ตู่ขอบคุณทุกกำลังใจลุยทำหน้าที่‘รมว.กห.’พท.จี้‘3ป.’-พอแค่นี้ม็อบนัด28สค.ไล่ต่อ

‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณทุกกำลังใจ หลังศาลสั่งพักหน้าที่นายกฯ ลั่นกลางวงประชุมสภากลาโหมทุกคนไม่ต้องกังวล จับตา ‘บิ๊กป้อม’ เข้าทำเนียบวันนี้ หลังนั่งรักษาการนายกฯ ‘ไพบูลย์’ ชู ‘พี่ใหญ่’ ประสบการณ์แน่น มั่นใจบริหารประเทศสงบเรียบร้อย เพื่อไทยเย้ยหนีเสือปะจระเข้ ตอกย้ำวิกฤต จี้‘3 ป.’ พอแค่นี้ ‘จตุพร’ ยันชุมนุม 28 ส.ค.ขับไล่ ‘ประยุทธ์’ ไม่เอา ‘ประวิตร’ ‘หมอระวี’ ยื่น ‘ชวน’ ส่งศาลรธน.ตีความกฎหมายลูกเลือกตั้งสูตรหาร 100 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เผยส.ส.-ส.ว. 106 คนร่วมลงชื่อ

‘บิ๊กตู่’เก็บตัว-ประชุมกห.ผ่านวีทีซี
กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับ คำร้องของ 172 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่หรือไม่ หรือครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค.2565 หรือไม่ ให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และมีมติ 5 ต่อ 4 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2565 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ ภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 237/2563 ที่มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีตามลำดับ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) มีการประชุมสภากลาโหม ประจำเดือนส.ค. ตามระเบียบวาระจะมีพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม เป็นประธาน เวลา 12.00 น.ทีมล่วงหน้ารักษาความปลอดภัยและทีมงานพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้ามารอรับ และเวลา 13.00 น. มีการ ส่งสัญญาณว่าพล.อ.ประยุทธ์ เตรียมพร้อม ออกจากบ้านพัก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดประชุมเวลา 13.30 น. ไม่พบว่าขบวนรถยนต์ของพล.อ. ประยุทธ์ เข้ามาในกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าพล.อ. ประยุทธ์ จะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (วีทีซี) แทน โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้แทนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ลั่นไม่ต้องกังวล-ทำหน้าที่เพื่อปท.
เวลา 19.00 น. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรีหรือ PMOC โพสต์ข้อความของพล.อ.ประยุทธ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมา จะทำหน้าที่ในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องรับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ต่อไป พร้อมทำหน้าที่เพื่อประชาชน เพื่อประเทศไทยในทุกๆ วัน

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมไม่มีการพูดกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ บรรยากาศก็เป็นปกติ ท่านไม่เครียดอะไร บอกเพียงว่า “ทุกคนไม่ต้องกังวล ผมก็ทำหน้าที่ของผม และขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป”

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้ามาประชุมที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของช่วงโควิด-19 ใช้การประชุมวีทีซีอยู่แล้ว อยู่ที่ไหนก็สามารถประชุมได้หมด การประชุมออนไลน์ หรือในห้องประชุมยังทำได้เหมือนเดิม ต่อข้อถามว่าตามระเบียบ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องเข้ามานั่งทำงานที่กระทรวงได้ใช่หรือไม่ พล.อ.คงชีพกล่าวว่า ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เพราะที่ไหนก็ทำได้ และจะเข้าทุกวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับงานสำคัญ วันนี้มีรมช.กลาโหม ทำงานอยู่ด้วย

เมื่อถามว่า การลงนามในเอกสารกระทรวงกลาโหม จำเป็นต้องเซ็นในกระทรวงหรือไม่ พล.อ.คงชีพกล่าวว่า เซ็นที่ไหนก็ได้ การลงนามในเอกสาร จะจรดปากกาที่ไหนก็เป็น คำสั่งเหมือนกัน ขอให้คนจรดปากกาเป็นคนคนเดียวกันที่มีอำนาจหน้าที่ ขออย่ากังวลในส่วนงานของกระทรวงกลาโหมเพราะท่านกำชับสั่งการได้ตลอดเวลา

ผบ.ทบ.ชมเป็นสุภาพบุรุษ
พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เปิดเผยถึงกำหนดการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายทหารชั้นนายพลว่า คาดว่าจะมีการนัดหมายประชุมใกล้ๆ นี้ เพราะที่ผ่านมาจะประชุมช่วงเดือนส.ค. ยืนยันว่าไม่ใช่วันนี้แน่นอน เพราะวันนี้เป็นเพียงการประชุมสภากลาโหม ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวลือเรื่องเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. พล.อ.ณรงค์พันธ์ตอบว่า “อ๋อ ไม่ๆๆ บอกแล้วว่าอย่าไปคาดการณ์ถึงข่าวลือต่างๆ อยากฝากกับนักข่าวให้คิดในสิ่งที่ดี ช่วยทำให้สังคมมองและคิดในสิ่งที่ดีๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปในทางที่ดี”

“ขอยกตัวอย่างเรื่องพล.อ.ประยุทธ์ ทุกคนควรชื่นชมและยกย่อง ท่านปฏิบัติตามระบบของประชาธิปไตย ทั้งนิติศาสตร์คือการตรวจสอบ มีเรื่องก็ร้องไปที่ตุลาการ ทางตุลาการก็สั่งมาที่ฝ่ายบริหาร นี่คือระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องยอมรับและชื่นชมว่าท่านคือสุภาพบุรุษ คือผู้นำ คือแบบอย่างของชายชาติทหาร สุภาพบุรุษ ที่ฝ่ายตุลาการให้ปฏิบัติอย่างไรก็ปฏิบัติตาม นี่คือสิ่งที่ดีที่ประเทศเราซึ่งปกครองระบอบประชาธิปไตยปฏิบัติ อย่างนี้ ไม่ใช่พอตุลาการพูดมาก็ไปคิดแทน ไปคาดการณ์กันเอง” พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว

งานแรก – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประเดิมงานแรกในฐานะรักษาการนายกฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารระบบเตือนภัยพิบัติฯ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ภายใน ร.1 รอ. เมื่อวันที่ 25 ส.ค.

‘ป้อม’ลุยงานที่ป่ารอยต่อ
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เมื่เวลา 10.00 น.

ขณะที่บรรยากาศที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียง เจ้าหน้าที่และข้าราชการประจำที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ส่วนใหญ่เป็นงานด้านธุรการและเอกสาร หากมีความจำเป็นเร่งด่วนจะส่งให้คณะทำงานพล.อ.ประวิตร แต่ขณะนี้ยังไม่มีเอกสารใดจำเป็นที่ต้องลงนาม ในส่วนคณะทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต้นสังกัดของตัวเอง บางส่วนเวิร์กฟรอมโฮม และบางส่วนติดตามไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของรมว.กลาโหม

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งกำหนดงานว่า วันที่ 26 ส.ค. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร มีภารกิจในการต้อนรับ ดาโต๊ะ ศรี ฮัจญี ฟาดิลละห์ บิน ฮัจญี ยูโซ๊ะ รัฐมนตรีอาวุโส กระทรวงโยธาธิการ มาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเยือนประเทศไทย ที่ห้องรับรองรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

เวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะถือเป็นวันแรกที่ พล.อ. ประวิตร ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ

โฆษกรัฐบาลแจงชื่อตำแหน่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงเรื่องการเรียกชื่อตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ว่าในหนังสือราชการ สรุปได้ดังนี้ 1.กรณี พล.อ. ประยุทธ์ ใช้ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” เท่านั้น เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

2.กรณีพล.อ.ประวิตรใช้ “รองนายกรัฐมนตรี” เท่านั้น เนื่องจากการรักษาราชการแทน เป็นไปตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน และคำสั่งที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงไม่ต้องต่อท้ายตำแหน่งด้วยคำว่ารักษาราชการแทนนายกฯ

‘หนู’การันตี‘ประวิตร’ยังแข็งแรง
ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ให้สัมภาษณ์กรณีหลายฝ่ายกังวลความพร้อมด้านสุขภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประวิตร จึงมองว่านายอนุทิน เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย น่าจะมีความเหมาะสมขึ้นมารักษาการนายกฯว่า ไม่เกี่ยวกัน นี่เป็นเรื่องการมอบหมายของนายกฯ ซึ่งท่านมอบมาตั้งแต่ เข้ามาบริหารงานใหม่ๆ จัดลำดับรองนายกฯ ไว้กรณีนายกฯไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ มอบให้รองนายกฯ 1 2 3 4 รักษาการไปตามคำสั่ง มีคำสั่งชัดเจนอยู่

“ท่านป้อมยังแข็งแรงดี The Show Must Go On ประเทศต้องมีรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินตลอดเวลา ตอนนี้ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นนายกฯ อยู่ แต่หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล เท่ากับว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้ แต่คำสั่งที่สั่งการไว้เป็นประกาศในฐานะนายกฯ ยังมีผลอยู่ ไม่เป็นไร ทุกคนทำงานให้ความร่วมมือ ทุกอย่างไม่มีปัญหา เดินหน้าต่อได้ ไม่มีอะไรสะดุด ประเทศสะดุดไม่ได้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าพร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน ยิ้ม กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว

‘ไพบูลย์’ชู‘พี่ใหญ่’ประสบการณ์ปึ้ก
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงว่า ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเหมือนที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐน้อมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้รอกระบวนการวินิจฉัยของศาล แต่ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาประการใด พรรคยังสามารถขับเคลื่อนในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดินไปได้ตลอดจนกว่าจะครบวาระของสภา มี.ค.2566

“พล.อ.ประวิตร ห่วงใยทุกข์สุขประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าจะทำงานในฐานะใด พรรคขอให้ความมั่นใจได้ว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคงของประเทศจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเหมือนที่หลายคนปลุกปั่น การดำเนินการทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมายและ ทุกอย่างจะมีทางออกไม่ว่าจะเกิดกรณีใด ทั้งสิ้น” นายไพบูลย์กล่าว

หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายไพบูลย์ได้นำหนังสือ “พี่ป้อม พี่ใหญ่ พี่ชายที่แสนดี” ซึ่งจัดพิมพ์เป็นครั้งแรกมอบให้ผู้สื่อข่าว เนื้อหาภายในหนังสือระบุถึงประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประสบการณ์ทำงาน ความสามารถของพล.อ.ประวิตร โดยนายไพบูลย์ระบุว่า “ท่านเคยรักษาการนายกฯ หลายครั้งแล้ว การทำหน้าที่ของท่านมีความสามารถ ประสบการณ์สูงสุดในประเทศแล้ว”

‘พีระพันธุ์’ชี้ปม 8 ปี ไม่เกี่ยวรทสช.
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะกระทบพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวจะเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในการ เลือกตั้งครั้งหน้าว่า คิดไปเอง ตนไม่เคยพูด ผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางการดำเนินงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นตำแหน่ง นายกฯ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เป็นการวิจารณ์กันไปเอง

ต่อข้อถามว่า ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาแบบไหนจะไม่กระทบกับพรรคใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่กระทบ ไม่เกี่ยวข้องกัน จะเดินหน้าต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสจะรอดหรือไม่ นาย พีระพันธุ์กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะมีปัญหา แล้วแต่ศาลวินิจฉัย เพราะตอนนี้ไปถึงศาลแล้วเราไปก้าวล่วงไม่ได้ ชี้นำก็ไม่ได้ แต่ตามกฎหมายตนเชื่อว่าจะไปเริ่มนับวาระตอนปี 2557 ไม่ได้ เมื่อถามว่า เป็นการตีความตามมาตรา 158 วรรคสี่ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน

พท.เย้ยหนีเสือปะจระเข้-จี้‘3ป.’พอ
น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เพียงพอต่อข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน จากผลสำรวจของเครือข่ายนักวิชาการเสียงประชาชน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมกับ 8 สื่อ ในเรื่อง 8 ปีเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี คิดเป็น 93.17% ดังนั้น หากมีสำนึกรับผิดชอบมากพอ ก็ไม่ควรอยู่รอคำวินิจฉัยปม 8 ปีจากศาลรัฐธรรมนูญ ควรประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ทันที เพื่อเปิดทางให้รัฐสภาเลือก นายกฯ จากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ให้ประเทศมีผู้นำที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานตามวิถีทางประชาธิปไตย

ประเทศไทยเหมือนตกอยู่ในสภาวะหนีเสือปะจระเข้ ไม่หลุดพ้นจากการครอบงำของกลุ่ม 3 ป. การมี พล.อ.ประวิตร รักษาการ นายกฯ ไม่ต่างจากพาประเทศเดินถอยหลังเข้าคลองอีกครั้ง ภายใต้วิกฤตรอบด้านความเชื่อมั่นและความสามารถของผู้นำประเทศเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตที่รุมเร้า โดยเฉพาะการประชุมเอเปกในเดือนพ.ย. พล.อ.ประวิตรไม่ได้อยู่ในสภาพหรือมีความพร้อมที่จะเป็น เจ้าภาพจัดการประชุมได้ ทั้งสภาพร่างกายภายนอกและความรู้ความสามารถในการบริหารงานราชการแผ่นดิน เชื่อว่าคนไทยคงไม่ต้องการเห็นผู้นำของตัวเองอยู่ในสภาพที่ต้องมีคนประคอง หรือพยุงมารับแขกบ้านแขกเมืองบนเวทีระดับโลก

“ประเทศชาติเสียเวลามามากพอแล้ว เราช้าและล้าหลังไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ 3 ป.ต้องพอแค่นี้ การมี พล.อ.ประวิตรรักษาการแทน ยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมวิกฤตประเทศ ที่ไม่สามารถก้าวพ้นจากกับดักเผด็จการสืบทอดอำนาจไปได้แม้แต่น้อย” น.ส.ชญาภากล่าว

‘ทิพานัน’สวนกลับ-ซัดไร้วุฒิภาวะ
ด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้น.ส.ชญาภาว่า การเข้ามารักษาราชการแทนนายกฯ ของพล.อ.ประวิตร เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการของระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 237/2563 ที่มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีตามลำดับ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา จึงไม่ใช่เรื่องของการสืบทอดอำนาจอย่างที่รองโฆษกพรรคเพื่อไทยเข้าใจ

ความเห็นจากภาคเอกชนตามสื่อต่างๆ ไม่ได้สะท้อนถึงความหวั่นไหว หรือวิตกกังวลต่อการเข้ามาทำหน้าที่ของพล.อ.ประวิตร แต่กลับเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ที่สำคัญในช่วงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อยู่ก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ ภายใต้วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย จนทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในภาวะฟื้นตัว และอยู่ในช่วง ขาขึ้น ส่วนการท่องเที่ยวเริ่มมีนักท่องเที่ยว เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“ในช่วงที่ประเทศไทย ถูกจับจ้องอยู่ในสายตาของต่างชาติ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปก การแสดงความเห็นของ ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติ จึงต้องระมัดระวัง และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรเป็นตัวอย่างของการแสดงออกด้วยคำพูด หรือพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ล้อเลียนบุคคลอื่น เพียงเพื่อสะท้อนถึงนิสัยส่วนลึก และไม่ควรแสดงออกมาอย่างไม่มีวุฒิภาวะแบบนี้” น.ส.ทิพานันกล่าว

ย้อน‘ชลน่าน’-นายกฯเถื่อนอยู่ดูไบ
น.ส.ทิพานันกล่าวว่า กรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกโดยไม่ต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง สิ่งที่นพ.ชลน่าน ควรทำคือเรียกร้องให้ อดีตนายกฯ เช่น นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมายอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่หนีคดีทุจริตต่างๆ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำแบบพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยอมรับในกระบวนการศาล จึงอยากให้ นพ.ชลน่าน ทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า นายกฯ เถื่อนนั้นหนีไปอยู่ดูไบ ส่วน นายกฯ ไทยยอมรับกระบวนการศาล คือ พล.อ.ประยุทธ์

คำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่มีผลกระทบใดๆ การบริหารประเทศ การปฏิบัติงานของข้าราชการ หรือการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลสามารถดำเนิน ต่อเนื่องไปตามปกติ และพล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังท่าน และจะทำหน้าที่ในตำแหน่งรมว.กลาโหมที่ต้องรับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ท่านพร้อมทำหน้าที่เพื่อประชาชน เพื่อประเทศไทยในทุกๆ วัน

ในระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในผลการพิจารณาของศาลและหลีกเลี่ยงการวิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของศาล เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคมและช่วยให้ประเทศชาติสงบสุข ขอให้เชื่อมั่นในกฎหมายและหลักนิติธรรมของบ้านเมืองเช่นเดียวกันกับที่พล.อ.ประยุทธ์เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด

‘จตุพร’ยันเดินหน้าชุมนุม 28 ส.ค.
ที่พีซทีวี (ซอยนวลจันทร์) กทม. คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แถลงว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ แสดงว่าศาลมองเห็นเค้าลางจุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมช่องทางไว้เรียบร้อยแล้วจะยื่นวันนี้ก็ได้ แต่ให้จับตาความสัมพันธ์ของ 3 ป. อาจไม่ได้ขัดแย้งกันจริงตามที่หลายคนเข้าใจ เพราะ 3 ป.วางโครงสร้างการบริหารกระจายอำนาจไว้หมดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจเป็นเพียงเล่ห์กลที่หวังตบตาฝ่ายการเมืองและประชาชน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตรว่า มองอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะมีอำนาจเต็มทุกประการในการยุบสภา แต่ที่สุดแล้วอำนาจก็ยังกลับไปอยู่ในมือของ 3 ป.และทหาร

วันนี้เราเดินเข้ามาสู่วิกฤตทางการเมือง เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ เรื่องยุบสภา อำนาจตกมาอยู่ที่พล.อ.ประวิตร ส่วนพล.อ. ประยุทธ์ เหลืออย่างเดียวคือการตัดสินใจ ลาออกและวางมือ ซึ่งเป็นเรื่องสง่างามเรื่องเดียวที่ทำได้ อำนาจในมือพล.อ.ประวิตร ต้องยอมรับว่าประชาชนไม่สบายใจ มีความกังวล ไม่ประสงค์จะให้บริหารประเทศในสถานการณ์อย่างนี้ ฉะนั้นการเรียกร้องยุบสภาก็กระหึ่ม และคณะหลอมรวมประชาชนจะชุมนุมต่อ 28 ส.ค.นี้ เพราะเชื่อว่าวิกฤตทางการเมืองยังจะมีขึ้น ยืนยันจะไม่ลงถนน แต่การกดดันยังมีต่อไป

วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจของกลุ่มอำนาจการเมืองกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นคนกุมและร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ปี 2534 และรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่นายมีชัยร่าง ทำให้เกิดวิกฤตทางการเมือง โดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ต้องถกเถียงกันเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี อยากให้นายมีชัยเปิดปากพูดความจริงว่าแท้จริงแล้วประเทศชาติตอนนี้เกิดวิกฤตอะไร และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจาก รมว.กลาโหม เลือกระหว่างจะเดินเส้นทางทรราช หรือจะเลือกความสง่างาม

‘หมอระวี’ยื่นตีความกม.ลูก
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) แถลงหลังยื่นคำร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ว่า มีสมาชิกร่วมเข้าชื่อ 106 คน ประกอบไปด้วย ส.ส. 80 คน จากเกือบทุกพรรค และ ส.ว. 26 คน เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม 104 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 และ 148 วรรคหนึ่ง คาดว่าภายในวันศุกร์ที่ 26 ส.ค.รัฐสภาจะตรวจสอบความถูกต้องของคำร้องก่อนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกิน วันจันทร์ที่ 29 ส.ค.อย่างแน่นอน

พรรคที่ร่วมลงชื่อเพราะตั้งใจไปให้สุดเพื่อให้วินิจฉัย 2 ประเด็น 1.ระบบการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ด้วยการหาร 100 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ 2.กระบวนการตราร่างกฎหมายฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยอ้างอิงเหตุผลว่าพรรคใหญ่ 2 พรรคถ่วงเวลา ทำให้การประชุมรัฐสภาล่มถึง 4 ครั้ง อันหมายถึงไม่ใช่การมุ่งมั่นตั้งใจกระทำการตามกระบวนการกฎหมาย

ส.ส.-ส.ว.106 คนร่วมลงชื่อ
สำหรับผู้ร่วมลงชื่อ 106 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็ก และมีชื่อส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) บางส่วนที่อนาคตจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

นอกจากนี้ มีส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขนาดเล็ก เช่น ส.ส.จากพรรคก้าวไกล อาทิ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสรรค์ ประธานวิปรัฐบาล และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ รวมทั้ง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์

สำหรับ ส.ว. 26 คน อาทิ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ นายถวิล เปลี่ยนศรี นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายภาณุ อุทัยรัตน์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร นายออน กาจกระโทก นาย อนุศักดิ์ คงมาลัย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป และพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นต้น

ชทพ.จ่อเปิดตัว‘วีระศักดิ์’ชิงยโสธร
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ส.ค. เวลา 13.00 น. พรรคชาติไทยพัฒนา จะเปิดตัวและให้การต้อนรับ นายวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ยโสธร และเป็นอดีต ส.จ.เขต 1 ยโสธร เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของพรรค ชาติไทยพัฒนา

จากการทำงานมาระยะหนึ่งต้องขอบคุณนายวีระศักดิ์ที่ให้เกียรติพรรคชาติไทยพัฒนาที่จะเข้ามาทำงานร่วมกัน เดิมนายวีระศักดิ์เคยเป็น ส.จ.ยโสธร ปัจจุบันเป็นรองนายก อบจ. ทำงานใกล้ชิดประชาชนเป็นอย่างดี มีหน่วยก้านดี ทำงานในพื้นที่มานาน ทีมงานเข้มแข็ง และเป็นคนรุ่นใหม่ อีกทั้งครอบครัวโคตรสมบัติหลายคนเป็นบุคคลที่ทำงาน ท้องถิ่นในยโสธร ทำให้มั่นใจว่านาย วีระศักดิ์ น่าจะเป็นผู้สมัครที่ทำให้พรรคชาติไทยพัฒนาสามารถปักธงในจ.ยโสธรได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน