ปรับราคาขึ้นอีกรอบ! 5บะหมี่ยี่ห้อดังบุกพณ. จี้ไฟเขียว-ซองละ8บาท ตู่ยกคำพระทุกข์สมุทัย แจงเหตุทำไมค่าไฟพุ่ง
ไข่ไก่ยุครัฐบาลประยุทธ์ แพงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4 สหกรณ์ผู้เลี้ยง ไก่ไข่ขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มอีกฟองละ 10 สตางค์ เป็น 3.60 บาทต่อฟอง เริ่มตั้งแต่ 17 ส.ค.นี้ แค่ครึ่งเดือนส.ค. ปรับขึ้นแล้ว 2 ครั้ง ระบุเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ ขณะที่ 5 ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า-ไวไว-ยำยำ-ซื่อสัตย์- นิชชิน’ บุกกระทรวงพาณิชย์จี้เร่งรัดขึ้นอีกซองละ 2 บาท จาก 6 เป็น 8 บาท แต่ ‘จุรินทร์’ ยังไม่ให้ขึ้น ชี้ราคามากเกินไป ครม.เห็นชอบลดภาษีรถรับจ้างสาธารณะ 90 เปอร์เซ็นต์ ช่วยแท็กซี่ สามล้อ จยย.รับจ้าง
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมครม.ว่า รัฐบาลเห็นใจ ผู้ประกอบการแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ รถรับจ้างสามล้อสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด และวิกฤตราคาน้ำมันโลก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ที่จดทะเบียน 270,000 คัน ครม.จึงอนุมัติหลักการให้ลดภาษีรถประจำปีลง 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรถยนต์รับจ้าง รถยนต์รับจ้างสามล้อ และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่จะครบกำหนดเสียภาษีรถประจำปีในวันที่ 1 ต.ค.2565 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2566 เช่น รถแท็กซี่ทั่วไป ลดจาก 685 บาท เหลือ 68.50 บาท รถยนต์รับจ้างสามล้อ ลดจาก 185 บาท เหลือ 18.50 บาท
นายกฯ กล่าวว่าส่วนการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ครม.อนุมัติวงเงินโครงการสินเชื่อ EXIM BIZ Transformation loan ของธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย โดยขยายออกไปอีก 1 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค.2565 ขยายเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2566 เพื่อให้การช่วยเหลือและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึง ตามกรอบวงเงินที่ได้อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ 5,000 ล้านบาท สำหรับทุกขนาดธุรกิจ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันอนุมัติไปแล้ว 1,583 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาอีก 3,049 ล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าก่อนเกิดสถานการณ์โควิด ไทยเป็นประเทศแนวหน้าส่งออกกุ้งทะเลระดับโลก แต่ปัจจบันลดลงเหลือ 300,000 ตันต่อปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาสัดส่วนตลาดส่งออกกุ้งทะเลในโลกให้ได้เหมือนเดิม จึงอนุมัติให้จัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 510 ล้านบาท สำหรับฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งทะล เช่น จัดหาปัจจัยการผลิต ลูกพันธุ์ อาหารกุ้ง การเสริมสภาพคล่องผู้เลี้ยง การอบรมเพิ่มประสิทธิภาพ ทักษะทำฟาร์มกุ้ง การแปรรูป การทำการตลาด การลดความเสี่ยงจากโรคระบาด และยกระดับมาตรฐานฟาร์มกุ้งให้สากลยอมรับ

ชิมข้าวซอย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชิมข้าวซอย ที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส นำมาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ อาหารไทย ผ่าน Thailandpostmart ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งต้องให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ไปพิจารณา เป็นกติกาและกฎหมาย ต้องพิจารณาการขึ้นตามวงรอบทุก 4 เดือน รัฐบาลให้หลักคิดไปแล้วทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เพื่อเหตุผลความจำเป็น สภาพคล่อง ทุกอันจะต้องมีสภาพคล่อง สามารถที่จะเดินเครื่องเดินไฟฟ้าต่อไปได้ เหมือนค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ ซึ่งใช้งบประมาณอุดหนุนไปจำนวนมากพอสมควร เป็นอีกอันที่ต้องดูแล
“ทุกคนต้องเข้าใจ ไม่ใช่นำไปพาดหัวข่าวขึ้นเป็น 5 บาทแล้ว หรือ 4 บาทแล้ว แต่มันขึ้นเป็นสตางค์เข้าใจไหม อย่าไปเขียนอย่างนี้ให้คนเขาเข้าใจผิด แต่ผมก็โอเค มันขึ้นก็ต้องขึ้น แต่ขึ้นจากอะไรต้องไปดูสาเหตุแห่งปัญหา ไปศึกษาธรรมะเสียบ้าง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เรียนเสียบ้าง ทุกข์เกิดจากอะไร แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ดูวิธีการแก้ปัญหาโน้น” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวถึงสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงว่า เรื่องมาม่าจริงๆ เขาขอขึ้นมา 2 ปีแล้ว ก็ไม่ได้ขึ้นให้เขา ฉะนั้นต้องไปดูว่าต้นทุนการผลิตเป็นอย่างไร หลายอย่างบอกว่าไอ้นี่ลด ไอ้นี่ไม่ให้ขึ้น ยืนยันไม่ได้เข้าข้างใคร ต้องทำให้ทั้ง 2 ส่วน ประชาชนต้องไม่เดือดร้อน ผู้ประกอบการสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นจะเจ๊งไปทั้งคู่ เขาผลิตไม่ได้ก็ปิดโรงงาน มันก็จบแค่นั้นเองง่ายๆ ขอให้เห็นใจซึ่งกันและกัน
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อมาม่า และ นายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อไวไว ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ผลิตอีก 3 ราย คือยำยำ ซื่อสัตย์ และ นิชชิน เข้ายื่นหนังสือต่อนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ขอให้พิจารณาเร่งรัดปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจาก 6 บาทต่อซอง เป็น 8 บาทต่อซอง
นายพันธ์กล่าวว่าต้องการให้กรมการค้าภายในเร่งรัดปรับขึ้นราคาโดยเร็วที่สุด ระหว่างนี้ผู้ประกอบการจะหันไปส่งออกมากขึ้น จากปัจจุบันที่ส่งออก 30-35 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีกำไรมากกว่า ขณะที่การขายภายในขาดทุน ยืนยันว่าขณะนี้กำลังการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังเพียงพอกับความต้องการของ ผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องผลิตเพียงแค่ 80 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตเท่านั้น คงไม่มีปัญหาขาดแคลน เพราะในช่วงปีที่น้ำท่วมใหญ่ ถนนขาด มาม่ายังผลิตและขนส่งไปจำหน่ายได้ กรณีเดียวที่จะทำให้ขาดแคลนคือการกักตุนสินค้าของประชาชน กรณีนี้สินค้าไม่ได้ขาดแคลน ดังนั้นผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน ให้ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ส่วนกรณีระบุว่าผู้ประกอบการยังมีกำไรจากการส่งออก ทำให้กรมการค้าภายในยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคานั้น ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อมาม่ากล่าวว่า ปัจจุบันมีกำไรจากการส่งออกไม่มากเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนการบริโภคภายในประเทศเริ่มปรับเพิ่มขึ้นเติบโต 3-5 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขอขึ้นราคาว่า เป็นเรื่องจริงที่มาม่าเคยปรับราคาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วครั้งหนึ่ง จากซองละ 5 บาท เป็น 6 บาท เมื่อปี 2551 ล่วงเลยมา 14 ปีแล้ว และขอปรับราคามาตั้งแต่ปีที่แล้วเกือบ 2 ปี แต่กรมการค้าภายในยังไม่อนุญาต เพราะต้องดูผลกระทบผู้บริโภคด้วย แต่ตอนนี้ขอปรับจากซองละ 6 บาทเป็น 8 บาท ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมากเกินไป ถ้าสูงขนาดนี้จะกระทบผู้บริโภคผู้มีรายได้น้อยมากเกินสมควร แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกรมการค้าภายในที่จะต้องไปดูต้นทุน โดยให้นโยบายไปว่าถ้าจะต้องปรับราคาขึ้น ต้องเป็นตามต้นทุนที่สูงขึ้นจริง และให้เดือดร้อนกับผู้บริโภคน้อยที่สุด ขณะเดียวกันให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ ไม่ต้องถึงภาวะขาดทุน และหยุดการผลิต หรือส่งออกอย่างเดียว เพราะตลาดต่างประเทศราคาดีกว่า
รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่าเพื่อให้ผู้บริโภคมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบริโภคต่อไป อธิบดีกรมการค้าภายในจะเป็น ผู้พิจารณา และถ้าต้องขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง ถ้าต้นทุนปรับลดลงมา จะต้องปรับราคาลงมาด้วย ให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ต้นทุนโดยใกล้ชิด ขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งค่าพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซ ค่าขนส่ง และต้นทุนการผลิตที่เป็นวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลี และน้ำมันพืช เป็นต้น
วันเดียวกัน 4 สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เขียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์ม อีกฟองละ 10 สตางค์ คือจาก 3.50 บาทต่อฟอง เป็น 3.60 บาทต่อฟอง หรือปรับขึ้นแผงละ 3 บาท สำหรับแผงละ 30 ฟอง มีผลบังคับใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับราคาไข่ไก่ขึ้นอีกครั้ง นับเป็นการปรับราคาขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนส.ค.2565 โดยปรับครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ขึ้น 10 สตางค์ต่อฟอง เป็น 3.50 บาทต่อฟอง และครั้งที่ 2 วันที่ 17 ส.ค. ขึ้นอีก 10 สตางค์ต่อฟอง เป็นฟองละ 3.60 บาท ถือเป็นราคาไข่ไก่สูงสุดเป็นประวัติการณ์