สต.หญิงถูกทำร้ายสารพัดชอร์ตไฟฟ้า-ทุบดั้งจนหัก
แจ้งจับหญิงอ้างเป็นเมียส.ว. ทำร้ายร่างกายสารพัด อดีตทหารหญิงเหยื่อโหดร้อง เหมือนตกเป็นทาส ต้องรับใช้ถูกทำร้ายร่างกาย เหตุคู่กรณีเป็นตำรวจหญิง อ้างฝากเป็นทหารให้ได้ แลกมาทำงานที่บ้านให้ สุดท้ายได้เป็นจริงแต่โดนหักเงินเดือนทหาร เป็นค่าฝากเข้ารับราชการ สุดท้ายขอลาออกจากทหารให้เลิกทวงบุญคุณ พร้อมขอออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอม เลยเข้าแจ้งสภ.เมืองราชบุรี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ส.ค. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พร้อมอดีตทหารหญิง ที่ไปทำงานรับใช้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งอ้างเป็นภรรยาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งใช้ที่ชอร์ตไฟฟ้า จี้ตามศีรษะและตัว เอาไม้ฟุตเหล็กสับหน้า ไม้ตีดั้งหัก หัวแตก โดยจะพาอดีตทหารหญิงผู้เสียหายรายนี้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรี
โดยอดีตทหารหญิงเล่าว่า เดิมเป็นลูกจ้างร้านกาแฟ มีเจ้านายเป็นตำรวจยศสิบตำรวจเอกหญิง (ส.ต.อ.หญิง) ซึ่งอ้างว่าเป็นตำรวจสังกัดสันติบาลและเป็นภรรยาส.ว. สามารถฝากเข้ารับราชการทหารได้ แต่ให้สัญญาว่าต้องคอยดูแลรับใช้ที่บ้าน ซึ่งต่อมาได้บรรจุเป็นทหารหญิงยศนายสิบจริง จากนั้นทำงานประจำหน่วยมาปีกว่า ก็มีคำสั่งให้มาช่วยราชการและมาทำงานที่บ้านส.ต.อ.หญิงคนนี้ โดยที่ผ่านมาไม่เคยเห็นส.ว.มาที่บ้าน แต่จะพูดตลอดว่าเป็นภรรยาส.ว.
อดีตทหารหญิงกล่าวต่อว่า ช่วงแรกที่ไปทำงานที่บ้านก็เป็นไปด้วยดี โดยจะอยู่ด้วยกันกับตน 2 คน ต่อมาวันหนึ่งอ้างว่าตนทำงานไม่ถูกใจ พูดไม่มีหางเสียงบ้าง จึงมีปัญหากันมาทำให้โดนตบและปรับเงิน พร้อมระบุที่ทำลงไปเพราะต้องการสั่งสอนให้เป็นคนดี ทั้งที่ตนพูดมีหางเสียงแล้ว บางครั้งให้ทำโทษ ตัวเองด้วยการตบปากจนกว่าเลือดจะออก ค่าแรงก็ไม่ได้ แถมหญิงคนดังกล่าวยังเก็บเงินเดือนราชการไปอีก ประมาณเดือนละ 5,300 บาท ซึ่งอ้างว่าฝากเข้าเป็นทหารให้ เงินส่วนนี้จึงต้องเป็นของหญิงคนดังกล่าว ทำให้ต้องขอเงินจากทางบ้านมาใช้แทน จากนั้นหากทำอะไรไม่ถูกใจจะเริ่มปรับเงิน 500-800 บาท แถมหญิงคนดังกล่าวยังขอเงินจากการขายรถ 5 หมื่นกว่าบาทไปด้วย อ้างว่าเป็นเงินค่าดำเนินการให้เป็นทหาร
สำหรับการทำร้ายร่างกาย เริ่มจากตบหน้าก่อน ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็จะทำร้าย แต่ช่วงหลังจะรุนแรงขึ้น โดยตอนนั้นหญิงคนดังกล่าวให้ช่วยหนีบผม แต่ตนทำไม่เป็น หญิงคน ดังกล่าวจึงใช้ที่หนีบผมร้อนๆ มาหนีบมือ จนมือเป็นบาดแผล โดยหญิงคนนั้นอ้างว่าไม่คิดว่าจะร้อน ต่อมายังใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้ามาชอร์ตตามตัวและในร่มผ้า แต่หลังๆ ชอร์ตหัวและปาก เนื่องจากไม่พอใจอ้างว่าชอบโกหก นอกจากนั้นยังโดนทุบตีด้วยไม้ถูพื้นจนเป็นแผลที่หู ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดผมและใช้ไฟจุด แถมยังโดนทำร้ายใช้ไม้บรรทัดเหล็กสับหน้า และใช้ไม้ตีดั้งจมูกหักหัวแตก” อดีตทหารหญิงกล่าว
“โดนกระทำแบบนี้กว่า 2 ปี ตอนแรกจะหนีแต่กลัวทำครอบครัวเดือดร้อน เคยคิดจะจบชีวิตตัวเอง แต่สุดท้ายแม่แอบมาหาที่บ้านหญิงคนดังกล่าวและทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงหาทางช่วยเหลือ” อดีตทหารหญิงกล่าว
อดีตทหารหญิงกล่าวอีกว่า จากนั้นได้ไปลาออกจากทหาร เพราะหญิงคนดังกล่าวอ้างว่าให้อาชีพนี้ ถ้าจะออกจากบ้านต้องลาออก จึงตัดสินใจไปลาออกจากทหาร แต่อีกฝ่ายยังอ้างมีเงินค่าดำเนินการที่จ่ายไปอีก 9 หมื่นกว่าบาท ถึงขั้นพ่อต้องไปกราบให้ปล่อยตน ออกมา ซึ่งพ่อแม่ไปเจรจาพร้อมคืนเงินให้แล้วแต่เขาไม่ยอม และยังจะเอาเงินอีก 4.5 แสนบาท
อดีตทหารหญิงกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เข้าไปทำงานที่บ้านเขาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี แทบ ไม่เคยได้ออกจากบ้านเลย ซ้ำตนต้องขายรถ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ เครื่องประดับ ให้เงินเจ้านายไป 2.7 แสนบาท ไม่รวมกับเงินเดือนที่ถูกยึดไปในแต่ละเดือน บางครั้งต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ รวมถึงซื้ออาหารกินเอง แม้ตนจะถูกทำร้ายก็ไม่เคยส่งไปรักษาพยาบาล เพียงแต่ให้กินยาให้หายเอง อย่างทำร้ายตนจนจมูกหักมาเดือนกว่าก็ยังไม่ได้รักษา หายใจได้จากจมูกข้างขวาข้างเดียว โดยตนยังถูกข่มขู่ว่า ถ้าหนี จะตามมาหิ้วตัวไปจากบ้าน ตอนนี้ต้องการขอให้ครอบครัวปลอดภัยก็พอ และไม่คิดจะกลับไปทำงานกับเขาแล้ว

โดนทารุณ – อดีตทหารหญิงเข้า แจ้งความ สภ.เมืองราชบุรี กล่าวหาตำรวจหญิงอ้างเป็นภริยาส.ว. ใช้งานเยี่ยงทาส กระทำทารุณสารพัดทั้งชอร์ตไฟฟ้า ใช้เหล็กตีดั้งจมูก แอลกอฮอล์ราดจุดไฟเผา และยึดเงินเดือนด้วย เมื่อ 18 ส.ค.
แม่ผู้เสียหาย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนลูกโทรศัพท์มาลาตนก็ใจแป้ว จึงไปรับกลับโดยที่ลูกไม่รู้ แต่เจ้านายก็บ่ายเบี่ยง ไม่ยอม จึงไปขอกำลังตำรวจมาพาตัวออกไป พอลูกเปิดแผลให้ดู เห็นสภาพหน้าแตก ดั้งหัก โดยสัปดาห์ก่อนต้องขายทรัพย์สินหาเงินไปให้
น้าของอดีตทหารหญิง กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหญิงอ้างเป็นภรรยาส.ว. แต่อีกฝ่ายต้องการเงิน จึงเตรียมเงินไว้ 9 หมื่นกว่าบาท พร้อมนัดแนะและแจ้งตำรวจ สุดท้ายจึงเข้าไปช่วยเหลือออกมาได้ ทุกวันนี้ยังกลัวและ ไม่กล้าอยู่บ้าน ตอนนี้กังวลใจมาก เพราะต้องระวังตัวและกลัวโดนตามทำร้าย
นายกัณฐัศว์กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์ปริศนาอ้างเป็นนักกฎหมายมาขู่ก่อนเข้ารายการว่าให้หยุด ตนยืนยันจะไม่หยุด หาก มีใครจะออกตัวมาช่วย ต้องบอกเลยว่าประเทศไทยเลิกทาสมานานแล้ว หากผู้เสียหายไม่ได้รับความช่วยเหลือคงเสียชีวิตในบ้านไปแล้ว เพราะเขาโทรศัพท์ไปบอกลา พ่อแม่ ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยจึงแจ้งตำรวจแล้วขอกำลังไปพาตัวออกมาจากบ้าน นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเล่าด้วยว่า เวลาเขาจะทำอะไรต้องถ่ายคลิปตัวเองถูกทรมานไว้ด้วย คนปกติคงไม่ทำเช่นนี้ ซึ่งตัวผู้เสียหายเองก็มีการศึกษา เพิ่งจบปริญญาโทและกำลังจะรับปริญญาเร็วๆ นี้ ซึ่งตนจะไปร่วมงานด้วย เพราะเขายังหวาดกลัว
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สภ.เมืองราชบุรี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พาอดีตทหารหญิงผู้เสียหาย เข้าแจ้งดำเนินคดีนายจ้าง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นภรรยา ส.ว. ในคดีทำร้ายร่างกาย โดยมีพ.ต.ท.ปิยพัชร์ ปลาทอง สารวัตร (สอบสวน) รับเรื่องในการแจ้งความ พร้อมด้วยตัวแทนวุฒิสภา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุป
ด้าน พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี รักษาราชการทาน ผกก.สภ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ได้รับประสานจากญาติผู้เสียหายว่ามีหลานถูกทำร้ายร่างกายอยู่ที่บ้านแถวเขต อ.เมือง หลังตรวจสอบและนัดหมายไปดูพื้นที่ พบผู้เสียหายเลยพาออกมาจากบ้านหลังนั้นในสภาพที่มีบาดแผล พร้อมส่งตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นยังไม่ได้คุยกับ ผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
วันเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ขอชี้แจงเบื้องต้นผลการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวนั้น ผู้ถูกกล่าวหา คือ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 ปัจจุบันช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี สำหรับข้าราชการตำรวจหากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความผิด ก็ต้องรายงานตัวต้องหาคดีอาญา เพื่อสอบสวนทางวินัยต่อไป ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล จะขอผลการดำเนินคดีอาญา จาก สภ.เมืองราชบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยต่อไป
ด้านพล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ที่มาช่วยราชการ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบรายชื่อแล้วพบว่าบรรจุช่วยราชการ อยู่ใน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าจริง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วย โดยจะตั้งกรรมการสอบสวน หากเป็นเรื่องจริงก็ให้พ้นหน้าที่ ส่งตัวกลับหน่วยต้นสังกัดทันที ส่วนการลงทัณฑ์นั้นให้เป็นหน้าที่ของหน่วยต้นสังกัด
เมื่อถามว่าผู้ถูกกล่าวหาปกติมาทำงานที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า จริงหรือแค่ย้าย ชื่อมา พล.ต.ปราโมทย์กล่าวว่า “ต้องมาทำเพราะบรรจุ โดยช่วงนี้เขาน่าจะพักเวรอยู่”