ให้ศาลรธน.ตีความวาระ8ปี ลุ้นสั่งพักหน้าที่นายกไว้ก่อน พท.-กก.สับเทกระจาดงบ66
กระแสยุบสภายังอึมครึม ‘บิ๊กตู่’ ไม่ตอบ โยนโฆษกรัฐบาลปฏิเสธแทน อ้างขอใช้เวลาที่เหลือทำงานให้ประชาชน พรรคฝ่ายค้านยื่นคำร้องถึง ‘ชวน’แล้วให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ประเด็นวาระ นายกฯ 8 ปี ‘ชลน่าน’ ลุ้นศาลสั่งพักหน้าที่ ภาวนาอย่าชิงยุบสภาหวังอยู่ยาว แต่เชื่อไม่กล้าทำ เหตุยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง หวั่นเกิดแรงต้านหนัก ‘กำนันบอย’ คนดังเมืองกาญจน์ ทิ้งปชป. โผซบภูมิใจไทย กกต.ออกระเบียบใหม่กรณียุบสภา ก่อนเลือกตั้ง ห้ามครม. รักษาการใช้ของหลวง สภาถกร่างพ.ร.บ.งบ ปี 66 วาระ 2-3 เพื่อไทย-ก้าวไกลโวย เทกระจาดลงพื้นที่เจ้ากระทรวงสังกัดภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์
กกต.ออกกฎใหม่กรณียุบสภา
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ.2563 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 ส.ค.2565 เป็นต้นไป มีเนื้อหาสำคัญ เป็นการแจ้งให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงนายกฯ เมื่อพ้นตำแหน่งจากเหตุยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีข้อห้ามใช้ ทรัพยากร วิทยุ โทรทัศน์ ที่รัฐถือหุ้นใหญ่ เอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง
โดยระบุไว้ใน ข้อ 5 การปฏิบัติหน้าที่ของครม.ระหว่างที่อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภา ต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งด้วยวิธีการ ทั้งการใช้ทรัพยากรของรัฐ บุคลากรของรัฐโดยการกำหนดนโยบาย โครงการ แผนงานโดยให้มีผลบังคับใช้ทันที, จัดประชุมครม.นอกสถานที่โดยใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากร ของรัฐ, สั่งการหรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรมหรือสัมมนาบุคลากรของรัฐหรือเอกชน โดยใช้งบหน่วยงานรัฐ พัสดุหรือเบิกค่าใช้จ่ายเดินทางจากหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่, ใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น คลื่นความถี่ หรือเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม หรือใช้งบด้านการประชา สัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ โดยการกระทำทั้งหมดนี้ในลักษณะสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
‘วิษณุ’แจงไทม์มิ่งเหมาะสม
ประเด็นเรื่องวันที่ประกาศ และวันที่ กกต.ส่งให้ประกาศนั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตทำไม กกต.เพิ่งออกประกาศระเบียบนี้ ด้วยตามประกาศ ประธาน กกต.ลงนามตั้งแต่ 28 ต.ค.2563
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องออกประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยให้มีเวลาล่วงหน้าพอสมควร ซึ่งกกต.ทำมาโดยตลอดอยู่แล้วเมื่อจะมีการเลือกตั้ง โดยกกต.ส่งมาถึงทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือน ก.พ.2564 และตนได้ให้กกต.นำไปแก้ไขอีกเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับปรุงเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จึงต้องแก้ไขระเบียบดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกัน เมื่อ กกต.ปรับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ได้ส่งกลับมาที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ตนยังไม่ให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะถ้าให้ประกาศในตอนนั้น จะเหมือนกับในตอนนี้ที่เกิดความแตกตื่นตกใจกันว่าสัปดาห์หน้าจะเกิดการเลือกตั้งกันแล้วหรือ ซึ่งความเป็นจริงไม่เกี่ยวอะไรกันทั้งนั้น
มาถึงบัดนี้คิดว่าได้เวลาพอสมควรที่จะต้องประกาศแล้ว เพราะจากนี้ไปจนถึงเดือน มี.ค.2566 ที่สภาผู้แทนราษฎรจะหมดวาระ ก็เหลือเวลาอีก 6-7 เดือน สมควรที่จะต้องออกประกาศระเบียบดังกล่าว เพื่อที่พรรคการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะได้เตรียมตัว หากไปประกาศในช่วงปลายปีนี้ แม้จะถือว่าทัน แต่ถือว่าฉุกละหุก เนื่องจากจะมีประกาศอื่นๆ อีกหลายเรื่องตามมาเป็นชุด ดังนั้นเมื่อมีฉบับที่ 1 จะมีฉบับที่ 2, 3, 4 ตามมา
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการโยงไปถึงเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ซึ่งอาจทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ต่อข้อถามว่า การออกประกาศครั้งนี้แสดงว่าเป็นการส่งซิกให้เตรียมพร้อมการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีซิกอะไร เขาทำเสร็จ เขาก็ออกมาประกาศ เมื่อถามว่ามองกระแสข่าวยุบสภาอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า คนทั้งหลายพูดกัน แต่ตนไม่ได้มองอะไร เป็นเรื่องของการเข้าโหมดการเลือกตั้งที่สภากำลังจะครบเทอม
‘อิทธิพร’สั่งเตรียมพร้อมเลือกตั้ง
ที่โรงแรมเมอเวนพิค อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเพื่อพัฒนางานและยกระดับมาตรฐานการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 5/2565 เพื่อมอบแนวทางและข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งส.ส. โดยมีกกต. เลขาธิการกกต. รองเลขาธิการ กกต. ผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 77 จังหวัด เข้าร่วมประชุม
นายอิทธิพรกล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะครบวาระในวันที่ 23 มี.ค.2566 ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งในระดับจังหวัดนับว่ามีความสำคัญ ที่จะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย การได้รับความรู้จากการนำเสนอ ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของ ผู้แทนในแต่ละภาค จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ได้อย่างรวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มีอยู่ในคู่มือที่จะศึกษาได้
การเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะครบวาระในปี 2566 ให้ครอบคลุมทุกด้าน เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งทราบดีว่า แต่ละจังหวัดได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้ว การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง การสรรหาผู้สมัครของพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในแต่ละเขตเลือกตั้ง ตามที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ….หรือกฎหมายลูกที่มีการแก้ไขกำหนดขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเบื้องต้น
‘บิ๊กตู่’ไม่ตอบ-โยนโฆษกโต้ยุบสภา
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เสร็จสิ้นเวลา 11.45 น. ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวการยุบสภา ภายหลังมีประกาศระเบียบกกต. ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใด ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ.2563 พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถาม เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมอบหมาย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบคำถามแทน
นายธนากรให้สัมภาษณ์ว่า จากที่สื่อ มวลชนสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ ถึงกระแสข่าวการยุบสภานั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยัน ไม่มีการยุบสภา เดินหน้าทำงานและจะเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิเคราะห์กันหรือไม่ว่าทำไม กกต.ถึงการออกระเบียบในช่วงนี้ นายธนกรกล่าวว่า คงตอบแทนกกต.ไม่ได้ คงไม่ไปก้าวล่วง และไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงเพิ่งประกาศใช้ระเบียบฉบับ ดังกล่าว แต่เชื่อว่าคงไม่ใช่การเตรียมพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หากย้อนไปก่อนหน้านี้กกต.เตรียมความพร้อมเลือกตั้งมาตลอด ทั้งในส่วนเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งเมืองพัทยาและการเลือกตั้งกทม.
ต่อข้อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าการออกระเบียบดังกล่าวช่วงใกล้ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวาระนายกฯ 8 ปี เป็นการส่งสัญญาณยุบสภา นายธนกรกล่าวว่า คงไม่ใช่ ย้ำว่า นายกฯ ยืนยันไม่มีและบอกแล้วว่าเวลาที่เหลืออยู่ขอทำงานให้ประชาชนเต็มที่ เมื่อถามว่าเมื่อนายกฯ ยืนยันมาตลอดจะไม่ยุบสภา วิเคราะห์หรือไม่ทำไมจึงมีกระแสข่าวออกมาช่วงนี้ นายธนกรกล่าวว่า คงเป็นมุมมองที่หลากหลาย นายกฯ ไม่ได้สนใจและไม่ได้ใส่ใจ
ขอคนไทยรักกัน-ไทยไปได้แน่
เวลา 16.00 น. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการมอบรางวัลการประกวด “บทเพลงเพื่อชาติและราชบัลลังก์” ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 ได้มีการจัดกิจกรรมประกวดบทเพลงเพื่อชาติและราชบัลลังก์ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี ไปแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนได้เห็นนิสิต นักศึกษาและประชาชนมีความรักสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่ทำให้ชาติบ้านเมืองอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อสถาบันโดยใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง ตนมาที่นี่หลายครั้ง แต่ วันนี้ถือว่าคนเยอะที่สุด แสดงให้เห็นว่า ประเทศของเรายังมีอนาคตอีกไกล วันนี้มี ลุงแก่ๆที่ยืนอยู่ตรงนี้และหนุ่มสาวเด็กๆ อยู่ข้างหลัง เราอยู่ได้
เมื่อพูดถึงช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีน้ำเสียงสั่นเครือสะอื้นในอก หยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมจัดงานแสดงถึงความรักชาติรักราชบัลลังก์ เราจะรักใครชอบใครอยู่ที่ 3 ส่วนด้วยกัน รักก็คือรัก รักด้วยหัวใจ รักด้วยสมอง รักด้วยปัญญา เป็นสิ่งที่ทำให้โลกเราน่าอยู่และสามัคคี วันนี้อันตราย เพราะโลกขัดแย้ง เราต้องรักกันให้ได้มากที่สุด ตราบใดที่รักกันประเทศไทยไปได้แน่ๆ คิดว่าคนอีกหลายล้านคนมีความเห็นเช่นเดียวกัน ฝากประเทศไทยไว้ในมือของพวกเรา
“เห็นผมเป็นนายกฯ และเป็น ผอ.กอ.รมน. ดูเหมือนใหญ่โตมากเหลือเกิน ตำแหน่ง ยิ่งเยอะความรับผิดชอบยิ่งมากและต้องยิ่งดูแลคนให้ได้ บางอย่างก็มากบ้าง บางอย่างก็น้อยบ้าง เพราะเรามีคนจำนวนมากพอสมควร มีความแตกต่างหลากหลาย ผมพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำอย่างไรให้เราฝ่าฟันอุปสรรคช่วงนี้ให้ได้ โอกาสเรามีอยู่เยอะมาก ถ้ามายืนตรงผมจะรู้ว่าเรามีโอกาสเยอะมาก เราต้องไม่ทำลายโอกาสของเราเท่านั้น ผมฝากแค่นี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘อนุทิน’ยันไร้สัญญาณยุบสภา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวว่าพล.อ. ประยุทธ์ ได้ส่งสัญญาณยุบสภาหรือไม่ ว่า ไม่มี ท่านไม่ได้ส่งอาการ หรือสัญญาณอะไรว่าให้ไปเตรียมตัวหรือไปทำอะไร อำนาจยุบสภาเป็นของนายกฯ เพียงผู้เดียว ไม่ต้องปรึกษาใคร หรือขอมติอะไรจากใคร เราไม่สามารถไปเกี่ยวข้องอะไรได้ เราก็เลยไม่คิด ตอนนี้ทุกพรรคทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างลงพื้นที่ เพื่อทำให้พื้นที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ส่วนกรณีที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง ซึ่งถูกมองว่าอาจมาแทนพล.อ.ประยุทธ์ หากพ้นจากตำแหน่งปมวาระ 8 ปี นายอนุทินกล่าวว่า “พูดแบบนี้ พูดให้หาเรื่อง ชื่อผมอยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยมา 4 ปีแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองอะไรก็ต้องพร้อม หากยุบสภาก็ไปเลือกตั้ง ถ้าเกิดมีอันเป็นไปท่านดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่ได้ ก็ต้องไปดูว่ารัฐธรรมนูญขั้นตอนกำหนดว่าอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามนั้น” เมื่อถามว่า พร้อมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ว่ากันไป อย่าเพิ่งไปตีตนก่อนไข้ นาทีนี้ก็โอเคอยู่แล้ว ที่จะทำงานให้เต็มที่ ทุกวันนี้ตนยังทำงานได้ปกติความคล่องตัวก็มีทุกๆ เรื่อง

นายกฯ8ปี – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านฯ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 17 ส.ค.
ฝ่ายค้านยื่น‘ชวน’ส่งศาลตีความ 8 ปี
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นต้น ร่วมยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์
นายชวนกล่าวว่า จะนำไปตรวจสอบคำร้องว่ามีรายชื่อครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมายคือ 1 ใน 10 ของจำนวนส.ส. คือ 48 คน หรือไม่ จากนั้นคงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อ 171 คน ยื่นต่อประธานสภา เพื่อขอให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมระยะเวลาเกินกว่า 8 ปี ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หรือไม่ สาระสำคัญในหนังสือ ประกอบด้วย 1.การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2557 และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
2.รัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 ห้ามนายกฯ ดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปี โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องและมิได้กำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่าต้องเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญนี้เท่านั้น
3.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2561 และ 7/2562 กรณีมาตรา 264 ให้รัฐมนตรี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องอยู่ในบังคับของรัฐธรรมนูญปี 2560 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-5/2550 และ 24/2564 เรื่องการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังสามารถทำได้หากมิใช่โทษทางอาญา
4.เจตนารมณ์ของการจำกัดระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรคสี่
ลุ้นสั่งพักหน้าที่-ภาวนาอย่ายุบสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้พล.อ.ประยุทธ์พ้นวาระวันที่ 23 ส.ค. ผู้ที่รักษาการนายกฯ จะเป็นพล.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เขียนรองรับให้ครม. ทั้งคณะปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องไป และรักษาการแทน ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ยังรักษาการในตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้ ถ้าพล.อ.ประวิตร จะรักษาการได้ ก็ต่อเมื่อศาลสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา
ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากพล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นตำแหน่งในวันที่ 23 ส.ค. จะใช้วิธีรักษาการไปเรื่อยๆ จนใกล้ครบวาระ มี.ค.2566 นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้ารัฐสภา ยังไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ ไม่ว่าจะมาจากในบัญชี หรือนายกฯ คนนอก ก็มีสิทธิ์ที่จะรักษาการไปจนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่เข้ามา เพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเงื่อนเวลาว่า จะต้องเลือกนายกฯ คนใหม่ให้ได้ภายในกี่วัน ถ้าเป็นกรณีนายกฯ รักษาการ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีอำนาจทำได้เหมือนกับเป็นนายกฯ ในเวลาปกติ ทั้งการพิจารณางบประมาณ การแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถ้าเป็นการยุบสภา มีข้อห้าม โดยห้ามแต่งตั้งโยกย้าย พิจารณางบประมาณ ห้ามใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายกฯ จะชิงยุบสภาก่อน วันที่ 23 ส.ค. นพ.ชลน่านกล่าวว่า สามารถทำได้ แต่เหตุผลการยุบสภา ต้องเกิดข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายสภา แต่ขณะนี้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น สภาไม่มีความผิดใดๆ เลย ถ้าจะอ้างว่ายุบสภาคงยาก ถ้ายุบก่อนวันที่ 23 ส.ค. จะไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายจะค้างไปต่อไม่ได้ ยกเว้นแต่ได้ส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ทูลเกล้าฯ ไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการทูลเกล้าฯ เข้าสู่สุญญากาศ นายกฯ จะอยู่ยาว แต่ไปเสริมแรงต้านของประชาชน ให้เกิดแรงต่อต้าน อย่างหนัก เชื่อว่า นายกฯ ไม่กล้าทำ ภาวนาอย่าให้ทำ
ก้าวไกลหนุนคืนอำนาจปชช.
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้าที่จะยุบสภา จึงคิดว่าระเบียบกกต.ที่ออกมาเป็นเพียงสัญญาณที่ส่งมาด้วยความบังเอิญ ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากยุบสภาใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เรื่องงบประมาณ เรื่องกติกา และเรื่องการแบ่งเขต ไม่ได้เข้าทางพล.อ.ประยุทธ์ เขาคงไม่อยากจะยุบ แต่วิถีทางที่ดีที่สุดคือการยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน เลือกผู้นำใหม่ในวิกฤตแบบนี้ พรรคก้าวไกลพร้อมจะลงเลือกตั้งหากเกิดการยุบสภา
ส่วนวาระนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเป็นตนจะถามตัวเองว่าคนที่มีสิทธิวินิจฉัยตนเองมากที่สุดคือประชาชน ประชาชนเรียกเขาว่าเป็นนายกฯ แม้จะชอบหรือไม่ก็ถูกปกครองโดย พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด 8 ปี หากนับเลขถูกและเรียกตัวเองว่าเป็นนายกฯ มาตลอด 8 ปีก็จบที่จิตสำนึก อยู่ที่สามัญสำนึก จริงๆ ไม่จำเป็นต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญตีความใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าเคารพประชาชนก็ควรลาออก
51 อจ.ส่งข้อเสนอถึงศาลรธน.
นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. และอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงการนับวาระ 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์ ว่า รัฐธรรมนูญเขียนชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไรทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีบทบัญญัติในมาตรา 158 วรรคสี่ว่าดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปี ส่วนคำว่า 8 ปีนับตั้งแต่เมื่อไรนั้นก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จะนำรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาใช้ไม่ได้
“ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 ไม่ได้ระบุว่าให้นำรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาใช้ด้วย ดังนั้น อายุการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องเริ่มต้นนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 คือ 6 เม.ย.2560 ซึ่งจะครบ 8 ปี ในวันที่ 5 เม.ย.2568 ดังนั้น คงเป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย และคงมองประเด็นเรื่องบทเฉพาะกาลมาตรา 264 ว่าให้นำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาใช้ในเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วยหรือไม่” นางสดศรีกล่าว
ขณะที่ อาจารย์นิติศาสตร์ 51 คน จาก 15 มหาวิทยาลัย ยื่นจดหมายเปิดผนึกส่งถึงประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการนับเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ และข้อกฎหมายการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีของ นายกฯ ระบุ รัฐธรรมนูญ 2560 มิได้ยกเว้นให้นายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งมาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกฯ มาตั้งแต่ 24 ส.ค.2557 จึงดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ถึง 24 ส.ค.2565 และหากยังดำรงตำแหน่งจนถึง 24 ส.ค.2565 ก็ต้องพ้นตำแหน่งทันทีในวันถัดไป ตามมาตรา 170 วรรคสอง และหากถึง 25 ส.ค.2565 ศาลยังไม่มีคำวินิจฉัยก็ต้องพิจารณามีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
(อ่านรายละเอียด หน้า 7)
สอท.จ่อเปิดแคมเปญเลือกตั้ง
ที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคใต้ เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ 16 คน โดยเป็นการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง มอบนโยบายการทำงานในพื้นที่ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย พร้อมรับฟังปัญหาและ ข้อเสนอของประชาชน ผ่านผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส.
นายอุตตมกล่าวว่า นับจากนี้มีเวลาทำงานไม่มากนัก ดังนั้น พรรคจะต้องทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้ปรากฏชัดเจนว่ายุทธศาสตร์ของภาคใต้จะเป็นอย่างไร และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครส.ส.มีหน้าที่อะไร ต้องการอะไร โดยพรรคมีหน้าที่สนับสนุนให้ตรงจุดในทุกมิติ ยืนยันว่ามีความพร้อมเดินหน้าในสนามเลือกตั้งอย่างแน่นอน
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า หลายเดือนที่ผ่านมา การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงมาก และหลังวันที่ 24 ส.ค.นี้ ภาพการเมือง จะเริ่มชัดขึ้น มีทั้งพรรคที่ไปต่อได้ และไปต่อไม่ได้ ส่วนพรรคสร้างอนาคตไทยจะระดมทำงานอย่างเต็มที่ และรอให้การพิจารณาวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่ยุติ เชื่อว่าคือโค้งสุดท้ายของการเมืองไทยก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง ดังนั้นหลังวันที่ 24 ส.ค. พรรคจะเปิดนโยบายหลัก ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้ทีมเศรษฐกิจพรรคใช้เป็นหลักในแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล
“ต้นเดือนก.ย.ถึงเวลาที่พรรคจะรุกเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดแคมเปญใหญ่ของพรรค หลังจากนั้นจะยกทัพหลวงลงพื้นที่ในภาคต่างๆ เพื่อกระตุ้นกระแสของพรรคให้ทุกภาค ซึ่งคณะผู้บริหารจะลงพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง การเคลื่อนไหวของพรรคในเดือนก.ย.เป็นต้นไปจะเร่งทำงานอย่างหนัก วันนี้เราต้องทำงานอย่างใกล้ชิด และช่วยกันอย่างเต็มที่” นายสนธิรัตน์กล่าว
‘กำนันบอย’ทิ้งปชป.-ซบภท.
เวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา น.ส.วทันยา บุนนาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงว่า วันนี้เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ถือว่าวันนี้เป็นการยุติบทบาทในฐานะส.ส.อย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าการลาออกครั้งนี้ มาจากความรู้สึก ข้อความที่ตนได้โพสต์ทั้งหมดมาจากใจ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จนเป็นส.ส. กระทั่งตัดสินใจลาออกเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ น.ส. วทันยากล่าวว่า ต้องขอบคุณนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้การต้อนรับด้วยการทาบทามผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งไม่ใช่แค่นายพนิต แต่มีผู้ใหญ่หลายท่านโทรศัพท์มาหาตน รวมถึงติดต่อผ่านคนอื่นๆ เข้ามา แต่เนื่องจากการตัดสินใจลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นกะทันหัน จึงขอใช้เวลาไตร่ตรอง และทำภารกิจส่วนตัวก่อน แต่ยืนยันว่า จะขอเดินต่อในเส้นทางการเมืองแน่นอน
ต่อข้อถามว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ได้ชวนเข้าร่วมทำงานกับพรรคด้วยหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า มีการพูดคุยกับท่านมาโดยตลอด ไม่ใช่ว่าตนเพิ่งลาออกแล้วคุย โดยได้มีการแลกเปลี่ยนกัน ทำให้หลายครั้งเห็นว่า ท่านตั้งพรรคใหม่ เพราะมีความปรารถนาดีกับประเทศ
นายปารเมศ โพธารากุล หรือ กำนันบอย อดีตส.ส.เขต 3 กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เมื่อวันที่ 14 ส.ค. และได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุผล ที่ลาออกแล้ว ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ขณะนี้ตนได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยแล้วเช่นกัน ตนจะไปเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีตัว ผู้สมัครส.ส.เขตแล้ว
สภาถกงบ 66 -คลังยันหนุนฟื้นศก.
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วาระ 2 และ 3 ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 พิจารณาเสร็จแล้ว มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธาน ก่อนเข้าสู่วาระได้แจ้งที่ประชุมว่า กกต.มีหนังสือแจ้งมาเมื่อ 16 ส.ค.ว่า ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่รัฐสภาเห็นชอบและส่งไปนั้น ไม่มีข้อทักท้วง และตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ก่อนส่งนายกฯ ให้ประธานรัฐสภาชะลอไว้ 3 วัน เพื่อเปิดให้สมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เสนอความเห็นต่อร่างดังกล่าว และให้ประธานรัฐสภาส่งความเห็นไปยังศาล รัฐธรมนูญเพื่อวินิจฉัย ซึ่งจะครบกำหนดชะลอ 3 วัน ในวันที่ 19 ส.ค.
จากนั้นเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท เรียงลำดับมาตรา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ประธานกมธ.วิสามัญ กล่าวรายงานว่า กมธ.แต่งตั้ง 9 อนุกมธ. ปรับลดงบ 7,644,243,800 ล้านบาท การปรับลด การเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบดังกล่าว กมธ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายการดำเนินการ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจสำคัญเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสังคมภายหลังภาวะวิกฤตโควิด-19 และประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ รวมทั้งสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต เข้มแข็ง รองรับการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบวงเงินประมาณ 3.185 ล้านล้านบาท
ฝ่ายค้านโวยกระจุกตัวบางพื้นที่
