แจ้งจับ ‘ซ้อพร’ เจ้าแม่หวย เหยื่อกว่า 50 ราย ร้องตำรวจปอศ. ถูกตุ๋นลงทุนโควตาสลากกินแบ่งสูญเงินกว่า 100 ล้าน อ้างรู้จักคนกองสลาก สั่งพิมพ์-นำลอตเตอรี่ออกมาให้ได้ เผยเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 62 ต่อมามีคนมาร่วมเพิ่มอีกกว่า 10 สาย ส่งเงินให้ซ้อพรที่บ้านย่านประชาชื่น กทม. เพราะไม่ให้โอนผ่านบัญชี ถึงก.ย.64 เริ่มเบี้ยวไม่ส่งลอตเตอรี่ให้ ทวงถามไปก็บ่ายเบี่ยง อ้างลอตเตอรี่ไม่ออก แต่ต้องลงทุนและจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะเล่มละหมื่นบาทกันต่อไป ถูกลูกสายกว่า 10 สายฟ้องฉ้อโกงร่วมกับซ้อพรอีกถึง 13 คดี ติดต่อซ้อพรไม่ได้เลย จึงต้องมาแจ้งความให้ตามตัวมาดำเนินคดี และชดใช้ค่าเสียหายเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 คน เข้าพบพ.ต.ต.หญิง ปวรี เขื่อนเพ็ชร สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “ซ้อพร” อายุ 67 ปี หลังตกลงทำสัญญาซื้อโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาตั้งแต่เดือนต.ค.2562 แต่ไม่ได้รับสลากตามที่ตกลง รวมความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท

เหยื่อซ้อพร – กลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี ‘ซ้อพร’ คดีฉ้อโกง หลังทำสัญญาซื้อโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่นำสลากมาให้ตามสัญญารวมค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
นายไกรวิทย์ ธรรมชาติ อายุ 53 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า รู้จักกับซ้อพรเพราะมีเพื่อนแนะนำ โดยซ้อพรอ้างว่ามีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะรู้จักกับคนในสำนักงานสลากฯ ที่สั่งพิมพ์สลาก หรือนำมาให้ได้ ประกอบกับเคยได้ยินซ้อพรพูดคุยทางโทรศัพท์เรื่องการพิมพ์สลาก จึงหลงเชื่อ เริ่มลงทุนด้วย 5-10 เล่ม จากนั้นก็เริ่มลงทุนอย่างจริงจังถึง 50 เล่ม เป็นเงิน 3 แสนบาท เมื่อมีพรรคพวกเห็นว่า ตนมีสลากมาขายจึงมาร่วมลงทุนเพิ่มด้วย ตนก็จะเป็นผู้รวบรวมเงินและนำไปมอบให้ซ้อพรที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น เพราะซ้อพรไม่ให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร หลังจากนั้นก็จะไปรับสลากที่ตลาดสนามบินน้ำ บริเวณข้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทุกๆ ครั้งจะทำสัญญากันไว้ กระทั่งเมื่อเดือนก.ย.2564 ซ้อพรเริ่มไม่ส่งสลากมาให้พวกตน ยอดค้างถึง 687 เล่ม มูลค่า 7 ล้านบาท อ้างว่าสลากไม่ออก แต่ก็ให้ลงทุนงวดถัดไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดโควตา ปัจจุบันก็ได้รับเพียงบางส่วนเท่านั้น เมื่อไปขอเงินคืน ซ้อพรกลับปฏิเสธ อ้างว่าเงินส่งไปให้สำนักงานสลากฯ แล้ว จะคืนเงินให้ภายหลัง
นายไกรวิทย์กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เดือนก.ย.2564 ถึงปัจจุบัน ซ้อพรค้างเงินพวกตนประมาณ 33 ล้านบาท ซึ่งมีการทำสัญญาลูกหนี้ไว้ และยังมีเงินแป๊ะเจี๊ยะโควตาอีกเล่มละ 1 หมื่นบาทด้วย นอกจากพวกตนแล้วยังมี ผู้เสียหายสายอื่นอีกประมาณ 10 สาย ความเสียหายรวมกันก็น่าจะอยู่ที่หลักร้อยล้านบาท จนถึงขณะนี้ก็ยังติดต่อกับซ้อพรไม่ได้ ซึ่งตนกังวลว่าจะถูกดำเนินคดีไปด้วย เพราะตนและซ้อพรก็ถูกลูกสายฟ้องคดีฉ้อโกงถึง 13 คดี ทำให้ร้อนใจจนต้องเข้ามาแจ้งความดังกล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป