ทรงรับเป็นภิกษุอาพาธในบรมราชานุเคราะห์
ปีติ ‘ในหลวง’ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ ‘ครูบาบุญชุ่ม’ ที่อาพาธมาลาเรียเป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยเป็นโรคประจำถิ่นของไทย มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ แต่ปัจจุบันพบน้อยลงเหลือเพียงแถบชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน บางครั้งเกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย หรือเชื้อขึ้นสมอง ก็ทำให้สมองอักเสบ หมดสติ ชักเกร็ง หากขึ้นสมองถึงตายได้ บางรายเป็นเรื้อรังเป็นๆ หายๆ โรคกลับมาได้อีกโดยไม่ต้องถูกยุงกัดซ้ำ เผยตั้งแต่ต้นปีติดเชื้อกว่าครึ่งหมื่น เกินครึ่งเป็นชาวต่างชาติ
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เฟซบุ๊กแฟนเพจ “มูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างยิ่งยวด ในพระพุทธศาสนา ทรงสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” และทรงห่วงใยพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ใน การนี้ ทรงมีพระเมตตาคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งกำลังอาพาธอยู่นั้น ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์
วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงโรคไข้มาลาเรียขึ้นสมอง ว่า โรคมาลาเรียเป็นโรคติดเชื้อโปรโตซัวในกลุ่มพลาสโมเดียม นำโดยปรสิตที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ ดังนั้น พื้นที่ป่าเขาจะมียุงเยอะอาจมียุงก้นปล่องที่มีเชื้อนี้ได้ โดยเฉพาะแถบชายแดนไทยเมียนมาที่พบการติดเชื้อประปราย ปัจจุบันประเทศไทยพบเชื้อนี้น้อยลงมาก เพราะค่อนข้างควบคุมโรคได้ โดยเฉพาะในเมืองที่ไม่มียุงก้นปล่องจะไม่เกิดปัญหา ทั้งนี้ โรคมาลาเรียเป็นโรคประจำถิ่นของไทย แต่มีอัตราการเกิดโรคที่น้อยแล้ว เดิมเรียกว่าโรคไข้จับสั่นหรือไข้ป่า เพราะจะเกิดไข้หนาวสั่น วันเว้นวัน บางครั้งเกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย หรือเชื้อขึ้นสมอง ก็ทำให้สมองอักเสบ หมดสติ ชักเกร็ง ไม่รู้สึกตัว

‘ครูบา’ปีติ – มูลนิธิดอยเวียงแก้วฯ โพสต์ภาพครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ที่รักษาอาการอาพาธไข้มาลาเรีย พร้อมข้อความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.
โรคไข้มาลาเรียมี 2 แบบคือ 1.การป่วย ไม่เรื้อรัง และ 2.การป่วยเรื้อรัง การป่วยแบบเรื้อรังมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเชื้อ มีทั้งแบบเป็นๆ หายๆ เพราะเชื้อไปหลบซ่อนอยู่ในตับ มีอาการออกมาเป็นระยะๆ แม้ ไม่โดนยุงกัดซ้ำก็มีอาการได้ เชื้อมาลาเรียที่ก่อโรคในคนมี 5 ชนิด ได้แก่ 1.เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมฟัลชิปารัมหรือพีเอฟ เป็นเชื้อชนิดรุนแรง หากป่วยหนัก อาจมีอาการมาลาเรียขึ้นสมอง ถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงตายได้ 2.เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมไวแวกซ์ หรือพีวี เป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รักษาให้หายขาด เชื้อสามารถอยู่ในร่างกายคนได้นานหลายปี จึงทําให้มีอาการของ โรคไข้มาลาเรียเป็นๆ หายๆ 3.เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมมาลาเรอิ หรือพีเอ็ม 4.เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมโอวาเล หรือพีโอ และ 5.เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมโนวไซ หรือ พีเค เป็นเชื้อมาลาเรียที่อยู่ในลิงแสมแล้ว ติดมาสู่คน
เมื่อถามว่า หากติดเชื้อมาลาเรียแล้วขึ้นสมองจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดอาการรุนแรง ตั้งแต่มีไข้ หมดสติ ชักและเสียชีวิตได้ ดังนั้นเมื่อติดเชื้อต้องรีบรักษาทันที ย้ำว่าโรคนี้นำโดยยุง ต้องมียุงมากัดจึงจะมีเชื้อ ปัจจุบันโรคไข้มาลาเรียในไทยลดลงเยอะ 1-2 ปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นปีแรกที่เสียชีวิต 1 ราย แต่ปีนี้มีเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบของประเทศเมียนมา ทำให้มีผู้อพยพเข้ามาในชายแดนมีติดเชื้อบริเวณนั้นเล็กน้อย อย่างที่เคยมีมาลาเรียโนวไซที่เจอในลิงตอนนี้ควบคุมได้แล้ว
รายงานแจ้งว่า กองโรคติดต่อนำโดย แมลง กรมควบคุมโรค รายงานข้อมูลโรคไข้มาลาเรีย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-3 ส.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยสะสม 5,834 ราย เสียชีวิต 1 ราย จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ ตาก 3,451 ราย แม่ฮ่องสอน 924 ราย และกาญจนบุรี 503 ราย จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 2.8 เท่า จำนวนนี้เป็นคนไทย 2,623 ราย คิดเป็นร้อยละ 45 และต่างชาติ 3,211 ราย คิดเป็นร้อยละ 55 กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 25-44 ปี ร้อยละ 27.8 กลุ่มอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 26.5 กลุ่มอายุ 5-14 ปี ร้อยละ 23.2 ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเกษตรกร ร้อยละ 48.5 รับจ้าง ร้อยละ 24.4 เด็กและนักเรียน ร้อยละ 24.1