สั่ง’สตท.หญิง’ส่งเงินทั้งหมดคืนให้กอ.รมน. – กอ.รมน.สั่ง ‘ส.ต.ท.หญิง’คืนเงินที่ได้รับไปทั้งหมดเมื่อครั้งช่วยราชการชายแดนใต้เหตุตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา พฤติกรรมขัดต่อระเบียบ ชี้แจงช่วงรับเข้าบรรจุทำถูกต้องตามขั้นตอน คุณสมบัติผ่าน แต่เมื่อโดนคดีอาญาจึงตั้งกรรมการสอบ และส่งตัวกลับต้นสังกัด ขณะที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ คาดหลัง 9 ก.ย. จะได้รับผลตรวจอาการทางจิต ประกอบสำนวนสั่งฟ้อง คดีทำร้ายร่างกายทหารรับใช้หญิง ส่วนกก.จริยธรรมวุฒิสภา มีมติรับเรื่องตรวจสอบ ‘ส.ว.ธานี’
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ในฐานะรองผอ. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงชี้แจงกรณี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ผู้ต้องหาคดีทำร้ายทหารรับใช้หญิง ช่วยราชการกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยเฉพาะกิจจึงไม่มีอัตรากำลังพลประจำอยู่ในโครงสร้างเหมือนกับหน่วยปกติ จึงมอบหมายให้หน่วยต่างๆ ในโครงสร้างทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร พิจารณาบรรจุกำลังพลช่วยราชการทั้งเป็นหน่วยและเป็นรายบุคคล ตามคุณสมบัติและความรู้ความสามารถ ตามกรอบอัตรากำลังที่ได้กำหนดไว้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการบรรจุช่วยราชการต่อไป
พล.ต.ปราโมทย์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ได้รับการบรรจุช่วยราชการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการ เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าตัวที่ได้สมัครใจ ตรวจสอบประวัติการรับราชการไม่พบคุณสมบัติขัดกับระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยต้นสังกัด จึงขอตัวมาช่วยราชการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2565 โดยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานการปฏิบัติด้านธุรการในระดับเจ้าหน้าที่ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนหน่วยในการปฏิบัติงานนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกี่ยวข้องกับกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
รองผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าหลังทราบว่าถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที พบว่าเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อควบคุมด้านวินัยกำลังพลที่บรรจุช่วยราชการ โดยได้ละเมิดข้อห้าม เด็ดขาดของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงส่งตัวกลับหน่วยต้นสังกัดตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.2565 นอกจากนี้ยังมีคำสั่งยกเลิกการบรรจุช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564
พล.ต.ปราโมทย์กล่าวอีกว่า พร้อมกับให้เรียกคืนค่าตอบแทนตามสิทธิกำลังพลที่ได้รับไปแล้ว ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ประกอบด้วย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน และค่าเลี้ยงดูเพิ่มเติม ตามหลักฐานการเบิกจ่ายในห้วงตั้งแต่เดือนต.ค.2564 ถึงวันที่ 31 ก.ค.2565 รวมจำนวน 109,910 บาท เพื่อส่งคืนให้กับทางราชการต่อไป ทั้งนี้ค่าตอบแทนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสิทธิกำลังพลด้านอื่นๆ เช่น วันทวีคูณ และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พสร.) เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้
รองผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวชี้แจงต่อว่าสรุปคือ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บรรจุช่วยราชการที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถูกต้องตามขั้นตอน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ได้รับสิทธิกำลังพลตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ มิใช่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไม่ผ่าน แต่ยังได้รับค่าตอบแทน ส่วนการสั่งยกเลิกบรรจุ และเรียกคืนสิทธิกำลังพลที่ได้รับไปแล้วนั้น มีสาเหตุมาจากการถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับระเบียบและหลักเกณฑ์ของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง มิใช่เพราะถูกต้นสังกัดสั่งให้ออกจากราชการ
ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติรับคำร้อง 2 เรื่อง ของนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นให้ตรวจสอบจริยธรรมนายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ โดยคณะกรรมการจริยธรรมจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 5, 8 และ 10 ก.ย.นี้ เป็นการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมเต็มคณะ และพิจารณาอย่างรวดเร็วตามบังคับตามกรอบ 60 วัน แต่หากได้ข้อยุติเร็วกว่านั้นก็จะรีบดำเนินการ หากมีประเด็นเพิ่มเติมก็จะพิจารณาว่าควรขยายวันพิจารณาหรือไม่
นายสมชายกล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเรียกเอกสารข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย กอ.รมน. และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้าย อีกทั้งจะเรียกเอกสารทั้งหมดของส.ว.ในการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับตำแหน่งใดๆ ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดไหนอย่างไร โดยแบ่งเป็นช่วงที่เกี่ยวพันกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับช่วงส.ว. ในวันที่ 5 ก.ย. คณะกรรมการจริยธรรมจะเชิญนายวัชระเข้าให้ข้อมูลเป็นคนแรก ส่วนนายธานีนั้น เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะเชิญมาให้ข้อมูลจากการประชุมนัดถัดไป
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อน ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน คืออดีตตำรวจคนสนิท และเพื่อน กำลังรอผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าถูกทำร้ายไปทั้งหมดกี่ครั้ง เพื่อประกอบสำนวน แจ้งข้อหาต่างกรรมต่างวาระต่อไป ขณะนี้สำนวนการสอบสวนใกล้สมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงผลตรวจจิตเวชจากแพทย์ร.พ.ราชบุรี ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าป่วยทางจิต คาดว่าจะได้รับผลตรวจหลังวันที่ 9 ก.ย. หากได้รับผลตรวจแล้ว พนักงานสอบสวนจะจัดส่งสำนวนเพื่อสั่งฟ้อง หากพบว่ามีปัญหาทางจิตจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่จะส่งตัวไปบำบัดก่อนกลับมาดำเนินคดีต่อไป

รวมน้ำใจ – อดีตส.ท.หญิงทหารรับใช้ เหยื่อทารุณส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ไปรับเงินที่ผบ.โรงเรียนช่างฝีมือทหารและเพื่อนร่วมงานสมัยทำงานเป็นเสมียนบัญชีของโรงเรียนช่วยกันเรี่ยไรมอบให้ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.
วันเดียวกัน ที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ พาอดีตทหารรับใช้หญิงมาติดตามความคืบหน้ากรณีกองทัพบัญชาการไทยเรียกเงินเดือนคืนจำนวน 35,000 บาท โดยนายกัณฐัศว์กล่าวว่า อดีตทหารหญิงได้รับการติดต่อจากผบ.โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ให้เข้ามารับเงินช่วยเหลือเพื่อนำเงินไปคืนกองบัญชาการกองทัพไทย โดยเงินส่วนนี้ได้มาจากการเรี่ยไรบุคลากรในโรงเรียน และเพื่อนร่วมงานสมัยที่ทหารหญิงเป็นเสมียนฝ่ายบัญชีของโรงเรียน ก่อนจะถูกเรียกตัวไปช่วยราชการ กับส.ต.ท.หญิง
นายกัณฐัศว์กล่าวว่า เงินเดือนทุกเดือนตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึงเดือนพ.ค.2565 ทหารหญิงไม่เคยได้รับ เนื่องจากส.ต.ท.หญิงยึดไปเป็นส่วนตัว และอ้างว่าเป็นส่วนที่จะต้องได้รับ กำหนดว่าจะต้องได้รับ 7,000-8,000 บาทต่อเดือน ทำให้อดีตทหารหญิงต้องไปกู้ยืมจากคนอื่น หรือต้องขอจากครอบครัว ส่งผลครอบครัวมีหนี้สินประมาณ 1 ล้านบาท
ขณะที่อดีตทหารหญิงกล่าวว่า ยอดรวมทั้งหมดที่ต้องชำระ 35,000 บาท ได้พบ ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่คอยให้กำลังใจมาตลอด และทราบว่าเงินส่วนนี้ทุกคนช่วยกัน รู้สึกว่าที่นี่ยังคงเป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่น ในอนาคตหากจะกลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง จะขอกลับเข้ามาด้วยฝีมือและด้วยความสามารถของตัวเอง