เวลา 10.45 น. พิจารณามาตรา 4 ว่าด้วยยอดรวมวงเงินงบประมาณรายจ่าย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กมธ.เสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรค ก้าวไกล กล่าวว่า งบนี้จัดสรรไม่มองภาพกว้างของคนทั้งประเทศ โครงการซ่อมถนนและโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำรวมกันเกินกว่า 50 % ของงบลงทุน กระจุกตัวอยู่ที่บางจังหวัดชัดเจน โครงการซ่อมถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท 7 จังหวัดที่ได้รับงบสูงสุด รวมกันแล้วได้งบถึง 25% ของงบทั้งประเทศ งบปรับปรุงแหล่งน้ำของกรมชลประทาน 7 จังหวัดที่ได้รับงบสูงถึง 36% ของงบทั้งประเทศ
งบซ่อมถนน พรรคต้นสังกัดของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีส.ส.เขต 34% ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่ง 7 จังหวัดที่ได้รับงบซ่อมถนนสูงสุดนั้น พรรคนี้มีส.ส.เขตใน 7 จังหวัดนั้น หรือคิดเป็น 100% งบปรับปรุงแหล่งน้ำ แม้พรรคต้นสังกัดของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะมีส.ส.เขต 21% ของทั่วประเทศ ดู 7 จังหวัดที่ได้รับงบสูงสุดจะเห็นว่าพรรคนี้มีส.ส.เขต 3 จาก 7 จังหวัด หรือคิดเป็น 43% รัฐบาลจัดสรรงบโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของทุกคนอย่างเป็นธรรม หรือจัดอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตัวเอง
เทให้บ้านเจ้ากระทรวงภท.-ปชป.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอเสนอตัดงบแผ่นดิน 29% เพราะไม่ต้องการให้ไปกู้หนี้เพิ่มอีก สภาพรัฐบาลขณะนี้อยู่ในภาวะบักโกรก ไส้แห้ง ถังแตก ตูดขาด เงินไม่มีแล้วยังจัดทำงบแบบนี้ ที่บอกว่าปีนี้เผาจริง ตอนนี้เวียนสามรอบแล้วขึ้นเมรุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังจะจุดไฟเผาด้านเศรษฐกิจอย่างถาวร เตรียมตัวเก็บกระดูกลอยอังคารเศรษฐกิจไทย แต่เมื่อดูการจัดงบรายจ่ายปี 2566 ไม่เคยเห็นอะไรน่าเกลียดเท่ากับรัฐบาลชุดนี้มาก่อน บางกมธ.เป็นธุรกิจครอบครัว บางกมธ.ไปคุยกัน หลังห้องบางกมธ.ก็มีอธิบดี ปลัด รองปลัดขี้ฉ้อ บางคนเจรจาความโดยไม่อายใคร แต่ท่านควรอายลูกที่บ้านด้วย
การที่ตนเสนอตัด 29% เพื่อจะบอกว่า อย่าเพิ่มภาระแบบนี้อีกเลย เพราะเป็นการ จัดงบแบบทิ้งทวน เทกระจาด ไปในพื้นที่ เจ้ากระทรวง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงบกระจุกตัวเป็นว่าเล่น เหมือนคุยกันมาก่อน เช่น งบปรับปรุงแหล่งน้ำ กรมชลประทาน ตนได้ยินมาว่าไปลงที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ มากเป็นพิเศษ หรือกรมการข้าว เดิมเคยได้งบต่อปีที่ 3,000 ล้านบาท แต่ปีนี้พุ่งไปที่ 17,000 ล้านบาท แต่ข้าวไทยกลับสู้เวียดนามไม่ได้ ขณะเดียวกันภารกิจของแต่ละกรมมีหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน หากเป็นเช่นนี้จะปฏิรูปไปเพื่ออะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระทรวงที่นายจิรายุยกตัวอย่างการเทกระจาดงบ มีเจ้ากระทรวงสังกัดพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด
จากนั้นเป็นการลงมติในมาตรา 4 ที่ประชุมเห็นกับกมธ.เสียงข้างมากด้วยคะแนน 245 ไม่เห็นด้วย 107 งดออกเสียง 2
สับงบกลาง-จับไต๋ไร้เลือกตั้งปี 66
เวลา 13.45 น.พิจารณามาตรา 6 งบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน 590,470,000,000 บาท ที่จำแนกเป็น 12 รายการ โดยกมธ.เสียง ข้างน้อย และส.ส.ฝ่ายค้านทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ต่างอภิปรายไปในทิศทางเดียวกันคือ เสนอปรับลดงบกลางลง เนื่องจากเป็นการตั้งงบที่ไม่ได้นำไปใช้ในงานเร่งด่วน และฉุกเฉิน งบจำนวนมากนำไปใช้จ่ายให้กับเงินเดือนข้าราชการ อีกทั้งยังไม่มีความโปร่งใส และตรวจสอบยาก
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กมธ.ที่ขอสงวนความเห็น อภิปรายว่า จากรายงานของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา พบว่างบกลางมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส 3 เรื่องคือ 1.กระบวนการพิจารณา 2.กระบวนการใช้จ่าย และ 3.กระบวนการตรวจสอบ โดยงบกลางในรายการเงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ ปี 2566 ตั้งงบไว้ 1 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ปี 2557-2564 ไม่เคยมีการเบิกจ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว จึงสามารถปรับลดลงได้
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ กมธ.ที่ขอสงวนความเห็น อภิปรายว่า ขอเสนอปรับลดงบกลาง 5% เพราะมีอัตรา 18.5% ของงบทั้งหมด ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี แต่กลับไม่มีวินัยในการใช้งบ จนอาจจะทำให้เกิดภาวะภัยทางศีลธรรม ในกระบวนการพิจารณาปีนี้ มีหลายครั้งที่ตั้งงบที่ดูแล้วไม่พอที่จะทำโครงการ เมื่อตนถามหน่วยงานนั้นไป จะได้รับคำตอบว่า ไว้ไปขอจากงบกลาง เช่น งบจัดการเลือกตั้ง ถ้านายกฯ ตัดสินใจลาออก และยุบสภาในวันนี้ ตนจะไม่ติดใจหากจะใช้งบกลางมาจัดการเลือกตั้ง แต่ไม่เข้าใจว่า สภาชุดนี้จะครบวาระในช่วงเดือนมี.ค.2566 จะมีเหตุผลอะไรทำให้กกต. และสำนักงบประมาณ ไม่ตั้งงบสำหรับการเลือกตั้งในปี 2566 หรือท่านรู้อะไรที่ตนไม่รู้ว่าปีหน้าจะไม่มีการเลือกตั้งตามวาระ ตนจึงถามหน่วยงานว่า จะนำเงินมาจากไหนจัดเลือกตั้ง คำตอบที่ได้คืองบกลาง
ในอนาคตหากทุกหน่วยงานตั้งงบไม่รอบคอบเช่นนี้ และหวังไปพึ่งงบกลางในดาบหน้า ต่อให้นำงบกลางของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง 8 ปี มารวมกันก็คงไม่พอ การตั้งงบกลางสูงอาจทำให้สบายใจ แต่ถ้าตั้งไว้สูงแล้วทำให้หน่วยงานชะล่าใจว่าถ้าตั้งงบไม่พอก็ขอจากงบกลางได้เรื่อยๆ สุดท้ายจะมีงบไม่พอสำหรับกรณีฉุกเฉิน
ปูดมีกลิ่นทุจริตโชย
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบกลาง 20% เพราะไม่น่าจะสอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วน ฉุกเฉิน เป็นที่รู้และกังวลว่าเป็นงบที่ตรวจสอบยาก มีการเปิดช่องให้รั่วไหลมาที่สุด เมื่อปี 2561 นายกฯ ไปแก้กฎหมายระเบียบวินัยการเงินการคลัง เพิ่มอำนาจให้ตัวเองในการอนุมัติงบกรณีฉุกเฉินและจำเป็นมากขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเมื่อบ้านเมืองโปร่งใสยิ่งต้องแก้ให้อำนาจลดลง ให้เข้าสู่ระบบ ซึ่งปีก่อนๆ และปีนี้ การจัดงบกลางเพียงแต่ตั้งเป็นก้อนกลมๆ มา โดยไม่มีรายละเอียดให้ ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก และเมื่อกมธ.ติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ไปดูการใช้งบและขอเอกสาร ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ มีการปกปิดข้อมูล ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสและมีเงื่อนงำ
ดูได้จากการที่นายกฯ อนุมัติงบกลางไปให้มหาวิทยาลัย 2-3 แห่งไปทำวิจัย โดยการอ้างโควิด ไม่ทราบว่าการวิจัยฉุกเฉิน จำเป็นอย่างไร เพราะกลัวผลวิจัยจะออกมาต้องใช้เวลาเป็นปี จึงไม่มีเหตุผลที่ใช้งบกลางให้กับการวิจัย และเป็นการซ้ำซ้อนกับงบของกระทรวง ที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ ที่สำคัญไปกระจุกอยู่ในบางมหาวิทยาลัย จึงเป็นการจัดงบที่ไม่ตอบโจทย์ของประชาชน ไม่ได้เร่งด่วน ฉุกเฉินจริงๆ ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือไปพบว่าได้กลิ่นการทุจริต จึงขอย้ำว่าการใช้งบกลาง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีปัญหา ทำให้เราคลางแคลงใจตลอด และหากปีนี้ให้งบกลางไปอีก ยิ่งเป็นปีที่เข้าสู่การเลือกตั้ง ก็คิดไปได้ทั้งนั้นว่าจะเอาไปทำอะไร ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ประชาชนจริงๆ
ต่อมาเวลา 18.30 น. พิจารณามาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ สำหรับการพิจารณาร่างพ.รงบ.งบประมาณปี 2566 วาระ 2 และ 3 กำหนด วันที่ 17-19 ส.ค.