มือปืนถนัดซ้าย บุกซัลโวคาปั๊ม

ภาค 2 ระดมทีมสืบล่ามือปืนบุกเดี่ยวยิงทนาย ‘มานพ’ ดับคาออฟฟิศในปั๊มน้ำมันที่ระยอง พยานเผยขี่จยย.เข้าไปจ่อยิง 2 นัด จากนั้นตามไปซ้ำที่หัวอีกนัด ก่อนหนี สอบสวนพบผู้ตายทำธุรกิจหลายอย่างและเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ตร.ตั้งปมการเมืองท้องถิ่น เรื่องส่วนตัวและธุรกิจ เมียเผยไม่เคยขัดแย้งใคร แต่เพิ่งไปช่วยร้องกรณีซื้อเสียงอบต.

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง กล่าวถึงเหตุการณ์มือปืนบุกเดี่ยวเข้าไปยิงนายมานพ เสถียรเขตต์ อายุ 49 ปี ทนายความชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ระยอง ของพรรคไทยรักษาชาติ ขณะนั่งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ช.อำนวยทรัพย์ คอนกรีต เลขที่ 222 ม.4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จนเสียชีวิตเมื่อช่วงค่ำวานนี้ ว่า ขณะนี้กำลังระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.จว.ระยอง และตำรวจสืบสวน สภ.บ้านค่าย ออกติดตามคนร้าย พร้อมทั้งออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายขี่จยย.หลบหนีไป ส่วนประเด็นการสังหาร ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ การเมืองท้องถิ่น เรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจที่ผู้เสียชีวิตประกอบการอยู่ ซึ่งจะมีการประชุมชุดสืบสวนเพื่อสรุปแนวทางการติดตามคนร้ายต่อไป

นาทียิง – ภาพวงจรปิดนาทีมือปืนถนัดซ้ายขี่จยย.บุกเดี่ยวจ่อยิงนายมานพ เสถียรเขตต์ ทนาย ความชื่อดัง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสียชีวิตคาปั๊มน้ำมันของตัวเองที่อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ตำรวจตั้งสาเหตุการตายไว้ 3 ปมรวมทั้งเรื่องการเมือง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ ซึ่งบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยเห็นคนร้ายขี่จยย.เข้ามาจอด ตรงหน้าโต๊ะทำงานที่ นายมานพ นั่งอยู่บนโต๊ะ แล้วชักอาวุธปืนออกมายิงด้วยมือซ้าย จนนายมานพล้มลงไปฟุบกองกับพื้น แล้วคนร้ายก็ขี่ออกจากปั๊มไปอย่างใจเย็น

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นคนร้าย ขี่จยย.คันก่อเหตุวนอยู่หน้าปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตัหลายรอบ หลังเกิดเหตุเห็นคนร้ายขี่จยย.เลี้ยวไปทางถนนคลองชลประทาน ซึ่งเป็นถนนที่มืดไม่มีไฟ ส่องสว่าง ก่อนจะขี่หนีหายไปในซอย คาดว่าคงจะหลบหนีเข้าไปในซอย ซึ่งมีทางไปได้หลายเส้นทาง

ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ได้นำไปชันสูตรที่ ร.พ.ระยอง เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต และขนาดของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.ต.ชนัฐชัย วงศ์ศรีวิจิตร สารวัตร(สอบสวน) สภ.บ้านค่าย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า พบรถต้องสงสัยว่าเป็นรถของมือปืนที่ ก่อเหตุ ถูกนำไปทิ้งอยู่ในป่าหญ้า ริมถ.หนองละลอก-บ้านค่าย ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย ห่างจากปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุประมาณ 10 ก.ม. จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบทันที โดยจุดที่รับแจ้ง เป็นที่ดินรกร้างมีหญ้าที่ขึ้นสูง ห่างจากถนนประมาณ 12 เมตร ไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ในบริเวณนั้น

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะตรงกับรถคันที่มือปืนใช้ก่อเหตุ ถูกทิ้งล้มคว่ำอยู่ในป่าหญ้า จึงนำรถกลับมาตรวจสอบที่ สภ.บ้านค่าย ผลตรวจสอบ เบื้องต้น คาดว่าเป็นคันเดียวกันกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานจ.ระยองมาตรวจพิสูจน์ต่อไป

เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รองผบช.ภ.2 เดินทางมาที่สภ.บ้านค่าย เพื่อติดตามคดียิงอดีตผู้สมัครส.ส.เสียชีวิต โดย มีพ.ต.อ.วรวุฒิ ชัยเจริญ รองผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ประทีป ดาวมณี ผกก.สภ.บ้านค่าย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทีมชุดติดตามไล่ล่าคนร้าย เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

พล.ต.ต.อิทธิพรกล่าวหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง ส่วนกรณีที่ทางภรรยาของผู้เสียชีวิตให้ข่าวเกี่ยวกับประเด็นการเมืองท้องถิ่น ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่อยู่ในแนวทางการสอบสวน เพื่อหาเบาะแสคนร้าย สำหรับคนร้ายรายนี้เป็นผู้ที่ใช้อาวุธปืนได้อย่างชำนาญ เบื้องต้นเรียกสอบพยานในที่เกิดเหตุแล้วหลายปาก ซึ่งก็เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนผู้ก่อเหตุมีเพียงหนึ่งคน ส่วนจะมีใครเกี่ยวร่วมก่อเหตุด้วยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนบช.ภาค 2 สืบสวนบก.ภ.จว.ระยอง และสืบสวน สภ.บ้านค่าย ลงมาคลี่คลายคดี คาดว่าคงจะได้ตัวมาดำเนินคดีในไม่ช้า

ด้านนางศันสนีย์ เจริญศึกษา อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.บ้านค่าย พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากกับการสูญเสียน้องชายเพราะน้องชายเป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่นมาตลอด ทำมาหากิน ที่ผ่านมาระยะกว่าสิบปี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จ.จันทบุรี ก่อนเกิดเหตุ ส่วนเรื่องการเมือง เตรียมตัดสินใจลงสมัครพรรคเพื่อไทย เขต 3 ระยอง ด้านธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจครอบครัว ไม่เคยขัดแย้งกับใคร งานทนายก็เป็นแค่ที่ปรึกษาไม่ได้ว่าความเองแล้ว รู้สึกงงมากกับประเด็นสังหารครั้งนี้ จึงต้องการให้ตำรวจจับคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจมาก

ส่วนนางปาณญาดา เสถียรเขตต์ อายุ 49 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพไม่เคยพูดว่ามีปัญหากับใครเลย มีเพียงเรื่องที่ได้ไปช่วยผู้สมัครตำแหน่งนายกอบต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย แต่แพ้การเลือกตั้ง ล่าสุดมีการนำหลักฐานร้องเรื่องการซื้อเสียงของอีกฝ่าย ทำให้มีการสอบสวน จนอาจจะโดนใบแดง ซึ่งก็มีเพียงเรื่องเดียวที่อาจจะเป็นประเด็น ทั้งนี้เตรียมรับศพหลังการชันสูตร มาบำเพ็ญกุศลที่บ้านใกล้กับปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 15 ส.ค. พ.ต.ต.ธนชัย วงศ์วิจิตร สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคนในปั๊มน้ำมัน ปตท.ช.อำนวยทรัพย์ คอนกรีต เลขที่ 222 ม.4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน พบเด็กปั๊มยืนออกันอยู่ด้วยความตื่นตระหนก เข้าไปตรวจสอบ พบรอยเลือดอยู่ตรงบริเวณโต๊ะบัญชี ที่ตั้งอยู่หน้าออฟฟิศ ขณะที่กระจกออฟฟิศถูกกระสุนปืนแตกเป็นรู ส่วนเหยื่อกระสุนเป็นเจ้าของปั๊ม ชื่อ นายมานพ เสถียรเขตต์ อายุ 49 ปี ถูกยิงเข้าที่ใบหน้าใต้ตาขวา 1 นัด และที่หน้าอก 2 นัด ถูกนำตัวส่งร.พ.บ้านค่าย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนนายพานิชย์ วรจิตร อายุ 30 ปี พนักงานปั๊มน้ำมัน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าออฟฟิศ กับนางศันสนีย์พี่สาว จู่ๆ คนร้ายรูปร่างผอมสูง ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ได้ขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาในปั๊ม แล้วขี่ตรงเข้าไปหานายมานพที่นั่งอยู่ จากนั้นคนร้ายชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดออกมายิง ใส่หน้าอก 2 นัด จนล้มลง แล้วเข้าไปจ่อยิงที่ใบหน้าอีก 1 นัด ต่อหน้าพี่ ผู้เสียชีวิต แล้วคนร้ายได้ขี่จยย.หลบหนี ออกจากปั๊มเลี้ยวซ้ายไปทางสี่แยกชากกอไผ่ ไปตามถนนสายบ้านค่าย-บ้านบึงอย่างรวดเร็ว

สำหรับนายมานพ เสถียรเขตต์ จบปริญญาเอก มหาวิทยาลัยยูพี ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นทนายความ ทำธุรกิจรับเหมาและปั๊มน้ำมัน นอกจากนั้นยังเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน 4 แห่ง ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 3 ระยอง หลายสมัยแต่สอบตก ล่าสุดลงสมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติ แต่พรรคถูกยุบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน