2ข้อหาหนัก-ตร.เร่งล่า เหยื่อตายเพิ่ม-ราย19
ศาลออกหมายจับ ‘พ่อเสี่ยบี’ เจ้าของ เมาน์เทน บี ผับ 2 ข้อหาหนัก กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สาหัส และร่วมกันตั้ง สถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังพบหลักฐานเป็นเจ้าของผับตัวจริง แต่ใช้ชื่อลูกชายดำเนินกิจการ ผู้การตำรวจชลบุรีสั่งตร.เร่งล่าตัว ขณะที่ ‘น้องไอซ์’ เสียชีวิตเซ่นผับมรณะรายที่ 19 ‘แม่น้องไอซ์’ ช็อกสูญเสียลูกสาว เสาหลักของครอบครัว จี้เจ้าของผับเยียวยาเพิ่ม ครอบครัวเหยื่อร้องโอนคดีให้ กองปราบฯทำ
จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ เมาน์เทน บี ผับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับนายสมยศ ปั้นประสงค์ อายุ 55 ปี พ่อของนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของเมาน์เทน บี จำนวน 2 ข้อหา คือ 1.กระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สาหัส และ 2.ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

โอนคดีผับ – ญาติเหยื่อเมาน์เทนบีผับ 13 ครอบครัว เข้าร้องกองปราบฯ ขอให้โอนคดีมาทำ เพราะเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ศาลพัทยาอนุมัติหมายจับนายสมยศ ปั้นประสงค์ (รูปเล็ก) พ่อเสี่ยบี เจ้าของผับตัวจริง เมื่อ 15 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การออกหมายจับนายสมยศครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบความเชื่อมโยงว่านายสมยศเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ใช้ชื่อลูกชายในการดำเนินกิจการเท่านั้น
ด้านพล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี เร่งออกติดตามจับกุมตัว นายสมยศแล้ว พร้อมทั้งประสานญาติให้ช่วยนำตัวนายสมยศเข้ามามอบตัวกับตำรวจ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
วันเดียวกัน นางวีณา อินศิริ อายุ 54 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนวัดบ้านแลง แม่ของน้องไอซ์ น.ส.อาทิตยา อินศิริ อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “น้องไอซ์ อาทิตยา อินศิริ จากพวกเราไปอย่างสงบ เวลา 02.50 น. ขอทุกๆ คน กล่าว #สัพเพพุทธามิ เพื่อให้น้องได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”
สำหรับน.ส.อาทิตยาเป็นแฟนของนายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี นักร้องนำซึ่งเสียชีวิตในคืนเกิดเหตุ ถือเป็นรายที่ 19 ที่เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้เมาน์เทน บี ผับ ครั้งนี้ ล่าสุดยังมี ผู้ป่วยนอนรักษาในร.พ. 27 ราย จำนวนนี้ ใส่เครื่องช่วยหายใจ 13 ราย และสามารถ กลับบ้านได้แล้ว 9 ราย

ขอรับศพ – แม่ขอรับศพน้องไอซ์-น.ส.อาทิตยา อินศิริ ลูกสาว เหยื่อเมาน์เทนบีผับที่ เสียชีวิตรายที่ 19 จากร.พ.ชลบุรี แต่เอกสารยังไม่ครบ ขณะเดียวกัน ศาลพัทยาก็ออกหมายจับ ผู้ต้องหาคดีเพิ่ม คือ นายสมยศ ปั้นประสงค์ พ่อเสี่ยบี ซึ่งเป็นเจ้าของผับตัวจริง เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นางวีณาเดินทางไปขอรับศพน้องไอซ์ ลูกสาว เพื่อนำไป ประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดนาตาขวัญ จ.ระยอง แต่เอกสารไม่ครบ จึงต้องฝากร่างน้องไอซ์ ไว้ก่อน และจะมารับในวันที่ 16 ส.ค.นี้
นางวีณาเปิดเผยว่า ลูกสาวถูกย้ายจาก ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ มาร.พ.ชลบุรี ซึ่งตอนนั้นยังรับรู้ความรู้สึก พยักหน้าได้ แต่เนื่องจากมีบาดแผลลึกที่เกิดจากไฟไหม้ 100% ร่างกายทั้งหมดถูกพันด้วยผ้าก๊อซ การตอบสนองน้อยลง หลังผ่าตัดหมอบอกมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ให้ทำใจ สุดท้ายเกิดภาวะช็อกทำให้เสียชีวิต น้องไอซ์เป็นลูกสาวคนโตที่อนาคตกำลังไปได้ดี มีลูกสาวชื่อน้องโมนาวัย 5 ขวบ
“ที่ผ่านมาได้รับเงินเยียวยาครั้งแรกจากเจ้าของผับ 10,000 บาท และประสานขอเพิ่มอีก 30,000 บาทมาใช้ในการเดินทางและซื้อแพมเพอร์ส แต่ได้เพิ่มเพียง 10,000 บาท รวม 20,000 บาท และล่าสุดตอนเสียชีวิตโอนมาให้อีก 10,000 บาท รวมได้รับ 30,000 บาทเท่านั้น ขณะนี้ทางครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก อยากให้ผู้เกี่ยวข้องรวมถึงเจ้าของผับรับผิดชอบ ให้สมเหตุสมผลมากกว่านี้ โดยเฉพาะลูกสาวของผู้เสียชีวิตไปจนบรรลุนิติภาวะ ทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ขอให้น้องไอซ์ หมดห่วง ไปสู่ภพที่ดี ส่วนเรื่องการตายขอให้ว่าไปตามกฎหมาย” นางวีณากล่าว
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง พาญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผับเมาน์เทน บี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวมทั้งหมด 13 ครอบครัว มาร้องทุกข์ กับร.ต.อ.หญิง ชาคริยา อินทะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป.เพื่อขอให้โอนคดีมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เนื่องจาก หวั่นว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จนทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายรณณรงค์กล่าวว่า ต้องการให้โอนสำนวน การทำคดีไฟไหม้ผับครั้งนี้มายังส่วนกลาง เพื่อให้พยานเหตุการณ์กล้าที่จะให้ข้อมูลต่างๆ เนื่องจากผับดังกล่าว มีทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองมาตรวจสอบที่ร้านแล้วหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ แต่เหตุใดจึงไม่ทราบว่าเป็นผับ เพราะเรื่องนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงยังมีผู้ที่มีอิทธิพลมากๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และตัวเสี่ยบีก็ไม่ใช่เจ้าของผับที่แท้จริง แต่เชื่อว่ายังมีหุ้นส่วนอีก วันนี้จึงพาตัวแทนผู้เสียหาย 13 ครอบครัว จากทั้งหมด 30 ครอบครัว มาร้องขอความเป็นธรรมกับกองปราบปราม เพราะกลุ่มผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างจริงจัง มีเพียงแต่เสี่ยบีทยอยโอนเงินให้ครอบครัวคนเจ็บอีกคนละ 2 หมื่นเมื่อไม่กี่วันมานี้ และหลานของตนก็เป็นผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บ ถูกไฟไหม้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นเพียงใบหน้า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย ตนยังมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินค่าเหล้าจากลูกค้าที่ไปเที่ยวผับ แสดงเวลาช่วงตีสอง ซึ่งเกินจากช่วงเวลาที่ร้านสามารถเปิดให้บริการ ได้ตามกฎหมาย เพราะร้านนี้จะเปิดถึงตีสี่ เหตุใดจึงยังไม่มีผลการสอบเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุ ดังกล่าวด้วย
ด้านนายอภิชัย อินศิริ พ่อของน.ส.อาทิตยา อินศิริ ผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เปิดเผยว่า ตนรอความรับผิดชอบจากเจ้าของผับ เพราะทุกอย่างไม่รู้ว่าต้องเยียวยาอย่างไร จะทำอย่างไรก็ต่อไป ลูกสาวก็จากไปแล้ว มีทั้งค่ารักษาและค่าใช้จ่าย ตนไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร มีเพียงแค่การรับปากว่าจะรับผิดชอบ แต่ยังไม่มีการติดต่อมา ซึ่งลูกสาวตนมีลูก 5 ขวบ รู้สึกสะเทือนใจมาก ที่ผ่านมามีการเยียวยาประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งไม่เพียงพอค่ารักษา
น.ส.ยุพิน ทองนก แม่ของน.ส.ลัดดาวัลย์ เกษกร ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกยังสู้อยู่ ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมา ได้รับเพียงเงินเยียวยา 3 หมื่นบาท ซึ่งทางเจ้าของผับเคยรับปากว่าจะเยียวยาอย่างดี แต่สรุปแล้วไม่มีการติดต่อกลับมา ที่มาวันนี้ อยากทราบว่า หลังจากลูกออกจากโรงพยาบาล จะได้รับ ค่ารักษาอย่างไร ไม่รู้ว่าต่อไปลูกจะพิการหรือต้องรักษาเพิ่มเติม อยากได้รับความมั่นใจ หากให้ตนไปรับสิทธิของรัฐก็ไม่โอเค เพราะลูกคงต้องทำศัลยกรรม ยังมีอนาคต ที่เดินทางมาเพราะต้องการขอความเป็นธรรมจากกองปราบปราม ซึ่งลูกยังจำเสียงตนได้ เมื่อวานไปที่โรงพยาบาล ลูกก็ยังรับรู้ได้
น.ส.ณิชารัศม์ กีรติจริยาพรรณ ญาติของนายรังสิมันตุ์ วนิชโรจนาการ มือคีย์บอร์ด ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องของตนมีลูก 2 คน ซึ่งจะได้รับสิทธิเรียนฟรีจากภาครัฐ หลังเกิดเหตุ เด็กทั้ง 2 คนก็จะไม่ได้รับสิทธิ ความลำบากตกอยู่กับลูกและภรรยา ไม่ทราบว่าจะเยียวยาอย่างไร จะเรียกร้องสิทธิการศึกษาที่ไหน วันนี้จึงมาเรียกร้องที่กองปราบปราม ตนไม่ได้ รับเงินเยียวยาจากทางผับ เพราะครอบครัว รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และกลัวว่าจะเสีย รูปคดี เหมือนกรณีซานติก้าผับ เพราะเงิน ที่จะได้รับไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตของเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ ของทหารเรือ เหตุใดจึงเปิดผับได้ อีกทั้งไปอีกนิดเดียวจะเป็นสภ.พลูตาหลวง ตำรวจจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าไม่มีผับเปิดตรงนี้
ส่วนที่ผับบอกว่า ประตูสามารถออกได้ 4 ทาง อีก 3 ทางที่เหลือนั้นถูกล็อก เพราะน้องของตนเล่นดนตรี เดินลงมานิดเดียวก็เป็นประตูแล้ว เหตุใดจึงไม่ออกทางนั้น หากออกมาทางนั้นได้ เชื่อว่านักดนตรีก็คงไม่ต้องเสียชีวิต วันที่ได้เจอกับตัวแทนของผับ ก็มีการยืนยันว่าประตูอีกหลายทางเปิด แต่นักท่องเที่ยวไม่รู้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะน้องตนขนเครื่องดนตรีจากทางด้านหลัง ต้องรู้อยู่แล้วว่ามีประตู มีความจำเป็น อะไรที่ต้องออกทางประตูหน้า หากออกประตูด้านหน้า ก็จะเป็นชุดสุดท้ายที่ได้ออก ไม่มีทาง รอดได้ ทั้งนี้ยังไม่ได้ติดตามคดีอะไร เพราะไม่รู้ จะต้องดำเนินการอย่างไร