วันนี้กระบี่คิวต่อไป‘ตาก’ ซูเปอร์โพลเชียร์อยู่ยาว พปชร.เลิกบีบปรับครม. ทสท.ดัน‘หน่อย’นั่งหน. เปิดตัวหลานแซมชิงสส.
‘บิ๊กป้อม’โชว์ฟิตอีก จัดคิวทัวร์ต่างจังหวัดทุกวันจันทร์ตลอด ทั้งเดือนก.ย. วันนี้ไปกระบี่ ต่อด้วย ‘ตาก-นราฯ’ขณะที่เพื่อไทย เฉ่ง ‘วิษณุ’ เลิกอ้างข้อกฎหมายฟอกขาว ‘บิ๊กตู่’ จี้เอาข้อเท็จจริงมาคุย ปมนายกฯ 8 ปี แนะ ‘ประยุทธ์’ รีบโยนผ้า อย่าทำประเทศเสียหายมากกว่านี้ รัฐบาลโต้ทันควัน ยันไม่ได้กดดันศาลรธน. โวเอกชนเชื่อมั่น ‘บิ๊กป้อม’ รักษาการนายกฯ ซูเปอร์โพลก็เชียร์ให้โอกาสอยู่ทำงานต่อเนื่อง แก้วิกฤตประเทศ เด็กพปชร.ยอมถอย ไม่ดื้อขอปรับครม. โยนเป็นอำนาจของผู้ใหญ่ ไทยสร้างไทยนัดประชุมวันที่ 9 ก.ย. ดัน ‘สุดารัตน์’ หัวหน้าพรรค เผยมีหลายพรรคขอดีลร่วม
‘ป้อม’ฟิต-ออนทัวร์ทุกวันจันทร์
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี General Prawit Wongsuwon” ที่แฟนคลับจัดทำขึ้น โพสต์ข้อความว่า พล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี มีการวางกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการต่างจังหวัดทุกวันจันทร์ ตลอดทั้งเดือน ก.ย. 2565 โดยพล.อ.ประวิตรได้ลงพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา
จากนั้นวันที่ 5 ก.ย. ลงพื้นที่จ.กระบี่ วันที่ 12 ก.ย. ลงพื้นที่จ.ตาก และวันที่ 19 ก.ย.ลงพื้นที่จ.นราธิวาส การลงพื้นที ่ดังกล่าวเพื่อปฏิบัติภารกิจ ทั้งในฐานะรองนายกฯ และรักษาราชการแทนนายกฯ ควบคู่ไปด้วย ทั้งงานที่รับผิดชอบเรื่องปัญหาแรงงาน ปัญหาเกษตรกรชาวสวนปาล์ม การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการที่ดิน การแก้ปัญหาด้านที่ดินทำกินให้เกษตรกรและคนยากจน การคืนโฉนดอนุญาตทำประโยชน์ ส.ป.ก.4-01 เป็นต้น
ปชป.เตือนอย่ากดดันศาลปม 8 ปี
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชา ธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบ 8 ปีหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้มี ผู้ออกมาแสดงความเห็นจำนวนมาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มที่แสดงความเห็นบนพื้นฐานทางวิชาการอย่างตรงไปตรงมา 2.กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่มีจุดยืนแนวคิดทางการเมืองเป็นปฏิปักษ์ตรงข้ามกับพล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด และ 3.กลุ่มการเมือง พรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งการแสดงความเห็นถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิที่ทำได้บนพื้นฐานของเหตุผล หรือจุดยืนของแต่ละฝ่าย แต่ไม่ควรแสดงออกด้วยการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ
“ไม่ควรมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ไปแทรกแซง ก้าวก่าย การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญทั้งทางตรง และทางอ้อม แต่ควรให้ศาลได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเป็นอิสระ ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าศาลทำตามอำนาจหน้าที่อย่างมีอิสระ ผลการวินิจฉัยจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างแน่นอน” นายองอาจ กล่าว

รื้อกาฝาก – นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย และน.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรรท.นายกรัฐมนตรี รื้อระบบกาฝาก ที่พรรคเพื่อไทย กทม. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.
พท.แซะเนติบริกร-เครื่องฟอกขาว
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. กล่าวถึงพล.อ.ประยุทธ์ ยื่นคำชี้แจง 20 หน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญ ปมวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี โดยยืนยันไม่นับตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 ว่า ประชาชนคงไม่อยากเห็นเนติบริกร เป็นเนติศรีธนญชัย ทำตัวเป็นเครื่องฟอกขาวให้ใคร คำชี้แจง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ เขียนมาตั้งนานแต่ได้แค่ 20 หน้า 8 ปี ตกปีละ 2 หน้าครึ่ง เพราะคงไม่รู้จะเขียนอะไรมากไป กว่านี้
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ประชาชนแปลกใจที่จู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์ทำตัวเหมือนลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วขณะ ถึงขนาดจำ ไม่ได้ว่าตัวเองเป็นนายกฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเป็นมาครบ 8 ปีแล้ว ทั้งที่มีหลักฐานปรากฏชัดว่า ตัวพล.อ.ประยุทธ์พูดเองว่าเป็น นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.57 และเป็นต่อเนื่องมา ไม่ต้องเป็นนักกฎหมาย ที่อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น คนนับเลขถูกก็นับได้ว่าครบ 8 ปีแล้ว ประชาชนไม่อยากเห็นการตะแบง ตัดตอน บิดเบือน เพื่อช่วยเหลือกัน ประเทศต้องมีหลักนิติธรรม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเขียนชัด ไม่ต้องการให้เป็นนายกฯ รวมกันเกิน 8 ปี และไม่จำเป็นต้องเป็นติดต่อกัน เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ
บี้‘ตู่’โยนผ้า-อย่าทำปท.เสียหาย
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า 8 ปีพล.อ. ประยุทธ์ ยังล้มเหลวขนาดนี้ เหลืออีกไม่ถึง 8 เดือน จะเอาอะไรมาการันตีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทำผลงานได้ดีขึ้น ขนาดเป็นทั้งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ มีอำนาจพิเศษมาตรา 44 ยังทำอะไรไม่ได้ ในบรรดานายกฯ 29 คนของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณมากที่สุด แต่เศรษฐกิจกลับขยายตัวได้ต่ำที่สุด เฉลี่ยเพียงปีละ 1% กว่าเท่านั้น เป็นรัฐบาลที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากที่สุด อันดับการทุจริตแย่ที่สุด ปี 2564 อยู่อันดับ 110 จากการจัดอันดับขององค์กรสากล
“พล.อ.ประวิตร รักษาการนายกฯ ก่อนหน้านี้เหมือนลุกก็โอย นั่งก็โอย มาก็หลับ กลับก็ล้ม แต่พอพล.อ.ประยุทธ์ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตรใช้ใจบันดาลแรง จนดูมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น นอกจากนี้แทนที่ครม. ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาล จะเสียขวัญ กลับดูมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำราวกับพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย โอกาสครั้งสำคัญที่จะดำรงหลักนิติธรรม ผดุงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย พี่เลี้ยงกุนซือของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องช่วยกันห้าม ไม่ใช่ช่วยกันยุให้สู้ต่อ ต้องรีบโยนผ้า อย่าให้ประเทศเสียหายมากไปกว่านี้” นายอนุสรณ์กล่าว
เฉ่ง‘วิษณุ’-เลิกเลี่ยงข้อกม.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพท. และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุวาระนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้นับรวมตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2557 ว่า คนไทยเขานับ 8 ปีกันทั้งนั้น ซึ่งมีการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมา นายวิษณุจะมองข้อกฎหมายอย่างไร แต่ตนมองข้อเท็จจริงที่พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ มา 8 ปีจริงๆ ไม่ปฏิเสธอะไรไม่ได้ คนไทยเขารู้
“เลิกอ่านข้อหลีกเลี่ยงกฎหมายได้แล้ว เอาข้อเท็จจริงมาตัดสินเลยว่าอะไรคืออะไร ซึ่งท่านจะหนีวงเวียนข้อเท็จจริงไม่ได้ สังคมเขามองเช่นนั้นแล้ว หากท่านอยู่ต่อ ท่านจะเสียหาย ไม่มีทางดีขึ้น มีแต่เสียกับเสีย ปฏิบัติตาม 8 ปีเถอะ ท่านดำรงตำแหน่ง 8 ปีจริงๆ” นายสมคิดกล่าวและว่า ไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่นายวิษณุระบุ แต่เราไม่รู้ว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร
เมื่อถามว่ามองว่าหากศาลวินิจฉัยว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เริ่มนับรวมตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2557 จะส่งผลนัยยะทางการเมืองทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และภาคประชาชนอย่างไร นายสมคิดกล่าวว่า ประชาชนจะไม่มีความเชื่อมั่นกับสถาบันการเมือง องค์กรอิสระ เพราะเขารู้ว่า 8 ปีจริงๆ หากจะดันทุรังอยู่ไปก็แล้วแต่ แต่ศาลจะวินิจฉัยอย่างไรเราก็ไม่ทราบ เพียงแค่นายวิษณุพูดเหมือนนำร่อง พูดในแนวความเห็นของท่าน ซึ่งเป็นแนวความเห็นของนายวิษณุ ไม่ใช่ประเด็นที่ศาลต้องเดินตาม
รัฐบาลโต้พท.ยันไม่ได้กดดันศาล
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรค เพื่อไทยเรียกร้องกดดันที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ของพล.อ.ประยุทธ์ โดยแนะนำให้ยอมแพ้ ไม่ต่อสู้ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามวิธีพิจารณาคดีของศาล กำหนดให้ผู้ถูกร้องชี้แจง ทีมกฎหมายของพล.อ.ประยุทธ์ จึงชี้แจงตามข้อกฎหมาย ตามที่ถูกร้อง ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินหรือไปเกี่ยวข้องให้เสียกระบวนการ เพราะศาลจะเป็นผู้ตัดสินเอง ทุกอย่างดำเนินการตามบทบัญญัติของพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 ไม่ได้มีพฤติกรรมกดดันศาล แตกต่างจากพรรคเพื่อไทยที่ทำอยู่ขณะนี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น
น.ส.ทิพานันกล่าวว่า การชี้แจงของทีมกฎหมาย ไม่ใช่เครื่องฟอกขาวให้ใคร เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กระทำความผิดทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นปัญหาการตีความข้อกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงไม่ควรสื่อสารให้สังคมสับสน ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ไม่ใช่เรื่องจำได้หรือจำไม่ได้ว่า ดำรงตำแหน่งมากี่ปี แต่เป็นการชี้แจงในข้อกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงควรเคารพกฎหมายและรอฟังคำวินิจฉัยของศาล
ชี้เอกชนมั่นใจ‘บิ๊กป้อม’
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า การทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ของพล.อ.ประวิตร ที่กล่าวหาว่าไม่ให้ความสำคัญกับพล.อ. ประยุทธ์นั้น พล.อ.ประวิตรเข้ามาบริหารประเทศระหว่างรอการพิจารณาของศาล เพื่อให้นโยบายขับเคลื่อนไปได้ ไม่เกิดสุญญากาศ และเสียงจากภาคเอกชนก็เกิดความเชื่อมั่น โดยนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรม ระบุพล.อ.ประวิตร เข้ามารักษาการนายกฯ ไม่ส่งผลกระทบให้ธุรกิจหรือเศรษฐกิจสะดุด หรือเกิดความกังวล ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร มีความรู้และความสามารถ มีแรงปัญญา แรงใจ แรงกาย ที่จะบริหารประเทศไม่ให้สะดุด และสั่งการทำงานที่ประเทศไทย ไม่ใช่จากต่างประเทศ จึงทันเวลา ทันใจ จริงใจต่อการพัฒนาชาติแน่นอน
เด็กพปชร.ไม่ดื้อขอปรับครม.
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคสร้างอนาคตไทย เตรียมเปิดตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ และชูจุดขายเรื่องเศรษฐกิจว่า พรรคไม่กังวล เพราะ ไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนพรรคจะเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯ คนอื่นนอกจากพล.อ.ประวิตร เพื่อมาสู้หรือไม่นั้น ตน ไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรค
เมื่อถามถึงเรื่องที่เคยเสนอให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่พล.อ.ประวิตร สั่งชะลอไว้ จะเสนออีกรอบหรือไม่ นายสัณหพจน์กล่าวว่า แล้วแต่ผู้บริหารพรรค และพล.อ.ประวิตร จะเห็นสมควรหรือไม่ เพราะท่านคงมีทีมงานฝ่ายการวางแผนให้คำปรึกษาอยู่แล้ว จึงเป็นสิทธิ์ และอำนาจของท่าน เราเคารพการตัดสินใจของท่าน เพราะพล.อ.ประวิตร มีวุฒิภาวะการเป็นผู้นำสูง และมีวิสัยทัศน์อยู่แล้วว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
สุดารัตน์ฟันธงไม่ยุบสภาช่วงนี้
ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค ไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ด้านการเมืองว่า ปัญหาของประเทศวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อ หรือพล.อ.ประวิตร จะรักษาการหรือไม่ได้รักษาการ แต่ปัญหาอยู่ที่ปากท้องของประชาชน จึงฝากรักษาการนายกฯ อย่ามัวแต่แย่งชิงอำนาจกัน จนลืมดูแลประชาชนที่เดือดร้อนและอยากให้ใส่ใจเรื่องการลดต้นทุนการผลิตสินค้า เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน พร้อมขอเลิกอุ้มนายทุนพลังงาน
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้มีความไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามจะกลับเข้ามาอยู่ต่อ และพล.อ.ประวิตรก็พยายามเป็นรักษาการนายกฯ ต่อ ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้มีอำนาจจะรักษาอำนาจไว้ จึงมั่นใจว่าจะไม่มีการยุบสภาในช่วงนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างอยากรักษาอำนาจให้นานที่สุด และสถานการณ์การเมืองช่วงนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเพราะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งงบประมาณปี 2566 ก็ผ่านแล้ว
ยอมรับมีหลายพรรคขอดีลร่วม
ส่วนที่พล.อ.ประวิตร ปรับลุกส์และดูแข็งแรง เพราะเตรียมเป็นนายกฯ ในอนาคตหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่พรรค พปชร. จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะเป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่ความสัมพันธ์ของพี่น้อง 2 ป. ตนคงตอบไม่ได้ว่าพี่น้องจะสร้างดาวกันคนละดวงหรือไม่ ต้องไปถามเอง ขออนุญาต ตอบว่าไม่รู้ ไม่รู้ ซึ่งถือเป็นคำติดปากของ พล.อ.ประวิตร
ส่วนการร่วมจับมือกับพรรคอื่น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยอมรับว่ามีหลายพรรคติดต่อพูดคุยมานานแล้ว แต่ไม่เปิดเผยในรายละเอียด เพราะอยู่ระหว่างตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค ซึ่งพรรคจะประชุมใหญ่วันที่ 9 ก.ย.นี้ ที่อาจจะมีการหารือกันในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัว อยากดำเนินการตามแนวทางนโยบายของพรรคต่อ และอยากให้กำลังใจกับทุกพรรคที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวนายภัทร ภมรมนตรี ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตราชเทวี ระหว่างจัดคาราวานลดค่าครองชีพ ที่มัสยิดยามีอุคก็อรียะห์ (สุเหร่ากองอาสาจาม) เขตราชเทวี กทม. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.
เปิดตัวหลานแซมลงส.ส.
ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมไทยสร้างไทย จัดคาราวานลดค่าครองชีพ บริการแจกแว่นสายตาฟรี ตัดผมฟรี และนำข้าวสาร น้ำมันพืชมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูก พร้อมเปิดตัว นายภัทร ภมรมนตรี เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขตราชเทวี ที่บริเวณมัสยิดยามีอุคก็อรียะห์ (สุเหร่ากองอาสาจาม) เขตราชเทวี โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วม และขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก
ทั้งนี้ นายภัทร เป็นหลานชายของนายยุรนันท์ หรือแซม ภมรมนตรี อดีตดารานักแสดงชื่อดัง และอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนายภัทรมีประสบการณ์ทำงานการเมืองมาแล้วกว่า 10 ปี ร่วมคณะทำงานการเมือง น.ต.ศิธา ทิวารี และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รวมถึงยังมีโอกาสทำหน้าที่ในกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะด้วยกัน
ดัน‘หน่อย’หัวหน้าไทยสร้างไทย
นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.ย. เป็นครั้งแรกที่พรรคจะปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค จัดประชุมที่โรงละคร เคแบงค์สยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน ชั้น 7 โดยพรรคจะเสนอให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อถึงวันเลือกตั้ง จะ ผลักดันเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ของพรรค เนื่องจากวิกฤตบ้านเมืองขณะนี้เราต้องการคนที่เสียสละ ถ้าดูคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นนายกฯ ในอนาคต ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ เข้าใจการบริหารราชการ เคยทำงานการเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ ถือว่ามีความสุกงอม ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังสามารถรวบรวมคนมากมายหลากหลายทุกช่วงวัย ซึ่งเราทำงานกันแบบพี่น้องไม่ใช่นายกับลูกน้อง
นายโภคินกล่าวว่า หากได้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และนำประเทศแก้ปัญหาเศษฐกิจ พรรคทำงานการเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตอบโจทย์ตัวเอง แต่เพื่อเป็นสะพานให้คนรุ่นต่อๆไป สร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบให้ลูกหลาน ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันปลดล็อกเปลี่ยนประเทศสร้างชีวิตที่ดีกว่ากับไทยสร้างไทย

เดินตลาด – นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย หัวหน้าทีมกรุงเทพฯ พร้อมนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ผู้ประสานงานพรรคเขตบางคอแหลม ยานนาวา ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากพ่อค้าแม่ค้าตลาดริมคลอง เจริญกรุง 103 ที่เป็นตลาดพื้นบ้านของชาวมุสลิมในเขตบางคอแหลม
สอท.ชู‘สมคิด’ความหวังแก้ศก.
ที่ตลาดริมคลอง เจริญกรุง 103 นาย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) หัวหน้าทีมกรุงเทพฯ พร้อมนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ผู้ประสานงานพรรคเขตบางคอแหลม ยานนาวา ลงพื้นที่พบพ่อค้าแม่ค้าตลาด ริมคลองฯ ที่เป็นตลาดพื้นบ้านของชาวมุสลิมในเขตบางคอแหลม
นายสุรนันทน์กล่าวถึงความพร้อมทางการเมืองว่า พรรค สอท.จะส่งผู้สมัครครบ 400 เขต เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ เรามีความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่าย แต่ไม่จับมือกับใคร และจะไม่เข้าไปในกลุ่มขัดแย้งเดิม ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและสนับสนุน ส่วนการเปิดตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ มาร่วมงานกับพรรค โดยจะใช้ประสบการณ์ที่มีแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างการเมืองที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจมีปัญหา และเราจะเสนอชุดความคิดใหม่ พรรคใหม่ และนายกฯ คนใหม่
ซูเปอร์โพลชี้ไม่อยากเห็นการชุมนุม
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล (ซูเปอร์โพล) เผยผลสำรวจ เรื่อง เชื่อมั่นศาล บ้านเมืองสงบสุข กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,156 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย. โดยถามถึงการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาปมนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ร้อยละ 90.9 ระบุ ไม่ต้องการเห็นการเมืองพาคนลงถนน ชุมนุมใหญ่ เผชิญหน้า ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย เสียภาพลักษณ์ กระทบการประชุมเอเปก การลงทุน ท่องเที่ยว เสียหายต่อเศรษฐกิจและบ้านเมือง ร้อยละ 89.7 ระบุเบื่อหน่ายการเมือง แก่งแย่งผลประโยชน์ ร้อยละ 88.4 หยุดนักการเมืองเคลื่อนไหวชี้นำ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 87.9 เป็นห่วงการเมืองขัดแย้ง ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจ ร้อยละ 87.3 ไม่ต้องการรัฐประหาร วงจรอุบาทว์ สั่นคลอนบ้านเมือง ต่างชาติไม่ยอมรับ
ส่วนการทำให้บ้านเมืองสงบสุข ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้ ร้อยละ 91.5 ระบุให้ยึดกฎหมาย บ้านเมืองมีหลักยึด ไม่วุ่นวาย ร้อยละ 89.4 เชื่อมั่นต่อศาล ยอมรับผลการพิจารณา และร้อยละ 89.0 เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
ให้โอกาส‘บิ๊กป้อม’แก้วิกฤต
ส่วนการให้โอกาสต่อรักษาการนายกฯ ร้อยละ 62.8 ให้โอกาส ใครเป็นนายกฯ ก็ได้ ขอบ้านเมืองสงบสุข ไม่ซ้ำเติมวิกฤต ร้อยละ 14.7 ไม่ให้โอกาส ร้อยละ 22.5 ไม่มีความเห็น
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นการเมืองยั่วยุ ปลุกปั่น พาคนลงถนน ชุมนุมใหญ่ และทางออกที่สอดคล้องกับเสียงของประชาชนคือการยึดกฎหมายบ้านเมือง ให้ทุกฝ่ายยอมรับการตัดสินของศาลและเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการให้โอกาส พล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาการนายกฯ ทำหน้าที่ในช่วงเวลาวิกฤตหลายด้านที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น การบริหารจัดการน้ำจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ และทำงานต่อเนื่องเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม เอเปก ที่จะมีผลดีต่อการลงทุนในหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว ฟื้นฟูประเทศกลับมาแข็งแกร่ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนกว่าเดิมได้
จ่อยื่นสอบ‘กรณ์-สุวัจน์’ชี้นำพรรค
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ก.ย. เวลา 13.00 น. จะไปยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ไต่สวน สอบสวน พรรคชาติพัฒนา กรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา และ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ร่วมกันแถลงข่าวจับมือทางการเมือง เพื่อมาร่วมกันทำงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ ทั้งที่นายกรณ์ยังเป็นสมาชิกและหัวหน้าพรรคกล้า โดยแถลงชัดเจนว่า มาร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนาในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคกล้า ซึ่งการ กระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการครอบงำหรือชี้นำพรรคได้ อาจฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มีความผิดตามมาตรา 92 (3) และมาตรา 108 อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคที่ฝ่าฝืนและโทษอาญาได้ สมาคมจึงนำความไปร้อง กกต.เพื่อให้วินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองต่อไป

หยุด‘3 ป.’ – นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนให้สัมภาษณ์ในกิจกรรม ‘หยุดอำนาจ 3 ป. นับหนึ่งประเทศไทย’ ท่ามกลางผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมาก บริเวณทางเท้าหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กทม. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.
จตุพรปลุกม็อบจัดการ 3 ป.
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณริมถนนหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ นำคณะหลอมรวมประชาชน จัดชุมนุม “ปลุกสามัคคีประชาชน ลุกตื่นจัดการ 3 ป.” ซึ่งบรรยากาศคึกคัก มีมวลชนประมาณ 150 คนเข้าร่วม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นายจตุพรกล่าวว่า ต้องการมาต่อสู้กับเผด็จการ เพราะคาดหวังที่จะหยุดอำนาจ 3 ป. เพื่อนับหนึ่งประเทศไทย ยืนยันว่าเราจะไม่เอาทุก ป. เพราะอยู่ในอำนาจก็สร้างแต่ความเสียหาย แตกแยก และเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ทั้งนี้ ขออย่ายึดติดกับจำนวนคนที่มาชุมนุม เพราะเรากำหนดเองว่าจะให้คนมาแค่ไหน ยืนยันว่าจุดแตกหักกับ 3 ป.จะเกิดขึ้นแน่นอน หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 8 ปีนายกฯ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบ จะเป็นวันแตกหักของสังคมไทย เราจะไม่กดดันศาลรัฐธรรมนูญ เราจะรอผลและเราจะรอผลวันนั้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นว่าคนไทยจะคิดอ่านอย่างไรกับพล.อ.ประยุทธ์
ขรก.ฮือค้านตั้งซี 11-วัดใจ‘เสี่ยต่อ’
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า ในการ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น กระทรวงเกษตรฯ มีข้าราชการที่เกษียณอายุในระดับ 10 จำนวน 11 คน และระดับ 11 คือนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวม 12 คน ซึ่งตำแหน่งที่หลายคนจับตาคือ ปลัดกระทรวง โดยมีตัวเต็ง 3 คนคือ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวง คาดว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเสนอบุคคลดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ คาดว่าจะเสนอชื่อนายประยูรเป็นปลัดกระทรวง เนื่องจากมีความใกล้ชิด สนิทเป็นการส่วนตัว
รายงานข่าวแจ้งว่า การเสนอชื่อปลัดกระทรวงครั้งนี้ ต้องรอวัดใจนายเฉลิมชัย เนื่องจากในที่ประชุมอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของกระทรวงเกษตรฯ มีกรรมการหลายคน รวมทั้งนายทองเปลว ได้คัดค้านการเสนอนายประยูร เพราะทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ รวมทั้งการทำงาน ไม่สามารถทำงานประสานงานระดับอธิบดีและข้าราชการในกระทรวงได้เลย
นอกจากนี้ข้าราชการโดยเฉพาะอธิบดีกรมต่างๆ ได้สะท้อนความไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับตัวบุคคลที่จะนั่งเป็นปลัด ผ่านนายทองเปลว ซึ่งนายทองเปลวได้ท้วงติงไปแล้ว แต่นายเฉลิมชัยยังคงยืนยันชื่อนายประยูร ทำให้นายทองเปลวไม่เซ็นเรื่องเสนอรัฐมนตรี ก่อนนำเรื่องเสนอครม. โดยอารยะขัดขืน เดินสายปฏิบัติราชการที่ต่างจังหวัดตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้เสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายพร้อมกับกระทรวงอื่น
อย่างไรก็ตาม หากนายเฉลิมชัยดึงดันจะเสนอชื่อนายประยูรเป็นปลัดกระทรวง ข้าราชการต่างหวังว่าที่ประชุมครม.จะคัดค้าน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงใหญ่ หากคนทำงานไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ จะส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานของกระทรวง
เล็งทดสอบรถไฟฟ้า3สายต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สายในกทม.และปริมณฑล ว่า โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ดำเนินงานงานโยธา 94.99% งานระบบรถไฟฟ้า M&E มีความก้าวหน้า 93.99% ความก้าวหน้าโดยรวม 94.56% ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ดำเนินงานงานโยธา 91.74% งานระบบรถไฟฟ้า M&E มีความก้าวหน้า 89.39% ความก้าวหน้าโดยรวม 90.55% โดยทั้งสองมีแผนสำหรับการทดสอบเดินรถเสมือนจริงภายในเดือนต.ค.นี้ ก่อนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2566 ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน 95.94% เร็วกว่าแผน 0.24%
นายอนุชากล่าวว่า รัฐบาลส่งเสริมและผลักดันให้ขนส่งทางรางเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลัก เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในกทม.และปริมณฑล รองรับการขยายตัวของเมือง เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยรัฐบาลให้ตรวจสอบการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกโครงการ และเน้นการควบคุมสถานที่ก่อสร้างให้กระทบต่อการจราจรน้อยที่สุด คำนึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการรถไฟฟ้า และเร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อเปิดให้บริการประชาชนได้ในอีกไม่นาน