คาดรู้ผลวินิจฉัยใน1เดือน สารพัดกลุ่มไล่-ฮึ่มจัดใหญ่ ป้อมบี้เอง-องค์ประชุมงบฯ
ศาลรธน.ถกวันนี้ รับ-ไม่รับปมวาระ นายกฯ 8 ปีของประยุทธ์ ตามคำร้องฝ่ายค้าน พร้อมซาวเสียงองค์คณะ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ จากนั้นคาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนตัดสินชี้ชะตา ด้าน ‘ตู่’ เผ่นออกจากทำเนียบ เลี่ยงเผชิญหน้าม็อบไล่ กำชับรัฐมนตรีลุยงานต่อ ไม่ต้องห่วง วิษณุแจงยิบ คดีไม่กระทบ ครม. ระบุถ้าศาลสั่งพ้นเก้าอี้ นายกฯ ไม่ควรรักษาการเอง ฮึ่มข้าราชการเกียร์ว่าง ส่อผิดตามมาตรา 157 ม็อบไล่หลายกลุ่มมาตามนัด จี้ประยุทธ์ลาออก ก่อนนัดลงถนนครั้งใหญ่ ตร.ระดม 21 กองร้อยรับสถานการณ์ กกต. ส่งหนังสือแจ้งประธานสภา ไม่ติดใจร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. สูตรหาร 100 ‘ชวน’ เล็งส่งนายกฯ 29 ส.ค.
สื่อไทย-เทศเกาะติดนายกฯ
วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมครม.ตามปกติ โดยรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง แม้จะกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ จะประกาศชุมนุมกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ลาออกจากปมปัญหาวาระนายกฯ 8 ปี แต่เป็นที่น่าสังเกต พล.อ.ประยุทธ์ เข้าปฏิบัติภารกิจก่อนเวลาปกติ โดยมาถึงทำเนียบตั้งแต่เวลา 07.30 น. และขึ้นไปที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที เก็บตัวดูเอกสารจนกระทั่งเวลา 08.53 น. ลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้าปกติและ เรียบเฉย ท่ามกลางความสนใจของช่างภาพสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างประเทศที่มาติดตามสังเกตการณ์จำนวนมาก
นายกฯ ไปยังบริเวณห้องโถงตึกสันติไมตรี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการรางวัล Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022 (Prime Minister Awards) โดยใช้เวลาสั้นๆ ราว 5 นาที จากนั้น เดินเข้าไปยังห้องรับรองสีเหลือง ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นั่งรออยู่
3ป.ร่วมวงคุยปกติ
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลัง ประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาถึง โดยมีสีหน้าปกติ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีสารพัดม็อบกดดันขับไล่นายกฯ พล.อ.ประวิตรหันมามองหน้าพร้อมส่ายศีรษะโดยไม่ตอบคำถาม รวมถึงกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญ รับพิจารณาปมวาระ 8 ปี และสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่พร้อมทำหน้าที่แทนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ตอบ โดยเดินเข้าไปยังห้องรับรองที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ รออยู่
รายงานเผยทั้ง 3 คน พูดคุยกันตามปกติถึงสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยไม่มีการพูดถึงปม 8 ปี โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 20 นาที ทั้งสามจึงเข้าห้องประชุมครม.

กลับบ้าน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางกลับบ้านพักทันที หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางม็อบต่างๆ นัด ชุมนุมขับไล่ครั้งใหญ่ในวันดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี เมื่อวันที่ 23 ส.ค.
ตู่เผ่นออกจากทำเนียบ-งดจ้อ8ปี
หลังเป็นประธานการประชุมครม.แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับรองนายกฯ และรัฐมนตรี จากนั้น เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กลับขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สำนักโฆษกฯ สำนักเลขาธิการนายกฯ ได้แจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะแถลงข่าวที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี
ระหว่างเดินขึ้นตึก ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี มั่นใจว่าจะได้ไปต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้ม เมื่อถามว่าทำไมนายกฯ ไม่ยอมพูดหรือตอบคำถามพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เจ็บคอ”
จากนั้นเวลา 13.25 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบ โดยเลี่ยงไปใช้เส้นทางสะพานมัฆวาน ผ่านหน้าวัดโสมนัสราช วรวิหาร เลี้ยวซ้ายผ่านบ้านพิษณุโลก ขึ้นทางด่วนยมราชเพื่อกลับบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.ร.1 รอ.) โดยยกเลิกวาระงานเวลา 15.00 น. ที่เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันฯ จะเข้าอำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ คาดเป็นการเลี่ยงเผชิญหน้าม็อบ ที่เตรียมเคลื่อนมาทำเนียบ กดดันขับไล่นายกฯ ในช่วงเย็น
ขณะเดียวกัน มีการแจ้งภายในจาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำเนียบ ไปยังหน่วยงานในทำเนียบว่า จะปิดประตูทางเข้าออกทั้งหมดในเวลา 15.00 น.
บอกครม.ลุยงาน-ไม่ต้องห่วง
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ตนแจ้งครม.รับทราบว่า ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และกรณี กกต.ไม่รับคำร้องนายศรีสุวรรณ จรรยา ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุม 24 ส.ค. ซึ่งเป็นการประชุมตามปกติ ศาลอาจสั่งรับหรือไม่รับคำร้องก็ได้ แต่คิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับคำร้อง ถ้าศาลรับเรื่องจะตามมาด้วย สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ แต่อาจไม่ได้สั่งในวันที่ 24 ส.ค.ในทันที เนื่องจากมีกระบวนการไต่สวน 2-3 วัน ถ้าศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จะมีผู้ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทนตามที่เรียงลำดับ คือ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้รักษาการ แต่ถ้าศาลสั่งว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ได้พูดอะไร ก็ปฏิบัติหน้าที่ต่อตามปกติ จนกว่าจะมี คำวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะพิจารณาได้เร็ว
“หลังจากผมชี้แจงเสร็จ นายกฯ บอกว่าไม่ได้กังวลอะไรและขอบคุณ ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาล และให้ครม.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลอะไร และระหว่างรอคำวินิจฉัยไม่มีข้อควรระวังอะไร นายกฯ ไม่ได้พูดเรื่องม็อบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องงบประมาณกำชับว่าขอให้ทุกคนอยู่ร่วมโหวต วันนี้อาจเสร็จ เหลืออีกประมาณ 10 มาตราอย่าให้การประชุมล่ม ขอให้ไปประชุมกันให้ครบ จะได้เสร็จ” นายวิษณุกล่าว
วิษณุชี้ไม่ควรอยู่รักษาการต่อ
ระหว่างนี้ขอให้ฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ไม่มีอะไรเสี่ยงและ ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ไม่ว่าศาลจะสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือปฏิบัติหน้าที่ไปสักระยะแล้วศาลมีคำวินิจฉัย สมมติว่าครบ 8 ปีพ้นไปตั้งแต่ 25 ส.ค. แต่ครม. ที่นั่งทำงานอยู่ก็ไม่มีปัญหา แม้ครม.จะพ้นไปด้วยเพราะยังรักษาการได้
แม้ในทางกฎหมายจะรักษาการได้แต่จะรักษาการหรือไม่ ในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกปฏิบัติตามหรือไม่ แต่โดยปกติก็ไม่ควร และอาจให้บุคคลอื่นปฏิบัติหน้าที่แทน โดยประธานสภาต้องดำเนินการหาบุคคลใหม่ มาเป็นนายกฯ ตามบัญชีเดิมที่แต่ละพรรคเสนอ ทุกอย่างเดินไปตามปกติ ส่วนการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและงบประมาณให้ทำได้ไปตามปกติ แต่ใครที่หยุดไม่ทำอะไรและเกียร์ว่าง อาจขัดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เกี่ยวข้องกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายกฯย้ำฟังศาลรธน.
เมื่อถามว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง ไว้พิจารณา จะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะบอกให้ครม.หรือนายกฯ ชี้แจง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ปกติเมื่อศาลประชุมและเห็นคำร้องเป็นครั้งแรก อาจมอบให้องค์คณะย่อยที่มี 2 คณะ ไปพิจารณาแล้วทำความเห็นกลับมาภายใน 3-4 วัน แล้วแต่เขา ถ้าจะให้ชี้แจงก็ต้องให้เวลา เมื่อถามว่าการเป็นนายกฯ สมัย คสช. แต่งตั้งโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ปี 2562 มาจากมติของสภามีนัยยะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีนัยยะ แต่ตนขอไม่พูด แล้วแต่ศาล
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามการมอบหมายของพล.อ.ประยุทธ์ กรณีปมวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ ว่า ขอให้เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาและวินิจฉัย นายกฯ ได้กล่าวไปแล้วว่ายินดี ที่จะให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่สุดท้ายขอให้ทุกคนเคารพกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำวินิจฉัยของศาลที่ถือเป็นที่สิ้นสุด
ตู่โยนสลค.ชี้แจงศาล
รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่า ก่อนประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เข้าไปนั่งดื่มกาแฟกันในห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ระหว่างพูดคุยมีรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงทยอยเข้าพบหลายคน โดย พล.อ.ประยุทธ์พูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในอิริยาบถที่สบาย ไม่มีท่าทีเคร่งเครียด และพูดกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลด้วยว่า ขอให้ช่วยกันทำงานต่อไป ส่วนวาระ 8 ปี ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าให้ชี้แจงจะให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร การพูดคุย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงการชุมนุมกดดันให้ลาออก
ครม.เชื่อศาลตีความเป็นบวก
ส่วนในที่ประชุม ครม. นายวิษณุ คำวินิจฉัยมี 3 แนวทาง ไม่นอกเหนือจากนี้ คือ 1.นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ในรัฐบาลคสช. 24 ส.ค.2557, 2.นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ 6 เม.ย.2560 และ 3.นับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯตามรัฐธรรมนูญ 2560 คือ 9 มิ.ย.2562 แต่ศาลอาจวินิจฉัยเพียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่ ตามคำร้องของฝ่ายค้านที่ถามเฉพาะประเด็นนี้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุว่าดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีเมื่อไร หากมีใครสงสัยประเด็นนี้ก็ค่อยไปยื่นให้วินิจฉัยอีกครั้ง
นายวิษณุ ยังอธิบายว่า สาระสำคัญอยู่ในมาตรา 158 วรรคสี่ ที่ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่…” แต่การจะนับเวลาตามวรรคสี่ ต้องไปดูที่มาตามวรรคหนึ่ง ทำให้รัฐมนตรีหลายคนตีความไปในทิศทางเดียวกันว่าการวินิจฉัยจะเป็นบวก
ศาลรธน.ใช้1เดือนถกปม8ปี
รายงานข่าวเผย วันที่ 24 ส.ค. เวลา 09.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมตามวาระปกติ ซึ่งจะมีการเสนอให้พิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ กรณีประธานรัฐสภาส่งคำร้องของ 172 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของพล.อ. ประยุทธ์ สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่ง นายกฯ รวมเวลาเกินกว่า 8 ปี พร้อมขอให้มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
คาดว่าที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะรับคำร้องไว้พิจารณา พร้อมพิจารณาประเด็นขอให้มีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะใช้วิธีสอบถามองค์ประชุม จึงขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมจะเห็น เป็นอย่างไร ส่วนประเด็นวาระนายกฯ 8 ปี คาดจะใช้เวลา 1 เดือน จึงจะมีมติออกมา
ศาลเข้ม-ขอตร.ตรึงกำลัง
ทั้งนี้ รอบอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรือ อาคารเอ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ที่ทำการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีการวางแผงเหล็กกั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยโดยรอบอาคาร ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน. ทุ่งสองห้อง ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เข้าตรวจความเรียบร้อย และรักษาความสงบ
มีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 24 ส.ค. จะมีตำรวจเฝ้าทุกประตูทางเข้าออกอาคารเอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ปกติ เนื่องจากมีข่าวว่าแกนนำม็อบเตรียมจัดทำหุ่นตุ๊กตา และป้ายต่างๆ นำไปผูกไว้ที่สถานที่สัญลักษณ์ต่างๆ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ สถานีตำรวจ เรือนจำ

สกัดม็อบ – เจ้าหน้าที่วางแผงเหล็กลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่ง เมื่อค่ำวันที่ 23 ส.ค.
ระดมตร.21กองร้อยรับมือม็อบ
เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้ว แสงเอก รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. เผยว่า บช.น.แจ้งประกาศย้ำเตือนว่า การชุมนุมหรือกิจกรรมขณะนี้ต้องระวังการแพร่ระบาดโรค รวมถึงต้องดำเนินการตามพ.ร.บ. สาธารณะ การเคลื่อนขบวนชุมนุมต้องแจ้ง เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจสั่งยับยั้ง และการฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท
บช.น.จัดเตรียมกำลังเพื่อดูแลความสงบไว้แล้ว หากมีการปักหลักค้างคืนต้องแจ้ง เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่พิจารณาความเหมาะสม ต้องพิจารณาว่าการชุมนุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงการใช้เครื่องเสียงหลังเวลา 24.00 น. ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่จะใช้กระสุนยางและรถฉีดน้ำนั้น มีการเตรียมตามขั้นตอนแต่การใช้หรือไม่ต้องดูตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ มีการติดตามจับกุมแกนนำที่ใช้ความรุนแรงหรือผู้มีหมายจับด้วย
พล.ต.ต.จิรสันต์ เผยด้วยว่า นอกจากการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ วันนี้แล้ว ในวันที่ 24 ส.ค. มีความเคลื่อนไหวจาก 3 กลุ่ม 1.กลุ่มคนแดงปฏิวัติ และกลุ่มแนวร่วมบริเวณทำเนียบ เวลา 14.00 น. 2. กลุ่มคณะหลอมรวมประชาชนและแนวร่วม บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. เวลา 16.00 น. และ 3.กลุ่ม14ขุนพลคนของราษฎรและแนวร่วม บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมกำลังจาก บช.น. 15 กองร้อย, บช.ตชด. 6 กองร้อย รวม 21 กองร้อย รวม 3,150 นาย รับมือการชุมนุม
เครือข่ายรามยื่นตีความ8ปี
เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 20 คนเข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ขอให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ มีนาย ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ร่วมยื่นด้วย โดย นายณัฐกานต์ ชูชนะ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภา เป็นผู้รับหนังสือ
ก่อนยื่นหนังสือ ผู้ชุมนุมตั้งเวทีปราศรัยโจมตีการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ ล้มเหลว และแสดงละครสั้นผลงาน 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ที่บริเวณประตูรัฐสภา (ฝั่งวัดแก้วฟ้า) พร้อมเรียกร้อง 1.ให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกโดยทันที 2. ศาลรัฐธรรมนูญต้องมี คำวินิจฉัยโดยเร็ว 3.ก่อนมีเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ 4.พรรคร่วมรัฐบาลต้องหยุดเป็นนั่งร้านการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์
ฝ่ายค้านนัดแต่งดำไว้อาลัยตู่
ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีวาระนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้แสดง ท่าทีใดๆ ซึ่งยังเหลือเวลาอยู่ เพราะหากดูเวลาจริงๆ จะครบกำหนดในเวลา 00.00 น. วันที่ 24 ส.ค. หากเข้าวันที่ 24 ส.ค. จะถือว่าเกิน 8 ปี ก็หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ ระหว่างรอคำวินิจฉัย ฝ่ายค้านจะมีการประชุมในวันที่ 24 ส.ค. เวลา 13.30 น. หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติ แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรมาปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมตินัดกันสวมใส่ชุดดำตั้งแต่ 24 ส.ค เป็นต้นไป เพื่อไว้อาลัยให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะกลายเป็นนายกฯ เถื่อน แต่สุดท้ายแล้วพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นจะแต่งหรือไม่ก็เป็นสิทธิของพรรคอื่น แต่เบื้องต้น พท.จะแต่ง
เมื่อถามว่าถ้ามีเลือกตั้งใหม่พท.จะเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คนใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรามีบัญชีรายชื่อในพรรค เราสู้อยู่แล้ว ในส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. หากพรรคจะเสนอก็ยังได้อยู่เพราะอยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่ต้องดูว่าอยู่ในเงื่อนไขเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้จะมีการเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ ด้วย เมื่อถามว่าหากต้องเสนอนายกฯ นอกบัญชี จะเสนอใคร นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ผมคิดว่าสู้แล้วเสีย ที่เราจะไปสนับสนุนกลไกนายกฯ คนนอกให้เกิดขึ้น เราต่อต้านอยู่แล้ว และต่อให้เราจะเสนอพระอินทร์ก็ไม่ชนะ เทวดาก็อย่าส่งเลย”
กกต.ไม่ติดใจร่างกม.เลือกตั้งส.ส.
วันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ลงนามในหนังสือส่งถึง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ว่า ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่แล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลาภายใน 180 วัน ซึ่งครบกำหนด 15 ส.ค.2565 โดยนับแต่วันที่ประธานรัฐสภา อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเมื่อ 17 ส.ค.2565 นั้น ตามมาตรา 132 (1) ของรัฐธรรมนูญให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่างที่เสนอ ตามมาตรา 131 ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 2563 ข้อ 87 วรรคสอง ประกอบข้อ 101 ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาวาระที่สอง และให้ดำเนินการตามข้อ 102 ต่อไป
ตามหนังสืออ้างอิงได้แจ้งจัดส่ง ร่างพ.ร.ป. เลือกตั้งส.ส.ฉบับดังกล่าว ต่อ กกต. เพื่อให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132(2) นั้น ขอเรียนว่า กกต.ไม่ได้มีข้อทักท้วงต่อร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้แต่อย่างใด
‘ชวน’จ่อส่งต่อนายกฯ29ส.ค.
เวลา 15.00 น.ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา แถลงว่า หลังกกต.พิจารณาแล้วไม่มีข้อทักท้วงร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขั้นตอนต่อไปประธานรัฐสภาจะชะลอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ 3 วัน เพื่อให้ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกรัฐสภาร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสองสภา ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.ป.ที่กกต.ยืนยันมานั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยจะครบกำหนด 3 วันในวันที่ 26 ส.ค. หากมีผู้ร้องจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและชะลอร่างดังกล่าวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย แต่หากไม่มีผู้ใดร้อง ประธานรัฐสภาจะส่งให้กับนายกฯ วันที่ 29 ส.ค.นี้ ซึ่งนายกฯ จะต้องชะลอร่างพ.ร.บ.ไว้ 5 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยระยะเวลาที่นายกฯ ชะลอไว้ 5 วันนั้น สมาชิกสามารถยื่นคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจัยได้เช่นกันหากยังมีข้อสงสัยอยู่
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เผยว่า ขณะนี้ ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาครบถ้วนแล้วตามกระบวนการ ประมาณ 73 คน มีทั้ง ส.ส.และส.ว.ถือว่าเกิน 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ 729 คน วันที่ 25 ส.ค. ตนจะยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 100 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
พรฎ.ปิดประชุมรัฐสภา19ก.ย.
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ ประชุมครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 พ.ศ…. (ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2565) โดยการดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 121 บัญญัติให้ในปีหนึ่งมีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย สมัยหนึ่งมีกำหนดเวลา 120 วัน โดยการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2565 ได้เรียกประชุมตั้งแต่ 22 พ.ค.2565 ซึ่งจะสิ้นกำหนดเวลา 120 วัน วันที่ 18 ก.ย.2565 จึงสมควรกำหนดให้ปิดประชุมรัฐสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่ 19 ก.ย.2565
ป้อมกำชับพปชร.ถกงบฯ
สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ซึ่งจะครบกำหนดกรอบเวลา 105 วัน ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ โดยสภาได้นัดพิจารณาเป็นวันที่ 5 ในเวลา 13.00 น. ของวันเดียวกันนี้ หลังองค์ประชุมล่มมาหลายครั้ง มีความเคลื่อนไหวของ พปชร. โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพปชร. รีบออกจากห้องประชุมครม.กลางคัน เพื่อไปประชุมส.ส.พปชร. ที่อาคารรัฐสภา กำชับให้เข้าร่วมประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ 2566 ในเวลา 13.00 น. ทั้งนี้ มีการแจ้งประชุมส.ส.ผ่านไลน์กลุ่มพรรคตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นไปอย่างกะทันหัน จากที่ปกติต้องแจ้งก่อน 1 วัน
ก่อนเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีอาจเกิดอุบัติเหตุการเมืองกับพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมทำหน้าที่รักษาการนายกฯ หรือไม่ และจะกำชับส.ส.ต่อการประชุมงบฯ วันนี้ เป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบ และพยายามเดินเลี่ยงสื่อมวลชนโดยมีสีหน้าเรียบเฉย และเดินเร็วกว่าปกติเพื่อเข้าห้องประชุมทันที แต่หลังการประชุมซึ่งใช้เวลาสั้นๆ แค่ 10 นาที พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ห่วงเรื่ององค์ประชุม ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ 2566 และไม่ห่วงฝ่ายค้านจะโหวตคว่ำ มั่นใจการพิจารณางบครั้งที่ 5 นี้จะจบแน่นอน
เผยวิตกถึงขั้นนอนไม่หลับ
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า พล.อ. ประวิตรกำชับขอให้ ส.ส.อยู่ในที่ประชุมสภาให้ครบ เพื่อผลักดันร่างงบประมาณให้จบวาระ 2-3 วันนี้ เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตรห่วงหรือไม่หากงบไม่ผ่านจะเป็นสัญญาณยุบสภา นายนิโรธกล่าวว่า ไม่ห่วง แต่พล.อ.ประวิตรนอนไม่หลับเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 66 ขอให้ช่วยกัน และบอกรัฐมนตรีที่เป็นส.ส.พรรคให้ร่วมประชุม เมื่อถามว่า พปชร.มีแผนสำรองกรณีเกิดอุบัติเหตุการเมืองเรื่องวาระนายกฯ 8 ปีหรือไม่ นายนิโรธ กล่าวว่า พปชร.ไม่มีแผนบี เดินหน้าอย่างเดียว
ถกงบยกที่ 5-ช่วงต้นราบรื่น
เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายสุชาติ แจ้งที่ประชุมรับทราบการเลื่อน ลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. แทน น.ส. วทันยา บุนนาค ที่ลาออก โดยมีนายธนกร วังบุญคงชนะ เลื่อนลำดับขึ้นมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ แทน พร้อมกล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าทำหน้าที่ ทำให้ขณะนี้มีส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ 478 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งคือ 239 คน
เวลา 13.30 น. ที่ประชุมได้ลงมติมาตรา 29 งบรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจ ภายหลังสมาชิกอภิปรายแล้วเสร็จครบถ้วนตั้งแต่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ด้วยมติเห็นด้วย 245 เสียง ไม่เห็นด้วย 121 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง และเข้าสู่การพิจารณามาตรา 30 งบหน่วยงานของรัฐสภา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายท้วงติง สำนักงานเลขาธิการสภา จะสร้างอาคารใหม่งบกว่าพันล้านบาท โดยใช้วิธีมัดมือชก ทั้งที่ยังไม่ได้ขอครม.อนุมัติ ขัดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ยังไม่มีการออแบบอาคาร ทำแบบสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่ของบก่อสร้าง ที่สุดลงมติเห็นชอบ
จากนั้นการพิจารณาและมีมติเห็นชอบเป็นแต่ละมาตราเป็นไปอย่างราบรื่น จนถึงเวลา 21.15 น. พิจารณาถึงมาตรา 37 งบบูรณาการ โดยคาดว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ซึ่งมีทั้งหมด 40 มาตรา จะเสร็จสิ้นและลงมติในวาระ 3 ได้ ในวันเดียวกัน

บุกทำเนียบ – กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเดินทางมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกฯ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ระดมกำลังพร้อมติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์สกัดกั้นอย่างเข้มงวด ขณะที่ผู้ชุมนุมหลักที่ลานคนเมือง และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนัดเคานต์ดาวน์มาปักหลักทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ส.ค.

กลุ่มแรงงานลุยจี้นายกฯ แต่เช้า
สำหรับการชุมนุมกดดันให้นายกฯ ลาออกนั้น เมื่อเวลา 10.20 น. ที่เชิงสะพานชมัย มรุเชฐ ผู้ชุมนุมกลุ่มแรงงาน นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานสหภาพพันธมิตรแรงงานประชาธิปไตย, แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางมาทวงสัญญาค่าจ้างขั้นต่ำ 425 บาท ซึ่งได้ยื่นหนังสือไปนานแล้วแต่ไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล พร้อมชูป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ครบวาระ 8 ปีในการดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยมีการปราศรัยโจมตีการทำงานของทางรัฐบาลที่อยู่มา 8 ปี มีแต่ทำให้ประชาชนแตกแยก ข้าวของแพงขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนต่ำลง จึงขออย่าสืบทอดอำนาจอีกต่อไป
โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) 20 นาย ยืนอยู่ด้านหน้าตู้คอนเทนเนอร์ มีแผงรั้วเหล็กกั้นอีกชั้นหนึ่ง
ทะลุแก๊สมาตามนัด
เวลา 14.10 น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร นำโดย นาย โชคดี ร่มพฤกษ์, กลุ่มทะลุแก๊ส นำโดย นายยุรนันท์ แผ่นแก้ว, กลุ่มทะลุคุก 100% นำโดย นางเงินตา คำแสนจัดกิจกรรมเรียกร้องให้ นายกฯ ออกจากตำแหน่ง มีการชูป้ายข้อความ ยกเลิก 112, ปล่อยเพื่อนเรา
เวลา 16.00 น. แกนนำปราศรัยโจมตี การทำงานของรัฐบาลและนายกฯ ตลอด 8 ปี ทำประชาชนได้รับผลกระทบ บังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม จับกุมคุมขังนักกิจกรรมทางการเมือง
จากนั้นเวลา 17.50 น. มวลชนประมาณ 25 คน ใช้รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน เคลื่อนไปที่แยกพญาไท มุ่งหน้าแยกนางเลิ้งไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างเคลื่อนขบวนมีการกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของนายกฯ พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมขับไล่นายกฯ โดยขบวนไปปักหลังที่สะพานชมัยมรุเชฐ ตรงข้ามทำเนียบ โดยที่ตำรวจใช้ตู้คอนเทนเนอร์ปิดสะพาน และปิดการจราจรหน้าทำเนียบทั้งหมด

ไล่ประยุทธ์ – กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ชู 3 นิ้วแสดงพลังเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกฯ ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกม็อบเผชิญหน้าเจ้าหน้าที่ที่สกัดการเดินขบวนไปปักหลักหน้า ทำเนียบรัฐบาลที่บริเวณแยกนางเลิ้ง เมื่อวันที่ 23 ส.ค.

แนวร่วมอิสระฮึ่มลงถนนครั้งใหญ่
เวลา 17.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกลุ่มมวลชนและแนวร่วมอิสระ รวมตัวเพื่อจัดกิจกรรม “ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ” เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก มวลชนทยอยเข้าพื้นที่ชุมนุมตั้งแต่เวลา 14.00 น. ส่วนใหญ่เป็นมวลชนเสื้อแดง รวมตัวที่บริเวณร้าน แมคโดนัลด์ เพื่อรอแกนนำตามเวลานัดหมาย ขณะที่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตรงข้ามอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ตำรวจตั้งจุดตรวจ เพื่อตรวจสิ่งผิดกฎหมายคัดกรองมวลชนที่มาชุมนุม
เวลา 18.00 น. พร้อมทำพิธีสาปแช่งและทำโพลสำรวจความคิดเห็น หัวข้อ “คุณยินยอมให้รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สืบอำนาจต่อไปหรือไม่” ก่อนอ่านแถลงการณ์ระบุว่า เป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายของประชาชน ภายใน 24 ส.ค. หากพล.อ. ประยุทธ์ ยังสืบทอดอำนาจ เราจะชุมนุมลงถนนครั้งใหญ่ จากนั้นมวลชนโปรยกระดาษที่เขียนโจมตีรัฐบาลและเผาหุ่นที่ติดภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างเผาหุ่น แกนนำให้มวลชนชูมือ 3 นิ้วและชูธง เพื่อแสดงเป็นสัญลักษณ์ ก่อนจะประกาศว่า “ถ้าประยุทธ์ไม่ยอมออก ประชาชนพร้อมออกมาไล่วันที่ 24 ส.ค.” จากนั้นแกนนำสับเปลี่ยนขึ้นมาปราศรัย

ไล่‘ตู่’- นายจตุพร พรหมพันธุ์ และคณะหลอมรวมประชาชน จัดกิจกรรม ไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกจากตำแหน่ง หลังดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ที่ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 ส.ค.
จตุพรเปรียบไม่ออก-นั่งเตาอั้งโล่
เวลา 15.30 น. ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา จัดกิจกรรมเวทีสาธารณะ “หยุด 8 ปี ประยุทธ์” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยจะจัดไปจนถึง 24 ส.ค. ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมประชาชนต้องผ่านเครื่องสแกนอาวุธเพื่อตรวจหาสิ่งต้องห้าม ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อยืดสีขาว ขณะที่ตำรวจจัดกำลังกระจายดูแลความสงบเรียบร้อย
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรม “หยุด 8 ปี ประยุทธ์” ว่า เขตพระนครและตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ทำหนังสือถึงฝ่ายผู้จัดกิจกรรมกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ โดย เฉพาะพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะมาบังคับใช้โดยอนุโลม การชุมนุมต้องสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่กระทำผิดต่างๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนพลจากจุดที่จัดไปยังจุดอื่นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย “ที่ฝ่ายผู้จัดกิจกรรมแจ้งว่าจะจัดกิจกรรมถึงเวลา 00.00 น. คงต้องดู เพราะเราอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ไม่ใช่กฎหมายปกติ เนื่องจากยังมีสถาน การณ์แพร่ระบาดของ โควิด ต้องคำนึงถึงตรงนี้ด้วย นอกจากการชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ”
เวลา 17.15 น. นายจตุพรแถลงว่า เป็นที่ประจักษ์ชัด พล.อ.ประยุทธ์ไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการดำรงตำแหน่งวันสุดท้ายตามรัฐธรรมนูญปี 2560 วันนี้เราจะปักหลักอยู่ที่นี่จนถึงเวลาเที่ยงคืน จะนับถอยหลังเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปิดฉาก พล.อ.ประยุทธ์ มาตรการหลังจากวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เหมือนนั่งอยู่บนเตาอั้งโล่ ความร้อนเกิดขึ้นทุกเมื่อ รอดูว่าจะอยู่หลังเที่ยงคืนนี้ได้อีกกี่วัน เรายังยึดหลักแนวทางสันติวิธีและปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ศึกนี้จะไม่ยืดเยื้อ ศึกนี้จะจบเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สถาน การณ์ไม่เหมือนปี 2557 แล้ว ตอนนี้เป็นช่วงขาลงของพล.อ.ประยุทธ์
‘รมต.มาเลย์’ชมรง.กัญชาไทย
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่โรงงานผลิตยาองค์การเภสัชกรรม คลอง 10 จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนายไครี จามาลุดดิน รมว.สาธารณสุข ประเทศมาเลเซีย เยี่ยมชมกระบวนการผลิตสารสกัดกัญชาและหารือแลกเปลี่ยนการดำเนินงานนโยบายกัญชาทางการแพทย์
นายอนุทินกล่าวว่า มาเลเซียประกาศนโยบายกัญชาทางการแพทย์และสนใจนโยบายเรื่องนี้ของไทย ซึ่งในการหารือทวิภาคีกับมาเลเซียในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก พ.ค.2565 ได้นัดกันว่าจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเราเชื่อว่าการนำกัญชา กัญชงมาใช้ในทางการแพทย์และสุขภาพจะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อประชาชน
“เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน นายไครีพูดในเชิงหลักการว่ามาเลเซียมีกระท่อมเยอะ หากเราร่วมมือกันโดยเอาพืชทั้ง 2 ชนิดที่เคยถูกประทับตราว่าเป็นยาเสพติดมาใช้เพื่อการแพทย์ก็จะเป็นประโยชน์มาก และเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นการหารือครั้งแรกก็จะฟอร์มทีมให้เป็นผลในทางปฏิบัติต่อไป ในส่วนของมาเลเซียจากนี้จะนำรูปแบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ของไทยไปดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพในการรักษาโรคในกลุ่มผู้ป่วยภายในประเทศมาเลเซียต่อไป”
ด้านนายไครีกล่าวว่า มาเลเซียติดตามนโยบายกัญชาทางการแพทย์ของไทยมานานกว่า 2 ปี เห็นว่ามีข้อมูลที่เด่นชัด จึงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจในการผลักดันนโยบายกัญชาทางการแพทย์ในมาเลเซีย จากนี้ก็ต้องศึกษาภายในประเทศต่อ ตนสัญญากับประชาชนมาเลเซียว่า หากกัญชามีประโยชน์ก็จะผลักดันให้ถึงที่สุด