แจ้งจับเพิ่มเพื่อนชาย ‘สตท.ฉาว’ ร่วมทำร้ายทหารหญิงรับใช้ ระหว่างร่วมเที่ยวชะอำ-หัวหิน รองโฆษกตร.แจงปมบรรจุอายุเกิน ได้ยกเว้นจากขาดแคลนวุฒิปวส.บัญชี แต่จะตั้งกรรมการสอบอีกครั้งว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ ผู้การราชบุรีจ่อสอบหมอที่เซ็นรับรองว่าผู้ต้องหาป่วย ส่วนคลิปตร.ที่โผล่มาอีก สั่งเร่งสอบแล้ว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตำรวจสันติบาลหญิงชั้นประทวนทำร้ายทหารหญิงที่จ.ราชบุรี ว่า ผู้ต้องหาถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัดราชบุรี ส่วนกรณีเข้ารับราชการอายุ 39 ปีนั้น ตรวจสอบพบเข้ารับราชการตำรวจปี 2560 ใช้วุฒิ ปวส. ด้านบัญชี ย้ายมาที่สันติบาล ก.พ.2565 สำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สงป.ตร.) โดยพิจารณาผู้มีคุณสมบัติตามวุฒิขาดแคลน ถึงมีระบุว่าอายุไม่เกิน 35 ปี แต่มีข้อยกเว้น ตามกฎก.ตร. สามารถดำเนินการได้ แต่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการดำเนินการรับเข้ารับราชการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหามีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นนั้น ยืนยันว่าอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอำนาจยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกันตามกรอบกฎหมายไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เป็นข้าราชการต้องคดีต้องรับโทษมากกว่าคนทั่วไป กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการกระทำผิดส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดภาพรวมทั้งหมดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี กล่าวว่า ตำรวจภูธรจ.ราชบุรี ประชุมติดตามควบคุมคดีทุกวัน และติดตามสืบสวนส่วนของคดีต่างๆ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานที่อ้างถึง ทางบก.ภ.จว.ราชบุรีต้องเร่งรัดดำเนินการให้เร็ว ส่วนกรณีใบ รับรองแพทย์ที่ผู้ต้องหานำมายื่นเข้าสำนวนการสอบสวน ก็จำเป็นต้องไปสอบสวนแพทย์ ผู้ออกใบรับรอง ตรงนี้เร่งรัดอยู่ให้เร็วที่สุด สำหรับผู้เสียหายได้ส่งไปตรวจร่างกายหลายครั้งตามคำแนะนำของแพทย์ที่ตรวจรักษาอาการ โดยทุกครั้งที่ตรวจจะต้องมีใบรายงานและจะต้องสอบแพทย์ที่ตรวจว่าวินิจฉัยผลการตรวจแบบไหน จะต้องเข้ารักษาตัวนานเท่าไหร่ ซึ่งจะไปเข้าองค์ประกอบความผิดของกฎหมายตลอดจนใบรับรองแพทย์ที่ตัว ผู้ต้องหาได้เอามายื่นเข้าสำนวนการสอบสวน
พล.ต.ต.ปิติกล่าวต่อว่า ส่วนวันนี้นำตัวอดีตทหารหญิงรับใช้หรือผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลราชบุรีตามกระบวนการ ส่วนจะสามารถสรุปสำนวนได้เร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานส่วนอื่นๆ อีก ซึ่งได้เร่งรัดทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วนที่มีการเก็บเรื่องของวัตถุพยานได้ในที่เกิดเหตุ จะต้องนำมาตรวจพิสูจน์ อาจจะต้องมีการสอบพยานบุคคล ผู้ต้องหาอ้างถึงผู้เสียหายกล่าวถึงอีก
ผบก.ภ.จว.ราชบุรียังกล่าวถึงกรณีคลิปตำรวจของราชบุรีว่า วันที่มีผู้เสียหายเข้าให้การไม่ได้นำคลิปนี้มามอบให้ แต่เมื่อนำคลิปนี้มาเผยแพร่ จะเร่งตรวจสอบโดยเร็ว เนื่องจากได้อ้างถึงบุคคลที่เป็นตำรวจใน จ.ราชบุรีที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้ได้ถูกให้ออกจากราชการไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และตรวจสอบว่ากรณีที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นได้เกี่ยวข้องส่วนไหน ในลักษณะผู้ร่วมทำร้ายหรือไม่ หรือแค่ถือกล้องถ่ายภาพ แต่ถ้าเป็นกรณีในขณะเกิดเหตุอยู่เป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก็ต้องถือว่าจะมีความผิดเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตรงนี้เราดำเนินการหมด
พล.ต.ต.ปิติกล่าวด้วยว่า สำหรับอีกคลิปหนึ่งนั้นส่วนพนักงานสอบสวนตนเองยังไม่ได้เห็นคลิปตรงนี้ได้แต่ข้อมูลในเบื้องต้น ทราบว่ามีบุคคลอื่นมีการไปกระทำความผิดร่วมกับผู้ต้องหาอีก ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์กัน ส่วนตรงนี้ได้เร่งตรวจสอบแล้วและพอรู้ตัวแล้วว่าเป็นบุคคลในพื้นที่ และส่วนนี้ต้องดูก่อนว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกันมั้ย แต่เท่าที่สอบถามทราบว่าเหตุเกิดขึ้นกันคนละครั้ง และต่างพื้นที่กัน สำหรับในทุกความผิดทาง สภ.เมืองยินดีที่จะรับคำร้องทุกข์ในเบื้องต้นให้ก่อน ถ้าปกติแล้วจะมีเขตอำนาจการสอบสวนในท้องที่ที่เกิดการกระทำความผิด ทางคลิปทั้ง 2 คลิปที่ระบุมาในภายหลัง มีการตรวจสอบแล้วยืนยันในเบื้องต้นว่าไม่ได้เกิดในท้องที่อ.เมืองราชบุรี แต่ทางตำรวจราชบุรียินดีที่จะรับคำร้องทุกข์ดำเนินการให้ก่อน เพราะไม่อยากให้ผู้เสียหายไปหลายท้องที่ มีระยะเดินทางที่ไกลและเหนื่อย ต้องพร้อมที่จะสอบสวนเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้นกระบวนการส่งสำนวนประสานงานไปยังท้องที่ที่เกิดเหตุก็จะดำเนินการให้เร็ว

แจ้งจับเพิ่ม – กัน จอมพลัง นำอดีตทหารรับใช้หญิงที่ถูกส.ต.ท.หญิงทำร้ายร่างกาย เข้าแจ้งความเพิ่มเอาผิดน้องชายนักการเมืองท้องถิ่นราชบุรี ซึ่งเป็นเพื่อนชายของส.ต.ท.หญิงร่วมทำร้ายร่างกาย ที่สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 23 ส.ค.
ที่สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ ‘กัน จอมพลัง’ พร้อมนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ นำทหารหญิงรับใช้ ที่ถูกทำร้ายร่างกาย เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชำนาญ บุญเหมาะ สารวัตรสอบสวนสภ.ชะอำ เพื่อเอาผิดกับน้องชายนักการเมืองท้องถิ่น จ.ราชบุรี ซึ่งร่วมทำร้ายร่างกาย และเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มขึ้น โดยมีพ.ต.อ.วายุภักษ์ วงศ์ศักดิรินทร์ ผกก.สภ.ชะอำ ร่วมสอบปากคำผู้เสียหายด้วย
นายกัณฐัศว์กล่าวว่า มีหลักฐานเพิ่มเติมจึงเดินทางมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับน้องชายนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของส.ต.ท.หญิง จากเหตุการณ์เดินทางไปท่องเที่ยวที่ชายหาดชะอำ โดยพักที่คอนโดฯ ชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วมีเหตุทำร้ายร่างกายทหารหญิงรับใช้ เพื่อนชายคนสนิทไม่ได้ห้ามปรามแต่ยังร่วมลงมือทำร้ายร่างกายแทน โดยอ้างว่ากลัวว่า ส.ต.ท.หญิงจะเจ็บมือ โดยฝ่ายชายใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้า ชอร์ตที่บริเวณหลังคอและขา จนเนื้อไหม้เป็นแผล และใช้เก้าอี้ฟาดทหารหญิงจนเก้าอี้หัก ลงมือทำร้ายแบบ ไม่ใช้อาวุธ การกระทำเช่นนี้เป็นเหตุผลที่สังคมไทยรับไม่ได้
ด้านทหารหญิงผู้เสียหาย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้บางช่วงเวลาที่ส.ต.ท.หญิงไม่อยู่ ฝ่ายชายจะเรียกตนมาทำร้ายร่างกายอีกด้วย ตนถูกทำร้ายทั้งที่ชะอำและหัวหิน ถูกเอาอาวุธปืนตบหน้า และจ่อจี้หัวด้วย
ทนายไพศาลกล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่จบแค่การทำร้ายร่างกายขอให้จับตามองให้ดีว่าใครเป็นมือมืด และใครคือคนที่ ส.ต.ท.หญิงคนนี้ ช่วยให้เข้ารับราชการทหาร และรับโดยถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ และใครคือคนที่เซ็นอนุมัติให้มีการช่วยราชการ จากทหารมาช่วยตำรวจ ประกอบกับยศตำแหน่งมีเท่านี้สามารถทำได้หรือไม่ เรื่องนี้ตนตามจิกไม่ปล่อยแน่
จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางไปแจ้งความเพิ่มเติมที่สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในคดีที่ถูกปืนตบหน้า และจี้หัวเพิ่มด้วย