อนุทินเย้ยแพทย์ชนบทยันตู่ไม่ยี่หระถูกกดดัน
สภายืดถกงบ-3วันไม่จบปชป.ชู‘ดร.เอ้’ปาร์ตี้ลิสต์

‘ชวน’ดีเดย์ 22 ส.ค. ส่งคำร้องฝ่ายค้านปมวาระนายกฯ 8 ปี ให้ศาลรธน.ตีความ ‘วิษณุ’ ชี้หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการยังยุบสภา-ปรับครม.ได้ ‘บิ๊กตู่’ รับใช้ขันติสู้เสียงวิจารณ์ ‘อนุทิน’เย้ยชมรมแพทย์ชนบท กดดันนายกฯ ไม่เคยทำอะไรได้ เชื่อแค่นี้นายกฯ ไม่ยี่หระ ด้านแพทย์ชนบทสวนกลับเอาที่สบายใจก็แล้วกัน 77 ส.ว.ยื่นสภาให้ส่งศาลรธน.ตีความร่างพ.ร.ป. พรรคการเมือง ปล่อยคนมีมลทินเข้าสู่การเมือง ปชป.กทม.คึก รวมพลังสู้เลือกตั้ง เตรียมดัน‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ลงส.ส.บัญชีรายชื่อ สภาถกร่างพ.ร.บ.งบฯ 3 วันไม่จบ ขอยื้อต่ออีกวัน

‘ชวน’จ่อยื่นศาลรธน.ตีความ8ปี
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องผ่านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ว่า หลังได้รับรายชื่อประธานรัฐสภาได้ตรวจสอบรายชื่อสมาชิกสภาทั้ง 172 รายชื่อเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ เพราะต้องมีรายชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

พบว่าใน 172 รายชื่อ มีลายเซ็นที่ไม่ตรงกับตัวอย่างที่สมาชิกเคยให้ไว้กับเลขาธิการสภา 5 ราย ซึ่งได้ตรวจสอบไปยังเจ้าตัวทั้งหมด และได้ทำบันทึกยืนยันรายชื่อกลับมาแล้วว่าได้ลงชื่อสนับสนุนจริง และช่วงเย็น วันเดียวกันนี้ นายชวน ได้ลงนามในคำร้องแล้ว เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภา จะได้ไปยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงเช้าวันที่ 22 ส.ค. หลังยื่นคำร้องแล้ว จะแจ้งไปยังผู้ร้องให้ทราบต่อไป

‘บิ๊กตู่’ยิ้มเซ็ง-พยักหน้ารับใช้ขันติ
เมื่อเวลา 11.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เสร็จจากการเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. และให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการประชุม จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลเรื่องวาระนายกฯ 8 ปีหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ เดินออกจากโพเดียมแถลงข่าวทันที พร้อมยิ้มแบบรู้ทันและส่ายหน้าเล็กน้อย

เมื่อถามว่า นายกฯ ต้องใช้หลักขันติในการรับข่าวสารที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์เรื่องวาระ 8 ปีใช่หรือไม่ ซึ่งล่าสุดชมรมแพทย์ชนบทออกแถลงการณ์ ‘8 ปีแล้ว พอเถอะนะ’ และปลุกทุกองค์กรในสังคมสร้างกระแสให้กระหึ่ม เพื่อกดดันให้ออกจากตำแหน่งเมื่อครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ พยักหน้ารับ โดยไม่ตอบคำถาม แล้วเดินขึ้นห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกังวลเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ว่า ในสัจธรรมที่ควรจะเป็นเมื่อเราอยู่ด้วยระบบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องรับ ในหลักนิติธรรมผลออกมาว่า 8 ปีหยุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องรับ แต่ถ้า 8 ปีไม่ใช่เวลาที่เขานับ สังคมก็ต้องรับ ประเทศจึงจะ เดินหน้าไปได้ แต่หากจะเอาหลักความ พึงพอใจของตัวเอง ตนมองว่ามันไปไม่ได้

‘วิษณุ’ชี้ถ้าพักหน้าที่-รักษาการได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ยื่นคำร้องของฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนายกฯ 8 ปีแล้ว ระหว่างนี้ต้องบริหารราชการไปตามปกติ จนกว่าศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 82 ที่ระบุว่า หากมีเหตุอันสมควร ศาลสามารถสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ที่มีการฟ้องร้องกัน บางคดีศาลสั่งให้หยุด บางคดีศาลก็ไม่ได้สั่งให้หยุด

ต่อข้อถามว่า หากศาลสั่งพล.อ.ประยุทธ์ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ รักษาการนายกฯ คือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เอาตรงๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ยังรักษาการได้ แต่ในกรณีที่นายกฯ จะรักษาการไม่ได้จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168, 169 ที่ระบุว่าในกรณีที่นายกฯกระทำผิด ไม่ให้นายกฯ รักษาการ หรือถ้าคนที่กระทำผิดคือคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครม.ก็รักษาการไม่ได้ แล้วให้ปลัดกระทรวงทั้งหมดขึ้นมารักษาการ แต่หากนายกฯ พ้นผิดด้วยกรณีอื่น เหมือนกับหากนายกฯ ยุบสภาก็ยังรักษาการได้ นายกฯ ลาออกก็ยังรักษาการได้ หรือนายกฯ ถูกศาลสั่งว่าครบ 8 ปีแล้วต้องออก นายกฯ ก็รักษากันได้ แต่นายกฯ อาจจะขอไม่รักษาการ ถ้าอย่างนั้นก็จะมาเป็น สร.2 คือ พล.อ.ประวิตร

ยุบสภา-ปรับครม.ก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มีสิทธิ์ตัดสินใจหรือไม่ว่าเพื่อความกระจ่าง และก่อนวันที่ 24 ส.ค. อาจจะขอพักงานตัวเองไปก่อน นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับนายกฯ ต่อข้อถามว่าหากทำตามกฎหมาย แสดงว่า นายกฯสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ ถูก เว้นแต่ศาลจะสั่งตอนที่รับเรื่องว่าให้หยุด กับอีกคราวหนึ่งเมื่อศาลวินิจฉัยว่าครบแล้ว 8 ปี ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็พ้น แต่ยังต้องรักษาการ ซึ่งรักษาการจนกว่านายชวน จะหานายกฯ คนใหม่

เมื่อถามว่า ในระหว่างที่รักษาการนายกฯ สามารถประกาศยุบสภา ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ ในสมัยนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา เมื่อยุบสภาแล้วยังสามารถปรับครม.ได้ เพราะขณะนั้นในครม.มีความขัดแย้ง จึงต้องปรับครม.ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาก่อนครบวาระ 8 ปี ขณะนี้ยังมีสัญญาณนั้นอยู่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ผมไม่เห็น พวกคุณเห็นกันที่ไหนสัญญาณ ผมไม่รู้ คุณตีระฆังสั่นกระดิ่งกัน ตรงไหนว่าจะยุบ”

‘อนุทิน’ชี้แพทย์ชนบทไม่เกี่ยวสธ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีชมรมแพทย์ชนบทแถลงการณ์เชิญชวนทุกองค์กรในสังคมแสดงออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวลงจากตำแหน่งตามกติกาว่า คงทำในนามส่วนตัว เป็นองค์กรหนึ่งแต่ไม่ได้มีอะไรผูกพัน กับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นเหมือนสมาคมที่ตั้งกันเองเป็นกลุ่มเป็นก้อน คงใช้ความเป็นปัจเจกบุคคลทำความเห็นดังกล่าว แต่ สธ.ไม่ได้รับฟังอะไร ถ้าฟังแล้วไม่เข้าท่า

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีเป็นแพทย์ในกระทรวงแสดงออกเช่นนี้ทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่อยากไปตอบโต้หรือโต้เถียง เพราะอะไรที่เขียนมาไม่มีสาระ ไม่มีความหมายและไม่ผูกพันสธ. รัฐบาลไม่ให้ความสนใจอยู่แล้ว ข้อความอะไรเยอะแยะที่เขียนมาก็ไม่ได้ทำตามสักเรื่อง อย่าไปสนใจ แต่เป็นสิทธิเสรีภาพในฐานะประชาชนที่จะเขียนอะไรก็ได้ ถ้าเป็นข้าราชการเข้าข่ายผิดวินัย เขามีผู้บังคับบัญชาที่จะจัดการดูแลไป

เชื่อเรื่องแค่นี้นายกฯไม่ยี่หระ
ต่อข้อถามว่าการออกมาเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ร่วมกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ถือเป็นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เพราะฝ่ายค้านและบางกลุ่มอยู่ระหว่าง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระนายกฯ 8 ปี นายอนุทินกล่าวว่า “กดดันใครได้ ไม่มี เคยกดดันใครได้ล่ะ ที่ผ่านมาไม่ได้มีชมรมนี้ชมรมเดียวที่กดดันนายกฯ คนออกมากดดันนายกฯ ตั้งมากมาย คนที่สนับสนุนก็มาก และพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ยังสนับสนุน นายกฯ อยู่”

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ได้สอบถามกรณีดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยัง เรื่องแค่นี้นายกฯ ไม่ยี่หระ เมื่อถามว่าจะให้ปลัด สธ. ไปทำความเข้าใจและตักเตือนชมรมแพทย์ชนบทหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าไม่เกี่ยวกับงานก็ไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ เราทำหน้าที่ของเรา เขาก็ทำหน้าที่ของเขา ใครทำอะไรไว้มีผล ของการ กระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นเรื่องปกติ

แพทย์ชนบทเย้ยกลับเอาที่สบายใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ทางเพจแพทย์ชนบท ได้แชร์ข่าวของนายอนุทิน พร้อมหยิบยกบางส่วนของคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว เน้นเครื่องหมายถามและข้อความดังต่อไปนี้

“???? เอาที่สบายใจก็แล้วกัน…

“อนุทิน” เย้ย แพทย์ชนบทกดดันนายกฯ ลาออก ปม 8 ปี ไม่เคยทำอะไรได้ ชี้ ใครทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เชื่อ “บิ๊กตู่” ไม่ยี่หระ แค่ข้อความยาวๆ

77ส.ว.ส่งตีความกม.พรรคการเมือง
เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า วันที่ 19 ส.ค. เวลา 10.30 น. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นตัวแทนของสมาชิกรัฐสภา จำนวน 77 คน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. …ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

สืบเนื่องจากร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 132(2) รัฐสภาจะต้องส่งร่างพ.ร.ป.ดังกล่าว ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ความเห็น โดยทางรัฐสภาได้ส่งเรื่องไปให้กกต. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ต่อมากกต.ได้ให้ความเห็นกลับมายังรัฐสภา ในวันที่ 16 ส.ค. มีมติไม่มีข้อทักท้วง แต่ตามข้อบังคับรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 104 บัญญัติไว้ว่า ให้ประธานรัฐสภาชะลอร่างพ.ร.ป. ไว้ 3 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ หรือ 73 คน เสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภาว่าร่างพ.ร.ป.ฉบับดังกล่าว มีข้อความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และขอให้ประธานรัฐสภาส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในการลงชื่อครั้งนี้มีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อ 77 คน จึงเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธานรัฐสภา กำลังเร่งตรวจสอบความถูกต้องเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับรัฐสภา

ทำลายสถาบัน-เปิดช่องคนมีมลทิน
ด้านพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นสำคัญที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้แก่ 1.การแก้ไขเกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียม และค่าบำรุงพรรค การเมืองที่เรียกเก็บจากสมาชิก โดยลดค่าบำรุงพรรค รายปี จาก 200 บาท เป็น 20 บาท และแบบตลอดชีพ จาก 2,000 บาท เป็น 200 บาท ตนมองว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งออกแบบให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมือง และกำหนดให้การเก็บค่าบำรุงพรรค เป็นความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมต่อพรรคการเมือง รวมไปถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการสาขาพรรค และตัวแทนพรรค การเมือง ดังนั้น การลดอัตราค่าสมาชิกพรรคดังกล่าว อาจเปิดช่องให้เกิดโอกาสที่มีผู้ออกเงินแทน และทำให้เกิดการครอบงำได้

2.การลดคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เดิมกำหนดความเข้มข้น ห้ามบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค แต่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง ได้แก้ไขให้บุคคลที่มีมลทินสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ ถือว่าขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ป้องกันผู้ที่มีมลทินเข้าสู่การเมือง

3.การแก้ไขการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. (ไพรมารี) เดิมกำหนดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาของพรรคเป็นผู้เลือกตัวแทนไปดำเนินการ ขณะที่กระบวนการไพรมารีของผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เดิมกำหนดให้การเรียงลำดับ จะมาจากคะแนนผู้ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคด้วยคะแนนสูงสุดลดหลั่นกันไป แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาจัดลำดับได้เองถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ปชป.กทม.คึก-รวมพลังสู้เลือกตั้ง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคจัดประชุมเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งของพื้นที่กทม. โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. คณะกรรมการยุทธศาสตร์กทม. อดีตส.ส.กทม. ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อดีต ผู้สมัครส.ก. และหัวหน้าสาขาพรรค ในกทม. รวมทั้งนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชุมด้วย

นายจุรินทร์กล่าวว่า เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งในอีก 6-7 เดือนข้างหน้า จึงเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ กทม.เป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรค เป็นพื้นที่ที่เรามี ผู้แทนมาทุกยุคทุกสมัย แม้คราวที่แล้วไม่ได้รับเลือกตั้งเลย แต่ไม่ได้แปลว่าจะสูญพันธุ์ในกทม. การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สูญพันธุ์ ใครที่ปรามาสเราก็ต้องกลับไปคิดใหม่ ขณะนี้พรรคมีคนสำคัญๆ ที่ต้องการทำงานกับเราที่ กทม. เช่น นายสุชัชวีร์จะมาเดินหน้าร่วมกับพรรค และจะเป็นกำลังสำคัญในการบุกพื้นที่ กทม.ด้วย

‘ดร.เอ้’ชูยุคใหม่-เล็งลงชิงส.ส.
ด้านนายสุชัชวีร์กล่าวว่า ครั้งนี้คงต้องร่วมเป็นร่วมตายกันอีกครั้ง เชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ต้องทำให้ดีขึ้น เมื่อฟังพี่ๆ ทุกคนแล้ว เห็นว่าถึงเวลาที่เราต้องผนึกกำลังจริงๆ จากนี้ไปจะได้เห็นหน้าตนบ่อยขึ้น ตอนนี้ตนเป็นประชาธิปัตย์และจะเป็นประชาธิปัตย์ในยุคใหม่ ยุคที่วันนี้เราได้ลงมือทำแล้ว

นายองอาจกล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. เป็นอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง จึงได้รวมพลังพวกเราในวันนี้เพื่อระดมความคิดจากผู้สมัคร และอดีตผู้สมัครทุกคน เพื่อนำไปกำหนดยุทธศาสตร์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไป

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้น แกนนำ กทม.อยากให้นายสุชัชวีร์ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพรรค สามารถช่วยหาเสียงได้มากกว่าการลงสมัครส.ส.เขต แต่ยังไม่ได้หารือกับนายสุชัชวีร์ อย่างเป็นทางการว่าตัดสินใจเช่นไร

สภาถกงบอืด-ขอเพิ่มวันประชุม
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ซึ่ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 และ 3 ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ซึ่งกำหนดพิจารณาวันที่ 17-19 ส.ค.

สำหรับการพิจารณาสองวันแรกเป็นไปอย่างล่าช้า หลังเวลา 22.30 น. วันที่ 18 ส.ค.เห็นชอบมาตรา 14 งบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ ที่กมธ.เสียงข้างมากตัดงบเหลือ 60,365,691,100 บาท ด้วยมติ 205 ต่อ 45 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 จากนั้นเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม ซึ่งกมธ.ปรับลดเหลือ 5.9 หมื่นล้านบาท จาก 5.8 หมื่นล้านบาท แต่อภิปรายไม่จบ ได้ปิดการประชุมเวลา 23.28 น. และนัดประชุมต่อในวันที่ 19 ส.ค. ขณะที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) เกรงว่าจะไม่สามารถอภิปรายจบได้ 42 มาตรา จึงเสนอให้เพิ่มวันประชุมในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค. แต่ยังไม่ยุติ

พท.โวยงบคมนาคมเทให้บุรีรัมย์
ส่วนการประชุมสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณ 2566 ในวันที่สาม เริ่มเวลา 09.30 น. เป็นการพิจารณาต่อในมาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม

นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย(พท.) อภิปรายว่า ขอปรับลดงบลง 20% เพราะกมธ.ปรับลดไม่เป็นธรรม ปรับลดกรมทางหลวงเพียง 40 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 70 ล้านบาท ขณะที่ใน จ.บุรีรัมย์ งบกระทรวงคมนาคมไม่ปรับลดแม้แต่บาทเดียว การจัดสรรงบขึ้นอยู่กับปริมาณการจราจรและการเก็บภาษี จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้มากกว่าจังหวัดอื่นๆ แต่ทำไมกมธ. ไม่ปรับลด

ที่สุดที่ประชุมสภาลงมติผ่านมาตรา 15 ด้วยคะแนน 201 เสียง ต่อ 85 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 5 เสียง

ก.ก.ขยี้ศูนย์ต้านข่าวปลอม
เวลา 10.30 น. พิจารณามาตรา 16 งบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 3.73 พันล้านบาท ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วย 224 เสียง ไม่เห็นด้วย 106 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 4 เสียง

เวลา 11.30 น. พิจารณามาตรา 17 งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 13,450,063,400 บาท ใช้เวลาพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง และที่ประชุมลงมติเห็นชอบ 235 ไม่เห็นด้วย 108 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 3 เสียง

ต่อมาเวลา 15.18 น. พิจารณามาตรา 18 งบกระทรวงพลังงาน จำนวน 1,859,566,200 บาท ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 229 ไม่เห็นด้วย 41 ไม่ลงคะแนน 2

ส่วนมาตรา 19 งบกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3,617,636,600 บาท สมาชิกฝ่ายค้านตำหนิกรมการค้าภายใน ที่ปล่อยให้สินค้าราคาอุปโภคบริโภคราคาแพง เอื้อประโยชน์ต่อเจ้าสัว และไม่สนใจสินค้าการเกษตรที่ปล่อยให้ราคาตกเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะข้าวราคาตก ที่ประชุมลงมติเห็นชอบ 230 ไม่เห็นชอบ 106 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

3วิปให้ลากยาวข้ามคืน
เวลา 18.45 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยหลังการหารือของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือวิป 3 ฝ่าย ว่า ฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันกับฝ่ายค้านว่า ต้องการให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณไปตามข้อตกลงเดิมคือ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน แม้ว่าตอนนี้การพิจารณาจะถึงแค่มาตรา 20 ยังเหลืออีก 20 มาตรา แต่โดยปกติ เมื่อผ่านมาตราสำคัญที่ยังเหลืออยู่คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ เข้าใจว่าหน่วยงานอื่น จะใช้เวลาอภิปรายน้อยลง และที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้ให้ความร่วมมือดีแล้ว

ยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลพร้อมรักษาองค์ประชุม เพื่อการดำเนินการพิจารณางบประมาณจนสามารถลงมติวาระ 3 ในคืนนี้ได้ และถ้าเห็นชอบแล้วจะนำส่งวุฒิสภาพิจารณา เพื่อประกาศใช้ให้ทันก่อนวันที่ 1 ต.ค.นี้

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เบื้องต้นอาจให้ประชุมลากยาวจนถึงเวลา 03.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ซึ่งขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลอยากให้พักการประชุมในช่วงดังกล่าว แล้วประชุมต่ออีกครั้งในวันที่ 20 ส.ค. แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านอยากให้ประชุมต่อในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค. ซึ่งจะคุยกับฝ่ายรัฐบาลอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน