟ้าเท่านั้น เพราะทางเขื่อนยังต้องการน้ำเข้าเติมเขื่อนอีก 57% ในเวลานี้น้ำในเขื่อนมีน้อยเพียง 43% ยังไม่ถึงครึ่ง ส่วนน้ำที่ท่วมอำเภอฝางนั้นเป็นเพียงน้ำป่าสาขาต่างๆ ลุ่มเขื่อนเท่านั้น

ที่จ.ลำปาง รายงานข่าวแข้งว่า เกิดเหตุน้ำเอ่อล้นจากลำห้วยแม่ตาลท่วมบ้านเรือนในพื้นที่บ้านจำ ต.ปงยางคก โดยเฉพาะบริเวณหน้าวัดจำทรายมูล ถนนเกาะคาห้างฉัตร ที่ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองไปยัง จ.เชียงใหม่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร (ซ.ม.) รถเล็กทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ บ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 200 หลังคาเรือน

ตากโดนดินสไลด์หลายจุด
ที่จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาเลยมาถึงช่วงเช้าของวันนี้ได้เกิดพายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงทั่วพื้นที่ 5 อำเภอติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งฝนที่ตกหนักติดต่อกันนานต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 วัน ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บนไหล่ภูเขาล้มหักโค่นลงไปปิดขวางเส้นทางถนนสายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 135 อ.ท่าสองยาง ส่วนที่อ.แม่สอด เกิดดินสไลด์ปิดทับลงบนถนนแม่สอด-สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 ช่วงใกล้ทางข้ามสะพานข้ามแยกไฟแดงบ้านแม่ปะ นอกจากนั้นยังมีถนนทรุดตัวเป็นหลุมลึกกว่า 1 เมตรและมีรอยแตกแยกเป็นทางยาวกว่า 10 เมตรและห่างกันไปไม่มากนักบนไหล่ทางพบดินไหล่ทางใกล้ทางข้ามสะพานซึ่งมีความสูงกว่า 20 เมตรดินเกิดสไลด์ตัวเป็นหลุมลึกกว้างกว่า 20 เมตร มีกองดินจำนวนมากได้ไหลลงมาปิดทับผิวการจราจรและมีแนวโน้มอาจจะขยายตัวสไลด์ลงมาอีกตลอดเวลา ล่าสุดมีรายงานด่วนว่า เกิดเหตุเสาไฟฟ้าแรงสูง 2 ต้น หักโค่นล้มลงปิดเส้นทางถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 110 อ.อุ้มผาง ส่งผลทำให้ไฟฟ้าดับและรถขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ นอกจากนี้ยังเกิด ดินสไลด์ลงบนผิวการจราจรอีกหลายจุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งกู้สถานการณ์อย่างเร่งด่วนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากฝนตกหนักในพื้นที่อ.แม่สอด ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นที่ถนนและบ้านเรือนประชาชน กว่า 10 หลังคาเรือน โดยเฉพาะภายในซอยบูรณ หมู่ที่ 10 ต.แม่ปะ พบว่าการระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าโดยระดับน้ำท่วมขังมีความสูงประมาณ 70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำส่งลูกไปเรียนหนังสือ ด้วยความยากลำบาก

ท่วมหนัก – สภาพน้ำท่วมโรงเรียนบ้านปลวกง่าม อ.เนิน มะปราง จ.พิษณุโลก ต้องสั่งปิดโรงเรียน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหลายจังหวัดภาคเหนือ กรม อุตุฯ เตือนเตรียมรับมือพายุดีเปรสชันลูกใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.

พิษณุโลกสั่งปิดโรงเรียนหนีน้ำ
ที่จ.สุโขทัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีฝนตกหนักในพื้นที่ ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนน และนาข้าวในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 7 เบื้องต้นพบมีพื้นที่ประสบภัยประมาณ 1,050 ไร่ ส่วนความเสียหายจะประเมินหลังน้ำลด

ที่จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ได้ไหลเอ่อหลากท่วมเป็นบริเวณกว้าง ในหลายพื้นที่ ของอ.เนินมะปราง โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.5 บ้านปลวกง่าม ต.ชมพู บริเวณถนนเข้าหมู่บ้าน และโรงเรียนบ้านปลวกง่าม ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จนต้องสั่งปิดโรงเรียน ส่วนบ้านชมพูหมู่ที่ 3 ต.ชมพู ได้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 20 ครอบครัว ออกมาจากพื้นที่ มาพักอาศัยอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดชมภู ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา

ที่จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำตราดเอ่อท่วมวัดวราดิถาราม ต.วังกระแจะ อ.เมือง ตั้งแต่ช่วงกลางดึก สมาคมกู้ภัยสว่าง บุญช่วยเหลือ ต้องช่วยทำกระสอบทรายกั้นน้ำจากแม่น้ำตราด ซึ่งตอนนี้ทางวัดยังไม่มั่นใจว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด เพราะฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

น้ำป่าหลากปราจีนฯ-นครนายก
ที่จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม เกิดน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระบายลงคลองประจันตคามไม่ทัน เอ่อล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 หลังคาเรือน สูงประมาณ 50 ซ.ม.

ที่จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก จนท.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ขญ.13) นางรอง ว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาในพื้นที่ โดยที่สะพานน้ำตกวังตะไคร้ ตัวจับสัญญาณระดับน้ำที่กรมชลประทานติดตั้งไว้ส่งสัญญาณเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง ให้รีบเก็บข้าวของขึ้นที่สูงเอาไว้ก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน