ม็อบนัด-พรึบทำเนียบ วิษณุยันป้อมรักษาการ ถ้านายกต้องพักหน้าที่ จับตาถกพรบ.งบยก5 ‘ชวน’ชี้ไร้เกมการเมือง
นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย กป.อพช.ออกแถลงการณ์จี้ลาออก สภาส่งคำร้องปมนายกฯ 8 ปี ถึงศาลรธน.แล้ว จับตาประชุม 24 ส.ค. สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ‘วิษณุ’ ชี้เป็นคิว ‘ป้อม’ นั่งรักษาการ ถ้าศาลสั่งนายกฯ พักการปฏิบัติหน้าที่ หากให้พ้นเก้าอี้ก็ยังรักษาการต่อได้ รอสภาสรรหานายกฯ คนใหม่ ตำรวจเตรียมพร้อมรับกลุ่มผู้ชุมนุมบุกทำเนียบ บช.น.แนะเลี่ยงเส้นทาง มวลชนพรึบนัดจัดกิจกรรม 23-24 ส.ค. กลุ่มนักศึกษายื่นศาลแพ่ง ฟ้องนายกฯ-ผบ.ทหารสูงสุด ให้ยกเลิกข้อกำหนด-ประกาศ ลักไก่เพิ่มโทษผู้ชุมนุม มหาดไทยชงโผแต่งตั้ง 3 อธิบดี- 31 ผู้ว่าฯ
ตู่ไม่ตอบ-ม็อบฮือไล่ปม 8 ปี
เวลา 09.40 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ก่อนการประชุม สื่อมวลชนพยายามสอบถามถึงการเตรียมการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ที่เคลื่อนไหวกดดัน แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
ภายหลังการประชุม นายกฯ ไม่ได้แถลงหรือให้สัมภาษณ์ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความกังวลต่อการเคลื่อนไหวขับไล่นายกฯ ปมวาระ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม เพียงยกมือไหว้ ก่อนโบกมือให้สื่อมวลชนและเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี ครั้งสุดท้ายเมื่อ 5 ส.ค. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ว่า ให้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นไม่ได้ตอบในประเด็นดังกล่าวอีกเลย มีเพียงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC โพสต์ถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เพราะนายกฯ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าอำนาจทุกอย่างเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่ตอบปม 8ปี – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โบกมืองดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับปมร้อนวาระนายกฯ 8 ปี ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือคำร้องของฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ส.ค.
ยันนายกฯไม่ได้สั่งรับมือ
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมรับมือมวลชนที่ประกาศจะเดินทางมาทำกิจกรรมที่ทำเนียบช่วง 23-24 ส.ค.นี้ ว่า ยืนยันนายกฯ ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ในการประชุมเรื่องยุทธศาสตร์ชาติวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงสถานการณ์การชุมนุมอะไรทั้งสิ้น ในที่ประชุมมีประธานสภาและประธานวุฒิสภาเข้าร่วม ไม่มีใครสอบถามและพูดถึงประเด็นการเมืองแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือกรณีผู้ชุมนุมเตรียมบุกมาทำเนียบ นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม ผู้รับผิดชอบในส่วนของทำเนียบมีการประชุมซักซ้อมเตรียมความพร้อมตามปกติ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศมาที่ทำเนียก็ต้องมีการประชุมเตรียมความพร้อมเส้นทางหรือการพูดคุยเจรจาอะไรต่างๆ และในวันที่ 23 ส.ค. นายกฯ จะมาประชุมครม.ตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้า
วิษณุชี้ตู่หยุดทำหน้าที่-ป้อมแทน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความวาระนายกฯ 8 ปีว่า ตอนนี้รัฐบาลยังไม่ต้อง เตรียมการอะไรมาก เพราะยังไม่รู้ว่าศาลจะสั่งให้ชี้แจงหรือไม่และจะสั่งใคร อาจให้นายกฯ ชี้แจง ถ้าให้รัฐบาลชี้แจงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะชี้แจง เพราะเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี จะบอกเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวคงไม่ใช่ ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล สลค.จึงต้องตอบด้วย หากศาลเห็นว่าเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง จะให้ชี้แจงคนเดียวก็ได้ จึงไม่รู้ต้องเตรียมอะไร มีคร่าวๆ ไว้ในใจอยู่แล้วแต่ยังบอกไม่ได้เดี๋ยวเสียรูปคดี ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงโดยต้องขอเวลาเตรียมตัว 1-2 วัน เพราะต้องจัดพิมพ์คำชี้แจง 9 ชุด
เมื่อถามว่าการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 24 ส.ค.นี้ ศาลจำเป็นต้องรับเรื่องไว้พิจารณาทันทีหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่ศาล หลังประธานสภาส่งเรื่องไปถึง 22 ส.ค.นี้ ไม่รู้ศาลว่าจะใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหน หากสั่งจะมีคำสั่ง 2 อย่างคือ รับหรือไม่รับ ถ้ารับไว้พิจารณาจะมีคำสั่งตามมาด้วยว่าจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ หรือไม่ ถ้าให้หยุดก็จะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ตามมติ ครม.
ถึงพ้นหน้าที่-ตู่ยังรักษาการได้
การมอบหมายรองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนมีตามลำดับ ดังนี้ พล.อ.ประวิตร ตามด้วยตน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ขณะที่ครม.ยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่ต้องกลัวทำอะไรแล้วเป็นโมฆะ สมมติศาลสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ พ้นนายกฯ ครม.ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และถ้าพล.อ.ประวิตร ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังทำหน้าที่รมว.กลาโหม ได้ เพราะตำแหน่งนี้ไม่กำหนดวาระ 8 ปี และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มาเป็นลูกน้อง พล.อ.ประวิตร ในครม.
“หากสุดท้ายศาลสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นนายกฯ ก็ยังรักษาการนายกฯ ได้ แต่จะควรหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ตนไม่รู้ อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจ แต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะตอนนั้นก็มีเวลาไม่กี่วัน ประธานสภาคงต้องรีบดำเนินการให้มีการสรรหานายกฯ คนใหม่เร็วที่สุด” นายวิษณุกล่าว
ไม่กระทบครม.-ทำหน้าที่ได้ปกติ
เมื่อถามว่าถ้าศาลรับเรื่องไว้และไม่ได้สั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ระหว่างนั้นไปถึงวันที่มีคำวินิจฉัย ครม.จะมีมติหรือข้อสั่งการอะไรทำได้หมดทุกอย่างตามปกติ เพราะสมมติ พล.อ.ประยุทธ์ เสียชีวิต ครม.ก็ยังอยู่ต่อไป สิ่งที่ครม.ทำไว้ก่อนหน้านี้ก็ไม่ถือเป็นโมฆะ หรือถ้ามีการยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ครม.ยังอยู่ การปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ยังไม่เป็นโมฆะ โดยตนจะชี้แจงขั้นตอนเหล่านี้ให้ครม.รับทราบ
เมื่อถามว่า หากศาลแจ้งให้ส่งคำชี้แจงต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่ที่ว่าศาลจะถามใคร ถ้าถาม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องนำเข้า ครม. แต่ถ้าถาม ครม. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตอบ ต้องนำเรื่องเข้าครม.ก่อนส่งคำชี้แจงให้ศาล แต่ที่สุดศาลอาจไม่ถามอะไรเลยก็ได้ เรื่องพวกนี้ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก จิ๊บจ๊อย ศาลตัดสินพิจารณาเองได้
ตร.เริ่มปิดการจราจร
ส่วนการเตรียมความพร้อมของตำรวจ ยังคงเปิดการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลก แต่มีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดเพียงบริเวณถนนพระรามที่ 5 หน้าศาลกรมหลวงชุมพร ถึงบริเวณทางเข้าสะพานอรทัย และนำรั้วเหล็กมาเตรียมไว้บริเวณฟุตปาธหน้าทำเนียบ
พล.ต.ต.วรากร อยู่อย่างไท ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผบก.ส.3) เผยถึงการดูแลความปลอดภัย กรณีผู้ชุมนุมหลายกลุ่มจะมาทำเนียบเพื่อกดดันนายกฯ ว่า ในส่วนทำเนียบเตรียมกำลังตำรวจที่ประจำทำเนียบไว้พร้อมตลอด ไม่มีอะไรที่หนักใจ เป็นการจัดเตรียมกำลังตามปกติตามวงรอบ ส่วนการปิดการจราจรโดยรอบทำเนียบอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชายังไม่ได้กำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ
บช.น.แนะเลี่ยงเส้นทางชุมนุม
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เผยว่า จากประกาศนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณทำเนียบ, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และลานคนเมืองศาลาว่าการ กทม.นั้น เนื่องจากบริเวณการชุมนุมและเส้นทางการเคลื่อนขบวนเป็นพื้นที่ที่การจราจรหนาแน่น เป็นเส้นทางสายหลักการสัญจร เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง บช.น.ขอแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านการจราจรประกอบการวางแผนเดินทาง บริเวณรอบทำเนียบตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 23 ส.ค. จนกว่าจะเสร็จสิ้นการชุมนุม เส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ถ.พิษณุโลก (แยกนางเลิ้ง-แยกสวนมิสกวัน) ถ.พระราม 5 (แยกพาณิชยการ-แยกวัดเบญจ) ถ.ลูกหลวง (แยกเทวกรรม-สะพานอรทัย) ถ.ราชดำเนินนอก (แยกมัฆวานฯ-แยกสวน มิสกวัน) แนะนำให้ใช้ ถ.หลานหลวง ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ถ.สุโขทัย ถ.กรุงเกษม ถ.ศรีอยุธยา ถ.จักรพรรดิพงษ์ ถ.ราชวิถี
ส่วนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-ลานคนเมือง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นการชุมนุม เส้นทางที่อาจได้รับผล กระทบ ถ.ราชดำเนินกลาง (แยกคอกวัว- แยกผ่านฟ้าฯ) ถ.ดินสอ ถ.บำรุงเมือง (แยกเสาชิงช้า-แยกสำราญราษฎร์) สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แนะนำให้ใช้ ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ถ.ตะนาว ถ.เจริญกรุง ถ.พระสุเมรุ ถ.เฟื่องนคร สะพานพระราม 8 ถ.พระอาทิตย์ ถ.มหาไชย สะพานพระพุทธยอดฟ้า ถ.อัษฎางค์ ถ.วรจักร สะพานพระปกเกล้า จึงขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตามที่กล่าว บช.น.จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โทร. 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดแผนที่จราจรเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางได้ที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ 1197
ส่วนการเตรียมความพร้อมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยจาการชุมนุม บช.น.จะแถลงในวันที่ 23 ส.ค. เวลา 10.00 น.
มวลชนพรึบไล่นายกฯ 23-24 ส.ค.
สำหรับการนัดชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ระหว่าง 23-24 ส.ค. มีดังนี้ วันที่ 23 ส.ค.นี้ กลุ่มทะลุฟ้าและมวลชนที่ร่วมชุมนุมนัด จัดกิจกรรม เดินเท้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเวลา 14.00 น. ไปยังทำเนียบ เวลา 17.00 น., กลุ่ม 14 ขุนพลคนราษฎรจัดกิจกรรมขีดเส้นตายไล่เผด็จการ บริเวณอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยและเคลื่อนไปยังทำเนียบ เวลา 17.00 น., เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน รวมตัวไล่นายกฯ เรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท ลดราคาน้ำมัน บริเวณประตู 4 ทำเนียบ เวลา 09.30 น.
คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นัดชุมนุมใหญ่ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น. และนัดอีกครั้ง 24 ส.ค. บริเวณแยกนางเลิ้งสะพานมมัฆวานรังสรรค์ สะพานเทวกรรมในเวลา 14.00 น.
