‘ป้อม’โต้สั่งทำสภาล่ม หมอระวีล่าชื่อตีความ ตู่หลบสื่อเลี่ยงตอบ8ปี วิษณุชี้บันทึกมีชัยไร้ผล ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นศาล
‘ตู่’ย้ายที่ประชุมหลบสื่อ เลี่ยงตอบ 3 ปมร้อน สภาล่ม-นายกฯ 8 ปี- ยุบสภา ‘วิษณุ’ชี้ความเห็น‘มีชัย’มีน้ำหนักน้อย แจงถ้านายกฯ ยุบสภาอยู่รักษาการ 5 เดือน ฝ่ายค้านดักคอหวังนั่งรักษาการยาว ลุยยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดประเด็น 8 ปี ผ่านประธานสภา 17 ส.ค.นี้ พร้อมขอศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘มงคลกิตติ์’ร้องศาลรธน.แล้ว ประชุมร่วมรัฐสภาล่มตามคาด ปิดตายสูตรคำนวณส.ส. หาร 500 ยึดตามร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ฉบับของรัฐบาล กลับใช้สูตรหาร 100 พลังประชารัฐ เพื่อไทย ส.ว.ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ‘ป้อม’ โวยลั่น ปัดสั่งลูกพรรคไม่ให้เข้าประชุม
สภาล่มตามคาด-กลับใช้สูตรหาร100
เวลา 09.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานเพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่ง กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว และปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง มาตรา 23 ที่เกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 500 โดยเป็นวันสุดท้ายที่จะครบกำหนดกรอบ 180 วัน
เวลา 09.00 น. นายชวนกดออดเรียกสมาชิก เข้าห้องประชุม และแจ้งมีมาลงชื่อเพียง 111 คน ยังไม่ครบองค์ประชุม 364 คน เวลา 09.50 น. องค์ประชุมก็ยังไม่ครบ 2 ส.ส.พรรคพื่อไทย (พท.) คือ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เรียกร้องให้นายชวนทำหน้าที่และสั่งปิดประชุม แต่นายชวนยืนยันให้รออีกนิด เพราะเป็นการทำหน้าที่ให้ครบถ้วนของฝ่ายนิติบัญญัติ เวลา 10.08 น. องค์ประชุมมาครบ 364 คน นายชวนเปิดประชุม โดยจะเริ่มต้นจากการลงมติมาตรา 24/1 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้วที่ไม่สามารถลงมติได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบ โดยนายชวนกดออด เรียกสมาชิกมาแสดงตนก่อนลงมติ นานเกือบ 10 นาที ก็ยังไม่ครบ
กระทั่งเวลา 10.27 น. นายชวนกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงตรวจสอบองค์ประชุม หากไม่สามารถพิจารณร่างกฎหมายได้ทัน 180 วัน ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ร่างฉบับที่เสนอโดย ครม. ในวาระ 1 ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อ 353 คน ไม่ครบองค์ประชุม จึงขอปิดประชุมในเวลา 10.28 น. ถือว่าร่าง พ.ร.ป.พิจารณาไม่ทันตามกรอบเวลา 180 วัน ทำให้ต้องกลับไปใช้ร่างฉบับครม. ที่ใช้สูตรหาร 100

ล่มหาร500 – บรรยากาศการประชุมรัฐสภา พิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้งส.ส.สูตรหาร 500 ต่อจากวันก่อนล่มลง เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาจึงปิดประชุม จึงต้องนำเอาร่างสูตรหาร 100 มาดำเนินการต่อ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
พปชร.-พท.-สว.ไม่แสดงตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในห้องประชุม มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั่งอยู่ประปราย ส่วนใหญ่เป็นส.ส.กทม. และนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล หลังจากมีส.ส.โทร.หาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพปชร. เพื่อถามความชัดเจนการเข้าร่วมประชุม โดยพล.อ.ประวิตร สั่งให้ส.ส.ของพรรค เข้าร่วมประชุมเพื่อให้เปิดประชุมได้แต่ไม่ให้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพื่อลงมติ เช่นเดียวกับส.ส.พท. ก็บางตา มีเพียงนายจุลพันธ์และนายพิเชษฐ์ นั่งรักษาการอยู่ในห้องประชุม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นั่งกันอยู่เกือบ ครบทุกคน ขณะที่ส.ว.มานั่งประชุมประมาณครึ่งหนึ่ง
สำหรับผู้ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม พท.ไม่แสดงตน 120 คน จาก 132 คน แสดงตน 12 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.งูเห่าที่จะย้ายไปอยู่ ภท.สมัยหน้า รวมถึงส.ส.ที่มีแนวโน้มจะไปอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย
พปชร. ไม่แสดงตน 88 คน จากส.ส. 97 คน แสดงตนแค่ 9 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.กทม.
ขณะที่ ส.ว.แสดงตน 150 คน ไม่แสดงตน 99 คน ผู้ไม่แสดงตน อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ พล.อ.สิงห์ศึกดิ์ สิงห์ไพร พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร นายวันชัย สอนศิริ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายเสรี สุวรรณภานนท์
พรรคจิ๋วลาประชุม-รอรับป้อม
เป็นที่น่าสังเกตว่า เช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่จ.สระบุรี มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมส.ส.พปชร. อาทิ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รอต้อนรับ โดยมีแกนนำพรรคเล็ก ได้แก่ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ร่วมต้อนรับด้วย โดยไม่ได้ไปประชุมร่วมรัฐสภา
จากนั้นเวลา 09.26 น. พล.อ.ประวิตรเรียกกลุ่มพรรคเล็กที่มาลงพื้นที่ด้วย ปิดห้องพูดคุยประมาณ 5 นาที ก่อนจะประชุมฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ร่วมกับคณะพล.อ.ประวิตร ด้วย นายพีระวิทย์เผยว่า พรรคเล็กกลุ่มบิ๊กป้อม ที่มารอรับพล.อ.ประวิตร ยื่นใบลากิจไม่เข้าประชุมร่วมรัฐสภาไว้แล้ว
ประวิตรปัดสั่งลูกพรรคล่มประชุม
ที่จ.สระบุรี พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงเหตุสภาล่มอีกครั้ง ว่า ไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่าต้องกลับไปใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่รู้ ก่อนย้อนถามว่า “สภา ล่มแล้วเหรอ”
เมื่อถามกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงนักเล่นเกม หัวหน้าทีมให้ลูกทีมไปลงชื่อแล้วไม่ต้องลงสนาม เปลี่ยนข้างมายิงประตูตัวเอง หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะมาถามอะไรตน นายพีระพันธุ์รู้ก็ถามนายพีระพันธุ์ เมื่อถามว่ามีการตีความว่าหมายถึงบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร ร้องเสียงดัง “เฮ้ย! คุณมาพูดยังงี้ได้อย่างไร”
พีระพันธุ์โต้โพสต์ฉะป้อม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประวิตร โยนให้มาถามกรณีโพสต์เฟซบุ๊กว่า ตนไม่ได้หมายถึงใครเฉพาะเจาะจง แต่จากประสบการณ์ การที่ส.ส.จำนวนมากมีพฤติกรรมในแนวทางเดียวกัน ต้องมีการสั่งการแน่นอน ส่วนใครจะเป็นคนสั่งตนไม่ทราบ ตนหมายถึงคน ที่สั่งการ คนที่ดำเนินการ
“ที่มีสื่อไปถามพล.อ.ประวิตรว่าผมหมายถึง ท่านหรือเปล่าก็บอกเลยว่าไม่ใช่ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เองว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวข้อง ฉะนั้น ก็ไม่ได้หมายถึงท่าน” นายพีระพันธุ์กล่าว และว่า ตนหมายถึงใครก็ได้ที่มีลักษณะ เช่นนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ที่โพสต์ก็มาจากประสบการณ์การทำงานในสภา ที่เห็นส.ส. จำนวนมากเห็นไปในทิศทางเดียวกันมันต้องมีวิป มีสั่งการอยู่แล้ว แต่จะสั่งการโดยใครต้องไปสืบ ไปเช็กกันเอง
พปชร.ขู่ฟ้องสมชัย-พีระพันธุ์
แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตรเผยว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเตรียมดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส ที่พูดพาดพิง พล.อ.ประวิตร กล่าวหาสั่งลูกพรรคไม่ให้ร่วมประชุมรัฐสภา ฝ่ายกฎหมายจะดำเนินคดีกับนายสมชัยอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ตามความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการกฎหมายและ ข้อบังคับ พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ นายพีระพันธุ์ และนายสมชัย โพสต์เฟซบุ๊ก ลักษณะใส่ความกล่าวหาว่าพรรค และ ส.ส. พปชร. จงใจบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิดว่าส.ส.พปชร. และพรรคกระทำการผิดกฎหมาย เพื่อรักษาหลักการแห่งกฎหมาย พปชร. จะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลทั้งสองจนกว่าคดีถึงที่สุด

กำลังใจ – นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ รับดอกไม้จากตัวแทนกลุ่มพรรคเล็กนอกสภา เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้เพื่อพรรคการเมืองขนาดเล็ก ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
หมอระวีล่าชื่อยื่นตีความ
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ กล่าวว่า กกต.ก็จะมีเวลาประมาณ 10 วัน พิจารณารายละเอียดก่อนเสนอความเห็น โดยหลังจากนี้กลุ่มพรรคเล็กและ ส.ส.ที่เห็นชอบกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่สามารถเช็คเสียงได้ว่าจะรวบรวมได้เท่าไร แต่เบื้องต้นจะมี ส.ส.ร่วมลงชื่อที่ราวๆ 50 คน ขณะนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนที่จะรวบรวม รายละเอียดเนื้อหาเพื่อปรับปรุง คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นศาลได้ การรวบรวมเสียงยื่นต้องได้อย่างต่ำ 75 คน หรือร้อยละ 10 ของสมาชิกรัฐสภา เป็นส.ส.หรือ ส.ว.ก็ได้ ดังนั้นเป็นภาระของเราที่ต้องไปหารายชื่อ ซึ่งใช้เวลาสัปดาห์หน้าและน่าจะเป็นวันจันทร์ที่จะสามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ หากไม่ครบ ก็จะส่งหนังสือถึงนายกฯ
หากข้อสรุปมีการใช้หาร 100 มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มพรรคเล็ก อาจยุบพรรคตัวเองไปรวมกับพรรคใหญ่ บางคนอาจสู้ต่อไปแต่ไปปรับตัวเองในการลงเขต หรือบางพรรคอาจควบรวมกัน ทั้งนี้ ส.ส.พรรคเล็กจะไม่ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน
วิษณุแนะกระชับขั้นตอนกฎหมาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังรัฐสภาล่มว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ รัฐสภาต้องนำร่างที่รัฐบาลเสนอส่งให้ กกต. ภายใน 15 วัน และกกต.ต้องส่งกลับสภาภายใน 10 วัน เมื่อถามว่าสภาไม่ต้องส่งให้กกต.ได้หรือไม่ และนำขึ้นทูลเกล้าฯ นายวิษณุกล่าวว่า ตนสงสัยประเด็นนี้เช่นกัน เพราะข้อกำหนดที่ระบุให้ส่งกกต. เขียนไว้สำหรับกรณีรัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายนั้นเสร็จสมบูรณ์ตามกรอบเวลา แต่ทางที่ดีที่สุดรัฐสภาควรส่งให้กกต.พิจารณาอีกครั้ง และทำทุกอย่างให้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด เวลาก็ได้ แต่หากไม่ส่งกกต.แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ เลย รัฐสภามีเวลา 3 วัน แล้วส่งมาให้รัฐบาล จะมีเวลาพิจารณา 25 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อถามกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุจะยื่นตีความ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เป็นไร ส.ส.สามารถ ยื่นเรื่องช่วงก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งศาลไม่มีเงื่อนเวลาพิจารณา แต่หากท้ายสุดศาลตีตกต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ หากตีตกบางมาตราให้นำบทบัญญัติของมาตรานั้นออกไป แต่ถ้าเป็นมาตราสำคัญ กกต.ต้องไปจัดทำบทบัญญัติมาตรานั้นใหม่ ถ้าต้องจัดทำใหม่ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน แต่คิดว่า กรณีแบบนี้แค่ 3 วันก็เสร็จ เพราะเอาฉบับเดิมมาทำใหม่ ไม่ยากอะไร
แจงยุบสภา-รักษาการ 5 เดือน
เมื่อถามกรณีไม่มีกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ จะส่งผลหากมีกรณีรัฐบาลต้องรักษาการ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คนละเรื่องกัน กรณียุบสภาต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วต้องรอประกาศผลเลือกตั้งอีก 2 เดือน ตอนนั้นรัฐบาลต้องรักษาการต่อไป และบวกเวลาอีก 30 วัน ในการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับหน้าที่ เมื่อหมดกระบวนการนี้แล้วรัฐบาลนี้ควรพ้นไป
ถ้ายังไม่มีกฎหมายเลือกตั้งออกมาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว กฎหมายเลือกตั้งมีเพื่อทำให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่กำหนดเวลาดังกล่าวเดินไปตาม ขั้นตอน ไม่เกี่ยวกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
เมินวิจารณ์นายกฯ 8 ปี
นายวิษณุกล่าวถึงวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ว่า ไม่มีความเห็น ให้ผู้รู้ ทั้งหลายพูดไป ถ้าตนพูดไปแล้วเกิดถูกขึ้นมาจะกลายเป็นการชี้นำ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร หลุดพูดว่าพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อได้อีก 2 ปี นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้หลุดออกมา สามารถพูดกันได้ทุกวัน ถ้าหลุดออกมาอีกวันก็คงพูดว่าอยู่ต่อได้ 6 ปี หรือ 4 ปี ที่พูดกันมี 3 สูตร ทั้งกรณีถ้าเริ่มนับตั้งแต่ปี 2557 ก็จะหมดวาระปีนี้ เริ่มนับจากปี 2560 ก็หมดวาระปี 2568 ถ้านับปี 2562 ก็หมดวาระปี 2570 รู้กันอยู่แค่นี้ แล้วจะตอบอย่างไร ทุกคนก็ไม่รู้
ชี้บันทึกมีชัยน้ำหนักน้อย
เมื่อถามว่าบันทึกความเห็นการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ปี 2560 มีน้ำหนักที่จะนำมาพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากบันทึก กรธ.ปกติเป็นบันทึกขณะกำลัง ร่างสดๆ ร้อนๆ กรณีนี้ต้องไปดูการประชุมครั้งที่ 500 ซึ่งเกิดขึ้นปี 2561 หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้เพื่อทำตำรา 1 เล่ม คือบันทึกการประชุม น้ำหนักจึงมีบ้างแต่ก็น้อย เพราะผู้พูดเป็นกรรมาธิการยกร่าง แต่มีจุดอ่อนที่คนอื่นๆ 10-20 คน ไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้เป็นมติ ต่อมามีการทำหนังสือซึ่งเป็นการทำหลังเหตุการณ์ ถ้าทำระหว่างประชุมจะมีน้ำหนักเพราะนี่คือเจตนารมณ์
รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว 1 ปี ค่อยมาทำ ที่พูดกันในประชุมครั้งที่ 500 ทำออกมา 1 เล่ม เรียงมาตรา ไม่มีข้อความที่พูดอยู่ในมาตรา 158 เลย ก็แปลว่ามีการพูดกัน แต่พอเขียน ไม่ได้เขียน ส่วนที่ผู้เอาความเห็นไปอ้างอิง ผมไม่รู้ตอบไม่ได้” นายวิษณุกล่าว เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถตีความตามบันทึกการประชุมของ กรธ.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ปล่อยให้ศาลตีความ แต่ศาลไม่ตีตามหนังสืออยู่แล้ว เขาใช้ตามหลัก
ตู่เลี่ยงตอบสภาล่ม-8 ปี-ยุบสภา
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล หลังช่วงเช้าย้ายห้องประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ จากตึก ภักดีบดินทร์ มาใช้ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า
ช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ก็ปรับเปลี่ยนโดยใช้สถานที่ประชุมจากตึกภักดีบดินทร์ มาเป็นห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เช่นเดียวกัน และไม่อนุญาตให้ช่างภาพเข้าบันทึกภาพตามปกติ
มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุหลักเพราะพล.อ.ประยุทธ์ต้องการเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการประชุมรัฐสภาล่ม และปมการดำรงตำแหน่ง 8 ปี รวมถึงกระแสข่าว การยุบสภาเพื่อนั่งรักษาการ เนื่องจากการประชุม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ปกติจะตั้งจุดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการประชุม
จุรินทร์ให้ถามนายกฯปมยุบสภา
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้า ปชป. กล่าวถึงโอกาสในการยุบสภาจะมีหรือไม่ว่า ตนตอบไม่ได้เพราะอำนาจยุบสภาเป็นของนายกฯ คำถามนี้ก็ต้องไปถามนายกฯ ส่วนเรื่องวาระ 8 ปี สุดท้าย ก็ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นคำตอบสุดท้าย
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวโน้ม การยุบสภาว่า ยุบสภาช่วงนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ยกเว้นเขายุบสภาแล้วเขาได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง หรือได้ประโยชน์จากอย่างอื่น เช่น อยู่ยาวหรือรักษาการได้ เขาก็จะยุบ
เมื่อถามถึงแนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปเป็นบัตรใบเดียวได้หรือไม่กับช่วงเวลา ที่เหลืออยู่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ความเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก เพราะสมัยประชุมนี้ จะปิดวันที่ 19 ก.ย. และเปิดอีกครั้ง 1 พ.ย. และปิดอีกครั้ง 28 ก.พ. 2566 ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากเร่งดำเนินการในสมัยประชุมที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะสมัยประชุมนี้หรือสมัยหน้า ก็สามารถทำได้ เมื่อถามว่า พท.เห็นด้วยหรือไม่กลับไปใช้บัตรใบเดียว นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งแบบไหนก็ขอให้ยึด หลักเกณฑ์การมอบอำนาจของประชาชน เราคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้ง ใบเดียว แต่หากจะกลับไปต้องมีกติกามารองรับทั้งเรื่องวิธีการคำนวณต้องให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชน
ฝ่ายค้านยื่น 8 ปี-จี้ตู่พักงาน
นพ.ชลน่านกล่าวถึงการหารือเรื่องการ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ว่า การพิจารณานายกฯ จะอยู่เกิน 8 ปี ไม่ได้ แม้จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ซึ่งคำว่าติดต่อกันมีความหมายมาก ต้องตอบ 8 ปีย้อนหลังด้วย เพราะไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดมายกเว้นว่าไม่ให้นับย้อนหลัง หากไม่ให้นับย้อนหลังจะต้องมีบทเฉพาะกาลเขียนไว้ให้ชัด
พรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมลงชื่อผ่านประธานสภา ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรค 4 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 2 และขอให้ศาลสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 17 ส.ค.นี้
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พท. กล่าวว่า วาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน จะยกเหตุผลอย่างไรมาช่วยก็ลำบาก เพราะกฎหมายกำหนดไว้ หากพล.อ.ประยุทธ์ยังเอาสีข้างเข้าถูโดยไม่สนใจกฎหมาย ทำตัวเหนือกฎหมาย ถึงเวลานี้ขอส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีร่วมคณะว่าตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. เป็นต้นไป หากเกิดอะไรขึ้นครม.ทั้งคณะ ต้องรับผิดชอบ หากมีการตัดสินใจผิดพลาดภายใต้รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม ปลายทาง อาจเดินทางสู่คดีอาญาและอาจส่งผลให้ ติดคุกได้
รบ.โต้ยุบสภาหวังอยู่รักษาการ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ นพ.ชลน่าน กรณีส่งตีความและขอให้ศาลสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระบุนายกฯ จะยุบสภา ถ้าได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง หรืออยู่ยาว หรือรักษาการได้ ว่า นับวันนพ.ชลน่านก็ยิ่งให้ สัมภาษณ์เหมือนหมอดู เหมือนนักคาดเดา มากกว่าการเป็นนักการเมืองเข้าไปทุกที การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นเป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ แต่การวินิจฉัย เป็นอำนาจของศาล การหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ไม่ใช่อำนาจฝ่ายค้านจะมาตัดสิน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ขอให้เคารพคำตัดสินด้วย รัฐบาลเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาความอยากของใครคนใดคนหนึ่งเป็นตัวตั้ง
สำหรับการยุบสภานั้นเป็นความหวังสูงสุด ของฝ่ายค้านที่อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่การยุบสภาจะเกิดขึ้นต้องมองที่ประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากวิกฤตเศรษฐกิจ และรัฐบาล ก็กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ไม่ใช่ฝ่ายค้าน หรือนักการเมืองฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ได้ประโยชน์ เพียงฝ่ายเดียว
ปช.ชี้มาตรา 158 ชัดเจน-ตู่จบ 8 ปี
นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า รัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 158 วรรคสี่ เจตนารมณ์การห้ามมิให้บุคคล ผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั่งอยู่ในตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ เพื่อป้องกันมิให้ผูกขาดการใช้อำนาจ เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ รู้ถึงกฎเกณฑ์ กติกา การห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มาตั้งแต่ชั้นยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ยกร่างทั้งหมดพล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนสำคัญคัดสรรมาเอง
มาตรา 158 เป็นบทบัญญัติเด็ดขาดที่กำหนด คุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วยระยะเวลาการครองตำแหน่ง โดยไม่คำนึงว่าบุคคลผู้นั้นจะเข้ามาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใด หรือครองตำแหน่งด้วยวิธีการใด หากวิธีการนั้นอยู่ภายใต้การปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บุคคลผู้ครองตำแหน่งนายกฯ ที่มาจากโปรดเกล้าฯ ย่อมอยู่ภายใต้เงื่อนเวลาการครองตำแหน่ง 8 ปี หาก พล.อ.ประยุทธ์ รู้จักพอ ไม่เสพติดอำนาจ เคารพในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้เอง โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ขาด
ส.ว.เสรียันนับมิ.ย.62
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า การนับระยะเวลาพ้นจากตำแหน่งนายกฯ รัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุชัดเจนตามมาตรา 170 วรรคสอง ที่ว่านอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง แล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรค 4 ด้วย โดยระบุ “นายกฯ จะดำรงตำแหน่ง รวมกันเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาระหว่างอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อหลังพ้นตำแหน่ง” ดังนั้น การนับเวลา 8 ปี ต้องนับตามมาตรา 170 วรรคสอง ไม่ใช่นับเวลาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหรือฉบับอื่นๆ
ส่วนบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 นั้น เป็นเรื่องการให้ครม. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 ทำหน้าที่ต่อไปเป็นครม.ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ไม่เกี่ยวกับการนับเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ส่วนที่ กรธ.บางคนเสนอความเห็นอย่างไร จะขัดรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ไม่ได้ “ความเห็นดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับ ความชอบ โกรธ เกลียดฝ่ายใด ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ต้องนับเวลา 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 และ 158 บัญญัติ ดังนั้น ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องนับ 8 ปี นับแต่วันประกาศแต่งตั้ง ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ คือวันที่ 9 มิ.ย.2562 เป็นต้นไป”
มงคลกิตติ์ยื่นศาลรธน.ชี้ขาด
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยความเป็น นายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 หรือไม่ พร้อมขอให้ศาลวินิจฉัยสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไว้ก่อน หลังพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค.นี้
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นนายกฯ หลังวันที่ 24 ส.ค.จะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน เราต้องไม่ลืมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ที่ห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการลุแก่อำนาจและให้บ้านเมืองสงบสุข
สะสมทรัพย์ไม่ทิ้งชทพ.
ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค เผยว่า ตนเองและนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม จะนำนายศุภโชค ศรีสุขจร หรือ ส.จ.ฟิล์ม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการ นโยบายและยุทธศาสตร์พรรค จะร่วมเปิดตัวนายศุภโชค
เมื่อถามกรณีมีกระแสข่าวตระกูลสะสมทรัพย์ จะย้ายไปอยู่ ภท. นายอนุชากล่าวว่า “ทุกพรรคน่ารักทั้งหมด แต่ขณะนี้พวกเราตระกูลสะสมทรัพย์รู้สึกว่าในเมื่อพรรคอื่นเขามีเหนือ มีใต้ มีอีสาน ผมก็อยากมีกลางเล็กๆ ของผม มีสุพรรณฯ มีนครปฐม มีอ่างทอง ไว้สำหรับให้ประชาชนในพื้นที่ ได้อาศัยเรา ให้เราได้ช่วยเหลือเขาบ้าง เอาภาคกลางเล็กๆ พอ ไม่คิดแข่งกับกรุงเทพฯ กลางๆ เล็กๆ ขอสัก 40 คนก็พอ ช่วยๆ กัน”
เมื่อถามว่าการจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครปฐม ย้ำให้เห็นว่าตระกูลสะสมทรัพย์ยังอยู่ชทพ. นายอนุชากล่าวว่า “ใช่ครับ ก็บอกกับนายศุภโชคว่า ผมอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ผมรักพรรค อยากให้พรรคเป็นพรรคภาคกลาง เล็กๆ อย่างที่บอก”