ยังเชื่ออยู่ในไทย แนะมอบตัวสู้คดี
ค่าหัว ‘นัตตี้’ พุ่งแตะ 2 ล้าน เหยื่อลงขันล่าเพิ่ม หลังหายไปพร้อมเงิน 2 พันล้าน ทนายไพศาลเผย ตม.ยันยังไม่มีชื่อยูทูบเบอร์ชื่อดังผ่านด่าน หากหลบไปต่างประเทศอาจใช้ช่องทางธรรมชาติ แนะรีบกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อเคลียร์ตัวเอง
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พร้อมด้วย น.ส.กัญญ์วราธิษณ์ สุขสวัสดิ์ และผู้เสียหายกว่า 20 ราย รวมตัวกันเรียกร้องให้ตำรวยช่วยตามหาน.ส.นัทธมณ คงจักร์ หรือ ‘นัตตี้’ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง อดีตนักร้อง หลังหลอกลงทุนรวมมูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาทแต่คดีไม่คืบ
น.ส.กัญญ์วราธิษณ์กล่าวว่า ติดตามนัตตี้มา 7-8 ปี แล้ว และเริ่มเห็นการลงทุนเทรดซื้อขายสกุลต่างประเทศและได้ค่าตอบแทนจริง จึงได้ร่วมเรียนเทรดกับนัตตี้ พร้อมลงทุนไป 1.5 ล้าน ช่วงแรกระยะเวลา 30 วัน ได้กำไร 40 เปอร์เซ็นต์จากเงินทุน กระทั่งช่วงเดือนมีนาคม มีปัญหา เริ่มไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงไว้ และพบว่า นัตตี้ได้โพสต์ข้อความลงไอจีสตอรี่ ทำนองว่า ให้หยุด อย่าเพิ่งโอนเข้ามา เพราะโบรกเกอร์ถอนเงินไม่ได้ ตนอยู่ในกระดานหุ้นเดียวกันกับนัตตี้ จึงทำให้ทราบว่า โบรกเกอร์ไม่มีสิทธิ์ที่จะอายัดบัญชี เป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้างของนัตตี้ ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้ที่สน.ทองหล่อเพื่อดำเนินคดี
“ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มาพบ โดยครั้งแรกไม่ยอมมา แต่มาครั้งที่ 2 ก็ได้มีโอกาสเผชิญหน้ากันและไกล่เกลี่ย โดยบอกว่า ให้คืนมาแค่ 5 แสนบาท จะเป็นเงินสด เงินโอนหรือจะทยอยจ่ายก็ได้ เราพูดคุยกันได้ แต่นัตตี้ได้ร้องไห้ ยกมือขอโทษ บอกว่าไม่ได้โกง และไม่พร้อมจ่ายเงินเพราะหากแจ้งความแล้วจ่าย ผู้เสียหายคนอื่นก็จะแจ้งความด้วยเช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเองอยู่ที่โบรกเกอร์ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อนัตตี้ได้อีกเลย พร้อมกับภายหลังก็เริ่มมีผู้เสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาพูดคุยและรวมตัวกัน” น.ส.กัญญ์วราธิษณ์กล่าว
น.ส.กัญญ์วราธิษณ์กล่าวอีกว่า เวลาที่เกิดเรื่องนัตตี้มักจะอัดคลิปตัวเองร้องไห้ และขอร้อง อย่าให้ผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับตัวเอง เพราะหากตัวเองถูกดำเนินคดีจะไม่สามารถหาเงินมาคืนผู้เสียหายได้ และบัญชีต่างๆ ก็จะถูกอายัดไปด้วย ซึ่งมีผู้เสียหายบางรายที่หลงเชื่อและยังไม่ได้มาแจ้งความอีกจำนวนหนึ่ง

ลงขันล่า – น.ส.กัญญ์วราธิษณ์ สุขสวัสดิ์ พร้อมผู้เสียหายกว่า 20 ราย ลงขันตั้งค่าหัว รวมตัวกันเรียกร้องตำรวจช่วยตามจับกุมนัตตี้ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่หลอกลงทุนผ่านแอพพลิ เคชั่นมูลค่าความเสียหาย 2 พันล้านบาท แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.
ด้าน คุณนก (นามสมมติ) กล่าวว่า หลังจากตั้งค่าหัวไปตอนนี้มีวงเงินเพิ่มเป็น 2 ล้านบาทแล้ว ซึ่งก็มีคนให้ข้อมูลมากมายแต่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนแต่ยืนยันว่าถ้าหากมีคนได้พิกัดแล้วทำให้สามารถนำนัตตี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ก็จะให้เงินตามจำนวนจริงๆ ทั้งนี้ตนลงทุนไปกว่า 37 ล้าน เพราะได้รับผลตอบแทนจริง เพราะเชื่อใจ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จนกระทั่งมาเจอนัตตี้ ได้ลงทุนและได้ค่าตอบแทนจริง และเชื่อในคำมั่นสัญญาว่า จะมาช่วยทุกคน ประกอบกับมีเอกสารสัญญา รับรองจากตลาดหลักทรัพย์ชัดเจนว่าลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนจริง
ขณะที่ผู้เสียหายบางราย ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า เคยติดตามนัตตี้และแม่ว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร ก็มีบางคนเคยพบแม่ของนัตตี้บนรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ตามต่อ เพราะตอนนั้นมาคนเดียว แต่เชื่อว่าตอนนี้ นัตตี้ยังอยู่ในประเทศ จึงวอนขอให้ออกมารับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายทุกคน
ทนายไพศาลกล่าวว่า ตอนนี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กำลังตามตัว หลังจากออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากมีความผิด 3 ข้อหาหลัก คือ ฐานฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ความผิดตาม พ.ร.ก. กู้ยืมเงินเป็นการฉ้อโกง จึงอยากให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งจากการติดตามคดีทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องและถูกออกหมายจับแล้ว 1 คน
ทนายไพศาลกล่าวต่อว่า ตม.ยืนยันยังไม่มีรายชื่อนัตตี้หรือน.ส.นัทธมณ คงจักร์ เดินทางออกนอกประเทศ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปช่องทางอื่น หรือช่องทางธรรมชาติหรือไม่ หากนัตตี้ดูอยู่อยากให้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง เนื่องจากตอนนี้มีผู้เสียหายมากกว่า 6,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนกรณีที่นัตตี้ อ้างว่าตนเองเอาทรัพย์สินไปวางจำนองกับนักการเมืองจะถูกโกงทนายไพศาลมองว่าเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งผู้เสียหายเองก็เชื่อว่าทรัพย์สินที่นัตตี้มี น่าจะได้มาจากเงินจากกลุ่มนักลงทุนด้วยกันเอง อยากให้นัตตี้รีบเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้เสียหายสามารถเข้าไปแจ้งความตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ
ทนายไพศาลกล่าวด้วยว่า ลักษณะของกรณีนี้ เกิดจากจุดเริ่มต้นการชักชวนนักลงทุนไปลงทุนโดยมีลักษณะโค้ชสอนเทรดหุ้น แล้วเปิดบัญชีรับฝากเทรดหุ้นจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหลงเชื่อ เช่น ปัจจุบันมีการสร้างแรงจูงใจ เปิดคอร์สสอนเทรดหุ้น คอร์สละ 59 บาท เช่าห้องเล็กๆ สอน โดยจะมีการแอบแฝงรับเปิดบัญชีเทรดไปพร้อมกับการสอน อยากเตือนประชาชนว่าอย่าไว้ใจใครและอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ แม้บุคคลนั้นจะเป็นคนใกล้ตัวเป็นศิลปิน ยูทูบเบอร์ หรือแม้กระทั่งบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมก็ตาม โดยเฉพาะการเทรดลงหุ้นหรือการลงทุนเพราะจากกรณีดังกล่าว ผู้เสียหายล้วนเชื่อคนที่มีชื่อเสียง