อ้าง-กำลังรักษาตัว ‘บิ๊กโจ๊ก’สอบเครียด ค้นบ้านเก็บหลักฐาน เพิ่มข้อหาค้ามนุษย์ เอาผิดทางวินัยด้วย
ตำรวจหญิงย่องเข้ามอบตัว คดีทำร้ายทหารรับใช้หญิง โชว์ ใบแพทย์อ้างป่วยควบคุมตัวเองไม่ได้ ‘บิ๊กโจ๊ก’สอบเครียด คุมตัวไปค้นบ้านเก็บหลักฐาน ก่อนดำเนินคดีเด็ดขาดทั้งอาญาและวินัย โดยเอาผิดข้อหาค้ามนุษย์ พร้อมด้วยเร่งรัดเยียวยาให้ความเป็นธรรมอดีตทหารหญิง
จากกรณีอดีตทหารหญิงยศ ส.ต. แจ้งจับ ส.ต.ท.หญิงรายหนึ่งสังกัดสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) ซึ่งอ้างเป็นภรรยา ส.ว. ฝากให้เป็นทหารแล้วดึงตัวเป็นทหารรับใช้ ข่มขู่และทารุณกรรมร่างกายขั้นรุนแรง ทั้งใช้ที่ชอร์ต ไฟฟ้าจี้ตามศีรษะและลำตัว เอาไม้ฟุตเหล็กสับหน้า ตีจนดั้งหักหัวแตก พร้อมบีบบังคับ ให้ลาออกจากราชการ เหตุเกิดท้องที่ สภ.เมือง ราชบุรี โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งรัดติดตามคดี และเตรียมออกหมายจับตำรวจหญิงเจ้านาย โหด ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 20 ส.ค. ที่สภ.เมืองราชบุรี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส. 1 ก่อเหตุทำทารุณกรรมอดีตทหารหญิงรับใช้จนบาดเจ็บ โดยร่วมประชุมทีมพนักงานสอบสวน พร้อมนำตัวผู้เสียหายที่ถูกทารุณกรรมและครอบครัวเข้าให้ข้อมูลด้วย โดยพล.ต.ท. สุรเชษฐ์พูดคุยซักถามอย่างละเอียด ผู้เสียหาย เล่าว่าถูกทำร้ายด้วยเครื่องชอร์ตไฟฟ้า ไม้ อะลูมิเนียม ฯลฯ ล่าสุดนำน้ำยาล้างห้องน้ำมาราดที่แผล กรณีที่เกิดขึ้นทำให้กลัวมากแต่ไม่กล้าแจ้งความ เพราะเขาขู่ว่าจะไปจัดการ กับที่บ้าน ตนกลัวที่บ้านจะเดือดร้อนเลยต้องยอม นอกจากนี้ยังโดนเขาปรับเงิน อ้างว่าพูดไม่เพราะ ไม่มีหางเสียง และเหตุผล อื่นๆ ขณะที่มารดาเหยื่อระบุ เพิ่งทราบเรื่อง ไม่นานนี้
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวให้กำลังใจ ผู้เสียหายด้วยว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องคดี ผบ.ตร.สั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือใครก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายต้องเท่าเทียมภายใต้กฎหมายเดียวกัน และไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ผู้ถูกกระทำต้องได้รับการดูแล หลังจากนี้จะให้ไปรักษาตัวให้เรียบร้อยเพื่อหางานใหม่ วันนี้ตนลงมาทำงานด้วยตัวเอง จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครมาขู่เข็ญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำอดีตทหารหญิงจนเสร็จสิ้น จนสามารถตั้งข้อกล่าวหาส.ต.ท.หญิง ซึ่งเป็นเจ้านาย ว่าทำผิดต่อเสรีภาพ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ และค้ามนุษย์ เนื่องจากมีการโอนเงินเดือนของทหารหญิงไปเป็นเงินเดือนของตนเอง ก่อนไปขออนุมัติศาลจังหวัดราชบุรีเพื่อออกหมายจับ และเตรียมนำตัวมาแถลงร่วมกับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ด้วย
เวลาไล่เลี่ยกัน ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.1 ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.เมือง ราชบุรี โดยสวมใส่เสื้อยืดสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ มีเสื้อแขนยาวสีดำคลุมทับ และสวมหมวกแก๊ปด้วย พร้อมแจ้งต่อสื่อมวลชนไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นข้าราชการแสวงหาประโยชน์ บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยการข่มขืนใจ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้น หรือผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล และใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อย ทางร่างกาย จิตใจ (ความผิด ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6, มาตรา 6/1, มาตรา 13 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา”

สอบเครียด – พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. สอบปากคำส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ผู้ต้องหาทำร้ายทารุณทหารรับใช้หญิงและค้ามนุษย์ หลังเข้ามอบตัวพร้อมนำใบแพทย์มาแสดงว่ามีอาการป่วย ที่สภ.เมืองราชบุรี เมื่อวันที่ 20 ส.ค.
ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ในฐานะรองผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) มาสอบปากคำเบื้องต้นพร้อมกล่าวว่า คดีนี้ ต้องดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งเร่งรัดช่วยเหลือเหยื่อให้ได้รับความยุติธรรม สำหรับตำรวจหญิงที่มอบตัวแล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด หลังจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะส่งตัวกลับไปรายงานตัวทางต้นสังกัด คือ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ต้องรายงาน ข้อหาคดีอาญา เป็นการดำเนินการทางวินัยอีกส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดลักษณะนี้อีก
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ส.ต.ท.หญิง รับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายจริง อ้างว่า มีอาการไม่สามารถควบคุมตัวเอง พร้อมนำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ระบุว่ามีอาการควบคุมตัวเองไม่ได้เป็นระยะๆ และรับการรักษาต่อเนื่องมาประมาณ 2 ปี แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นโรคอะไร ซึ่งจะเป็นโรคจิตหรือไม่เป็นเรื่องของแพทย์ จากนี้จะสอบปากคำ และนำตัวไปขอหมายค้นบ้าน ดูร่องรอยเครื่องมือที่ใช้ ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายมา 2 ปี มีการใช้ไม้บรรทัดเหล็ก ที่หนีบผม อุปกรณ์ต่างๆ มาจี้ตามร่างกาย ดูเป็นคนอารมณ์รุนแรง เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา เป็นข้าราชการอยู่แล้ว แต่มีการข่มขืนใจบังคับใช้แรงงานและบริการ แสวงหาผลประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงานและการบริการ นำไปสู่การกักขังหน่วงเหนี่ยว และยังครอบงำจิตใจ ข่มขู่ว่าจะไปทำร้ายร่างกายครอบครัว ทำให้ผู้ เสียหายเกิดความกลัว ถือเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ทั้งสิ้น ตัวผู้ก่อเหตุเองก็เขาร้องไห้ เสียใจ สำนึกผิด” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวและว่า ความผิดฐานค้ามนุษย์นั้น ผบ.ตร. สั่งการให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน หรือตำรวจ
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณียื่นประกันตัวนั้น ต้องดูว่าเขามีเจตนามามอบตัวเอง เบื้องต้นน่าจะให้ประกันตัวได้ เพราะเจ้าตัว ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ บอกว่าพร้อมสู้คดี ไม่หนีไปไหน สำหรับเรื่องการปฏิบัติราชการของเขา ทราบว่าถูกส่งตัวไปที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แล้วมาทำหน้าที่ผู้ประสานงานของวุฒิสภา โดยประสานงานให้กับส.ว.ท่านหนึ่งแต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ แต่ล่าสุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ส่งตัวกลับต้นสังกัด คือสำนักงานตำรวจ แห่งชาติแล้ว ดังนั้นวันจันทร์ที่ 22 ส.ค. ต้องไปรายงานตัวตามปกติที่กองบังคับการ ตำรวจสันติบาล 1
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รรท.ผกก.สภ.เมืองราชบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำตัวส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ หรือเจ๊นุช มาตรวจค้นบ้านหาของกลาง ที่ใช้ทำร้ายร่างกายทหารหญิง เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยมีทนายความมาสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมห้ามสื่อเข้าไปในบ้าน ห้ามถ่ายภาพผู้ต้องหา ก่อนจะปิดประตูบ้านทันที
ก่อนหน้านี้ เมื่อค่ำวันที่ 19 ส.ค. ที่สภ. เมืองราชบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เดินทางมาติดตามคดีต่างๆ พื้นที่ราชบุรี โดยมี พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี รายงานข้อมูล พร้อมกำชับให้เร่งรัดคดี ต่อมา อดีตตำรวจหญิงผู้เสียหายพร้อมครอบครัว เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ โดยมี พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี ร่วมสอบปากคำกับทีมสหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกหมายเรียกโดยเร็วที่สุด