ที่พูลวิลล่าหัวหินเข้ารับอีกข้อหา

แฟน‘สตท.หญิง’มอบตัวอีกคดี หลังถูกทหารหญิง รับใช้แจ้งจับ ตร.หัวหินสอบ 1 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปตรวจค้นบ้านพักจุดเกิดเหตุ ใช้ปืนตบหน้าเหยื่อ ขณะที่ตร.ราชบุรีรอผลตรวจสภาพจิตส.ต.ท.หญิง ด้านต้นสังกัด ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ส่วนสำนัก งบประมาณ และการเงิน ตร.ก็ตั้งกก.สอบ ข้อเท็จจริงการเข้ารับราชการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจงรับตัวส.ต.ท.หญิงมาช่วยราชการ เตรียมยึด เบี้ยเลี้ยงรายวันคืน

จากกรณีส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ บัวแย้ม หรือเจ๊นุช อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 ตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายอดีตทหารรับใช้ ยศส.ท. สังกัดกองทัพไทย และถูกดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ ต่อมาส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ เข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.เมือง จ.ราชบุรี ขณะนี้คุมขังที่เรือนจำกลาง จ.ราชบุรี ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีนี้ว่า พนักงานสอบสวนกำลังรอผลการตรวจ และสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพจิตของผู้ต้องหาเพิ่มเติมประกอบสำนวนการสอบสวน รวมถึงสอบสวนปากคำพยานรายอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบคดี และรอผล การตรวจพิสูจน์ของกลางจากกองพิสูจน์ หลักฐานในพื้นที่เพื่อนำผลการตรวจมาประกอบ สำนวนคดีตามขั้นตอนต่อไป และในส่วนของสภ.ชะอำ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมและสอบปากคำพยาน รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ด้านการดำเนินคดี ทางอาญา พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวม พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดี ตามขั้นตอนและตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมาย ได้กำหนด โดยต้นสังกัดปัจจุบันของเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่ถูกดำเนินคดีอาญาได้ตั้งคณะกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อดำเนินการตาม ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และเมื่อวันที่ 25 ส.ค. สำนักงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการเข้ารับราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนอีกส่วนหนึ่งด้วย

ด้านพล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง การช่วยราชการของส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ว่า คณะกรรมการได้สอบในเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ามีการกระทำผิดต่อหลักเกณฑ์ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพล ซึ่งข้อมูลก็เป็นไปตามการสอบสวนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

“การมาช่วยราชการฯ พบว่าเข้ามาบรรจุเมื่อ วันที่ 1 ต.ค. 2564 ทั้งนี้ ได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานขึ้นไปที่กอ.รมน. และส่งตัวกลับต้นสังกัดเพื่อสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอน ไปแล้วตามที่เป็นข่าว” พล.ต.ปราโมทย์กล่าว

เมื่อถามถึงการคัดเลือกบุคลากรเพื่อมาบรรจุหรือช่วยราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่หรือไม่ พล.ต.ปราโมทย์กล่าวว่า มี 2 ลักษณะ ถ้าเป็นบุคคลในกองทัพ อำนาจอยู่ที่กองทัพ แต่จากส่วนงานอื่น คำสั่งแต่งตั้งทั้งหมดอยู่ที่กอ.รมน. ใหญ่ เมื่อมีการระบุอัตราออกมา ทางกอ.รมน.ใหญ่จะเป็นส่วนที่เซ็นอนุมัติ

พล.ต.ปราโมทย์ยังกล่าวถึงการฝากเด็ก ลงไป หวังเงินเพิ่มสู้รบพิเศษ (พสร.) และ วันทวีคูณนั้นว่า สิทธิ์อยู่ที่หน่วยต้นสังกัด เป็นคนทำเรื่องขอ ต้องมีการรับรองคุณสมบัติ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าคุณสมบัติไม่ได้ ก็ไม่ได้สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้สิทธิ์นั้น เหมือนเช่นบุคคลที่ปรากฏในข่าว ถ้าตรวจสอบและพฤติกรรมเป็นไปตามที่เป็นข่าวก็ไม่ได้สิทธิ์เหล่านี้ ในปัจจุบันกรอบอัตราที่ทำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งตำรวจ พลเรือน ทหารแต่ละส่วนแบ่งหน้าที่กันทำ มีทั้งที่ ส่วนกองกำลังที่เป็นฉก.ซึ่งปฏิบัติการในพื้นที่ หากส่วนงานอื่นขาดแคลนกำลังพล ก็จะเสนอมาว่าขาดแคลนตรงนี้ เพื่อขออนุมัติอัตรา แต่การหาตัวบุคคลมาเป็นเรื่องของหน่วยนั้น

เมื่อถามว่า ต้องยึดคืนเบี้ยเลี้ยงวันละ 240 บาทด้วยหรือไม่ พล.ต.ปราโมทย์กล่าวว่า ก็ต้อง พิจารณาในขั้นตอนต่อไป

ส่วนนายคมสิทธิ์ จังพานิช น้องชาย ของนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี แฟนหนุ่มของส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ก็ถูกส.ท.หญิงคนดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยนายคมสิทธิ์เข้ามอบตัวกับสภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ตำรวจนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี พร้อมยื่นประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 แสนบาท เมื่อวันที่ 25 ส.ค.นั้น

วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นายคมสิทธิ์ พร้อมทนายความ เดินทางมาที่สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา กับร.ต.อ.วายุ อุ่นภักดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หัวหิน หลังถูกทหารหญิงรับใช้แจ้งความดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย โดยการ ใช้อาวุธปืนตบหน้าจนล้ม และซ้อมจนตกสระน้ำ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำนานประมาณ 1 ช.ม. ก่อนพานายคมสิทธิ์ไปชี้จุดเกิดเหตุ ภายในบ้านพักพูลวิลล่า ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในที่เกิดเหตุ ก่อนกลับมาขึ้นรถ และพากลับมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.หัวหิน อีกครั้ง

ด้านพ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า เบื้องต้นไม่ได้มีการออกหมาย แต่เป็นการเข้ามอบตัว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัว เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและชุมชน

เมื่อเวลา 17.30 น. หลังจากสอบปากคำเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนสภ.หัวหิน ปล่อยตัวนายคมสิทธิ์ไป พร้อมนัดหมาย มาฝากขังศาลจังหวัดหัวหินในวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมายที่ระบุว่า หากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง โดยที่ไม่มีหมาย และการสอบปากคำแล้วเสร็จหลังศาลปิดให้นัดหมายในวันถัดไป แต่หากไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับตามลำดับ

สำหรับคดีนี้เบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหา รับสารภาพเพียงบางส่วน ขณะที่รายละเอียดอื่น ยังไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเสียรูปคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน