นั่งกันกระสุน-ลงพื้นที่อยุธยาวิษณุอ่านคำชี้แจงสู้คดี8ปีแล้ว
ยันฟังขึ้น-ไม่เริ่มนับ24สค.57กรณ์ทิ้งหน.พรรคกล้า-ซบสุวัจน์

‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมอยุธยา ชาวบ้านบ่นถือป้ายรอให้กำลังใจแต่อดเจอ รมว.กลาโหมฝากขอโทษ อ้างเปิดกระจกรถไม่ได้ เพราะเป็นรถกันกระสุน ทั้งยังเกรงโดนบิดเบือนเปรียบเทียบ ส่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ และรถขบวนรวม 4 คัน คืนทำเนียบแล้ว ป้องกันเสียงครหา ทีมกฎหมายไร้กังวลสู้คดี 8 ปี ‘วิษณุ’ บอกอ่านคำชี้แจงแล้วฟังขึ้น ไม่ได้เริ่มนับ 24 ส.ค.57 ‘บิ๊กป้อม’ เตรียมบุกกระบี่ 5 ก.ย. ดูปัญหาน้ำ-ที่ดินส.ป.ก. ‘กรณ์’ ทิ้งพรรคกล้าซบ ‘สุวัจน์’ เสริมทัพชาติพัฒนา ยันไม่ควบรวม สร้างอนาคตไทยลั่นขอลุยเดี่ยวเลือกตั้ง ไม่รวมกับใคร อ้างพรรคกล้าเคยมาเจรจาด้วย แต่เงื่อนไขเยอะ ด้านไทยสร้างไทย ยันตอนนี้ยังไม่คิดจับมือกับใคร

‘บิ๊กตู่’บุกอยุธยา-ปชช.ชูป้ายเก้อ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.ย. ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม (กห.) พร้อม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม โดยพล.อ.ประยุทธ์ใช้รถยนต์ยี่ห้อ Toyota Land Cruiser ทะเบียน 4 กษ 3082 กรุงเทพมหานคร ของกระทรวงกลาโหม

จุดแรกที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เมื่อมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าสักการะพระพุทธกษัตราธิราช พระประธานภายในพระอุโบสถ และห่มผ้าพระพุทธชนะมาร จากนั้น เข้าสักการะพระพุทธกษัตราภิมงคล ซึ่งเป็นพระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประกอบพิธีเททอง เมื่อ 19 ก.ค.2519 โดยมีพระราชธานินทราจารย์ เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช วรวิหาร พาเดินดูสถานการณ์น้ำด้านหลังวัดที่เพิ่มสูงขึ้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะที่บริเวณหน้าวัดมีชาวบ้านหลายสิบคนมาถือป้ายให้กำลังใจ ข้อความ “อยุธยารักลุงตู่” “ลุงตู่อยู่ยาว” “ชาวอยุธยาขอเป็นกำลังใจให้ลุงตู่สู้ๆ” แต่โดนเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้เข้าไปพบ จนชาวบ้านโวยว่า “ทำไมไม่ให้พบลุงตู่”

ฝากจนท.ขอโทษกองเชียร์
เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย ตรวจเยี่ยมรับฟังสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจคนงานและกำลังพลที่ทำพนังกั้นน้ำ โดยแตะบ่ากล่าวว่า “เหนื่อยแต่เป็นการทำเพื่อคนอื่น ทำให้ประชาชน ตัวเราลำบากก็ต้องลำบาก” พร้อมใช้มือตบอกตัวเอง ช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์กอดคนงานผู้ชายและหันมาพูดว่า “กอดแต่ ผู้หญิงเดี๋ยวผู้ชายจะน้อยใจ อย่าทำอะไรให้เจ็บตัวเอง อันตรายให้ระมัดระวัง”

เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังพระตำหนักสิริยาลัย ต.ประตูชัย ได้ให้กำลังใจกำลังพลว่า กำลังพลทหารที่มาเป็นทั้งลูกหลาน และสามีมาช่วยเหลือประชาชน สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขาภูมิใจคือทำงานในหน้าที่ เราทำสำเร็จปลอดภัยประชาชนมีความสุข แค่นั้น คือความภาคภูมิใจของเหล่าทัพ ท่านคือหัวใจของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวบ้านที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หน้าวัดกษัตราธิราชวรวิหาร แสดงความไม่พอใจ เพราะไม่ได้พบพล.อ.ประยุทธ์ นั้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ทราบเรื่อง ได้ฝากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ขอโทษชาวอยุธยา แทนตนเองพร้อมบอกเปิดกระจกรถไม่ได้ เนื่องจากเป็นรถยนต์กันกระสุน อีกทั้งมาในนามรมว.กลาโหม จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนเปรียบเทียบ แต่ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้เห็นหน้าประชาชน และได้โบกมือทักทายในรถแล้ว

คืนรถ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ส่งคืนรถเบนซ์ประจำตำแหน่งและรถผู้ติดตามในขบวนให้กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

ส่งรถนายกฯคืนทำเนียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงกลาโหม ในฐานะรมว.กลาโหม เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะ

วันเดียวกันนี้ พลขับได้นำรถประจำตำแหน่งนายกฯ ทะเบียน 4กต29 กรุงเทพมหานคร พร้อมรถในขบวน 3 คัน รวมเป็น 4 คัน ที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เป็นพาหนะในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นายกฯ กลับมาคืนที่กองสถานที่ ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียงวิจารณ์ที่ใช้ทรัพย์สินราชการ

เผยไม่กังวลวาระ 8 ปี
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีทีมกฎหมายได้ส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีแล้วใช่หรือไม่ว่า “ข่าวเขาว่าอย่างนั้น ไม่ใช่หรือ”

รายงานข่าว เปิดเผยว่า ทีมกฎหมายของพล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งคำชี้แจงไปวันที่ 1 ก.ย. โดยพล.อ.ประยุทธ์ รับทราบเรื่องและไม่ได้กังวลอะไรกับเนื้อหาคำชี้แจง โดยได้ตอบข้อซักถามและมีข้อชี้แจงตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องกล่าวอ้าง ความยาวกว่า 30 หน้า รายละเอียดเป็นการชี้แจงว่ามีหลักกฎหมายและข้อกฎหมายอย่างไร ตีความอย่างไรและควรเป็นอย่างไร เพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการพิจารณา ระหว่างนี้ต้องรอว่าศาลจะให้ชี้แจงในประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ถ้าไม่มี ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาอย่างไร เมื่อไร ยังไม่ทราบ

ส่วนประเด็นใดที่ถือว่ายากและต้องทำให้รอบคอบที่สุดนั้น เนื้อหาทั้งหมดเป็นการชี้แจงแก้ต่างที่มีผู้ยื่นกล่าวอ้าง ที่อ้างว่าอันนั้นถูก อันนี้ผิดอย่างไร ก็ชี้แจงไปตามข้อกฎหมายว่าควรจะเป็น หรือไม่เป็นตามที่อ้างอย่างไร แต่จะไม่ไปก้าวล่วงการใช้ดุลพินิจของศาล โดย 3 ประเด็นใหญ่ที่คิดว่าจะออกมาคือเรื่องการนับวาระ จะเริ่มเมื่อไร 24 ส.ค.2557, 6 เม.ย.2560, หรือ 9 มิ.ย.2562

‘วิษณุ’ฟันธงคำชี้แจงฟังขึ้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายกฎหมายนายกฯ และตนได้เห็นเนื้อหาใน คำชี้แจงดังกล่าวแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่สามารถนำความลับมาเปิดเผยได้ ซึ่งไม่มีอะไร เขากล่าวหาว่าอะไร ทางนี้ก็แก้ไปทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายกฎหมายของพล.อ. ประยุทธ์ ยื่นคำชี้แจงไปแล้วศาลสามารถวินิจฉัยได้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เนื่องจากทราบว่าศาลได้ให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอดีตเลขานุการกรธ. ยื่นคำให้การภายใน 15 วัน เช่นกัน จึงไม่ทราบว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาเท่าใด ต่อข้อถามว่าจากที่ได้เห็นเนื้อหาคำชี้แจงแล้ว ฟังขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนคิดว่าฟังขึ้น และตอบไปทุกประเด็นและตรงกับใจ ถ้าเปิดเผยออกมาคนที่เห็นก็จะรู้ว่าชี้แจงขึ้น

ชงเริ่มนับวาระ-ไม่ใช่ 24 ส.ค.57
ต่อข้อถามว่าคำชี้แจงได้ระบุหรือไม่ว่าควรเริ่มนับอายุ 8 ปี ตั้งแต่เมื่อไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ชี้ชัด การชี้ชัดเป็นเรื่องของศาล แต่ชี้ชัดอย่างเดียวว่า ไม่ใช่วันที่ 24 ส.ค.2557 แต่บอกไม่ถูกจะนับเมื่อไหร่ ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถกลับมาเป็นนายกฯ ต่อได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มั่นใจ แต่ก็ชี้แจงไปได้เท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ศาล ส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ถือว่าชี้แจงจบแล้ว แต่ศาลสามารถให้ชี้แจงเพิ่มได้ เมื่อดูจากในอดีต เช่นกรณีเรื่องบ้านพักนายกฯ ที่ชี้แจงไปแล้วก็มีการถามประเด็นเพิ่มเติมมา

ส่วนการที่พล.อ.ประยุทธ์ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ รถประจำตำแหน่งนายกฯ จำเป็นต้องนำมาคืนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ต้อง เช่นเดียวกับบ้านพักที่ไม่ต้องคืน เหมือนกรณีเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่ต้องคืนรถ แต่ในส่วนของเงินเดือนนั้น ปกติพล.อ.ประยุทธ์ รับเฉพาะเงินตำแหน่งนายกฯ กรณีนี้จะไม่ได้รับเงินเดือนในส่วนของ นายกฯ ตามจำนวนวันที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และจะไปรับเงินเดือนในตำแหน่งรมว.กลาโหม ตามจำนวนวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ และถ้าพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาทำหน้าที่นายกฯ เงินเดือนนายกฯ ที่ถูกหักไปจะไม่ได้รับการชดเชยย้อนหลัง

เมื่อถามว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ นำรถมาคืนเช่นนี้เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีอะไร แปลว่าไม่อยากใช้ และนายกฯ ใช้รถของกระทรวงกลาโหมได้

‘บิ๊กป้อม’พบชาวกระบี่ 5 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ก.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กระบี่ โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และคณะทำงาน ร่วมคณะด้วยจุดแรกจะไปที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ และ จ.กระบี่ รวมถึงสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในประเทศ และที่จ.กระบี่ พบปะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

จากนั้นไปยังโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่ดำเนินการ ส.ป.ก.กระบี่ มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก.4-01 ก่อนไปตรวจเยี่ยมโครงการระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง ต.กระบี่น้อย อ.เมือง โดยจะพบปะกับประชาชนเป็นช่วงๆ ระหว่างปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้ ถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 2 ของพล.อ.ประวิตร หลังรักษาราชการแทน นายกฯ ต่อจากการลงพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 ก.ย.

ปัดตอบ‘3ป.’ร่วมลงพื้นที่
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทางและมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ 21 หน่วยงานภายใต้โครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาร่วมงานด้วย

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความ คืบหน้าการจัดทำโผทหารว่า ยังมาไม่ถึงมือตน ผู้สื่อข่าวถามว่า เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แฟนคลับทำ เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานหรือไม่เพราะยอดติดตามเพิ่มมากขึ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่รู้ ต่อข้อถามว่าจะมีโอกาสร่วมลงพื้นที่ร่วมกันทั้ง 3 ป.หรือไม่ รวมถึงจะลงพื้นที่กับพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูกที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ส่งมายังรัฐบาลแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เห็น น่าจะอยู่ที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

ร่างกม.ลูกยังไม่ถึงมือรัฐบาล
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นายชวนยังไม่ได้ส่งมาที่รัฐบาล ทราบว่ามีการยื่นคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายชวนได้ตรวจสอบ พบว่ามีลายเซ็นไม่ตรงกับต้นฉบับ 2-3 คนซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบกับ ส.ส. จึงยังไม่ส่งมาที่รัฐบาล แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเตรียมที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าแทนที่จะให้นายกฯ เป็นผู้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นว่าให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ส่งเอง เหมือนกฎหมายพรรคการเมืองที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าส.ส.ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยระหว่างที่กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับอยู่ในมือประธานรัฐสภา นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ หากประธานทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ แล้วส่งเรื่องมาที่รัฐบาล ให้ผู้ที่จะค้านตามมาค้านที่รัฐบาลก็ได้ เพราะเมื่อมาถึงรัฐบาลก็ต้องเก็บไว้ 5 วัน แต่ปรากฏว่าช่วง 3 วัน ที่อยู่ในมือประธานรัฐสภา มีการยื่นคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้ประธานอยู่ระหว่างตรวจสอบลายเซ็น

ต่อข้อถามว่า มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ในการตรวจสอบคำร้องที่จะส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า โดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้นระหว่างนี้ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสร็จก่อนที่จะส่งมายังรัฐบาล ซึ่งไม่มีกรอบเวลาในการพิจารณา ของศาล เมื่อถามว่า จะกระทบกับเงื่อนเวลาอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี เงื่อนเวลาของรัฐบาลก็หยุดลงทันทีที่เรื่องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนต่างๆ ต้องหยุดนิ่ง ไม่นับวัน

ร่วมพรรค – นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา เปิดบ้านเลขที่ 333 ซอยราชวิถี 20 เขตดุสิต กทม. ต้อนรับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ที่ย้ายเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจพรรคชาติพัฒนา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

‘สุวัจน์’ดึง‘กรณ์’ เสริมทัพศก.
เวลา 10.35 น. ที่บ้านเลขที่ 333 ซ.ราชวิถี 20 เขตดุสิต กทม. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อม นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ร่วมกันแถลงข่าว

นายสุวัจน์กล่าวว่า ขณะนี้พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเตรียมพร้อมเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ตนอยู่กับการเมืองมาเกือบ 35 ปี วันนี้ถือว่าวิกฤตที่สุด โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ พรรคชาติพัฒนา จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ มือเศรษฐกิจวันนี้ต้องเข้าใจเศรษฐกิจ รากหญ้า เศรษฐกิจมหภาค และต้องมีความเป็นสากล พรรคปรึกษากันว่าใครที่เหมาะสมเข้ามากอบกู้และทำงานร่วมกัน

เราคิดถึงนายกรณ์ เพราะมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจโดยตรง เคยเป็น รมว.คลัง ด้วยประสบการณ์ช่วยแก้วิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ เป็นรมว.คลังของโลกและเอเชีย สะท้อนถึงการยอมรับระดับสากล ขณะเดียวกันยังมีประสบการณ์เป็น ส.ส.ที่มาจากพื้นที่และมาจากการเลือกตั้ง เป็นนักเรียนนอก จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง ถือเป็นหน้าเป็นตา เชื่อมั่นว่านายกรณ์จะเป็นผู้มาแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ร่วมทำงานกับแฮมเบอร์เกอร์ จึงเชิญมารวมพลังกัน เป็นทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง

การเมืองต้องไม่ขัดแย้ง พรรคชาติพัฒนาทำการเมืองมาสามสิบปีเต็มๆ หลักการทำงานอยู่บนพื้นฐานที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรควางไว้คือ ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ประนีประนอม ไม่ขัดแย้ง ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นส่วนผสมทางการเมือง ทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง ผสมผสานมืออาชีพเศรษฐกิจและการเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ตนมีความมั่นใจจะทำให้เกิดความแข็งแกร่ง และแก้ไขปัญหาประชาชนให้ประสบความสำเร็จ

กั๊กผนึก‘เจ๊หน่อย-อุตตม’
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการรวมกันแบบไหน นายสุวัจน์กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาต้องการมือเศรษฐกิจจึงเชิญนายกรณ์มาร่วมทำงาน ไม่ได้เป็นการรวมพรรค พรรคชาติพัฒนายังอยู่ ยังไม่ได้แต่งตั้งประธานยุทธศาสตร์ 4 ด้าน หัวหน้าพรรคคงนัดประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค เพื่อปรับโครงสร้างและจัดสรรบุคลากรตามความเหมาะสมเพื่อให้สมาชิกเห็นชอบ จึงขึ้นกับที่ประชุมใหญ่ ดังนั้นนายกรณ์จะอยู่ตำแหน่งไหนยังตอบไม่ได้ แต่ต้องมีบทบาทหน้าที่ที่ทำให้เกิดความมั่นใจทางเศรษฐกิจ ตำแหน่งในอนาคตว่ากันอีกที เป็นไปตามจังหวะทางการเมือง สัปดาห์หน้าหัวหน้าพรรคคงเรียกประชุมกก.บห.เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การประชุมใหญ่ของพรรคสิ้นเดือนก.ย.นี้

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าต้องรวมพลังกันแก้ปัญหา จะเชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) มาร่วมกันด้วยหรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า การเมืองวันนี้ต้องหันหน้าเข้าหากัน จะบอกว่าเราไปร่วมกับใคร ไปเชิญใครคงบอกไม่ได้ แต่วันนี้ขอเริ่มต้นที่นายกรณ์ ท่านอื่นไปตอบแทนไม่ได้

ไม่ควบรวม-ลูกพรรคส่อตามซบ
ด้านนายกรณ์กล่าวว่า เราจะร่วมมือกัน ในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วสุดท้ายรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไรมีขั้นตอนทางกฎหมายที่เราจะเดินตามนั้น จะปรากฏความชัดเจนเอง ตนกับนายสุวัจน์ร่วมมือกันร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้ตนมาในฐานะนายกรณ์ พูดคุยกับนายสุวัจน์ระยะหนึ่ง ตกลงใจว่าเราจะทำงานร่วมกัน ส่วนอนาคตพรรคกล้าเป็นเรื่องของพรรคที่มีกระบวนการต้องพิจารณาว่าจะอย่างไรต่อ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะลาออกจากหัวหน้าพรรคกล้าหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตนอยากตอบให้ชัดเจนกว่านี้ แต่ชัดเจนสุดคือจับมือทำงาน ถ้าไปดูข้อบังคับพรรคจะเข้าใจที่ยังไม่ได้พูดเพราะอะไร

ต่อข้อถามว่าจะพาสมาชิกพรรคกล้ามาด้วยหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ตนกับพรรคพวกที่พรรคกล้าคุยกันมาโดยตลอดเรื่องเจตนาความตั้งใจ ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่าเราควรจะเดินยุทธศาสตร์ไหน ทุกคนเห็นประโยชน์และรู้สึกว่านี่คือแนวทางที่จะทำให้ตนและเขาทำงานได้ เมื่อถามว่าจะยุบพรรคกล้าหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการควบรวม สถานะของ 2 พรรคยังเหมือนเดิม ส่วนผู้บริหารพรรคกล้าจะตามมาด้วยหรือไม่นั้น เป็นขั้นตอนของคนที่อยู่ในพรรคกล้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กพร้อมติดแฮชแท็ก #กล้าพัฒนาชาติ ว่า “ผมเชื่อมั่นพี่กรณ์ มันเป็นการรวมเอาความแข็งแกร่ง ประสบการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง มาไว้ในที่เดียวกัน

สอท.ขอลุยเดี่ยว-ทสท.ยังไม่จับมือ
นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และผู้อำนวยการพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสที่พรรคสร้างอนาคตไทยจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นว่า เรามีบุคลากรที่มากกว่า ทำไมจะต้องไปรวมกับใคร และคงไม่ไปแน่นอน ในทางกลับกันพรรคกล้า ควรต้องมาหาเรามากกว่าและก่อนหน้านั้นทางตัวแทนพรรคกล้า เคยมาคุยกับเรา แต่เขามีเงื่อนไขเยอะในการทำงานร่วมกันจึงไม่ลงตัว ส่วนที่พรรคกล้าไปรวมกับพรรคอื่น มองว่าจากบุคลากรของเขาที่มีจำกัด และคงมองหาที่เหมาะสมในการทำงานการเมืองต่อมากกว่า

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขอแสดงความยินดีกับนายสุวัจน์และนายกรณ์ที่จับมือร่วมงานกัน ส่วนตนยืนยันยังไม่มีการพูดกับทั้งสองท่าน และไม่มีการจับมือใดๆ ในตอนนี้ ขณะนี้พรรคไทยสร้างไทยยังเดินอยู่ในส่วนของพรรค โดยวันที่ 9 เดือน 9 นี้ จะประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกกก.บห.ชุดใหม่ และขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมเปลี่ยนประเทศ ไทย สร้างชีวิตที่ดีกว่า ฉะนั้นยังไม่มีการพูดว่าจะไปจับมืออะไรกับใคร

โปรดเกล้าฯปิดประชุมรัฐสภา
วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2565 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการตรา พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2565 ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2565 นั้น บัดนี้ จะสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งในวันที่ 18 ก.ย.2565 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2565

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

บูรณาการ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ คทช. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน