เปิดผลสอบ 4 นายตำรวจคดีแตงโมที่ถูกยื่นร้อง สรุปพล.ต.ท.จิรพัฒน์ ผบช.ภ. 1 ไม่มีพยานหลักฐานพอกล่าวหาว่าผิดวินัย ส่วนพล.ต.ต.วสันต์ ผบก.สืบสวนภาค 1 พล.ต.ต.ไพศาล ผู้การนนทบุรี พ.ต.อ.จาตุรนต์ ผกก.เมืองนนท์ ผิดวินัย ไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ นำผลสอบส่งให้ ‘บิ๊กปั๊ด’ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาแล้ว
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ9) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แจ้งผลการร้องเรียนในคดี น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตดาราชื่อดัง พลัดตกสปีดโบ๊ตไปยังนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ร้องเรียน ระบุว่า ตามหนังสือร้องขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และพ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี และร้องขอให้ย้ายประจำศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีน.ส.ภัทรธิดา หรือแตงโม ที่สร้างความเสียหาย ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการสั่งการให้ถูกต้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่กระทำการรวบรวมพยานและหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิด เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิด และพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิด และนำข้อมูลเท็จหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวน การสืบสวนสอบสวน และไม่ทำคดีชันสูตรการตาย, ไม่ตรวจสารเสพติด นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 และ 131/3 และไม่อายัดเรือของกลางตั้งแต่แรก ความละเอียด แจ้งแล้วนั้น
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว มีความเห็น ดังนี้ 1.พล.ต.ท. จิรพัฒน์ ผู้ถูกร้องเรียนที่ 1 ในชั้นนี้ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่สมควรกล่าวหาว่า มีมูลความผิดวินัย 2.พล.ต.ต.วสันต์ ผู้ถูกร้องเรียนที่ 2 มีมูลความผิดวินัย ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่กำกับ ดูแล ตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหา ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งก่อนและหลังการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ก่อนนำออกเผยแพร่ ให้มีความเหมาะสมและเกิดภาพลักษณ์ ที่ดีต่อตร. อันเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย ความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ ของทางราชการ และประมาทเลินเล่อในหน้าที่ ราชการ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 มาตรา 78(9)
3.พล.ต.ต.ไพศาล ผู้ถูกร้องเรียนที่ 3 มีมูลความผิดวินัย ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่กำกับ ดูแล ตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหา ในการ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งก่อนและหลังการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ก่อนนำออกเผยแพร่ ให้มีความเหมาะสมและเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อตร. อันเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และประมาท เลินเล่อในหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547มาตรา 78(9)
4.พ.ต.อ.จาตุรนต์ ผู้ถูกร้องเรียนที่ 4 กรณีในฐานะของ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนของ สภ.เมือง นนทบุรี ไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและคำสั่งที่กำหนด อันเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78(9)
ส่วนประเด็นอื่นๆ ในชั้นนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่สมควรกล่าวหาว่า พล.ต.ท.จิรพัฒน์, พล.ต.ต.วสันต์, พล.ต.ต.ไพศาล และพ.ต.อ.จาตุรนต์ มีมูลความผิดวินัย ด้วยเหตุผลความจำเป็นทางคดี และพยานหลักฐานต่างๆ ที่ผู้ถูกร้องเรียน กล่าวอ้างนั้น รับฟังได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เสนอผลการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว