ชาวบ้านกระอัก ซ้ำเติมสินค้าพุ่ง ผู้ค้าห่วง-จี้ดูแล กินเจเดือนกย. ‘คลัง-พลังงาน’แจงกู้อุ้มน้ำมัน

กระอักทั้งตลาด แผงไข่ติดป้าย 10 ฟอง 50 บาท แพงสุดเป็นประวัติการณ์ ผู้ค้า-ชาวบ้านโอดครวญข้าวของแพงขึ้นทุกอย่างสวนทางรายได้ จี้รัฐแก้ปัญหา ด้านสมาคมผู้ค้าไข่ไก่ คาดฟาร์มปรับครั้งสุดท้ายปีนี้ก่อนออกพรรษา-กินเจ ช่วงปลายก.ย. เสนอรัฐจัดโครงการไข่โรงเรียน เหมือนนมโรงเรียนให้ผู้ค้าอยู่ได้ อธิบดีปศุสัตว์ชี้ต้นทุนเลี้ยงไก่พุ่งพรวด เร่งรักษาสมดุลการผลิต-บริโภค สมาคมผู้ค้าปลีกอัดรัฐคุมบะหมี่ซอง แต่ปล่อยไข่ไก่ราคาพุ่ง รมว.พลังงาน-คลัง แจงวาระลับครม.ไฟเขียวพ.ร.ก.กู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท อุ้มกองทุนน้ำมัน ชงเข้ารัฐสภา ยันจำเป็นต้องกู้ อุ้มกองทุนเจ๊งเกือบ 2 แสนล้านแล้ว แจงไม่กระทบฐานะการคลัง

ตลาดช็อก-ไข่แพงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์ม อีกฟองละ 10 สตางค์ คือปรับจาก 3.50 บาทต่อฟอง เป็น 3.60 บาทต่อฟอง หรือปรับขึ้นแผงละ 3 บาท สำหรับแผงละ 30 ฟอง มีผลบังคับใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.2565 ทั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ ถือเป็นราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามข่าวที่เสนอมานั้น

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายสุธาศิน อมฤก นายกสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยว่า เชื่อว่าการปรับราคาไข่ครั้งล่าสุดของกลุ่มผู้เลี้ยงนั้น ฟาร์มฝืนปรับราคา ไม่ได้ปรับขึ้นตามกลไกตลาด คือ ปริมาณไข่ และความต้องการ เนื่องจากขณะนี้ภาวการณ์ซื้อขายไข่ยังทรงๆ และเริ่มลดลง เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจต่างๆ หยุดชะงักการบริโภคลดลง ซึ่งอาจเป็นการขึ้นราคาไข่เป็นรอบสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจในช่วงปลายเดือนก.ย. เป็นการดันราคาให้สูงไว้ก่อน เพื่อเก็บส่วนต่าง จะได้มีผลกระทบไม่มาก เมื่อเข้าสู่เทศกาลเจซึ่งไข่จะปรับราคาลง

ชงรัฐจัด‘ไข่โรงเรียน’
นายสุธาศินกล่าวยอมรับว่า ราคาไข่ที่แพงเป็นประวัติการณ์นั้น ช่วงแรกอาจทำให้ผู้ค้าไข่ตกใจลดการซื้อมาขาย เพราะไม่มั่นใจตลาดว่าซื้อไปแล้วจะขายได้หรือไม่ รวมทั้ง ผู้ค้ายังไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายได้เอง เพราะต้องตามประกาศหน้าฟาร์ม และบวกเพิ่มจากราคาแนะนำได้ไม่มากเฉลี่ยฟองละ 10 สตางค์เท่านั้น ซึ่งต้องจับตาดูว่า ยอดขายไข่จะตกหรือไม่ ขณะที่ต้นทุนการค้าไข่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ค้าไข่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดีเซลที่แพงทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่ม รวมถึงค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ร้านค้า ล้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในขั้นตอนการใช้เครื่องคัดไข่ ทำให้กำไรลดลงเหลือน้อยมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพในระยะยาว ไม่ปรับขึ้นลงเร็ว ตนขอเสนอให้รัฐบาลจัดทำโครงการไข่โรงเรียน เหมือนกับโครงการนมโรงเรียน เพื่อเพิ่มอัตรากรบริโภคไข่ต่อวัน โดยนำไข่ไปบรรจุในเมนูอาหารของโรงเรียนในสังกัดรัฐบาลให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับโปรตีนที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยประคองธุรกิจการค้าไข่ไก่ให้เดินต่อไปได้ด้วย เบื้องต้นได้หารือและนำเสนอโครงการกับกรมปศุสัตว์แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

ต้นทุนพุ่งจ่อขึ้นราคาอีก
ด้านนายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้มีการติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดการประเมินสถานการณ์ในเดือนส.ค. พบว่าปัจจุบันมีไก่ไข่ยืนกรงจำนวน 50.67 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่ประมาณ 42 ล้านฟองต่อวัน ส่วนอัตราการบริโภคทั้งภายในประเทศและการส่งออกรวมกันประมาณ 41.89 ล้านฟองต่อวัน สถานการณ์การผลิตและการบริโภคจึงอยู่ในจุดใกล้เคียงสมดุล จากที่ก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ค.-มิ.ย. เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดและราคาตกต่ำขึ้น

“ขอยืนยันว่าไข่ไก่ที่ผลิตภายในประเทศมีปริมาณเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนการที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามกลไกการตลาด โดยในปีนี้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พบว่าราคาไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกรตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค.2565 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง ส่วนต้นทุนการผลิตเดือนม.ค.-มิ.ย. 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อฟอง (คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตไก่ไข่และไข่ไก่) และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจะมีต้นทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว มีความจำเป็นต้องปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเพื่อให้สามารถประกอบกิจการอยู่ได้” นายสรวิศกล่าว

สำหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ที่กรมปศุสัตว์ได้มีการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ผลิตไข่ไก่ ทั้งรายเล็ก รายกลางและรายใหญ่มาโดยตลอดนั้น นายสรวิศกล่าวว่า มุ่งเน้นด้านการปรับสมดุลการผลิตและ การบริโภคเป็นหลัก โดยในเดือนส.ค. มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลและคงตลาดส่งออกไว้ตามสภาพปกติเท่านั้น ส่วนแผนการดำเนินการระหว่างเดือนก.ย.-ต.ค.นี้ มีไว้เพื่อรับมือสถานการณ์หลังเทศกาลกินเจ ฝนตกชุก และปิดภาคเรียน ที่ในช่วงนี้ทุกปีมักมีแนวโน้มเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดจากอัตราการบริโภคตกต่ำ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยที่ประสพปัญหาต้นทุนสูงอยู่แล้วให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น และอาจส่งผลให้บางรายต้องมีการเลิกกิจการตามมา ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์มีการประเมินกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง

ประวัติการณ์ – ประชาชนเลือกซื้อไข่ไก่ ในตลาดลาดปลาเค้ารามอินทรา ก.ม. 2 กทม. ซึ่งแผงค้าติดป้ายราคา 10 ฟอง 50 บาท ซึ่งเป็นราคา ไข่ไก่แพงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสภาวะสินค้าแพงขึ้นแทบทุกอย่าง เมื่อวันที่ 17 ส.ค.

ตลาดกทม. 10 ฟอง 50 บาท
ส่วนสถานการณ์ราคาไข่และราคาพืชผักสวนครัวในพื้นที่ต่างๆ ที่ร้านค้าขายส่งต่างๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดสดก.ม.2 ย่านลาดปลาเค้า ถนนรามอินทรา กทม. มีร้านขายไข่ไก่บางร้านได้ติดป้ายขายไข่ไก่เบอร์ 0 ไว้ที่ 10 ฟอง ในราคา 50 บาท ทั้งให้ลูกค้าเลือกหยิบซื้อเอง และแบ่งใส่ถุงขายถุงละ 10 ฟองด้วย ขณะที่ไข่ไก่เบอร์อื่นๆ ก็ขาย 10 ฟองในราคาลดหลั่นกัน ตั้งแต่ 45-48 บาท

ขณะที่ร้านค้าและตลาดใน จ.เชียงใหม่ พบว่าราคาไข่ไก่ขยับราคาขึ้นอีกแผงละ 3 บาท หรือเฉลี่ยฟองละ 10 สตางค์ เป็นการปรับราคาตามที่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกาศเช่นกัน โดยราคาต่อแผง 30 ฟอง ไข่ไก่เบอร์ 0 จากราคาแผงละ 128 บาท ได้ขยับขึ้นมาเป็น 131 บาท เบอร์ 1 จาก 118 เป็น 121 บาท เบอร์ 2 จาก 112 เป็น 115 บาท เบอร์ 3 จาก 108 เป็น 111 บาท และเบอร์ 4 จาก 105 บาทเป็น 108 บาท

ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ราคาไข่ไก่จำหน่ายปลีกตามตลาดชุมชนอย่างที่ชุมชน ท่าเดื่อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ไข่ไก่ขยับราคาขึ้นแพงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยไข่ไก่เบอร์ใหญ่สุดจำหน่ายที่ 10 ฟอง 51 บาท ขายปลีกฟองละ 5.50 บาทแล้ว ส่วนเบอร์ 1 เบอร์ 2 เบอร์ 3 อยู่ที่ 10 ฟอง 46 บาท 44 บาท และ 41 บาทตามลำดับ

คนหันซื้อน้อยลง
ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา จากการสำรวจราคาตามแผงขายไข่ไก่ ก็ได้ปรับราคาขึ้นอีกแผงละ 3 บาท โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 1 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 127 บาท จากเดิม 124 บาท, เบอร์ 2 จากเดิม 119 บาท เป็น 122 บาท และเบอร์ 3 จาก 115 เป็น 118 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกไข่ไก่ตามตลาดสดและร้านค้าทั่วไปเพิ่มขึ้นด้วย โดยที่ร้านไข่ไก่สดใหม่ ถนนสุขยางค์ ในเขตเทศบาลเมืองเบตงซึ่งเป็นร้านขายส่ง ปรับขึ้นแผงละ 3 บาทเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้คนมาซื้อน้อยลง โดยขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของแพงที่สวนทางกับรายได้ประชาชน

ไข่ประวัติการณ์ – บรรยากาศการซื้อขายไข่ไก่หลังปรับราคาหน้าฟาร์มขึ้นอีก 10 สตางค์ต่อฟอง ทำให้ราคาไข่ไก่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 ส.ค.

จับตาดูออกพรรษาราคาขึ้นหรือลง
ส่วนที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรดาร้านค้าต่างๆ ก็ได้ปรับขึ้นราคาไข่ไก่ฟองละ 10 สตางค์ หรือ 3 บาทต่อแผง เช่นกัน โดยไข่ไก่เบอร์ 0 อยู่ที่ 130 บาท, เบอร์ 1 อยู่ที่ 125 บาท, เบอร์ 2 อยู่ที่ 120 บาท, เบอร์ 3 อยู่ที่ 115 บาท, เบอร์ 4 อยู่ที่ 110 บาท และเบอร์ 5 อยู่ที่ 105 บาท ส่วนไข่เป็ดตอนนี้ขาดตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาไข่เป็ดแผงละ 120 บาท ก็ขยับราคาเป็น 140 บาทแล้ว

จวกรัฐคุมบะหมี่ซอง-ปล่อยไข่พุ่ง
ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ 5 ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยื่นเสนอขอให้กรมการค้าภายใน (คน.) ปรับขึ้นราคาจำหน่ายจาก 6 บาทต่อซอง เป็น 8 บาทต่อซอง ว่า สาเหตุที่ผู้ผลิตขอปรับราคาซองละ 2 บาท นั้น คงเป็นการขอเผื่อไว้เพราะที่ผ่านมาการขอปรับราคายากมาก และหากมีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาซองละ 2 บาท จริง ก็ยังถือว่าบะหมี่ถูกกว่ากาแฟ หรือค่ารถไฟฟ้าอยู่ดี ตนมองว่ากระทรวงพาณิชย์และผู้ผลิตอาจถอยคนละก้าว โดยอนุมัติให้ปรับขึ้น 1 บาทเท่านั้น

ส่วนกรณีที่เกรงกันว่าร้านค้าอาจจะมีการกักตุนบะหมี่ไว้เพื่อรอขายหลังจากที่ คน.อนุมัติให้ปรับขึ้นราคานั้นตนมองไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากบะหมี่เป็นสินค้าที่มีอายุอยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น หากร้านค้ากักตุนแล้วขายไม่หมดจะเกิดความเสียหายได้ ซึ่งรัฐบาลนี้ทำเป็นแต่ทำให้สินค้าขาดตลาด ขณะที่ถ้าสินค้าล้นตลาดก็แก้ไขไม่ได้เช่นกัน กรณีไข่แพงก็เหมือนกันรัฐบาลไม่คุมปล่อยให้ไข่ขึ้นราคาเพราะเป็นของกลุ่มนายทุน แต่ไปคุมราคาบะหมี่

รมต.แจงยิบพ.ร.ก.ประกันกู้
ส่วนปัญหาการหาแหล่งเงินกู้มาชดเชยกองทุนน้ำมันที่ขาดทุนไปแล้วกว่า 1.17 แสนล้านบาทนั้น วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมครม.วันที่ 16 ส.ค. ได้พิจารณาวาระลับ เรื่องร่างพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) และการกู้ยืมเงินของ สกนช. ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ซึ่งมีวงเงินกู้ยืมของกองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ว่า เรื่องนี้เป็นวาระลับ เป็นเรื่องการดูแลเสถียรภาพบทบาทหน้าที่ของกองทุนน้ำมัน เนื่องจากที่ผ่านมามีความผันผวนจากปัจจัยวิกฤตต่างๆ ที่เกิด รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนลง จึงทำให้มีภาระ และเมื่ออยู่ในสมัยประชุมสภาจึงต้องนำเสนอรัฐสภา ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องรีบดำเนินการ อีกทั้งในต่างประเทศกำลังจะเข้าฤดูหนาว จึงยังไม่ทราบว่าสถานการณ์ในต่างประเทศนั้นอาจมีผลต่อราคาพลังงานขึ้นมาอีก เราได้หาทุกวิถีทางที่จะสร้างสภาพคล่อง สร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

พักบีบโรงกลั่นปันกำไร
ต่อข้อถามว่าจะทำให้หนี้เพิ่มขึ้นอีกกี่เปอร์เซ็นต์ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า คงไม่น่าจะมาก แต่ไม่มั่นใจ เพราะกระทรวงการคลังเป็นผู้คำนวณ ค่อนข้างจะรอบคอบอยู่แล้ว เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มกู้ได้เลยหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะนำข้อเสนอแนะต่างๆ พิจารณาทางเลือกต่างๆ ถึงความเหมาะสม

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ 6 โรงกลั่นอยู่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ก็คุย แต่วันนี้ค่าการกลั่นไป 2 บาทกว่าแล้ว หากค่าการกลั่นยืนระยะสูง 5-6 บาทอย่างต่อเนื่อง คงต้องพูดคุยต่อ อดีตรัฐมนตรีคลังก็มาพูดเองด้วยตัวเลข 9 บาท ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขของตน ขณะที่คนอื่นคำนวณได้ 5 บาท แต่ก็เข้าใจ เพราะอดีตรมต.ไม่ได้ออกมาทางนี้ เมื่อถามว่าตอนนี้พูดได้หรือไม่ว่าพับแผนการคุยกับโรงกลั่นไปแล้ว รองนายกฯ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็คุยต่อเนื่อง แต่วันนี้ 2 บาทกว่า ถ้าไปคุยเขาคงไม่คุยด้วย

กู้ 1.5 แสนล้านก็ไม่พอโปะหนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้สกนช. กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดเกี่ยวกับร่างพ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ของ สกนช. และการกู้ยืมเงินของ สกนช. 150,000 ล้านบาท เบื้องต้นวงเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท เป็นเพียงกรอบวงเงินกู้ที่จะขอเผื่อไว้ เพราะการออกเป็น พ.ร.ก. ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาก่อน โดยความจำเป็นกู้เงินเวลานี้ยังคงยืนยันพิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสมที่ประเมินจากความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก ไม่กู้เงินเกินตัว และคงไม่กู้เต็มกรอบวงเงินดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้วงเงินที่กองทุนขอกู้ก้อนแรกอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท และขอขยายเพดานไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีเงินกู้เข้ามา ครั้งนี้จึงเรียกว่าเป็นการขยายเพดานรวมอยู่ในกรอบ 15. แสนล้านบาท

ที่สำคัญ ต้องติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงค่าเงินบาทและปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลกให้มีความผันผวนสูงมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนยังมีหนี้ 117,394 ล้านบาท จากการอุดหนุนดีเซล 76,518 ล้านบาท และอุดหนุนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) 40,876 ล้านบาท หากใช้กรอบวงเงินกู้เต็มจำนวน 1.5 แสนล้านบาท มาโปะหนี้กองทุนที่ติดลบเกือบ 1.2 แสนล้านบาท จะเหลือส่วนต่างจากการกรอบวงเงินกู้ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท เท่านั้น ซึ่งภายใต้แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง และกองทุนยังต้องอุดหนุนต่อไป เท่ากับจะมีเงินเหลือจากพ.ร.ก. ใช้ได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น โดยปัจจุบันกองทุนใช้เงินอุดหนุนรวมวันละ 68.56 ล้านบาท เป็นการอุดหนุนดีเซลวันละ 37.06 ล้านบาท อุดหนุนแอลพีจีวันละ 31.50 ล้านบาท คิดเป็นภาพรวมเดือนละประมาณ 2-3 พันล้านบาท

ถอดรหัส – นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง, นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่ซีไอเอ็มบี ไทย, นายสุกิจ อุดมศิริกุล กก.ผจก.บล.ไทยพาณิชย์, น.ส.ปาหนัน โตสุวรรณถาวร รองกก.ผจก.บัญชีและการเงินทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานบมจ.พลังงานบริสุทธิ์, นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานคาราบาวกรุ๊ป, นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมเป็นวิทยากร ‘ถอดรหัสลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น’ จัดโดยประชาชาติธุรกิจ มีน.ส.ปานบัว บุนปาน กก.ผจก.มติชน และน.ส.ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์ บ.ก.ประชาชาติธุรกิจ ให้การต้อนรับ ที่พลาซ่าแอทธินี วันที่ 17 ส.ค.

ค้ำเงินกู้ไม่กระทบฐานะคลัง
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวถึงการออกพ.ร.ก.ดังกล่าวว่า การเข้าไปค้ำประกันการกู้เงินให้กับ สกนช. นั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นภาระงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องไปบริหารจัดการรายรับรายจ่ายเพื่อมาชำระเงินกู้คืนให้กับสถาบันการเงิน ผลกระทบต่อฐานะการคลังก็ไม่มี กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผู้กู้ก็ต้องไปชำระเอง และไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินทันที ยังบอกไม่ได้ว่าการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว จะส่งผลให้หนี้สาธารณะมีสัดส่วนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในฐานะที่เป็นผู้กู้ ต้องชำระเงินกู้ให้หมดภายใน 7 ปี ซึ่งมีข้อเสนอว่าไม่ได้กู้ครั้งเดียวหมด 1.5 แสนล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารรายรับรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน