นัดเคานต์ดาวน์23สค. ฝ่ายค้านเตือนไร้ที่ยืน แนะชิงออกก่อนตัดสิน สภาส่งคำร้อง8ปีวันนี้ ศาลรธน.จ่อถก24สค.
กลุ่มราษฎรจับมือภาคประชาชน 4 ภาค 38 องค์กร แถลงการณ์ ‘ให้มันจบที่ 8 ปี’ กดดัน ‘ประยุทธ์’ ลาออกก่อนศาล รธน.วินิจฉัย เสนอ 3 ข้อเรียกร้อง ลั่นประชาชนไม่เอานายกฯ เถื่อน ยันพ้นวาระตามรัฐธรรมนูญเส้นตาย 24 ส.ค. จตุพร-คณะหลอมรวมฯ นัดชุมนุมยาวถึง 24 ส.ค. ลุยปักหลักค้างคืนทำเนียบ กดดันนายกฯ อีกทาง พรรคฝ่ายค้านกระทุ้งซ้ำ ชี้หมดความชอบธรรมอยู่ต่อ เพื่อไทยแนะนายกฯ ประกาศลาออก 23 ส.ค. เตือนรอจนวิกฤตระวังไม่มีที่ยืน กกต.ถกคำร้องปม 8 ปีวันนี้ ด้านศาลรธน.คาดหารือ 24 ส.ค. หลังสภาส่งคำร้องฝ่ายค้านให้ 22 ส.ค.
กลุ่มราษฎร-ปชช.4 ภาคไล่ตู่
เวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค.ที่ท้องสนามหลวง กลุ่มราษฎรและประชาชน 4 ภาค นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย, นายธนพัฒน์ กาเพ็ง กลุ่มทะลุฟ้า, น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง และ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ, นิว สหภาพคนทำงาน และ ซีน พรรคโดมปฏิวัติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น รวมตัวอ่านแถลงการณ์ “ให้มันจบที่ 8 ปี พอกันทีนายกฯ เถื่อน” กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะต้องสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 24 ส.ค.นี้
แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำ โซ่เหล็กมาปิดประตูทางเข้า ไม่อนุญาตให้เข้าไปจัดกิจกรรมโดยตำรวจ สน. ชนะสงคราม ชี้แจงว่าระเบียบของ กทม.ห้ามใช้พื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเดินเท้าไปแถลงที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตลอดการเดินเท้ามีการตะโกนว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’ ตลอดทาง
เมื่อถึงอนุสาวรีย์ฯ ผู้ทำกิจกรรมราว 30 คน เดินเรียงแถวบนถนนราชดำเนิน แถวหน้าถือป้ายไวนิลข้อความว่า ‘ให้มันจบที่ 8 ปี พอกันทีนายกฯ เถื่อน’ ‘ประยุทธ์ออกไป’ และ ‘นายกเถื่อน’

จบที่ 8 ปี – กลุ่มราษฎรและขบวนประชาชน 4 ภาค 38 องค์กร นำโดย ‘รุ้ง’ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อ่านแถลงการณ์ ‘ให้มันจบที่ 8 ปี’ เรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออก ก่อนการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 21 ส.ค.
จี้ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข
เวลา 10.25 น. ตัวแทนแต่ละกลุ่มแถลงถึงเหตุผลการเข้าร่วมชุมนุมไล่พล.อ. ประยุทธ์ โดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจบอร์ดประกันสังคมซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และ แต่งตั้งบอร์ดโดยคำสั่งคสช.ตั้งแต่ปี 2558 ทำให้เจอปัญหาที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม นำเงินประกันสังคมของพวกตนไปบริหารแก้ โควิด-19 ที่ไม่ตอบสนองต่อประชาชน และสถานการณ์โควิด-19
ตัวแทนองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว เพราะพวกเราหดหู่ เจ็บปวดและสิ้นหวังต่อการบริหารงานที่ผ่านมา นิสิตนักศึกษาจำนวนมากต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะไม่มีทรัพยากรเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ได้ หลายคนครอบครัวล้มละลายและไม่มีเงินส่งให้เรียนต่อ ทั้งหมดเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาด ความหวังริบหรี่สุดท้ายในประเทศนี้คือ 8 ปีนี้ครบแล้ว ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข
นัด 24 ส.ค.ร่วมขับไล่
นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ประเทศไม่มีหลักนิติรัฐ กระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามมากมาย พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารงานก็ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชา ธิปไตยหลายครั้ง ประชาชนอย่างเราจำเป็นต้องออกมาเพื่อแสดงว่าเราไม่เอานายกฯ ที่ชื่อประยุทธ์แล้ว หมดเวลาของประยุทธ์แล้ว
ด้าน แชมป์ ตัวแทนคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กล่าวว่า ทุกคนรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญปี 60 เป็นปัญหารุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ตั้งชื่อว่าฉบับปราบโกง แต่จริงๆ คือการปราบผู้ชุมนุม และประชาชนทุกคนในสังคมยกเว้นชนชั้นนำ หากใครอยากมีส่วนร่วมในการตีความคำวินิจฉัยวันที่ 24 ส.ค. เวลา 16.00 น. ณ ลานอากง สนามหลวง เพื่อฟังคำวินิจฉัยของครช.ว่าทำไม 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก คนที่จะวินิจฉัยพล.อ.ประยุทธ์ คือประชาชนทุกคนที่บอกว่าเขาไม่เอา นายกฯ เถื่อนอีกต่อไป
แถลงการณ์จี้พ้นเก้าอี้ 24 ส.ค.นี้
น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการรัฐประหารเพดานสิทธิและเสรีภาพของประชาชนลดต่ำลงมาก แม้กระทั่งการตั้งคำถาม การทำโพลสำรวจความคิดเห็นก็ทำให้ถูกคุมขังได้ ยังมีเพื่อนอีกหลายคนที่เป็นนักโทษทางการเมืองยังถูกคุมขังอยู่กว่า 30 คน ไม่ใช่เพียงคดีมาตรา 112 ที่เราต้องการให้คืนสิทธิการประกันตัวแต่เป็นนักโทษทางการเมืองทุกคนที่ถูกคุมขังภายใต้รัฐบาลเผด็จการนี้
น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กล่าวว่า การจัดสรรงบแผ่นดิน 8 ปีขูดรีดประชาชนพอหรือยัง ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องทวง ทุกอย่างคืน
เวลา 10.50 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง อ่านแถลงการณ์ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติมาตรา 158 วรรค 4 นายกฯ จะดํารงตําแหน่งรวมกันเกินแปดปีมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ส่วน มาตรา 170 วรรคสอง บัญญัติว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามมาตรา 158 วรรค 4 ด้วย
เมื่อปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 รัฐธรรมนูญ มาตรา 264 บัญญัติว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องสิ้นสุดลง 24 ส.ค. 2565 การตีความตัวบทกฎหมายย่อมไม่สามารถจะพลิกแพลงตลบตะแลงเปลี่ยนไปเป็นอื่นได้
ขวางยุบสภา-สร้างสุญญากาศ
เหล่าราษฎรจึงมารวมตัวกันเพื่อประกาศว่า ประยุทธ์ ผู้ไร้ความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามระบอบประชาธิปไตยนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่อำนาจ ต้องพ้นจากตำแหน่ง 24 ส.ค.2565 ดังนั้นนายประยุทธ์ จงลงจากตำแหน่ง นายกฯ ตามหลักเกณฑ์แห่งรัฐธรรมนูญเสียแต่บัดนี้ และจงอย่าคิดสร้างสุญญากาศทางกฎหมาย ด้วยการประกาศยุบสภาในขณะที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่ถูกประกาศใช้ อันจะเป็นการเปิดช่องให้บรรดาพลพรรคสามารถสร้างกฎหมายการเลือกตั้งที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง ของตน
และขอส่งสารไปยังประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำวินิจฉัยกรณีนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 24 ส.ค. หาไม่แล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายประยุทธ์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ นับตั้งแต่ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยแล้วเสร็จ
3 ข้อเรียกร้องเฉพาะกาล
และขอยืนยันข้อเรียกร้องเฉพาะกาลก่อนการเลือกตั้งดังต่อไปนี้ 1.ให้ ประยุทธ์ ลาออกจากนายกฯ โดยทันที 2.หากประยุทธ์ไม่ยอมลงจากอำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ส.ค.นี้ 3.ให้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เมื่ออ่านร่างแถลงเสร็จกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และตะโกน ‘ประยุทธ์ออกไป’
สำหรับราษฎรและขบวนประชาชน 4 ภาค ประกอบด้วย 38 กลุ่ม อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), We Volunteer, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.), คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move), People Go Network สลัมสี่ภาค เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม We Fair, เฟมินิสต์ปลดแอก, นักเรียนเลว รวมถึงกล่มคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพในพื้นที่จังหวัดต่างๆ

พบประชาชน – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายธงชาติ รัตนวิชา ที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ร่วมเสวนาในโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน “อนาคตประเทศไทย บนเส้นทางประชาธิปไตย” ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต
ฝ่ายค้านกระทุ้งตู่-หมดเวลาอยู่ต่อ
เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน “อนาคตประเทศไทย บนเส้นทางประชาธิปไตย” ครั้งที่ 6 โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ผู้นำฝ่ายค้าน ปาฐกถาพิเศษว่า สิ่งที่ตนอยากเห็นที่สุดคือ 23 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศยุติการดำรงตำแหน่งตัวเอง จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด จะถูกจารึกและจดจำ ยืนอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ ลดความ อึมครึม ลดขัดแย้ง
จากนั้นมีการเสวนา “อนาคตประเทศไทย บนเส้นทางประชาธิปไตย” นายพิจารณ์เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมาระบอบประยุทธ์กัดกินประเทศทุกด้าน พล.อ.ประยุทธ์จึงหมดความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯ ต่อ หากตีความตามตัวบทกฎหมายก็ชัดเจน 24 ส.ค.นี้ อยู่ต่อไม่ได้แล้ว นักวิชาการทางกฎหมาย สื่อมวลชน ต่างให้ความเป็นไปในทางเดียวกัน
กระทุ้งตั้งสสร.แก้รธน.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท. กล่าวว่า กรณีวาระ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นจากตำแหน่ง 24 ส.ค.นี้ การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นวิถีทางประชาธิปไตย คนที่มาโดยเผด็จการไม่รู้จักวิถีนี้ประชาชนต้องสอนให้เขารู้ หมดเวลาขอยกเว้น ประเทศไทยจะไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยได้เลยหากยังมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ พท.และฝ่ายค้านหลายพรรคยังยึดมั่นจะขอแก้ไขยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยให้มี ส.ส.ร. พท.ได้นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแล้ว 1 ร่างซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาเร็วๆ นี้
ด้านนายธงชาติ รัตนวิชา ที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประเด็นวาระ 8 ปี ไม่จำเป็นต้องยื่นตีความด้วยซ้ำเพราะทุกคนเข้าใจตรงกัน ทั้งนี้ระบอบประชาธิปไตยอำนาจเป็นของประชาชน เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การกำหนดกติกาที่เอาเปรียบผู้อื่น สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง ดังนั้นควรเลิกรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้และร่างใหม่ โดยตั้ง ส.ส.ร.จากตัวแทนประชาชน ถึงเวลาที่ประชาชนต้องออกมาแสดงพลังให้เห็นว่าเราไม่ต้องการกติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่าปล่อยให้สืบทอดอำนาจโดยไม่สิ้นสุด
ไม่ดันอุ๊งอิ๊ง-นายกคนนอก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. ให้สัมภาษณ์กรณีหากพล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้น นายกฯ พท.เหลือเพียง นายชัยเกษม นิติสิริ คนเดียวที่อยู่ในบัญชีนายกฯ ว่า ตามขั้นตอนต้องเลือกนายกฯ ตามมาตรา 158 และ มาตรา 159 ถ้าเลือกไม่ได้ก็ดำเนินการตามมาตรา 272 ซึ่ง พท.ต้องส่งชื่อแคนดิเดตในบัญชีพรรค ซึ่งมี 3 คน แต่โดยความชอบธรรม เมื่อ 2 คนไปทำหน้าที่อื่นก็เหลือเพียงนายชัยเกษมคนเดียว ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคจะเสนอรายชื่อคนนอกบัญชี กรณีถ้าสภาเลือกคนในบัญชีไม่ได้ ไม่ว่าจะเลือกกี่ครั้ง ถึงจะเปิดช่องให้เอาคนนอกบัญชีมาเป็นนายกฯ ได้ หากเสียง 2 ใน 3 ของสภาเห็นชอบ ถ้าเลือกได้ก็จบ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องเลือกอยู่อย่างนั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเลือกวนรอบอยู่จนหมดวาระสภา 23 มี.ค. 2566
เมื่อถามว่าหากต้องเสนอนายกฯ คนนอกบัญชี พท.เตรียมคนไว้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่ได้ปรึกษาหารือกัน เพราะต้องส่งคนในบัญชีก่อน เมื่อถามว่าจะมีการเสนอชื่อของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพ พท. เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนนอกหรือไม่ หัวหน้า พท. กล่าวว่า ไม่น่าจะเหมาะในสถานการณ์อย่างนี้ ส่วนชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะเหมาะกับการเป็น นายกฯ คนนอกบัญชีหรือไม่ ก็ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคเพื่อไทย
เตือนตู่รอวิกฤตไม่มีที่ยืน
เมื่อถามว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภา จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปม นายกฯ 8 ปี ในวันที่ 22 ส.ค. คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่ น.พ.ชลน่านกล่าวว่า คำร้องฝ่ายค้านมี 2 เรื่อง 1.ให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ และ2.ให้มีคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ ดังนั้น ถ้า 22 ส.ค. สภาส่งคำร้องไป ปกติศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมทุกวันพุธคือ 24 ส.ค. สมมติเตรียมประชุม 24 ส.ค. ถ้าศาลตั้งองค์คณะว่าจะรับคำร้องหรือไม่ เราก็จะรู้วันว่าศาลจะสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำร้องหรือไม่
หากศาลยังไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องรอคำวินิจฉัยคาดว่าอีกเดือนครึ่ง อาจถึงสิ้น ก.ย.ถึงจะมีคำวินิจฉัย สมมติความเป็น นายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุด 24 ส.ค.นี้ ระหว่างรอวินิจฉัยนั้นรัฐธรรมนูญคุ้มครองว่าการกระทำใดๆ ช่วงนี้ทำได้ไม่มีผลไปลบล้าง ก็เป็นไปได้ที่ศาลจะไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างรอคำวินิจฉัย แต่ที่เรากลัวคือข้อขัดแย้งทางการเมือง กระแสต่อต้านจะยิ่งแรงขึ้น ถึงตอนนั้นคือจุดวิกฤต อย่าว่าแต่พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในประเทศไทยเลยแต่จะไม่มีที่อยู่
แนะแถลงลาออก 23 ส.ค.
ถ้าตนเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จะออกอย่างเท่ที่สุดเย็น 23 ส.ค. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในใจพี่น้องประชาชน ตนฝันว่าพล.อ.ประยุทธ์จะประกาศออกจากตำแหน่งอย่างสง่างามเพราะเป็นทางที่ดีที่สุด สำหรับประเทศ เมื่อนายกฯจะไม่เลือกยุบสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า หากยุบสภาช่วงนี้มีแต่โทษ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยกับประเทศ และข้ออ้างยุบสภาไม่สมเหตุสมผล เพราะเหตุที่อ้างได้คือความขัดแย้งและความเสียหายจากฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น 23 ส.ค.นี้โหวตร่างพ.ร.บ.งบ 2566 วาระ 3 หากไม่ผ่านก็เหมาะสมจะยุบสภา
โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่ออีก 2 ปี ตามที่พล.อ.ประวิตร พูดนั้นในเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ และมีแนวโน้มจะเป็นอย่างนี้สูงมากตามที่สร้างกระแสมา แต่ดูเหมือนจะออกกลางๆ คาดว่าจะลดความกดดันของภาคประชาชนได้ พล.อ.ประยุทธ์ มี 3 แนวทางที่วิเคราะห์ คือ 1.ออกด้วยอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ 2.อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และ 3.อำนาจประชาชนขับไล่ หากเป็นตนจะเลือกทางที่ 1 เพราะเท่ เป็นรัฐบุรุษได้เลย
นิกรยันกม.พรรคไม่ขัดรธน.
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีสภายื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระนายกฯ 8 ปีนั้น คงไปเร่งรัดศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่เชื่อว่าศาลคงทราบดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร กระบวนการที่จะครบวาระคือ 23 ส.ค. จะมีสิ่งที่เป็นปัญหาทางกฎหมาย เชื่อว่าผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยทราบดีว่าในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ควรเร่งรัดหรือไม่เร่งรัดอย่างไร
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา อดีตเลขานุการ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่) พ.ศ กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พร้อมส.ว.รวม 77 คน ยื่นขอให้ประธานรัฐสภา ส่งร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง (ฉบับที่) พ.ศ…. ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยเห็นว่าขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 145, 148(1) ประกอบข้อบังคับการประชุมรัฐสภาพ.ศ.2563 ข้อ 104 ว่า เป็นการใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญพล.อ.สมเจตน์ เป็นอดีตประธาน กมธ.พิจารณากฎหมายพรรคการเมืองเดิมที่ใช้อยู่ปัจจุบันแล้วถูกปรับปรุงแก้ไข ตนในฐานะอดีตเลขานุการ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขก็มีสิทธิอันชอบธรรมเช่นกันที่จะชี้แจง ร่างที่ผ่านการพิจารณาทั้งของที่ประชุมเสียงข้างมากของรัฐสภาและที่ประชุมเสียงข้างมากของ กกต.นั้น ไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
กกต.พิจารณาคำร้อง 8 ปีวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ระบุ กกต.จะพิจารณาคำร้องเรื่องวาระ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ วันจันทร์ที่ 22 ส.ค.นั้น มีรายงานว่า การประชุมกกต.สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานได้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นประกอบคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นควรยุติเรื่อง เนื่องจากมีแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวางไว้เป็นบรรทัดฐานว่า จะไม่พิจารณาเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ที่ประชุมกกต.เห็นว่า ควรพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้รอบคอบเนื่องจากยังมีเวลา สำนักงานจึงถอนเรื่องไปดำเนินการและจะเสนอต่อที่ประชุมสัปดาห์นี้
การพิจารณากรณีดังกล่าวของ กกต.อาจออกได้ 3 แนวทาง 1.ยุติเรื่อง เนื่องจากขณะยื่นคำร้องยังไม่ใช่วันพิพาท 24 ส.ค. ถือว่าเหตุยังไม่เกิด 2.ยุติเรื่อง เนื่องจากมีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 โดยส.ส.เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญผ่านประธานสภาแล้ว และ 3. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยมองว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 บัญญัติเพียงว่า “หากปรากฏเหตุอันควรสงสัย” ว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง กกต.มีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญด้
ศาลรธน.ถกคำร้องฝ่ายค้าน 24 ส.ค.
ขณะเดียวกัน ในส่วนคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นผ่านประธานรัฐสภา เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น มีรายงานว่าหากคำร้องมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 22 ส.ค. คาดว่าจะมีการนำเรื่องเสนอที่ประชุมตุลาการศาลฯ วันพุธที่ 24 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาว่าคำร้องดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ศาลฯจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ และตามคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ที่ศาลต้องมีคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือไม่
ตู่ให้รอฟังศาลรธน.
เพจเฟซบุ๊กของศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC โพสต์ข้อความถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ เลี่ยงการตอบคำถามสื่อมวลชนถึงวาระ 8 ปี ว่า สาเหตุสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับวาระ 8 ปีตามที่นักข่าวได้ถามนั้น เพราะนายกฯแสดงจุดยืนชัดเจนว่า อำนาจทุกอย่างเป็นของศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ฉะนั้นต้องเคารพการวินิจฉัยของศาลฯ จึงขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักการและปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายเช่นเดียวกัน เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้และ ไม่เกิดความวุ่นวาย พร้อมติดแฮชแท็กว่า สร้างไทยไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

หยุดสืบทอด – คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ จัดกิจกรรม ‘หยุด! 8 ปี ประยุทธ์ ประเทศไทย ต้องมาก่อน’ เพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลานคนเมือง เขตพระนคร กทม. เมื่อ 21 ส.ค.
จตุพรลั่นค้างคืนทำเนียบ
เย็นวันเดียวกัน ที่ลานคนเมือง กทม. คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ จัดเวทีสาธารณะ “หยุด 8 ปีประยุทธ์” ระหว่าง 21-24 ส.ค. กิจกรรมเริ่มจากการเล่นดนตรีขับกล่อมผู้ร่วมชุมนุม และแกจเสื้อยืดสีขาวสกรีนหน้าอก “หยุด 8 ปี ประยุทธ์” พร้อมแจกแผ่นปูรองนั่งและขวดน้ำเปล่าเพื่อบรรจุเมล็ดถั่วเขียวใช้ทำกิจกรรมส่งเสียงขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่ประชาชนกำลังทยอยมา ฝนได้ถล่มลงมาอย่างหนัก ประชาชนต่างวิ่งหาที่หลบฝน การเล่นดนตรีหยุดลง
เวลา 17.00 น. นายจตุพร และนายนิติธร ขึ้นแถลงบนเวที โดยนายจตุพร กล่าวว่า เมื่อเช้านี้น้องๆจากกลุ่มคณะราษฎรและเครือข่ายออกมาพูดเรื่องนี้ พวกตนเห็นพ้องไม่ว่าประเด็นเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ให้แก้ไขมาตรา 272 คณะหลอมรวมประชาชนนัดหมายประชาชนโดยการจองลานคนเมืองไว้ 4 วัน ขอเรียนไปถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สบายใจได้พวกตนจะไม่ค้างคืน ที่ลานคนเมืองช่วง 4 วันนี้ เพราะสถานที่จะค้างคืนก็คือทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22-24 ส.ค. เชื่อว่าวิกแตก และสถานการณ์ที่มันเลยเถิดนั้น วันนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะกลับบ้านไม่ถูกและหาทางลงไม่เจอ
เวลา 19.50 น. นายจตุพรปราศรัยว่า ขอบคุณผู้ว่าฯ กทม. ที่แสดงความห่วงใยเกรงพวกเราจะค้างคืนเนื่องจากเขาออกแบบเอาไว้ให้ชุมชนได้แต่ห้ามค้างคืน เพื่อให้ผู้ว่าฯได้สบายใจพวกเราจะไม่ค้างคืนที่ลานคนเมือง แต่ไปค้างคืนจริงๆคือทำเนียบ จากนั้นนาย จตุพร นัดหมายว่าจะจัดใหญ่อีกครั้ง 23 ส.ค. ที่ลานคนเมือง เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันสุดท้ายตามรัฐธรรมนูญ ขอให้พี่น้องประชาชนออกมาให้ล้น ออกมาให้เต็ม วันที่ 23 ส.ค. จะมีการเคานต์ดาวน์กัน ขีดเส้นใต้กันว่าหลังจากเที่ยงคืนถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ก็เป็นนายกฯเถื่อน
ตร.ปิดถนน-ห้ามรถเข้า
ขณะที่ สน.นางเลิ้ง ออกคำสั่ง เรื่องห้ามรถทุกชนิด เดิน ห้ามหยุด หรือห้ามจอดเป็นการชั่วคราว ระหว่าง 21-24 ส.ค. เนื่องด้วยมีการนัดรวมของประชาชนหลายกลุ่ม 1.คณะหลอมรวมประชาชน จัดกิจกรรมลานคนเมือง 2.กลุ่มราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ นำโดย นายวรเดช เปรมกมล ประกาศจัดชุมนุม เวลา 14.00 น. 24 ส.ค. แยกราชประสงค์ เคลื่อนขบวนไปทำเนียบ 3.กลุ่ม 14 ขุนพล นำโดยนายจิรภาส กอรัมย์ จัดกิจกรรม “ขีดเส้นตายไร่เผด็จการ” เวลา 17.00 น. วันที่ 23 ส.ค. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเคลื่อนขบวนไปทำเนียบ
การประเมินสถานการณ์คาดจะมีผู้มาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก “โดยถือเป็นเหตุฉุกเฉิน ทำให้ไม่ปลอดภัย หรือไม่สะดวกในการจราจร” จำเป็นต้องบริหารจัดการจราจรให้เหมาะสมสถานการณ์ จึงห้ามรถทุกชนิดเดิน ห้ามหยุด ห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดเวลาใน ถ.พิษณุโลก แยกนางเลิ้งจนถึงแยกสวน มิสกวัน, ถนนพระรามที่ 5 แยกพณิชการจนถึงสะพานอรทัย, ถนนลูกหลวงตั้ แยกเทวกรรมจนถึงสะพานอรทัย, ถนนราชดำเนินนอก แยกมัฆวานจนถึงแยกสวนมิสกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. 21 ส.ค. ถึงเวลา 20.00 น. วันที่ 24 ส.ค.
จุรินทร์โวใต้เรตติ้งปชป.ขยับ
ที่จ.พิจิตร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์หลังเปิดคาราวาน ลองกอง ที่ศูนย์ส่งออกส้มโอโพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง ถึงการ เตรียมความพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง กรณีวาระ 8 ปีของพล.ประยุทธ์ ว่า ปชป.ไม่ได้เตรียมอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ เราทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเป็นนายกฯ เราทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ด้วยดี ไม่มีความกังวลอะไร คำตัดสินจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าภาพรวมการ เตรียมความพร้อมเลือกตั้ง การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ ยังมีบางเขตที่ผู้สมัครมากกว่า 1 คน หัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ภาคใต้ไม่มีปัญหาเลย ที่ผู้สมัครเกินไม่น่าจะเรียกว่าปัญหา แต่ดีกับพรรคในภาคใต้เพราะมีคนแย่งกันลงแสดงว่าความนิยมพรรคยังดี และกระเตื้องขึ้นไปเยอะมากเมื่อเทียบกับหลังเลือกตั้งคราวที่แล้ว ส่วนการเตรียมพร้อมผู้สมัครภาคเหนือนั้นทำไปได้เยอะแล้ว อดีตผู้สมัคร ส.ส.คราวที่แล้วยังอยู่กับพรรค เกือบครบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และมีคนรุ่นใหม่ หลายพื้นที่หลายจังหวัด แม้แต่ที่เชียงใหม่ก็มีคนรุ่นใหม่เข้ามา จะได้ประกาศเปิดตัวต่อไป
ทั่วปท.กวาดที่นั่งมากกว่าเดิม
เมื่อถามว่าภาคเหนือตั้งความหวังไว้มากน้อยเท่าไร เพราะที่ผ่านมาพรรคได้ ส.ส.เขต คนเดียว นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ เป็นผู้ประเมิน ตนประเมินไว้ในใจแล้วแต่ยังไม่อยากพูด แต่อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าคราวที่แล้ว เพราะคราวที่แล้วได้คนเดียวเนื่องจากเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างที่ทราบ เมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนั้น ภาพรวมทั้งประเทศ ปชป.จะได้ส.ส.มากกว่าเดิมใช่หรือไม่ เพราะเลขาฯ ปชป.ประกาศวางมือทางการเมืองหากได้ ส.ส.น้อยกว่าเดิม จะรู้สึกกดดันหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เลขาฯพรรคได้พูดไปแล้วตนไม่ขอพูดซ้ำ ซึ่งเลขาฯพรรคก็ต้องมั่นใจ ผู้ใหญ่ระดับเบอร์ 2 ของพรรคพูด แสดงว่าก็ต้องมั่นใจ
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้า ปชป. ดูแลภาคเหนือ กล่าวว่า ในอดีตภาคเหนือ ปชป.จะมีเกือบ 20 ที่นั่ง เคยทำได้มาแล้ว คราวที่แล้วหลือ 1 ที่นั่ง มั่นใจครั้งนี้ได้มากกว่าเดิมแน่นอน ขณะนี้ได้กำหนดตัวผู้สมัครไว้ 80-90% รอความชัดเจนเรื่องเขต
ลั่นได้ส.ส.เหนือเป็นกอบเป็นกำ
ทั้งนี้เมื่อคืน 20 ส.ค.ที่ผ่านมา นายจุรินทร์นำคณะร่วมงานแสดงความยินดีกับนายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรองหัวหน้าพรรค ที่ได้รับเกียรติให้เป็น “ราษฎรอาวุโส เมืองพิจิตร” และร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดของนายไพฑูรย์ ครบ 86 ปี พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปชป.ภาคเหนือ ที่ท่าข้าววังทรายพูน อ.วังทรายพูน
ภายหลังอวยพรนายไพฑูรย์ นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ว่า ได้ ผู้สมัครส.ส.ครบ 3 เขต ประกอบด้วย พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้ นายวรวุฒิ แก้วทอง และนายมานพ เกตุเมฆ โดยมีนายไพฑูรย์ และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ เป็นกำลังหลัก พิจิตรถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย เพราะเคยได้ส.ส.พิจิตรยกทีมแล้วหลายครั้ง และเคยมีรัฐมนตรีแล้วหลายคน แม้คราวที่แล้วจะไม่ได้รับเลือกตั้งเลยซึ่งอาจเป็นเพราะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในหลายจังหวัด การลงพื้นที่ 20 ส.ค. ได้รับการต้อนรับดี และหลายจังหวัดก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งแตกต่างจากช่วงหลังการเลือกตั้งใหม่ๆ
เมื่อถามถึงเป้า ส.ส.ภาคเหนือ หัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ไม่ขอบอกว่าจะได้กี่ที่นั่ง เราต้องได้และจะได้ไม่น้อย จะเป็นกอบเป็นกำก็แล้วกัน ภาคเหนือหลายจังหวัด
เตรียมการไว้ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของเรายังอยู่กันเรียกว่าครบทีม
ไพฑูรย์ยันพิจิตรมาที่ 1
นายไพฑูรย์ แก้วทอง กล่าวว่า มั่นใจปชป.ไม่สูญพันธุ์ในพิจิตร ครั้งที่แล้วเราเชื่อเพื่อนเราแต่ครั้งนี้เรามั่นใจ และอยู่ที่ประชาชน เรามั่นใจ ปชป.เคยได้ส.ส.ยกจังหวัดภาคเหนือมาแล้วหลายจังหวัด สมัยตนเป็นรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ก็ได้ส.ส. 10-20 คนทุกครั้ง มั่นใจคะแนนปชป.ต้องมาเป็นที่ 1 ของพิจิตรแน่นอน ถ้าไม่ได้ตนจะเลิกยุ่งกับการเมือง เหมือนกับที่เลขาฯพรรคประกาศไว้ ตนอายุ 86 ปีแล้ว เมื่อเขาตั้งให้เป็นที่ปรึกษาก็ต้องทำให้สำเร็จ