อพยพนักท่องเที่ยว รีสอร์ตจม-ท่วมวิกฤต ริมฝั่งป่าสักล้นตลิ่งพายุ‘หมาอ๊อน’ยังแรง
หนีระทึก ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยว น้ำปา เขาใหญ่บ่าถล่มกลางดึก ‘วังตะไคร้-นางรอง’ บ้าน- รีสอร์ตจม ผู้ว่าฯ นคร นายก รุดช่วยเหลือ แจ้งเตือนประชาชนริมคลองเตรียมรับน้ำท่วมฉับพลัน สถานีวังตะไคร้ ระบุ ระดับน้ำเข้าขั้นวิกฤตพุ่งสูงกว่า 29 เมตร พายุ ‘หมาอ๊อน’ ฟาดหางไทยตอนบนแล้ว ลำปางอลหม่าน ฝนเทข้ามคืนทุกอำเภอ ต้นประดู่ยักษ์ 100 ปี ตั้งอยู่กลางเมือง หักโค่น ไฟดับ ถนนจม รถติดยาวเหยียด ท่วมพหลโยธิน ถนนหลักอีกหลายสายยาวกว่า 1 ก.ม. ระดับน้ำสูงกว่าครึ่งเมตร น้ำทะลักเข้าร.พ.แจ้ห่ม อพยพวุ่น ‘จิสด้า’ แจงข้อมูลดาวเทียมชี้ ภาคเหนือตอนล่างเรือกสวนไร่นาล่มแล้วกว่า 2 แสนไร่ น้ำบ่าลงทุ่งบางระกำโมเดลแล้วกว่า 3 หมื่นไร่ ย้ำบ้านท้ายเขื่อนป่าสักฯ รับน้ำล้นตลิ่ง หลังระบายเพิ่มเป็นขั้นบันไดจนถึงวันละ 500 ลบ.ม.

น้ำเขาใหญ่ – น้ำป่าเขาใหญ่หลากทะลักท่วมพื้นที่ท่องเที่ยวใน ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก และต่อเนื่องถึงน้ำตกวังตะไคร้ ซัดรีสอร์ตพังเสียหาย นักท่องเที่ยวหนีระทึก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ด้านใน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.
‘นครนายก’ระทึกหนีน้ำป่า
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลบ่าลงมาท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในเขตพื้นที่ ต.สาริกา กับ ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก และพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อลงพื้นที่สำรวจพบว่า มีบ้านเรือนของชาวบ้านกว่า 10 หลัง ที่อยู่ตรงบริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ได้ถูกน้ำป่าท่วม ชาวบ้านยกข้าวของหนีน้ำไม่ทัน เนื่องจากเกิดเหตุเวลา 03.00 น. วันเดียวกัน ขณะที่แต่ละครอบครัวนอนหลับพักผ่อนกัน โดยน้ำป่าได้ไหลเข้าสู่คลองมะเดื่อ หมู่ 1 บ้านดง ต.สาริกา แล้วไหลลงมาที่น้ำตกวังตะไคร้ นอกจากนี้ยังมีในเขตพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ เนื่องจากได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องข้ามคืน และยังตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ไหลลงมาสู่พื้นที่ด้านล่างทำให้เกิดน้ำป่าไหลท่วมอย่างฉับพลัน
จากนั้นเวลา 05.30 น. นายชุมพลภัทร์ เลาหะพานิช นายก อบต.สาริกา ลงพื้นที่ ต.สาริกา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่แหล่งน้ำตามจุดต่างๆ และบ้านเรือนประชาชน ขณะที่ถนนสายนครนายก-สาริกา ช่วงศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก ถูกน้ำเอ่อท่วมเกือบถึงกลางถนน ขณะที่ปริมาณน้ำที่สะพานวังตะไคร้เริ่มลดระดับความสูงและความแรงลงตามลำดับ ส่วนที่อุทยานน้ำตกนางรอง ปริมาณน้ำและระดับความแรงยังอยู่ในระดับรุนแรงถึงวิกฤต ทางเจ้าหน้าที่ได้ปักธงแดง และสั่งห้ามลงหรือเข้าใกล้กระแสน้ำ เนื่องจากอันตราย
รีสอร์ตจม-เร่งช่วยนักท่องเที่ยว
นายชุมพลภัทร์กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากมีน้ำป่าไหลหลาก มีปริมาณฝนตกในพื้นที่แหล่งต้นน้ำที่อยู่ในพื้นที่ป่าเขาใหญ่ปริมาณมาก ส่งผลให้ธุรกิจ รีสอร์ตที่อยู่ติดริมน้ำ ถูกน้ำไหลเข้าท่วม ทำให้มีนักท่องเที่ยวติดอยู่ภายในรีสอร์ต ดังนั้นทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.สาริกา ร่วมกับกู้ภัยร่วมกตัญญู นครนายก ได้ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่ ขณะเดียวกันแจ้งเตือนว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ถึง ชาวบ้านในพื้นที่ต.สาริกา ซึ่งมีการแชร์ข้อความไปมากพอสมควร ส่วนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อย่างคลองมะเดื่อ น้ำตกวังตะไคร้ ขณะนี้ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด และขอให้ นักท่องเที่ยวที่ยังติดอยู่ภายในพื้นที่น้ำท่วม ให้แจ้งความประสงค์ จากนั้นทางอบต.จะมีเจ้าหน้าที่ และกู้ภัยร่วมกตัญญู คอยดูแล ส่วนชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังอยากให้ตัดไฟในบ้านเรือนก่อน รอให้ระดับน้ำลดลงค่อยใช้ไฟ ตามปกติ
ด้านนางสมปอง เสนา นายกอบต.หินตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ และพนักงานอบต. ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ “อิงธาร รีสอร์ต” ที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก จนทำให้มีลูกค้าที่มาอบรมติดน้ำป่าอยู่ด้านในจำนวนมาก
ต่อมาเช้าวันเดียวกัน นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผวจ.นครนายก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาสำรวจพื้นที่น้ำท่วมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย พรัอมสั่งการให้แต่ละหน่วยงานสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผล กระทบ และได้ประกาศให้ประชาชนที่อยู่แถวบริเวณริมคลองให้เตรียมรับมือจากภัยน้ำท่วม และให้คอย เฝ้าระวังอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันตลอดเวลา
ขณะที่ระบบตรวจวัดสภาพน้ำทางไกลอัตโนมัติ แจ้งสถานการณ์น้ำคลองวังตะไคร้ ณ สถานีวังตะไคร้ จ.นครนายก เมื่อเวลา 07.00 น. ว่า ระดับน้ำอยู่ทีร่ 29.516 เมตร ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต (สีแดง) 30.50 เมตร เพราะเกินระดับเตือนภัย (สีเหลือง) อยู่ที่ 29.50 เมตรแล้ว
ถนนปราจีนฯท่วม-แม่น้ำปริ่ม
ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี หลังจากที่มีฝนตกลงมาข้ามคืนเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ถนนสายเอเชีย หรือสายสุวรรณศรสายเก่า (ประจันตคาม-กบินทร์บุรี) ที่ทั้งสองฝั่งมีการถมดินสูงกว่าถนน ทำให้มีน้ำรอระบายเอ่อท่วมผิวการจราจรทั้ง 2 ช่องทาง ตั้งแต่ช่วง บ้านโง้ง-บ้านคุ้ม ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม ยาวกว่า 200 เมตร มีระดับน้ำสูง 30-40 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ปักป้ายเตือนป้องกันอุบัติเหตุในการใช้เส้นทาง
เตือนริมตลิ่งน้ำป่าสักเอ่อ
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังจากที่ผ่านมาพบว่าทางด้านเหนือหลายจังหวัดมีฝนตกลงมาต่อเนื่องและมีน้ำท่วม ซึ่งมวลน้ำจำนวนมากที่ไหลหลากได้ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ลงตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำจะมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯ ในระหว่างวันที่ 27-30 ส.ค. จำนวน 133.26 ล้านลบ.ม.ต่อวัน รวมน้ำในเขื่อนจะมีจำนวน 355 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับมวลน้ำดังกล่าวทางสำนักงานโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงได้ดำเนินการพร่องน้ำที่เก็บกักอยู่ลงสู่ท้ายเขื่อนอาจจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และผู้ที่เลี้ยงปลาในกระชัง
ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีมวลน้ำที่ไหลมาเพิ่มขึ้นในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงต้องมีการระบายน้ำเพิ่มจากอัตราวันละ 34.56 ล้านลบ.ม. เป็น 43.20 ล้านลบ.ม.ต่อวัน โดยมีทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนแล้ว รวมทั้งขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพ้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้หน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันภัยไว้ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ฝนยังกระหน่ำทั่วไทย
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 19-20 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 150 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก ลำน้ำสาขามีปริมาณมากในบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูน รวมถึงการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 1,500 – 1,800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เฝ้าระวัง ระหว่างวันที่ 24 – 30 ส.ค. ซึ่งในระหว่างวันที่ 24 – 25 ส.ค. มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี จันทบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง รวม 9 อำเภอ 65 ตำบล 269 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 8,026 ครัวเรือน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน ต่อสถานการณ์น้ำหลากน้ำท่วมฉับพลัน โดยคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 25-26 ส.ค. ที่ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
นายอนุชากล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ กระทรวงกลาโหม (กห.) ระดมกำลังพล และยุทโธปกรณ์ร่วมกับส่วนราชการ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และให้สนับสนุนประชาชนวางแผนการใช้น้ำระยะยาว เก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง สำหรับพืชไร่ และการทำเกษตรด้วย
เกษตรจมแล้วกว่า 2 แสนไร่
ขณะที่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลการใช้ดาวเทียม Sentinel -1 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ว่า ในการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตภาคเหนือล่าสุดพบพื้นที่น้ำท่วมขังแล้วจำนวน 209,512 ไร่ ในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง อาทิ จ.สุโขทัย 80,216 ไร่ พิจิตร 61,659 ไร่ พิษณุโลก 28,584 ไร่ นครสวรรค์ 27,767 ไร่ เพชรบูรณ์ 6,525 ไร่ อุตรดิตถ์ 4,761 ไร่ ในขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวก็ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกันกว่า 46,796 หมื่นไร่
เขื่อนเชียงใหม่น้ำเกินครึ่งอ่าง
ส่วนที่จ.เชียงใหม่ นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผอ.เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมาเกิดพายุมู่หลาน และร่องมรสุมเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาตลอดช่วงเดือนส.ค. ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมีน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปีนี้มีปริมาณน้ำเกิน 50% ในรอบ 11 ปี โดยวันเดียวกันมีปริมาณอยู่ที่ 142 ล้านลบ.ม. หรือ 54.29% โดยล่าสุดปีที่มีน้ำมากล่าสุดเมื่อปี 2554 มีน้ำจำนวน 233.992 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 88.97% เป็นปีที่มีปริมาณน้ำมากจนล้นสปิลเวย์ออกมา ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำในห้วงฤดูปี 2565-2566 จะจัดสรรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการบริหารด้านอุปโภคบริโภค เป็นหลัก การรักษาระบบนิเวศของลำน้ำแม่กวง และการเกษตร ในห้วงปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากเกษตรกร ผู้ใช้น้ำเขื่อนงดการระบายน้ำ รักษาปริมาณน้ำไว้จนทำให้ในปีนี้น้ำในเขื่อนมีน้ำสะสมเพิ่มขึ้น และปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่องเหนือเขื่อน ยังคงมีมวลน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ลำปางอ่วมพายุซัด-ท่วมซ้ำ
ด้านจ.ลำปาง จากอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “หมาอ๊อน” ได้เกิดพายุกระโชกแรงและฝนตกหนักมากในพื้นที่ จ.ลำปาง ครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลให้เกิดต้นไม้หักโค่น ไฟฟ้าดับ และน้ำท่วมขังหลายจุด ซึ่งฝนได้ตกหนักจนถึงช่วงสายวันเดียวกัน ได้รับผล กระทบทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาล และ อบต.ต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ฝ่าฝนออกช่วยเหลือบ้านเรือนชาวบ้าน และเส้นทางที่ถูกต้นไม้หักโค่นขวางถนน ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในเขตเทศบาลนครลำปางพบว่ามีต้นไม้หักโค่นมากกว่า 10 จุด หน่วยงานในจังหวัด ได้ออกสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอย่างต่อเนื่อง
นายสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้นำเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาลนครลำปาง ลงพื้นที่เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางทางจราจรและหักโค่นทับสายไฟฟ้าหลายจุดทั่วเขตเทศบาลนครลำปาง เป็นผล กระทบจากมีฝนตกหนักและพายุลมแรงตลอดทั้งคืน ทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นหลายจุด กระแสไฟฟ้าดับและมีน้ำท่วมขัง โดยที่บริเวณถนนเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำแม่ทะหรืออ่างเก็บน้ำวังเฮือ (ทะเลลำปาง) ต.พระบาท อ.เมืองพบสายไฟฟ้าแรงสูงถูกต้นประดู่ยักษ์ อายุมากกว่า 100 ปี ล้มทับขาดทั้งหมด 3 สาย ทำให้กระแสไฟฟ้าดับ และไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลเมืองเขลางค์นคร นำเลื่อยโซ่ยนต์ มาตัดทอนต้นประดู่เป็นท่อนๆ ก่อนที่จะขนย้ายเข้าข้างทาง โดยถนนสายนี้เป็นเส้นทางไปยังอ่างเก็บน้ำวังเฮือ และไปสำนักสงฆ์พระธาตุอรัญวาส ที่มีพระพุทธรูปเรืองแสงแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางลัดระหว่าง อ.แม่ทะ มายังเมืองลำปาง ทำให้รถหลายๆ คันต้องย้อนกลับใช้เส้นทางอื่นอีกกว่า 10 ก.ม. ขณะที่หน้า ม.ราชภัฏลำปาง ต.ชมพู อ.เมือง มีน้ำท่วมสูงครึ่งเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 ก.ม. ทำให้เกิดรถติดยาวในช่วงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน
ส่วนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว ขาเข้าเมือง พบต้นไม้และกิ่งไม้ที่ล้มลงกลางถนนมีเป็นระยะๆ จนถึงแยก ร.พ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ขณะที่ถนนสายลำปาง-ตาก บริเวณด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เกาะคา มีน้ำท่วมสูง 30-50 ซ.ม.ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร หลังจากลำห้วยแม่ปูน มีน้ำสมทบมาจากหลายจุด ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นทางสายหลักที่จะมุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ มีผู้สัญจรจำนวนมาก

ท่วมร.พ. – น้ำป่าไหลหลากท่วมหนักเข้าไปถึงในร.พ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ต้องอพยพย้ายผู้ป่วยขึ้นชั้นสอง งดให้บริการรักษาพยาบาลทั่วไป เปิดรับเฉพาะผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินเท่านั้น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เมื่อวันที่ 25 ส.ค.
ทะลักร.พ.แจ้ห่ม
ด้านอ.แจ้ห่ม น้ำป่าไหลได้หลากเข้าท่วม โดยเฉพาะที่ร.พ.แจ้ห่ม ตั้งอยู่บนถนนลำปาง-แจ้ห่ม ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ถูกน้ำป่าหลากทะลักเข้าท่วมภายในร.พ.ชั้น 1 ซึ่งมีอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ และเอกสารจำนวนมาก หลังเกิดเหตุ ทางร.พ.ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งงดให้บริการรักษาพยาบาลทั่วไป โดยเปิดรับเฉพาะผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินเท่านั้น
ทพญ.แจ๋วแหวว จำฟู รักษาการ ผอ. โรงพยาบาลแจ้ห่ม เปิดเผยว่า น้ำทะลักจาก ลำเหมืองเข้ามาบริเวณด้านหน้าของร.พ. เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันทำแนวทำนบกระสอบทรายกันทิศทางน้ำไม่ให้ทะลักเข้าในเขตบริการผู้ป่วย พร้อมเตรียมแผนย้ายผู้ป่วยขึ้นชั้น 2 ฉุกเฉิน แต่ปัจจุบันมีผู้ป่วยตึกในเพียง 21 ราย ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม กระทั่งเวลา 15.00 น สถานการณ์ได้คลี่คลายลง จึงได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยทางร.พ.ได้เตรียมแผนพร้อมรับมือและได้รับการสนับสนุนกำลังจาก อบต.วิเชตนคร และจากทางอำเภอนำถุงกระสอบทรายพร้อมเจ้าหน้าที่มาสนับสนุนการป้องกันน้ำท่วมอย่างเร่งด่วนแล้ว
น้ำลงบางระกำโมเดล 2.6 แสนไร่
ขณะที่จ.พิษณุโลก หลังจากน้ำเหนือในพื้นที่ จ.แพร่ จ.น่าน จ.สุโขทัย ได้เริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่แม่น้ำยมสายเก่า และสายใหม่ เข้าสู่จ.พิษณุโลกแล้ว ทำให้เกิดมวลน้ำเริ่มเข้าสู่ทุ่งบางระกำโมเดล ตามกรมชลประทาน ได้จัดสรรพื้นที่ไว้ จำนวนกว่า 265,000 ไร่ สามารถรองรับน้ำ ได้กว่า 400 ล้านลบ.ม. โดยน้ำได้เริ่มหลากเข้าสู่พื้นที่ที่รับน้ำในพื้นที่บ้านแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง และที่บ้านตระแบกงาม, บ้านวังแร่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ โดยมวลน้ำได้ขยายวงกว้างและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีน้ำเข้าทุ่งแล้ว 31,165 ไร่ ปริมาณน้ำ 33.23 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 8.30% ของศักยภาพการรองรับน้ำของทุ่งบางระกำโมเดล
นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.บางระกำ ปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวังปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ต้นน้ำ และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ในพื้นที่ อ.บางระกำ โดยที่สถานีวัดน้ำ Y.64 อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูง 6.09 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 0.31 เมตร ระดับ 38.62 ม.รทก. (ระดับวิกฤต เขตชุมชุน 39.80 ม.รทก.) ต่ำกว่าระดับวิกฤต 1.18 เมตร ขณะที่พื้นที่ทุ่งบางระกำโมเดล ปัจจุบันชาวนาในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดลได้เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นในช่วงเดือนก.ค.ถึงต้นเดือนส.ค. เรียบร้อยแล้ว