‘ป้อม’ชื่นใจลุยแปดริ้วพปชร.-ชาวบ้านแห่รับ
จับตา‘ชพน.-กล้า’ยุบรวมก้าวไกลบี้หนัก‘นิพนธ์’

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชื่นใจส.ส. พปชร. กองเชียร์แห่รับพรึบ เขินชาวบ้านรุมกรี๊ด สาวหอมแก้มฟอดใหญ่ ชูป้าย ‘ลุงป้อมสู้ๆ’ แต่พอถูกยุให้เป็นนายกฯ ตัวจริง ถึงกับอุทาน ‘เห้ย!’ เพจประวิตรเปิดบันทึกพี่ใหญ่ พี่ชายที่แสนดี เบื้องหลังสัมพันธ์ ‘3ป.’ ลั่นเป็นนักรบไม่เคยอยู่หลังลูกน้อง ทีมกฎหมาย ‘บิ๊กตู่’ ยื่นเอกสารกว่า 30 หน้าต่อศาลรธน. ชี้แจงแก้ต่างปมวาระนายกฯ 8 ปีแล้ว ‘องอาจ-ดร.เอ้’ ติวเข้มทีม ผู้สมัครส.ส.ปชป. จับตา ‘สุวัจน์-กรณ์’ ร่วมแถลงสถานการณ์การเมือง สะพัด ‘ชาติพัฒนา-พรรคกล้า’ อาจยุบรวมสู้ศึกเลือกตั้ง ‘นิพนธ์’ ควงทนาย ‘วสันต์’ อดีตประธานศาลรธน.เปิดหน้าชนป.ป.ช. สู้คดีประมูลรถ อบจ.สงขลา ก้าวไกลจี้ลาออก

‘บิ๊กป้อม’ลุยแปดริ้ว-พปชร.รับพรึบ
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถเบนซ์บ้าน ซึ่งเป็นรถตู้ขนาดใหญ่ ทะเบียน 1 นก 6218 จากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เมื่อเวลา 08.00 น.เพื่อไปตรวจราชการ จ.ฉะเชิงเทรา

เมื่อเดินทางถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ส.ส.ชลบุรี เขต 1พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และคณะ ร่วมลงพื้นที่ พร้อม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ให้การต้อนรับ อาทิ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 จ่าสิบเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งเขต 4 ฉะเชิงเทรา นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7

รวมถึงทีมโฆษกพลังประชารัฐ ได้แก่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกพรรค นอกจากนี้ยังมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่นต้อนรับแน่นขนัด ทำให้พล.อ.ประวิตร มีสีหน้าสดชื่น ยิ่มแย้มแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด

เตรียมทุ่ม 100ล. ป้องกันน้ำเค็ม
โดยจุดแรก เวลา 09.15 น. พล.อ. ประวิตรตรวจเยี่ยมสถานีผลิตน้ำประปาฉะเชิงเทรา ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และ กล่าวมอบนโยบายว่า ขอขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับตนและคณะในวันนี้ ได้มาเยี่ยมชาว จ.ฉะเชิงเทรา ยินดีเป็นอย่างยิ่งและขอบคุณ เจ้าหน้าที่ได้นำเสนอเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งได้มีการเตรียมการในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเตรียมการเรื่องน้ำดิบที่จะใช้ถึงปี 2580 เพื่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเค็มจะต้องป้องกันในจุดพื้นที่บางปะกง เราไม่สามารถเอาน้ำดิบมาไล่ระบบนิเวศได้ตลอด ขอฝากพวกเราช่วยกันดู

ถ้าประชาชนไม่มีน้ำก็จะด่ารัฐบาล ประชาชนมีอย่างเดียวคือต้องด่ารัฐบาล แต่ต้องขอความความเห็นใจให้ข้าราชการทุกคนที่พยายามทำงานให้พวกเราได้อยู่ดีกินดีขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และเข้าใจน้ำเค็มที่ทะลักเข้ามาจะมีผลโดยเฉพาะน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ฉะเชิงเทรา จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหาแนวทางเพื่อให้เป็นระบบในระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากทุกๆ ปี

ขอมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานบูรณาการขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ป้องกันแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนครอบคลุมถึงระยะยาว โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาน้ำเค็มที่จะรุกล้ำเข้าในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี อาทิตย์หน้าเราจะอนุมัติงบประมาณ 100 กว่าล้านบาท เพื่อศึกษาการทำประตูน้ำป้องกันน้ำเค็ม

ฝากขรก.ต้องทำงานเพื่อปชช.
ขอฝากว่าให้ช่วยกันดูแลถ้าเรามีน้ำสมบูรณ์ทุกพื้นที่และทุกฤดูกาล จะทำให้การปลูกพืชไร่ของประชากรดีขึ้น ความเป็นอยู่ต่างๆ จะดีขึ้น เราจะต้องทำงานร่วมกันไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการทุกคน ข้าราชการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของประชาชน อย่าคิดว่าเราเป็นนายของประชาชน เรากินเงินเดือนภาษีราษฎร ฉะนั้นต้องจำไว้ด้วยว่าเรา จะต้องประสานงานกับประชาชนทุกอย่างให้ร่วมมือการทำงานโดยบูรณาการสร้างการ รับรู้ส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในทุกพื้นที่ ประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็ต้องบอกข้าราชการ และข้าราชการต้องสนองต่อความต้องการของประชาชน นั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐบาลต้องการให้ข้าราชการทำงานอย่างเต็มที่สนองตอบนโยบายของรัฐบาลและสนองต่อความต้องการของประชาชน

“ขอเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการทุกคนที่มุ่งมั่นปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเต็มความสามารถ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชน ขอให้ทุกท่านตระหนักเสมอว่าเราเป็นข้าราชการต้องทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ จงมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติงานและ ทำหน้าที่ให้เต็มความรู้ความสามารถในการสนองตอบความต้องการของประชาชน และ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน” พล.อ.ประวิตรกล่าว

จากนั้นพล.อ.ประวิตรและคณะได้นั่งรถรางเยี่ยมชมคลองนครเนื่องเขต (คลองท่าไข่)


รักลุงป้อม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ รับดอกไม้ขอบคุณจากกลุ่มคนพิการที่ได้รับการช่วยเหลือให้ได้ทำงาน ระหว่างตรวจสถานการณ์น้ำที่จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีรมต.และส.ส.พลังประชารัฐ แห่ต้อนรับอบอุ่น เมื่อวันที่ 1 ก.ย.

ชาวบ้านกรี๊ด-ยุเป็นนายกฯตัวจริง
เวลา 11.25 น. ที่ร้านอาหารบลูม ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประวิตร พบปะประชาชน ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง มาต้อนรับราว 3,000 คน โดยชาวบ้านเตรียมของฝากทั้งขนุน มะพร้าว มะม่วง ลูกจาก กล้วยน้ำว้า น้ำปลาและกุหลาบแดง พร้อมป้ายสนับสนุน อาทิ “ที่สุดของเรา” “เรารักลุงป้อม” “สู้ๆค่ะลุงป้อม” “ใครไม่รู้ ลุงป้อมรู้ๆ” “รักสุดหัวใจ จากใจชาวแปดริ้ว” “พวกกัน สำคัญเสมอ#แปดริ้ว” “สู้ๆค่ะ ลุงป้อม”

นอกจากนี้ยังมีกลองยาวตีต้อนรับอย่างคึกคัก โดยมีการตะโกนเรารักลุงป้อม ตลอดเส้นทางที่พล.อ.ประวิตรเดินทักทายประชาชน ช่วงหนึ่งได้มีสุภาพสตรีวัยกลางคนเข้าไปหอมแก้มพล.อ.ประวิตรพร้อมเสียงกรี๊ด ทำเอาพล.อ.ประวิตร ถึงกับยิ้มเขิน ขณะที่ประชาชนบางส่วนอวยพรให้พล.อ.ประวิตร อายุยืนถึง 150 ปี

ช่วงหนึ่ง นายทรัพย์ทวี กุลสารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน ได้เข้ามาขอถ่ายรูปร่วมกับพล.อ.ประวิตร พร้อมเข้าสวมกอดและกล่าวว่า ขอให้เป็นนายกฯ ตัวจริงไปเลย ทำให้พล.อ.ประวิตร ถึงกับอุทานว่า “เห้ย!” โดยไม่ได้ยิ้มตอบรับ ก่อนที่จะเดินพบปะประชาชนต่อทันที โดยมี ชาวบ้านนำพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรจำลอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรามอบให้พล.อ.ประวิตร ด้วย

บอกชื่นใจแห่ต้อนรับ
พล.อ.ประวิตร กล่าวทักทายประชาชนว่า สวัสดีทุกคนประชาชนชาวฉะเชิงเทรา ขอบคุณที่มาต้อนรับตนและคณะ เห็นแล้ว ชื่นใจ เราทำงานไปด้วยกัน ทั้งประชาชนและข้าราชการเราคือพวกเดียวกันทำงานไปด้วยกันร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ข้าราชการ หากประชาชนต้องการอะไรต้องรีบดำเนินการทันที และต้องขอฝากข้าราชการไว้กับประชาชนด้วย

วันนี้ตั้งใจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ น้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะน้ำต้นทุนการผลิต น้ำประปาและน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมแผนระยะยาวในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งโครงการที่ผ่านมาของรัฐบาลมีประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ย้ำว่ารัฐบาลห่วงใยประชาชนไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องน้ำ แต่ยังรวมถึงสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมการพัฒนาประเทศให้มั่นคงมั่งคั่งตลอดไป

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่มหาวิทยาลัย ราชภัฏราชนครินทร์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประวิตรเป็นประธานเปิดการสัมมนาและปาฐกถาหัวข้อ แนวทางส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมงานด้วย

ไหว้หลวงพ่อโสธร-เจ้าอาวาสให้พร
เวลา 14.30 น. ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประวิตรเข้าสักการะพระพุทธโสธรและถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทานแด่พระราชภาวนาพิธาน วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา โอกาสนี้เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารได้สวดมนต์และสวดชยันโตเพื่อให้ศีลให้พร พร้อมมอบพระพุทธโสธรองค์จำลองหน้าตัก 9 นิ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทอง และมอบเหรียญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำปีที่ 250 วัดโสธวรารามวรวิหาร พ.ศ.2563 รุ่น 10 เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนประพรมน้ำมนต์ให้กับพล.อ.ประวิตร จากนั้นพล.อ.ประวิตรได้เดินทางกลับกทม.

เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารเปิดเผยว่า ได้ให้พรพล.อ.ประวิตร ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลืองานเรื่องชาติให้มีความสุขมีความเจริญ ส่วนการสวดบทชยันโต และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับพล.อ.ประวิตรนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้เกิดความเจริญทั้งตัวท่านเองและเพื่อจะได้บริหารบ้านเมืองให้เกิดความสงบร่มเย็น ตอนนี้ชาติเราต้องการความเรียบร้อยแบบนี้ ต้องช่วยกัน

เปิดบันทึกพี่ใหญ่-สัมพันธ์‘3ป.’
เมื่อเวลา 18.15 น. เพจเฟซบุ๊ก ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ General Prswit Wongsuwan โพสต์ภาพถ่ายสมัยเป็นนายทหารของพล.อ.ประวิตร พร้อมข้อความจากหนังสือ “พี่ป้อม พี่ใหญ่ พี่ชายที่แสนดี” ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 76 ปี ของพล.อ.ประวิตร เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 หรือ 1 ปีที่แล้ว หนังสือดังกล่าวจัดทำขึ้นจากน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันมา ต้องการบันทึกเรื่องราวเบื้องลึก-เบื้องหลังชีวิตของพล.อ.ประวิตรไว้เป็นหนังสือ

บางตอนของหนังสือระบุว่า พี่ป้อม เป็นทหารมาตลอดชีวิตจึงค่อนข้างเคยชินกับ การใช้คำพูดที่ดูโผงผางเสียงดังทำให้ดูเสมือนเป็นคนดุหรือเข้มงวดในเวลาทำงาน แต่ถ้ามีโอกาสสัมผัสชีวิตส่วนตัวของท่านเมื่ออยู่นอกเวลางานแล้ว จะพบว่าเป็นคนอ่อนโยนอารมณ์ดี มีเมตตาใครได้ใกล้ชิดจะรู้สึกสบายใจไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ผู้ใหญ่ ผู้น้อยผู้ใต้บังคับบัญชาและมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านเป็นคนที่รักเพื่อนพ้อง ลูกน้อง มีความเป็นผู้นำ เสียสละและเป็นผู้ให้ อีกทั้งเป็นผู้ประสานสิบทิศที่ ทุกองค์การให้การยอมรับ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างที่สุด

สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็น ถึงความกตัญญูและความรักที่มีต่อครอบครัวคือการที่คงความเป็นโสดมาถึงปัจจุบัน คนใกล้ชิดเล่าให้ฟังว่า เพราะพี่ป้อมเป็นห่วงว่าจะไม่มีคนดูแลคุณแม่ อดีตว่ากันว่าพี่ป้อมเคยมีแฟนที่เกือบจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เป็นห่วง คุณแม่ กลัวว่าจะไม่มีเวลาให้ท่านอย่างเต็มที่ประกอบกับพี่ป้อมมีชีวิตกับลูกน้อง ตามแนวชายแดนตลอด ทำให้ต้องตัดใจจากการมี ชีวิตคู่ มาใช้ชีวิตอยู่กับคุณแม่

ในหนังสือดังกล่าวยังพูดถึงความผูกพันระหว่าง 3 ป. โดยเฉพาะที่ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองร้อย ที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ได้มีนายทหารรุ่นน้องสองคนมาพักรวมกันอยู่ที่บ้าน โดย พี่ป้อมจะแนะนำสั่งสอน ตลอดจนดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของน้องทั้งสองคนเป็นอย่างดี เป็นคนเข้าครัว ทำอาหารให้น้องทั้งสองคนทานเป็นประจำทำให้พี่น้องทั้งสามคนสนิทกันมาก มีความรักใคร่กลมเกลียว โดยยึดถือพี่ป้อมเป็นผู้ใหญ่ตลอดมา ซึ่งน้องสองคนนั้นคือพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นเอง

ลั่นเป็นนักรบไม่เคยอยู่หลังลูกน้อง
พี่ป้อมได้ผ่านประสบการณ์การรบที่ ดุเดือดทั้งในและนอกประเทศด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นการรบในแบบหรือนอกแบบในฐานะนักรบนิรนาม พี่ป้อมจึงเป็นนายทหารมีประสบการณ์การรบมากที่สุดคนหนึ่ง ที่หลายคนยังไม่ทราบ ทำให้ได้รับความไว้วางใจในการดำรงตำแหน่งผู้นำหน่วยทหารระดับสูงต่อไป

หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการบก พี่ป้อม เข้ารับตำแหน่งนายทหารฝ่ายยุทธการ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ โดยเข้าปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศหรือพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ด้านจ.ปราจีนบุรีหรือจ.สระแก้วในปัจจุบันตั้งแต่ปี 2522 ถึงปี 2540 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพลและผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้นำหน่วยเข้าปะทะกับฝ่ายตรงข้ามและมีบางครั้งที่ต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์การคับขันและเสี่ยงภัย เช่น ยุทธการบ้านหนองปรือ ยุทธการโนนหมากมุ่น เหตุการณ์บ้านหนองเอี่ยน เหตุการณ์บ้านโอบายเจือน เป็นต้น

“ช่วงที่ผมอยู่ชายแดนไทยกัมพูชา ก็สู้รบกันดุเดือดมาก ช่วงนั้นผมนอนชายแดนเลยนะ นอนกับลูกน้อง ผมไม่ได้อยู่ที่กองพัน ผมจะอยู่กับกองร้อยข้างหน้าตลอด ผมจะไม่อยู่ข้างหลัง ผมไปกับลูกน้องตลอด จะเดินเลาะชายแดนเดินตามจุดตรวจไปกับลูกน้อง ชีวิตชายแดน มันเป็นอาชีพของเรา และเป็นความภาคภูมิใจของเรา ในการทำงานเพื่อแผ่นดินเกิดอย่างแท้จริง ผมชอบอยู่ชายแดนมากนะ เพราะรู้สึกว่ามันอิสระดี” เป็นคำพูดของ พี่ป้อมที่ถ่ายทอดให้น้องๆ ฟัง

ทีมกม.ยื่นศาลแจง 8 ปี‘บิ๊กตู่’
รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. ที่ ผ่านมา หลังมีคำสั่งรับคำร้องของส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ขอให้วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงของตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ รวมทั้งมีคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยและให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รมว.กลาโหม ได้

ล่าสุดมีรายงานว่า ทีมฝ่ายกฎหมายของพล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลได้รับเอกสาร ดังกล่าวแล้ว มีเนื้อหาสาระเหตุผลประกอบคำร้องรวม 30 กว่าแผ่น เนื้อหาที่ยื่นชี้แจงไปนั้นเชื่อว่าครบถ้วนทุกประเด็นตามคำร้องที่ถูกร้องเรียนมา เพราะชี้ให้เห็นถึงที่มาไปของการดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยยกข้อมูลทางกฎหมายประกอบ จึงมีความมั่นใจในเนื้อหาที่ได้ชี้แจงไป

‘ชลน่าน’เชื่อศาลรับเพิ่มพยาน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติมกรณีการสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบคำวินิจฉัย ว่า การจะรับหรือไม่รับนั้นเป็นสิทธิของศาล และการส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นช่องทางที่มีความชอบด้วยกฎหมาย โดยนายชวนในฐานะที่เป็นผู้ร้อง สามารถส่งพยานเพิ่มเติมได้หากเห็นว่ามีความจำเป็น เรามั่นใจว่าศาลจะรับ ข้อมูลที่ให้ไปในเหตุผลประกอบคำร้องก็ครบถ้วนหมดแล้ว เพียงแต่เราต้องการเพิ่มน้ำหนักในเชิงสาธารณะ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพิจารณา

เมื่อถามว่าหากศาลไม่รับจะส่งผลอย่างไร และพรรคฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไรต่อ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่รับก็ไม่มีผลอะไร ส่วนจะดำเนินการอะไรต่อหรือไม่นั้น คงมาพิจารณาดูว่าจะต้องส่งอะไรเพิ่มเข้าไปหรือไม่ ขั้นตอนการพิจารณาของศาล หากมีการไต่สวนก็อาจขอเพิ่มพยานหลักฐานเข้าไป ต้องดูเป็นเรื่องๆ และดูในรายละเอียด หากศาลไม่ไต่สวนพิจารณากฎหมายอย่างเดียว เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พีซทีวี ซอยนวลจันทร์ กรุงเทพฯ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ พร้อมคณะ ร่วมแถลงการจัดกิจกรรมในเขตเมือง ว่า มีกำหนดการจัดกิจกรรมวันที่ 3 ก.ย. บริเวณ sky walk สี่แยกปทุมวัน เวลา 17.00 น. และวันที่ 4 ก.ย. ที่สี่แยกราชประสงค์ เวลา 17.00 น. เพื่อขับไล่ 3 ป. โดยจะใช้พื้นที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จะไม่ปิดถนนเพื่อความสะดวกของประชาชน

‘องอาจ-ดร.เอ้’ติวทีมปชป.
ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบ กทม.เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ย.คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดฝึกอบรม ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรค และทีมงาน หลักสูตร “สื่อสารการเมืองให้มีประสิทธิภาพ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเคลื่อนไหวทางการเมืองให้มีผลดียิ่งขึ้น ทั้งการสื่อสารในพื้นที่เขตเลือกตั้ง และทางโซเชี่ยล มีเดีย

นายองอาจ กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นว่า การฝึกอบรมครั้งนี้จะมีส่วนอย่างสำคัญในการยกระดับการสื่อสารของผู้สมัครส.ส.กทม.และทีมงาน ให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและช่องทางการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างการรับรู้ เข้าใจในเนื้อหาสาระของข้อมูลข่าวสารที่สื่อออกไป และพร้อมสนับสนุน ผู้สมัครส.ส.กทม. ของพรรคเพิ่มขึ้น

ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การสื่อสารในโลกยุคนี้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยต้องควบคู่ไปกับการมีเนื้อหาที่เข้าถึงสอดคล้อง กับกลุ่มเป้าหมาย จึงจะทำให้เกิดการยอมรับเข้าใจในสารที่เราสื่อออกไป การเพิ่มเติมทักษะด้านการสื่อสารจึงนับเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำให้เราสามารถใช้ความรู้ความสามารถด้าน การสื่อสารสื่อความคิดดีๆ นโยบายที่มีประโยชน์ไปยังพี่น้องประชาชนให้เกิดความเข้าใจและสนับสนุนพวกเราผู้สมัครส.ส.กทม. ให้ได้มีโอกาสทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ต่อไป

จับตา‘ชพน.-กล้า’ยุบรวมพรรค
น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ย. เวลา 10.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา และนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า จะร่วมกันแถลงข่าวทางการเมือง ที่บ้านเลขที่ 333 ซอยราชวิถี 20 เขตดุสิต กทม.

เป็นที่น่าจับตาว่าก่อนหน้านี้ ทั้งนายสุวัจน์ และนายกรณ์ ต่างมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจในหลายประเด็นให้รัฐบาล ขณะเดียวกันเป็นที่คาดหมายว่า เมื่อช่วงนี้ใกล้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว อาจเกิดการจับมือร่วมกันทำงานระหว่างพรรคชาติพัฒนา และพรรคกล้า หรืออาจถึงขั้นรวมพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้


สู้คดี – นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย อดีตนายกอบจ.สงขลา แถลงต่อสู้คดีจัดซื้อรถอเนกประสงค์ของอบจ.สงขลาที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กทม.

‘นิพนธ์’ควงอดีตปธ.ศาลแถลง
ที่โรงแรม เดอะสุโกศล นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ หัวหน้าทีมทนายความของนายนิพนธ์ ร่วมแถลงข่าวคดีการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา สมัยดำรงตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา โดยนายนิพนธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนไม่ขอพูดอะไร เพราะพูดเรื่องนี้มากพอสมควรแล้ว

ด้านนายวสันต์กล่าวว่า ตนมารับคดีของนายนิพนธ์สู้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากในสังคมมีคนกลั่นแกล้งรังแกพอสมควร หากช่วยพวกพรรคได้ก็ควรช่วย ซึ่งคนที่รับคดีต้องพิจารณาว่า จะมีทางต่อสู้หรือไม่ ถูกแกล้งรังแกหรือไม่ หากนายนิพนธ์เป็น ฝ่ายผิด ตนคงไม่รับทำคดีให้ เพราะเสียฟอร์มเปล่าๆ ซึ่งตนเป็นทนายเงียบๆ ไม่ได้หิวแสงเหมือนกับใคร

ตนไม่ได้คุ้นเคยกับนายนิพนธ์ แต่คุ้นเคยกับนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันตั้งแต่เรียนหนังสือ ซึ่งนายสุทัศน์แนะนำให้คุยกับนายนิพนธ์ ตนอยู่กระบวนการยุติธรรมกว่า 50 ปี มองว่าใครได้รับความเป็นธรรม ใคร ไม่ได้ความเป็นธรรม รูปคดีเป็นอย่างไร พอมองออก เมื่อเอาเรื่องราวมาดู และตรวจสอบเอกสาร เห็นว่า นายนิพนธ์เป็นผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนจึงรับเป็นทนายความให้อบจ.สงขลาต้องการซื้อรถอเนกประสงค์ 2 คัน มูลค่า 40 กว่าล้าน ซึ่งวิธีการซื้อต้องประมูลเสนอราคาตามขั้นตอน จนกระทั่งทำสัญญา ส่งมอบรถแต่ผู้ขายขอเบิกค่ารถ ช่วงนั้นมีการร้องเรียนเรื่องฮั้วประมูล ประกอบกับมีการเปลี่ยนนายกอบจ.สงขลา เป็นนายนิพนธ์ ปรากฏว่าบริษัทที่เข้ามาเสนอราคา มีความสงสัยว่าฮั้วประมูล ดังนั้นอบจ.สงขลาสงสัยว่ามีการฮั้วประมูลนำหนังสือเสนอผู้ว่าฯ และระงับจ่ายเงิน และอบจ.สงขลาแจ้งความผิดฮั้วประมูล และร้องป.ป.ช. เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องด้วย

บริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วประมูล พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาต่อศาลแล้ว และมีจำเลยหลบหนีไปต่างประเทศ ออกหมายจับ และ คดียังค้างการพิจารณา ซึ่งป.ป.ช.ให้เจ้าหน้าที่ แจ้งความกล่าวโทษบริษัทเหล่านั้นในข้อหา ฮั้วประมูล เบื้องต้นป.ป.ช.เชื่อว่าบริษัทเหล่านี้ฮั้วประมูลจริง ส่วนบริษัทผู้ขายฟ้องนายกอบจ.ต่อป.ป.ช .กลั่นแกล้งไม่จ่ายเงิน และฟ้องศาลปกครองแล้ว แต่ศาลระบุไม่มีหลักฐานว่า ฮั้วจริงจึงให้อบจ.จ่ายเงิน ต่อมาอบจ.ได้ยื่น ศาลปกครองสูงสุด แต่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาคดี

“ถ้านายกอบจ.สั่งจ่ายเงินสัญญาที่เป็นโมฆะถือว่ามีความผิด สัญญาที่เป็นโมฆะคู่กรณีกลับคืนฐานะเดิม ก็คือคืนรถไป แต่นายกอบจ.ไม่จ่ายเงิน พวกฮั้วประมูลบอกเป็นการกลั่นแกล้ง อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายกอบจ. แต่ป.ป.ช.จะฟ้องเอง ดังนั้นเราพร้อมสู้กับป.ป.ช. ไม่ได้เกรงใจ ชื่นชม ป.ป.ช.ชุดนาฬิกายืมเพื่อน ผมไม่แขวะใคร เพราะเป็นแบบนั้นจริงๆ” นายวสันต์กล่าว

ก.ก.จี้แสดงสปิริตลาออก
ที่รัฐสภา นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงกรณีนายนิพนธ์ ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถอเนกประสงค์ซ่อมบำรุงทางของอบจ.สงขลาว่า การที่นายนิพนธ์ ไม่ไปปรากฏตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2565 เป็นการแสดงถึงความ ไม่จริงใจ กลัว ไม่กล้าไปพิสูจน์ความสุจริตของตัวเอง จึงเรียกร้องให้นายนิพนธ์ แสดงสปิริตด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี หรือลาออก จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมี คำวินิจฉัย

ขอเรียกร้องให้ป.ป.ช ออกแถลงการณ์ ความคืบหน้าของคดี ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ ในวันที่ 14 ก.ย. และขอให้พรรคประชาธิปัตย์แถลงท่าทีของพรรค ทบทวนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความเป็นนักการเมืองของนายนิพนธ์ เพราะป.ป.ช. ชี้มูลไปแล้ว เพื่อเป็นการยกระดับการเมืองของนักการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ขยายเวลานายนิพนธ์รายงานตัวต่อศาลถึง วันที่ 5 ก.ย. หากไม่ไปรายงานตัวในวัน ดังกล่าวให้ดำเนินการร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับได้เลย ซึ่งนายนิพนธ์ยืนยันว่าจะไปรายงานตัวแน่นอน ไม่หนี พร้อมสู้คดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน