ปฏิเสธร่วมปล้น รับอยู่ที่เกิดเหตุ บ้านปลัดสุพจน์

‘ไอ้โก้’นอนคุก-วืดประกัน หัวหน้าทีมปล้นพันล้านบ้านอดีตปลัดคมนาคม หลังตำรวจนำตัวฝากขังยังศาลอาญา สอบสวนยังปากแข็งปฏิเสธขอไปให้การชั้นศาลเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลว่าวันเกิดเหตุเข้าไปร่วมกับเพื่อนจริง แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าไปปล้นและใช้อาวุธปืนด้วย รู้สึกตกใจเมื่อเห็นข่าววันรุ่งขึ้น จนต้องรีบกลับไปตั้งหลักที่บ้านจ.กาญจนบุรี เผยที่ต้องหลบหนีไปสปป.ลาว เพราะเคยข้ามไปทำธุรกิจมาก่อน จนรู้ช่องทางหลบหนีเป็นอย่างดี ขณะนั้นมีเงินติดตัวไปแค่ 4 แสนบาท หลังหลบอยู่หลายปีก็เพิ่งจะถูกจับ ญาติมายื่นคำร้องขอประกันแต่ศาลไม่อนุญาต ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

จากกรณีจับกุม ‘ไอ้โก้’ นายวีระศักดิ์ เชื่อลี อายุ 49 ปี หัวหน้าแก๊งปล้นเงินจำนวนมหาศาลบ้านอดีตปลัด ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้อม’ ซึ่งเป็นคดีดังครึกโครมเมื่อปี 2554 หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไปนานถึง 11 ปี เพราะโดนทางการสปป.ลาวจับกุมข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย หลังจากพ้นโทษจึงนำตัวส่งกลับมาให้ไทย โดยผ่านทางด่านตม.หนองคาย ก่อนถูกส่งต่อมาดำเนินคดีที่สน.วังทองหลาง ท้องที่เกิดเหตุ โดยเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายที่เพิ่งจับกุมตัวได้ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 27 ส.ค. ร.ต.อ.ไกรสร อินปิน รองสว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมนายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือโก้ อายุ 49 ปี หัวหน้าแก๊งโจรที่ร่วมกันก่อเหตุบุกปล้นทรัพย์สินบ้านพักของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ภายในซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 ย่านวังทองหลาง กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2554 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ ผู้กระทำ, พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควรเพื่อนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากการสอบสวนนายวีระศักดิ์ให้การปฏิเสธให้การในชั้นพนักงานสอบสวนและขอไปให้การให้ชั้นศาล แต่จากการสอบถามข้อมูลวันเกิดเหตุ นายวีระศักดิ์กลับให้การว่าเข้าไปร่วมกับเพื่อนจริง แต่ไม่ทราบว่ามีการปล้นและไม่ทราบเรื่องมีการใช้อาวุธปืนด้วย พอวันรุ่งขึ้นเห็นข่าวออกจึงรีบเดินทางกลับไปที่บ้าน จ.กาญจนบุรี ส่วนที่หลบหนีข้าไปยังสปป.ลาว ก็เพราะเคยทำธุรกิจขายแม็คโครมาก่อน จึงรู้ช่องทางการหลบหนี ก่อนหน้านี้มีคนเอากระเป๋ามาให้ใส่เงินมาฝาก 1.5 ล้านบาท จึงเอาไปฝากไว้ที่พี่ชาย ขณะหลบหนีจากบ้านมีเงินติดตัวไปแค่ 4 แสนบาท จนกระทั่งไปถูกทางการสปป.ลาวจับกุมฐานหลบหนีเข้าเมือง หลังพ้นโทษจึงถูกส่งตัวกลับไทยเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา

นอนคุก – ตร.สน.วังทองหลางคุมตัวนายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือโก้ (คลุมศีรษะ) โจรปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม เมื่อปี 2554 ส่งฝากขังที่ศาลอาญา โดยศาลไม่ให้ประกันตัว และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที เมื่อวันที่ 27 ส.ค.

ต่อมาที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล คำร้องระบุพฤติการณ์แห่งคดี คือ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.54 เวลาประมาณ 19.40 น. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ผู้กล่าวหาจัดงานสมรสบุตรสาวที่โรงแรมพลาซ่าฯ ก่อนเกิดเหตุผู้กล่าวหาและครอบครัวพากันเดินทางไปงานฉลองสมรสที่โรงแรมดังกล่าว ปล่อยให้คนรับใช้ 3 คน คือ นางจันทรา หรือแต๋ว สังเกิด, นางสมบัติ หรือสม รักศิลป์ และ น.ส.สาวิตรี หรือรุ้ง บุญอุ้ม คอยดูแลบ้านพักระหว่างอยู่ภายในงานเลี้ยงได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากนางสมบัติ ว่า มีคนร้ายหลายคนกำลังเข้ามาในบ้านพักพร้อมให้ช่วยแจ้งตำรวจด้วย ต่อมาหลังเกิดเหตุ ผู้กล่าวหาเดินทางกลับมาที่บ้านพัก จึงทราบจากแม่บ้านว่ามีผู้ต้องหาร่วมกับพวกใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ มีชะแลง มีดพกและมีดคัตเตอร์เป็นอาวุธ บุกเข้ามาจับมือนางจันทราและน.ส.สาวิตรีไพล่หลังไว้ แล้วร่วมกันเอาเงินสดจำนวนประมาณ 5 ล้านบาทของผู้กล่าวหาไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริงและไม่เคยจับกุมมาก่อน จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งสน.วังทองหลาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์มือ ผู้ต้องหา และอื่นๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.- 7 ก.ย.นี้ ท้ายคำร้องยังขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี ภายหลังยื่นฝากขังปรากฏว่ามีญาติของนายวีระศักดิ์มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาเเล้วไม่อนุญาต ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

สำหรับนายวีระศักดิ์ หรือโก้ หลังก่อเหตุหลบหนีไปกบดานที่ สปป.ลาว กระทั่งภายหลังถูกทางการ สปป.ลาว จับกุมเมื่อช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและอยู่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จากนั้นถูก ส่งตัวให้ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย (ตม.จว.หนองคาย) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ขณะที่การปล้นดังกล่าวส่งผลให้นาย สุพจน์ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา จำคุกเป็นเวลา 10 เดือนโดยไม่รอลงอาญา กรณีจงใจแสดงทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน