เขื่อนเจ้าพระยา ยังพร่องน้ำเพิ่ม

อุตุฯเตือนกรุงเทพฯและปริมณฑล รับมือฝนหนัก ปภ. รายงาน 13 จว.อ่วมอุทกภัย เขื่อนเจ้าพระยายังเร่งระบายต่อเนื่อง อยุธยายังจมหลายอำเภอ จนท.จับตาน้ำป่าหลากวังตะไคร้-นางรอง ทั้ง 2 น้ำตก สีน้ำเริ่มขุ่มแดงแล้ว แม่ฮ่องสอน-ลำปางน้ำป่าถล่มเซาะคอสะพานพัง เขื่อนอุบลรัตน์เร่งระบาย 24 ชั่วโมง น้ำมูนทะลักจมเมืองอุบลหนองคายยังระทึกน้ำโขงสูงต่อเนื่อง ฝนถล่มหนักขอนแก่นจมถนนมิตรภาพ

13 จว.อ่วมฝนถล่ม
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมา ทำให้ประเทศไทยยังคงมี ฝนตกหนักบางแห่งในด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ไหลหลาก น้ำท่วมขัง ในระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. เกิดสถานการณ์ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ตาก นครสวรรค์ มหาสารคาม ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ ปราจีนบุรี และสระแก้ว รวม 23 อำเภอ 32 ตำบล 46 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 98 ครัวเรือน

นอกจากนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือ ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,400-1,600 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที มีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 1,000-1,400 ลบ.ม.ตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20-0.60 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 จังหวัดภาคกลาง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

เขื่อนเจ้าพระยาระบายเพิ่ม
ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำล้นตลิ่งจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา (ต.หัวเวียง บ้านกระทุ่ม บ้านโพธิ์ บ้านแพน รางจรเข้ เสนา) อ.ผักไห่ (ต.บ้านใหญ่ ท่าดินแดง ผักไห่) อ.บางบาล (ต.วัดตะกู บ้านคลัง ทางช้าง น้ำเต้า) อ.บางไทร (ต.บางยี่โท สนามไชย บ้านเกาะ บ้านกลึง บ้านแป้ง หน้าไม้ โคกช้าง ราชคราม แคตก แคออก เชียงรากน้อย บ้านม้า) ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,318 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อ่างทอง เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่อ.ป่าโมก (ต.โผงเผง) เนื่องจากน้ำไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ ประชาชนได้รับผล กระทบ 7 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี ร่วมกับหน่วยทหาร อำเภอ อปท. จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

น้ำป่าท่วมแม่ฮ่องสอน-ลำปาง
ด้านสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ทั่วประเทศ เมื่อเวลา 04.30 น.ที่ผ่านมา นายไพบูลย์ ชอบพอ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านห้วยแก้ว ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งรายงานด่วนถึงนายอำเภอปาย สืบเนื่องจากในพื้นที่บ้านห้วยแก้วเกิดฝนตกหนักเป็นเวลานานกว่าชั่วโมง ทำให้เกิดกระแสน้ำป่าสะสมจากพื้นที่ต้นน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่พื้นที่ลุ่ม และพัดพาเอากรวดหิน ดิน ทราย ทับถมถนนภายในหมู่บ้าน ประชาชนรีบ ช่วยกันขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นไว้บนที่สูงป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากกระแสน้ำป่าที่ไหลลงมาอย่างเฉียบพลัน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากฝนหยุดตกช่วงฟ้าสางประกาศขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีรถไถฟาร์มนำรถมาปรับเกรดกรวด หิน ดิน ทราย ที่มาทับถมบนผิวถนน เพื่อให้รถสามารถผ่านไปมาได้อย่างสะดวก ขณะนี้สถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง ฝนตกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบ้านนาริน ต.ผาปัง วัดปริมาณน้ำฝนสะสมได้ 154.5 ม.ม. ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเขาสูงเขตบ้านปางยาวและลำน้ำสาขาไหลรวมกันลงสู่ลำน้ำห้วยขี้นกและลำน้ำห้วยแม่พริกล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ต.แม่ปุ บ้านแม่ปุ ม.2 ต.แม่พริก บ้านแม่พริกบน ม.4 และบ้านห้วยขี้นก ม.7 น้ำกัดเซาะข้างถนนสายบ้านห้วยขี้นก-บ้านปางยาวเสียหายระยะทางกว่า 500 เมตร และน้ำกัดเซาะดินใต้คอสะพาน คสล. ข้ามลำห้วยแม่พริก-ห้วยขี้นก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1264 เชื่อมอำเภอแม่พริก-บ้านห้วยขี้นกไปบ้านแพะดอกเข็ม ม.11 ต.แม่พริก-บ้านปางยาว ดินคอสะพานเสียหายลึกกว่า 2 เมตรเจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายเตือนมาตั้งไว้ รถใหญ่ผ่านไป-มาไม่ได้ ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงปกติแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประสานขอรับการสนับสนุนรถขนดินถมที่คอสะพานเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตรายจากรถที่สัญจรไปมา

ท่วมมิตรภาพ – สภาพถนนมิตรภาพ ก.ม.302+650 ช่วงขอนแก่น-นครราชสีมา ถูกน้ำท่วมขังสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่องข้ามคืนทำให้น้ำไหลบ่าในพื้นที่หมู่ 10 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 ส.ค.