ทั้งนี้ การปราศรัยเมื่อ 21 ส.ค. ที่ลานคนเมือง นายจตุพร ประกาศเชิญชวนให้มาร่วมชุมนุมในคืน 23 ส.ค. ซึ่งจะมีการเคานต์ดาวน์ พร้อมระบุหาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่เกินเที่ยงคืนวันที่ 23 ส.ค. ถือเป็นนากฯเถื่อน
นอกจากนี้ กลุ่มราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ กำหนดจัดกิจกรรมบริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนเคลื่อนมาทำเนียบ ในวันที่ 24 ส.ค. เวลา 14.00 น.

แถลงไล่ตู่ – คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกันแถลงจี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกนายกฯ โดยไม่มีเงื่อนไข ยกเลิกส.ว.แต่งตั้ง ปล่อยตัวและยกเลิกดำเนินคดีผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองทุกคน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.
355 นักกิจกรรมปชต.จี้นายกฯ
วันเดียวกัน เครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย 355 คน ออกแถลงการณ์ครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกจากนายกฯ ระบุ เครือข่ายเห็นว่าการดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมกันครบ 8 ปี นับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งหลังการยึดอำนาจ 24 ส.ค. 2557 จะครบกำหนด 8 ปี วันที่ 24 ส.ค. 2565 นี้ โดยพิจารณาจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคท้าย ประกอบบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ อาจเป็นสาเหตุนำมาสู่ การทุจริต เกิดวิกฤตทางการเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติได้ ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยุติการดำรงตำแหน่ง นายกฯ ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ทันที ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่รุนแรงเช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ซึ่งนักศึกษาประชาชนพากันเดินขบวนขับไล่ โค่นล้มอำนาจเผด็จการที่ขาดความชอบธรรม
กป.อพช.แถลงการณ์จี้ 3 ข้อ
เวลา 16.00 น. ที่ตึกมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อ “สร้างสังคมประชาธิปไตยใหม่ ประชาชนต้องกำหนดอนาคตของตนเอง บนหลักสิทธิมนุษยชน เท่าเทียมและเป็นธรรม” ระบุ การบริหารของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 8 ปีนำพาประเทศสู่รัฐราชการรวมศูนย์ ที่เต็มไปด้วยนักการเมืองฉ้อฉล สมคบคิดกับกลุ่มทุนและร่วมกันปล้นแผ่นดินโดยยึดกุมฐานทรัพยากรส่วนรวม ทั้งดิน น้ำ ป่า ทะเล ลดทอนเสรีภาพทางสังคมการเมืองของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อรักษาอำนาจของตนเองและพวกพ้อง จนสูญเสียความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ
กป.อพช. มีข้อเรียกร้อง 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อแสดงสปิริตเคารพกฎหมายบนพื้นฐานของหลักนิติรัฐ 2.ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชา ธิปไตยเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือก นายกฯ 3.ปล่อยตัวและยกเลิกการดำเนินคดีกับคนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ทุกคนทุกกลุ่ม
กลุ่มน.ศ.ฟ้องตู่-ผบ.ทสส.
เวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาฯ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ตัวแทนภาคี นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน พร้อม น.ส.เจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายพศิน ยินดี ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายสิรภพ อัตโตหิ นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาฯ, นายศิวัญชลี วิธญเสรีวัฒน์ ประธานสภานักศึกษา ม.เชียงใหม่, นายเชษฐา กลิ่นดี สมาชิกสภานิสิต ม.สารคาม, นายณพกิตติ์ มะโนชัย นักศึกษา มรภ.สกลนคร ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)
ขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนด มาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อกำหนดนายกฯ ฉบับที่ 47 และ ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ฉบับที่ 15 และขอให้ศาลเปิดไต่สวนเพื่อคุ้มครองชั่วคราว

ฟ้องนายกฯ – ประธานสภานักศึกษาและนายกองค์การนิสิตนักศึกษา 6 สถาบัน ยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนบังคับใช้ข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 22 ส.ค.
แฉลักไก่เพิ่มโทษผู้ชุมนุม
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ตัวแทนประธานนักศึกษาจากหลายๆ แห่ง ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ กับผบ.ทสส. เพื่อขอให้เพิกถอนข้อกำหนดนายกฯ และประกาศของผบ.ทสส ฉบับที่ 15 เนื่องจากเนื้อหาของทั้ง 2 ฉบับนี้ระบุในสถานการณ์ฉุกเฉินให้นำ พ.ร.บ.การชุมนุมมาบังคับใช้โดยอนุโลม เปรียบเสมือนเป็นการลักไก่เพิ่มโทษให้การชุมนุมสาธารณะให้มีโทษที่หนักขึ้น เดิมตาม พ.ร.บ.ชุมนุม ถ้าไปชุมนุมและมีการแจ้งการชุมนุมโดยไม่ชอบ โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ตามข้อกำหนดและประกาศฉบับ ดังกล่าวจะถูกจำคุก 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท
และให้ ผบ.ทสส.สั่งให้เลิกการชุมนุมได้โดยไม่ต้องผ่านกลไกของศาล เป็น 2 ประเด็นหลักที่มายื่นฟ้อง และจะขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราวสั่งไม่ให้บังคับใช้ ข้อกำหนดฉบับนี้ เพราะช่วง 23-24 ส.ค. อาจมีการชุมนุมสาธารณะกรณีวาระนายกฯ 8 ปี ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ที่ออกประกาศลักษณะนี้ในช่วงที่กำลังมีการจับตาว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี และจะออกจากตำแหน่งหรือไม่ รวมถึงกำลังจะมีการชุมนุม
ศาลแพ่งได้ไต่สวนฉุกเฉิน ทางฝ่ายโจทก์มี น.ส.เจนิสษา กับพวกรวม 2 ปาก เข้าเบิกความ และนัดฟังคำสั่ง 23 ส.ค. เวลา 10.30 น. ว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สั่งระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดนายกฯและประกาศของ ผบ.ทสส.ก่อนมีคำพิพากษาหรือไม่
สภายื่นศาลรธน.ชี้ปม 8 ปี
เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาส่งหนังสือคำร้องจากกรณี ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 170 วรรคสาม
หลังจากนี้ต้องจับตาการประชุมประจำสัปดาห์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 24 ส.ค. จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณารับหรือไม่รับไว้วินิจฉัยหรือไม่ และตามคำร้องที่ส่งมาให้ หากศาลเห็นว่าปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ากรณีที่ถูกร้อง ศาลต้องมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือไม่
กกต.ไม่ส่งศาลรธน.
สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าว กรณี กกต.ประชุมพิจารณาคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค.2565 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 วรรคแรกหรือไม่
สำนักงาน กกต.เสนอเรื่องพร้อมความเห็น และชี้แจงต่อ กกต.เพิ่มเติมว่า ประธานสภาได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลงตาม มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคแรก หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่นายศรีสุวรรณ ยื่นต่อ กกต. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเป็นอันเด็ดขาดมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น เมื่อประธานสภายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญประเด็นเดียวกันแล้ว กกต.จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาเพื่อส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ด้านนายศรีสุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “กกต.ตีตก 8 ปีนายกฯ ไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ อ้างมีส.ส.ยืนชื่อไปแล้ว มีหน้าที่แต่โบ้ยเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เช่นนั้นไปเจอกันที่ป.ป.ช.” โดยเผยว่า จะไปยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.พุธที่ 24 ส.ค. เวลา 10.00 น.
พท.แถลงย้ำตู่พ้นอำนาจ 24 ส.ค.
เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค อ่านแถลงการณ์พรรคเรื่อง บทพิสูจน์นายกฯ 8 ปีกับการปฏิรูปการเมืองไทย ว่า การจำกัดเวลาดำรงตำแหน่งของผู้นำประเทศเป็นมาตรฐานสากล พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ถึง 24 ส.ค.2565 เป็นเวลา 8 ปี เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 171 วรรคสี่ เจตนารมณ์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 158 โดยประธานกมธ.กล่าวไว้ชัดเจนว่า “เมื่อพิจารณาบทเฉพาะกาลมาตรา 264…. แสดงให้เห็นว่า แม้จะดำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ก็สามารถนับรวมระยะเวลาดังกล่าวกับเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ซึ่งเมื่อนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง นายกฯ ต้องมีระยะเวลาไม่เกินแปดปี” โดยเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ สอดคล้องถ้อยคำตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 มาตรา 171 และมาตรา 264 ยากปฏิเสธได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ วันที่ 24 ส.ค.
พล.อ.ประยุทธ์ เข้ายึดอำนาจปี 2557 ตั้งตนเองเป็นนายกฯ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งตนเองผลักดัน ก็จัดเรื่องการปฏิรูปประเทศ รวมถึงการปฏิรูปการเมืองไว้เป็นหมวดหนึ่ง การไม่ให้นายกฯ อยู่ในตำแหน่งยาวนานเกินไปจึงกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้ 8 ปี เพื่อมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจ สร้างอิทธิพลทางการเมืองขึ้น 1-2 วันนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ พล.อ.ประยุทธ์มีแนวคิดแบบเผด็จการอำนาจนิยม ลุแก่อำนาจ ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ หรือจะยอมรับการเมืองตามวิถีทางและจารีตประเพณีแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
หลังเที่ยงคืน 23 ส.ค.ตู่นายกฯเถื่อน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. วิปฝ่ายค้าน เผยว่า การประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน 22 ส.ค. จะพูดคุยเรื่องปมวาระ 8 ปี หลังเที่ยงคืน 23 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ เถื่อน ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สถานการณ์การเมืองโดยเฉพาะการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกแนวทางใด คือ 1.หากลาออก กลไกรัฐสภาจะเข้ามาแทนที่ในการสรรหานายกฯ จากบัญชีนายกฯ ของแต่ละพรรค 2.หากยุบสภา ทั้งที่สภาไม่มีความผิด อาจเกิดสุญญากาศเรื่องกฎหมายการจัดการเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ หรือ 3.พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ต่อหลัง 24 ส.ค. จะเผชิญแรงกดดันมหาศาล อาจเกิดการชุมนุมเรียกร้องมโหฬารทั่วประเทศ
ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ที่สภาจะพิจารณาต่อบ่ายวันที่ 23 ส.ค. ยืนยันไม่ใช่เกมการเมืองยื้อร่างกฎหมาย แต่เพราะมีผู้อภิปรายจำนวนมาก เป็นไปได้ยากที่จะเกิดการโหวตคว่ำในวาระ 3 เพื่อนำไปสู่การยุบสภาตามที่บางฝ่ายตั้งข้อสังเกต แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลเสียงข้างมากจะคุมเสียงตัวเองได้หรือไม่ เพราะฝ่ายค้านมีมติไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว
‘ชวน’เชื่อถกงบ 66 ทันตามกรอบ
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ว่า สภาตั้งใจจะจัดทำกฎหมายให้เสร็จตามที่วิป 2 ฝ่ายตกลงกันในวันที่ 19 ส.ค. แต่พิจารณาไม่แล้วเสร็จเพราะมีผู้อภิปรายมากกว่าสมัยก่อน หากสภาพิจารณากฎหมายงบประมาณไม่แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ก็ต้องกลับไปใช้ร่างที่ ครม.เสนอส่งไปยังวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ แต่เชื่อมั่นการพิจารณาวันที่ 23 ส.ค.จะเสร็จในวาระ 3 ไม่ว่าจะดึกขนาดไหน แต่ถ้ายังไม่อยากให้เสร็จก็ต้องพิจารณาต่อไป เพราะยังไม่ครบ 105 วัน ที่จะครบในวันที่ 29 ส.ค.
เมื่อถามว่าสภาพยายามยืดการพิจารณาให้ถึง 23 ส.ค. ตรงกับวันที่พล.อ.ประยุทธ์ จะครบวาระ 8 ปี ที่จะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า การพิจารณากฎหมายในฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่มีปัญหา และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เชื่อว่าไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
พท.ชี้ผ่านไม่ผ่านอยู่ที่รัฐบาล
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 วาระ 2 ต่อเนื่องในวันที่ 23 ส.ค. เวลา 13.00 น. ว่า พท.พร้อมให้ความร่วมมือในการประชุมและเชื่อว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จวาระ 2 ลงมติวาระ 3 ได้ ทั้งนี้ พท.มีมติจะลงมติไม่เห็นชอบ เนื่องจากร่างพ.ร.บ.งบไม่มีการปรับแก้ไข และการลงมติวาระ 2 รายมาตรานั้น พท.แสดงจุดยืนมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย เบื้องต้นคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะลงมติไปในทิศทางเดียวกัน
ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ส.ส.ฝั่งรัฐบาลที่มี 260 คนหากระดมเสียงเชื่อว่าผ่านได้ แม้ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมประชุมเลย แต่หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จอาจเป็นไปได้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่อยากให้ผ่าน และเรื่องร่างพ.ร.บ.งบไม่เกี่ยวกับวาระ 8 ปี เพราะหากไม่มีนายกฯ สภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติยังทำหน้าที่ต่อไปได้ ยกเว้นนายกฯ ยุบสภา แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาลต้องทำให้งบผ่านเพราะเป็นกฎหมายสำคัญและมีผลกระทบกับประชาชน วันที่ 23 ส.ค. เวลา 15.00 น. วิปฝ่ายค้านนัดประชุมเพื่อหารือถึงการทำงานร่วมกันในสภาด้วย
ทิพานันลุ้นนั่งรองโฆษกรบ.
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 207/2565 เรื่อง ให้ข้าราชการการเมืองออกจากตำแหน่ง เนื่องจาก น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 22 ส.ค.2565
ทั้งนี้ การประชุมครม. 23 ส.ค. คาดจะเสนอชื่อ น.ส.ทิพานัน ให้ ครม.พิจารณาดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไป เพื่อช่วยเสริมการทำงานโดยเฉพาะในช่วงที่ไทยเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดเอเปก ช่วงพ.ย.นี้
ปปช.ขีดเส้น 5 ก.ย.ส่งฟ้องนิพนธ์
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานป.ป.ช. มีมติฟ้องคดีอาญา นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ครั้งดำรงตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พร้อมขอศาลมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่รมช.มหาดไทย โดยนายนิพนธ์ได้ส่งหนังสือแจ้งป.ป.ช. ขอเลื่อนการรายงานตัวไปวันที่ 22 ก.ย.ว่า คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นให้ถึง 5 ก.ย.เพียงพอแล้ว หลังจากนี้จะแจ้งให้นายนิพนธ์ทราบ และให้ไปรายงานตัวต่อศาลวันดังกล่าว หากไม่ไปรายงานตัววันดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับได้เลย
มท.ชงโผอธิบดี-ผวจ.34ตำแหน่ง
วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม. 23 ส.ค. กระทรวงมหาดไทย จะเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประเภทบริหารสูง ตามตำแหน่งเกษียณ 2565 รวม 34 ตำแหน่ง โดยมีอธิบดีเกษียณ 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วยอธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอธิบดีกรมที่ดิน และมีผู้ว่าฯเกษียณมากถึง 31 ตำแหน่ง
โดยคาดจะแต่งตั้ง นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าฯสระบุรี เป็นอธิบดีกรมการปกครอง แทน นายธนาคม จงจิระ ที่เกษียณ, นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แทนนายประยูร รัตนเสนีย์ ที่เกษียณ, นายชยาวุธ จันทร รองปลัดมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมที่ดิน แทนนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ที่เกษียณ
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯชัยภูมิ เป็นผู้ว่าฯขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าฯอุทัยธานี เป็นผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าฯระยอง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ตรวจฯ เป็นผู้ว่าฯชลบุรี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯอุดรธานี เป็นผู้ว่าฯนครราชสีมา