มิตรภาพจมน้ำ
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ว่า สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนในจุดที่มีน้ำท่วมสูงทุกพื้นที่ทั้ง 26 อำเภอ ทั้งยังคงเร่งประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทราบจุดเสี่ยงหากเกิดฝนตกให้ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางไปยังเส้นทางสายอื่นเพื่อไม่ให้ยานพาหนะเกิดความเสียหายได้ เนื่องจากเกิดน้ำขังรอการระบาย นอกจากนั้นมวลน้ำ มาจากหลายพื้นที่เมื่อมาสมทบน้ำในพื้นที่ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน อีกทั้งยังคงเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ต่างๆ ในระยะนี้

ด้าน น.ส.ธนียา นัยพินิจ รองผวจ.ขอนแก่น พร้อม นายบุญประสงค์ นวลสาย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น, นายประจักร ไชยกิจ นายอำเภอบ้านไผ่ เจ้าหน้าที่แขวงการทางที่ 3 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านไผ่ สภ.บ้านแฮด ร่วมกันลงพื้นที่บนถนนมิตรภาพ ช่วง ก.ม.ที่ 302 เพื่ออำนวยการจราจรให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และหารือร่วมกันในการที่จะสูบน้ำออกจากจุดดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งพบว่าล่าสุด การจราจรยังคงติดขัดแต่รถสูงและรถบรรทุกสินค้ายังคงไปได้ต่อเนื่อง ส่วนรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ มี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ คอยอำนวยการจราจรจัดเส้นทางเลี่ยงขึ้นสะพานตัดผ่านเข้าตัวอ.บ้านไผ่ อ้อมไปออกถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปทาง จ.นครราชสีมา ได้ตามปกติ

เปิดเลนพิเศษ-แนะทางเลี่ยง
นายพรมเลิศ พรมมาตย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าสาขาพล ดูแลเรื่องน้ำใน พื้นที่อ.พลและอ.บ้านไผ่ เผยว่า ได้รับรายงาน ช่วงเวลา 02.00 น. มีน้ำท่วมถนนมิตรภาพ ก.ม.ที่ 302 พื้นที่บ้านหนองกุง ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 1 ก.ม. จึงรีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เนื้องจากช่วงเช้าประชาชนใช้เส้นทางสายหลักจำนวนมาก นอกจากจะเดือดร้อนในเรื่องการสัญจรไปมาในจุดที่น้ำท่วมถนนแล้ว มีประชาชนถูกน้ำท่วมบ้าน เดือดร้อนอีกประมาณ 45 ครัวเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชนเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเรียบร้อยแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงขอนแก่น และตำรวจทางหลวงขอนแก่น เปิดช่องทางพิเศษบริเวณจุดกลับรถบ้านหนองแวงไล่ให้รถขาขึ้นที่มาจาก อ.เมืองขอนแก่น ใช้เส้นทางวิ่งสวนรถขาล่องระบายรถให้การสัญจรสะดวกมาขึ้นไม่ต้องผ่านตัว อ.บ้านไผ่เจ้าหน้าที่จึงเปิดการจราจรช่องทางพิเศษ ส่วนระดับที่ท่วมขังลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ

เขื่อนอุบลรัตน์เร่งระบาย
นายพิพัทต์ คงสินทวีสุข ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขื่อนอุบลรัตน์) กล่าวว่า จากร่องมรสุมที่พัดผ่านและอิทธิพลจากพายุ “มู่หลาน” เกิดฝนตกด้านทิศเหนือของเขื่อน ส่งผลให้เขื่อนมีน้ำไหลเข้าวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ตลอดทั้ง 24 ช.ม. และในปัจจุบันเขื่อนมีระดับน้ำกักอยู่ที่ร้อยละ 42 ของความจุอ่าง ต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับพายุในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. คาดเป็นอีกช่วงที่เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ขอฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ริมน้ำขอให้เฝ้าติดตามประกาศเตือนของหน่วยนงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่าง ใกล้ชิดในระยะนี้ไว้ด้วย

การระบายน้ำวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. เพื่อพร่องน้ำไว้เตรียมรับน้ำจากลำน้ำเชิญและลำน้ำพรมจาก จ.ชัยภูมิ ไหลมาบรรจบกันที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ก่อนลงเขื่อนอุบลรัตน์ โดยเฉพาะน้ำฝั่งลำน้ำเชิญ ได้รับการรายงานจากเครือข่ายเพื่อนเตือนภัยว่าที่ อ.ภูผาม่าน เตรียมการเฝ้าระวังระดับน้ำจากลำน้ำเชิญที่ไหลมาจาก อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 17-18 ส.ค. อาจทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร

แม่มูนทะลักอุบลฯ
นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.อุบลราชธานี เข้าตรวจระดับน้ำแม่น้ำมูนที่เริ่มเอ่อไหลท่วมจุดต่ำสุดของชุมชนวังแดง ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และให้สำนักงานชลประทานที่ 7 นำกระสอบทรายวางเป็นทางใช้สัญจร จุดที่น้ำไหลท่วมทางเข้าบ้านของชาวชุมชน จะไม่ต้องเดินลุยน้ำ พร้อมให้เทศบาลนครติดตั้งเต็นท์ในสวนสาธารณะห้วยม่วง หากชาวชุมชนตัดสินใจอพยพหนีน้ำ แม่น้ำมูนที่ปรับตัวขึ้นใน 1-2 วันนี้ พร้อมเผยถึงสถานการณ์แม่น้ำมูนที่ไหลผ่านตัวเมืองว่า เนื่องจากมีฝนตกและมีน้ำจากด้านเหนือ ทั้งจากแม่น้ำชีและแม่น้ำมูนไหลลงมาสมทบกันในเขต อ.เมือง และอ.วารินชำราบ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้แม่น้ำมูนมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละเกือบ 10 เซนติเมตร

หากในหนึ่งสัปดาห์นี้ยังมีน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะเริ่มส่งผลกระทบกับชุมชนลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำมูน จึงให้สำนักงานชลประทานที่ 7 เตรียมเครื่องผลักดันน้ำไปติดตั้งที่บริเวณสะพานแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง เพราะเขื่อนปากมูลมีการแขวนบานประตูน้ำทั้ง 8 บาน และแม่น้ำโขงมีระดับน้ำต่ำกว่าแม่น้ำมูนถึงกว่า 10 เมตร เพื่อลดระดับน้ำที่จะไหลท่วมชุมชนดังกล่าว สำหรับแม่น้ำมูนวันนี้ มีน้ำสูง 5.38 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 เซนติเมตร ห่างจากตลิ่ง 1.62 เมตร

น้ำโขงสูงต่อเนื่อง
วันเดียวกัน ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ยังคงมีปริมาณน้ำที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยระดับน้ำวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 9.13 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานตอนเช้า 40 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 3.07 เมตร ส่วนน้ำที่ไหลผ่าน อ.เชียงคาน จ.เลย มีระดับ 11.96 เมตร เพิ่มขึ้น 50 เมตร และสถานการณ์น้ำโขงยังคงจะมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไปอีกสักระยะ เนื่องจากน้ำตอนเหนือยังคงมีปริมาณมาก และเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว ยังคงระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ ส่งผลให้ 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขงได้รับผลกระทบในระยะนี้

สถานการณ์น้ำที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ติดต่อกันมาหลายวัน ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำ ใน 5 อำเภอ ได้แก่ เสนา บางบาล ผักไห่ บางปะอิน และบางปะหัน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งถูกน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายชุมชน โดยที่ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล ชุมชนติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำเท่ากับพื้นดินใต้ถุนบ้าน ชาวบ้านต้องเร่งเตรียมยกข้าวของขึ้นที่สูงและเตรียมซ่อมแซมเรือ

น้ำป่าหลากวังตะไคร้-นางรอง
ที่ จ.นครนายก ฝนที่ตกต่อเนื่องกัน 5-6 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากที่น้ำตกนางรอง ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก โดยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา จนท.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ขญ.13) นางรอง รายงานว่า เกิดน้ำป่าหลากบริเวณน้ำตกนางรองบริเวณสะพานข้ามไปเล่นน้ำฝั่งเอกชน มีสีแดงขุ่น ไหลเชี่ยว และกำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนทำให้ปริมาณน้ำที่อยู่บนเทือกเขาใหญ่ที่สะสมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำป่าหลากลงมา โชคดีที่วันนี้ไม่ได้เป็นวันหยุดจึงไม่มี นักท่องเที่ยว บริเวณที่พักตามริมน้ำ ขณะที่บริเวณน้ำตกวังตะไคร้ น้ำเริ่มมีสีขุ่นแดง ปริมาณน้ำยังน้อย และยังไม่ถึงจุดที่สัญญาณเตือนภัย ที่เจ้าหน้าที่ติดตั้งไว้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในกรณีฉุกเฉิน แต่ถ้าหากฝนหยุดตกเมื่อไหร่ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน